รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 445 ทำไมพี่ชายถึงหน้าแดงล่ะคะ?
“ใช่ เรื่องราวมาจนถึงตอนนี้ ทีมแพทย์ของฉันยังไม่ได้พัฒนายากำจัดยาพิษที่ธิชาถูกได้ แต่คุณเองก็เห็น ว่าอารมณ์หงุดหงิดที่เห็นได้ชัดของธิชานั้นเริ่มคงที่มากขึ้น ตอนนี้เธอ ฉีดยาเพียงสัปดาห์ละสองครั้ง ส่วนเวลาที่เหลือเพียงแค่กินยาให้ตรงเวลาก็พอแล้ว”
“ในกระบวนการของการรักษาที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับอาการป่วยของธิชาอย่างชัดเจนแล้ว ธิชาได้รับผลกระทบจากประสบการณ์ความรักและชีวิตการแต่งงานมา อีกทั้งยังไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมหลังคลอดบุตร โดยหลังจากคลอดบุตรภาวะซึมเศร้าทำให้อารมณ์รุนแรงมากขึ้น จนพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงจนมีแนวโน้มถึงขั้นฆ่าตัวตาย ถึงแม้จะได้รับการรักษาในภายหลัง อาการของเธอก็ดีขึ้นมาก จนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อุปสรรคของเธอยังคงอยู่ เด็กที่ธิชาคลอด … ในช่วงเวลาอันสั้น คงไม่สามารถได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูกลับมาได้ ถึงแม้ภายหลังจะสามารถแย่งสิทธิ์กลับมาได้ ก็ต้องรอให้อาการป่วยของธิชาหายดีก่อน ไม่อย่างนั้นคนป่วยภาวะซึมเศร้า ไม่มีทางฟ้องร้องแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกชนะแน่นอน ที่สำคัญ… จากความคิดของฉัน การรักษาภาวะซึมเศร้า ฉันสนับสนุนที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขอแค่ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เรื่องอื่น ก็ล้วนเป็นเรื่องรองลงมา”
เกล้าแก้วพูดเยอะขนาดนี้ มุมมองความคิดของเธอชัดเจน และวิธีการแสดงออกก็ไม่อ้อมค้อม
ธาวินกลับเข้าใจความคิดของเธอช้าๆ
ตอนนี้อาการป่วยทางอารมณ์นั้นไม่ร้ายแรงแล้ว และภาวะซึมเศร้า เรียกได้ว่าหายป่วยโดยไม่ต้องรักษา
และเพราะอาการสมองเสื่อมของเธอ ทำให้สูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่ของเธอไป
คนที่เธอเคยรู้จักถูกลืมไปหมด อีกทั้งยังลืมไปแล้วว่าเธอเคยให้กำเนิดลูกกับดนัยกฤต
ในตอนนี้ในโลกของธิชา เธอเป็นเพียงเด็กที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาคนหนึ่ง
ไม่เพียงแต่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับดวงใจเท่านั้น
แม้แต่พ่อของลูก…สำหรับเธอแล้ว ก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนแปลกหน้า
…………
พอตระหนักถึงเรื่องนี้ อารมณ์ของธาวินก็ดูเหมือนจะดีขึ้น
เด็กสาวตัวน้อยของเขา ลืมไปแล้วว่าดนัยกฤตคือใคร
เรื่องนี้เขาได้ทำการตรวจสอบแล้ว
ช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง ดนัยกฤตกำลังยุ่งอยู่กับการเข้าร่วมการประชุมต่างๆ เพื่อชิงคะแนนเสียง และเริ่มปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนบ่อยขึ้น
มีวรรจชนกที่เป็นภรรยาผู้มีชื่อเสียงคอยช่วยเหลือ ในหมู่ผู้สมัคร ความนิยมของดนัยกฤตก็เพิ่มขึ้นทุกวันเช่นกัน
ธาวินจงใจที่จะเปิดช่องที่ออกอากาศเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งขึ้นมา
บนหน้าจอโทรทัศน์ตรงหน้าธิชา กำลังออกข่าวสามีเก่าของเธออยู่
แต่ธิชากลับถือจานใส่ทับทิมที่สาวใช้ช่วยปอกแล้ว และกินมันอย่างมีความสุข
เธอเหมือนจะเหลือบดูไปที่โทรทัศน์เล็กน้อย
สายตาของเธอมองไปที่ใบหน้าของดนัยกฤตตรงๆ
ธาวินรู้สึกลุ้นระทึกเล็กน้อยในหัวใจทันที ไม่แน่ใจว่าการกระทำของเขาในตอนนี้เสี่ยงเกินไปหรือเปล่า
ถ้าการปรากฏตัวของดนัยกฤต… กระตุ้นความทรงจำของธิชาขึ้นมา
เขาไม่กล้าคิดลึกไปกว่านี้จริงๆ
ในมือของเขาถือรีโมทไว้ และกำลังจะเปลี่ยนช่องรายการเงียบๆ
แต่กลับเห็นร่างกายที่นุ่มนิ่มของธิชาก็พิงมาทางเขา
ธาวินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย และรีบถามว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
ธิชาย่นจมูกเหมือนเด็ก ๆ “พี่กำลังดูอะไรอยู่กัน คืนนี้พี่สัญญาว่าจะดูรายการวาไรตี้กับหนูไม่ใช่เหรอคะ?”
