รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 443 มัดไว้ข้างกาย ไม่ให้ห่างแม้แต่ก้าวเดียว
สีหน้าของธาวินดุร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณหมายถึง ญาณิน?”
พงศ์พนาพูดอย่างครุ่นคิด “ผมไม่มีหลักฐานครับ แค่ใช้วิธีสมมติฐานจากความเป็นไปได้ ตั้งแต่คุณธิชากลับมา คุณนายก็มีบ้างที่บ่นว่า ถึงแม้จะไม่บ่นมากเท่าไหร่แต่ในใจก็ยังมีความคับข้องใจอยู่ แล้วอีกอย่าง ถ้าเป็นฝีมือพวกคนรับใช้ ก็ไม่มีแรงจูงใจ นอกจากจะมีคนสั่ง ไม่อย่างนั้น… ในคฤหาสน์ ตั้งแต่สมาชิกในบ้านจนถึงพวกคนรับใช้ ก็ไม่มีใครมีความโกรธเคืองคุณธิชา และยังไม่มีแรงจูงใจ จะทำร้ายคนอื่นได้ยังไงกัน”
ความคิดเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสมองของพงศ์พนาแค่ในวันนี้ แต่เขากังวลมานานมากแล้ว
ตอนที่ธาวินเพิ่งพาธิชากลับมา เขาก็เคยคัดค้าน เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องในวันนี้ขึ้น
แต่ตอนนี้เรื่องราวมาถึงจุดนี้ เขาจึงเสี่ยงที่จะทำให้ญาณินไม่พอใจ ก็ต้องพูดในจุดที่สงสัยขึ้นมา
ในคฤหาสน์ตระกูลธนาภูวนัตถ์ คนที่สามารถเข้าไปในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดได้ มีเพียงไม่กี่คน
ระบบความปลอดภัยตลอดหลายปีมานี้ ไม่เคยเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น นอกจากญาณินที่สามารถใช้อำนาจในตำแหน่งของตัวเองมาข่มขู่พวกคนรับใช้ พงศ์พนาก็นึกความเป็นไปได้อื่นไม่ออกแล้ว
ยังไงซะญาณินก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของธาวิน ถึงแม้จะถูกไต่ถาม ก็ต้องจัดการเงียบๆ
ธาวินคิดจะไต่ถามเธอด้วยตัวเอง จึงเรียกเธอเข้ามาในห้องทำงานของเขา
ตอนที่ญาณินขึ้นไปชั้นบน เธอก็คาดการณ์ไว้ในใจบ้างแล้ว
เธอรู้ว่าตัวเองมีความน่าสงสัยที่สุด
อีกทั้งแม้แต่ทุกคนในคฤหาสน์ ก็อาจจะจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
ฝีเท้าของญาณินเริ่มหนักมาก
จนกระทั่งเดินเข้ามาในห้องทำงาน อารมณ์ที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ค่อยๆ ทะลักออกมา
ก่อนที่ธาวินจะพูดออกมา เธอก็เป็นคนเอ่ยพูดขึ้นมาก่อน “ปกติคุณไม่ชอบให้ฉันเข้าห้องทำงานของคุณ แต่วันนี้… คงเป็นเพราะเรื่องของธิชาสินะ”
สีหน้าของธาวินไม่ดีมาก
แม้แต่จะเสแสร้งก็ขี้เกียจจะจะเสแสร้งแล้ว ดังนั้นสีหน้าของเขาจึงดูบูดบึ้งและเย็นชามากเป็นพิเศษ
ญาณินแทบจะร้องไห้ออกมา ความรู้สึกไม่ยุติธรรมในใจ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
ได้ยินเพียงน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ของธาวิน “ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน อย่างน้อยผมก็ควรให้โอกาสคุณได้แก้ตัวแทนตัวเองบ้าง จริงไหม”
ญาณินยืนอยู่ตรงข้ามเขา
ระหว่างทั้งสองคนมีโต๊ะขนาดใหญ่ขวางไว้
อารมณ์ของเธอยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สองมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อย
จากนั้นก็รู้สึกยืนไม่ไหว จึงเอามือจับขอบโต๊ะตรงหน้าไว้
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และกลั้นน้ำตาของเธอไม่ให้ไหลออกมา
“ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน เป็นประโยคที่ดีมาก… ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน ธาวิน หลังจากแต่งงานกันมานาน… คุณเคยมีช่วงเวลาหนึ่งไหม แค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ยังดี ที่คุณเคยคิดว่าฉันเป็นภรรยาที่แท้จริงของคุณ?”