อารมณ์เคร่งเครียดของธาวินกลายเป็นไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ตั้งแต่ธิชาความจำเสื่อม ความชอบและรสนิยมของเธอเปลี่ยนไปมาก เธอไม่ได้ดูวรรณกรรมเชิงลึกที่เธอเคยชอบอีก แต่ชอบดูรายการวาไรตี้ที่ไร้สาระและตลกมากกว่า
เขารีบประนีประนอมและคืนรีโมทให้ธิชาทันที
ธิชาจึงยิ้มออกมาอย่างเชื่อฟัง เชื่อฟังเหมือนแมวน้อย
ในสายตาของธาวินเธอดูน่ารักมากจริงๆ
เขาอดที่จะพูดหยอกล้อเธอไม่ได้ “ธิชา พี่รักหนูมากขนาดนี้ หนูเข้าใจใช่ไหม?”
ธิชาดวงตากลมโตจ้องมองไปที่หน้าจอโทรทัศน์ ตั้งหน้าตั้งตารอดูไอดอลที่เธอชอบปรากฏตัว และพร้อมที่จะกรี๊ดใส่หน้าจอ
เธอตอบกลับอย่างไม่เอาจริงเอาจังและขอไปทีว่า “เข้าใจแล้วค่ะ พี่เกล้าแก้วบอกว่าพี่ชายของหนู คือคนที่รักหนูมากที่สุดในโลก”
ธาวินดูไม่พอใจเล็กน้อย นิ้วเรียวของเขาจับคางของหญิงสาวขึ้นมา และพูดด้วยรอยยิ้มแข็ง “คุณหมอเกล้าแก้วพูดยังไงไม่สำคัญ ในใจของพี่ ความคิดของธิชาของพี่สำคัญสำคัญที่สุด ธิชา น้องพูดเองสิ ว่ารักพี่ไหม”
ธาวินรู้ตัวดีว่าเขาอยากได้ยินอะไร
และรู้ด้วยว่าเขากำลังหลอกธิชาที่ตอนนี้มีความคิดเหมือนเด็กอายุสิบขวบ
มันดูไร้ยางอายไปบ้าง
แต่ตอนนี้ ความหวังที่โลภมากที่สุดของเขาคือการได้ยินธิชาพูดคำว่ารักออกมาจากปากของเธอเอง
ความหวังแบบนี้ ถึงแม้จะไร้ยางอายสักแค่ไหน เขาก็ยอมขอให้ได้ยินเธอพูด
……
ธิชาหันกลับมา และกะพริบตาให้เขา
ท่าทางที่น่ารักของเธอดูงุนงงเล็กน้อย
ในใจคงจะมึนงงมากเช่นกัน
ธิชาเริ่มยอมรับและคุ้นเคยกับความสัมพันธ์ของตัวเองกับธาเมื่อไม่นานนี้เอง
ในโลกใบเล็กๆ ของเธอ ทุกคนล้วนแต่เป็นคนแปลกหน้า
คนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุด คือเกล้าแก้วที่อยู่กับเธอทั้งวันทั้งคืน
เธอไว้วางใจเกล้าแก้วอยู่ในระดับหนึ่ง
เกล้าแก้วบอกกับเธอว่า คนคนนี้คือพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ พี่ชายที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ธิชาถึงได้เริ่มยอมรับในการมีอยู่ของเขาช้าๆ
จากที่ทำความรู้จักกัน ธิชาเริ่มคุ้นเคยกับการมีตัวตนอยู่ของธาวิน และนับวันก็ยิ่งชอบที่จะตัวติดอยู่กับเขา เล่นกับเขา กินข้าวด้วยกัน และยังถึงกับปล่อยให้ธาวินกล่อมเธอนอนหลับ
ในตอนแรกเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร…
ก่อนจะค่อยๆ ตัวติดกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งไม่อยากห่างจากธาวินมากขึ้น
แต่ปัญหาว่ารักหรือไม่รัก สมองเล็กๆ ของเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย
……
หลังจากที่ธาวินถามเธอ เธอก็จ้องมองเขาด้วยท่าทางงุนงง
ดูท่าทางคงจะไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ในใจของเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่คิดจะบังคับใจเธอ แต่เอนตัวมาจูบใบหน้าเธอ
บริเวณคางของเขาเริ่มหนวดเคราผุดออกมา
มันทำให้ธิชาต้องย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจ
เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มกว้าง
ก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วจูบริมฝีปากของเขาอย่างแรง
ธาวินตกตะลึง ร่างกายของเขาแข็งทื่อ
เขาไม่ทันได้ห้ามธิชา
และไม่อยากจะห้ามเธอ
สองมือแข็งทื่อ และไม่กล้ายกมือขึ้นมาสัมผัสถูกร่างกายของเธอ
จูบของธิชานั้นตะกุกตะกักและไร้เดียงสามาก
เหมือนกับได้จูบผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก
เธอไม่ได้ออกแรงจูบเลย การสัมผัสกันของปลายลิ้นและฟันทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อย
หลังจากที่เธอเหนื่อยกับการจูบ เธอก็ถอยห่างออกมา
ในทางกลับกันกลับเป็นธาวินที่รู้สึกไม่สบายตัว
บางทีอาจเป็นเพราะว่า… ท่าทางของธิชาในตอนนี้เหมือนเด็กที่ยังไม่โต
หรืออาจเป็นเพราะว่า… ธาวินไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่ธิชาเริ่มจูบเขาก่อน
ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่ได้พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้…
กลัวว่าเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
ธิชายังยินดีที่จะเข้าใกล้เขา
……
หลังจากที่ธิชาจูบเขา เธอดูมีความสุขมาก
เธอกะพริบตา และจ้องมองที่ธาวินด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของธาวิน กลับอธิบายได้ยาก
ธิชายังอยู่ในสภาพไม่ปกติ
แต่เขา…เป็นผู้ชายที่ปกติอย่างมาก
จูบแบบลวกๆ ของธิชา กระตุ้นความปรารถนาเดิมในฐานะผู้ชายของเขา
ในสมองของธาวินสับสนเล็กน้อย
อาการในปัจจุบันของธิชา…เธอพึ่งพาในตัวเขามาก
ถึงแม้เธอจะยังเอาแต่ใจตัวเองอยู่บ้าง แต่เรื่องในด้านนี้… เธอไม่ควรถดถอยเพราะโรคสมองเสื่อมหรอกมั้ง?
เรื่องแบบนี้ สำหรับผู้ใหญ่ ถึงแม้จะลืมไป ก็น่าจะเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องสอน
แต่เขาไม่แน่ใจจริงๆ ว่าธิชาในตอนนี้… จะทำเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่า…
หลังจากผ่านการคิดทบทวน อารมณ์ของธาวินก็เริ่มมีหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
ธิชาเอื้อมมือออกไปและใช้นิ้วมือจิ้มไปที่แก้มของเขา
ก่อนจะยิ้มกว้างเกินจริงแล้วพูดว่า “พี่ชายคะ ทำไมพี่ชายถึงหน้าแดงล่ะคะ”
ธาวินกลับบีบนิ้วมือที่บางและนุ่มนิ่มของเธอ
หัวใจสั่นสะท้าน
เขากลืนน้ำลายอย่างเงียบ ๆ และพูดเกลี้ยกล่อมด้วยเสียงแหบพร่า “ธิชา กลับห้องไปพักผ่อนกับพี่ดีไหม”
ธิชาหันศีรษะไปมองทางโทรทัศน์ แล้วมุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจ “ไม่เอานะ หนูไม่อยากพักผ่อน หนูอยากดูทีวี หนูยังไม่ได้ดูเลย…”
เธอทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น สายตาจ้องมองไปที่โทรทัศน์
ธาวินมีความรู้สึกสิ้นหวังเหมือนถูกยั่วยวนแล้วโยนทิ้งไว้ด้านข้าง
ความรู้สึกนั้นของผู้ชายถ้าถูกปลุกจนตื่นตัว มันก็ยากที่จะระงับลงได้ง่ายๆ
เขาเหยียดแขนยาวออก แล้วกอดเอวบางที่อ่อนนุ่มของธิชาไว้ และพูดเกลี้ยกล่อมด้วยเสียงนุ่มนวล “กลับไปดูที่ห้องก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ทีวีในห้องนอนใหญ่กว่า”
ธิชากลอกตาไปมา
เธอนึกไม่ออกถึงความแตกต่างระหว่างโทรทัศน์ในห้องโถงกับในห้องนอน