ใบหน้าของธาวินไม่แสดงอารมณ์ใดๆ และสีหน้าของเขาก็เย็นชาเป็นพิเศษ “ถ้าคุณทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี แน่นอนว่าถือเป็นภรรยาของผม ตอนนี้มาพูดแบบนี้ คุณคิดว่ามันมีความหมายไหม?”
ความเย็นชาของธาวินยิ่งทำให้เธอผิดหวังมากขึ้น
สีหน้าของญาณินแข็งกระด้าง ริมฝีปากของเธอสั่นเทิ้มแล้วพูดว่า “มันก็ไม่มีความหมายหรอกค่ะ ฉันมาพูดเรื่องแบบนี้กับคุณ คงเป็นเรื่องตลกมากในสายตาของคุณ เพราะคุณไม่เคยสนใจ คุณไม่สนใจว่าฉันเป็นใคร ไม่สนว่าฉันจะเสียใจหรือไม่ ในสายตาคุณ ฉันเป็นแค่เครื่องมือ และในสายตาของคุณในใจของคุณ ก็มีแต่น้องสาวของคุณคนนั้น ถึงแม้เธอจะแต่งงานไปแล้ว ถึงแม้เธอ… จะผ่านเรื่องอะไรมากมายที่คุณไม่เคยมีส่วนร่วม ถึงแม้คุณจะรู้ว่าเธอไม่ใช่ของคุณอีกต่อไปแล้ว แต่ในใจของคุณยังคงเก็บพื้นที่ไว้ให้เธอเสมอ”
ธาวินนิ่งเงียบ แค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเริ่มหมดความอดทนแล้ว
หัวใจของธิชายิ่งสิ้นหวัง แต่ท่าทางของเธอยังคงเยือกเย็นไม่สะทกสะท้าน
“ฉันรู้ว่าคุณสงสัยว่าฉันเป็นคนทำร้ายธิชา และคงยากที่ฉันจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ แต่ผู้บริสุทธิ์ก็คือผู้บริสุทธิ์ ฉันคอยบอกให้คุณตั้งใจทำงาน และเข้าร่วมงานเลี้ยงต่างๆ ในเมืองราถา ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง และเพื่อประโยชน์ของตระกูลธนาภูวนัตถ์ถ์ทั้งหมด ฉันไม่เคยเกิดความเห็นแก่ตัว และไม่เคยวางแผนที่จะแอบทำร้ายธิชา ถ้าคุณไม่มีหลักฐานแล้วเอาความผิดทั้งหมดมาโยนใส่ฉัน ถึงตายฉันก็ไม่ยอมรับความผิด”
ท่าทีของหญิงสาวดูเหมือนจะค่อยๆ ทำให้ธาวินโกรธ
สายตาของเขาเย็นชามากขึ้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ญาณิน คุณน่าจะรู้ถึงวิธีการจัดการของผมดี หวังว่าคุณจะพูดความจริง เรื่องราวมาจนถึงตอนนี้ การพูดความจริงออกมาตรงๆ จะเป็นการดีที่สุดสำหรับคุณ”
ตั้งแต่ต้นจนจบญาณินเอาแต่จ้องมองที่ใบหน้าและดวงตาของเขา
เธอไม่กล้าพลาดทุกสีหน้าของเขา
เธอไม่อยากพลาดความเปลี่ยนแปลงสีหน้าและท่าทีของเขา
เธอพยายามค้นหาความสงสารและความรักที่มีต่อเธอในสายตาของธาวิน
น่าเสียดายที่ถึงแม้เธอจะพยายามอย่างสุดความสามารถ มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
ธาวินไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลย
นี่คือความจริงที่เธอต้องเผชิญมาตลอดเกือบสองปีหลังจากที่เธอแต่งงานมาสองปีแล้ว
ไม่ว่าเธอจะฝืนใจยังไง จะเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไง เก็บข้อบกพร่องของเธอยังไง พยายามทำหน้าที่คุณนายธนาภูวนัตถ์อย่างเต็มที่ และพยายามเอาใจธาวินแค่ไหน
ทุกอย่างก็ไม่มีประโยชน์
ความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเพราะความทุ่มเทของผู้หญิงคนหนึ่ง
พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลือดเย็นที่สุดในโลก
หัวใจของเธอ ในที่สุดก็สิ้นหวังแล้วจริงๆ
……
เธอนิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมากะทันหัน “ถ้าคุณยังคิดว่าในคฤหาสน์มีเพียงฉันที่เป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียว คุณสามารถทรมานฉันเพื่อคาดคั้นคำสารภาพออกมา จะทำอะไรกับฉันก็ได้ ฉันเป็นภรรยาของคุณ …ตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคุณ ฉันก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าคุณเป็นคนเลือดเย็นแค่ไหน ตลอดเวลาสองปีที่อยู่ด้วยกันต่างคนต่างคิด ต่างจิตต่างใจ ตอนนี้ฉันชัดเจนทุกอย่างแล้ว ยังไงก็ตาม เรื่องที่ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่มีทางยอมรับผิด ถ้าฉันคิดจะทำร้ายธิชาจริงๆ ฉันควรจะฆ่าเธอให้ตายไปเลย”
“เพราะในใจของฉัน มีแค่ตายไปแล้ว ถึงจะไม่มีอะไรต้องกังวลใจอีก คุณไม่มีทางมีเวลาอยู่กับเธอได้มากขนาดนั้น… ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา คุณใช้เวลาว่างเกือบทั้งหมดอยู่กับธิชา ตัวติดอยู่กับเธอราวกับ…เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของคุณ ถ้าฉันมีความคิดจะทำร้ายเธอ ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะทำให้เธอแค่สติฟั่นเฟือนแบบนี้ ยิ่งเธอสติฟั่นเฟือน คุณยิ่งเป็นห่วง ยิ่งทุ่มเทเวลาให้กับเธอมากขึ้น ฉันก็ยิ่งไม่พอใจ ทำไมฉันต้องทำสิ่งที่ทำให้ฉันยิ่งไม่พอใจด้วย”
ธาวินหรี่ตามอง แววตาของเขายังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
และไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าเขาเชื่อในคำพูดของญาณินแล้วหรือยัง
จะเชื่อหรือไม่เชื่อ บางทีอาจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หรืออาจจะไม่เชื่อเลย ญาณินมองไม่ออก
แต่ตอนที่เธอพูดคำพูดพวกนี้ น้ำตาของเธอก็ไหลอาบหน้าแล้ว
ตัวของเธอเองยังไม่ทันได้สังเกต
……
ธาวินนิ่งเงียบไปนาน
ไม่รู้ว่ากำลังคิดว่าจะจัดการกับเธอยังไง หรือกำลังวางแผนเรื่องอื่นอยู่กันแน่
หลังจากผ่านไปสักพัก ริมฝีปากบางของธาวินก็เปิดออก แล้วพูดอย่างเย็นชา “ผมจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน ก่อนจะมีหลักฐานที่แน่ชัด ผมจะไม่ตัดสินโทษกับคุณ แต่ว่าญาณิน ผมหวังว่าคุณจะรู้ฐานะตัวเอง ถึงแม้คุณจะไม่ได้เป็นคนทำ แต่คุณก็มีความผิด ก่อนผมจะออกเดินทาง คุณรับปากผมว่าจะดูแลธิชาอย่างดี ถ้าหากเธอทำร้ายตัวเอง หรืออาการป่วยกำเริบ ผมคงไม่โทษคุณ แต่คุณก็รู้ดี… เธอถูกคนจงใจฉีดยาพิษใส่ และยาพิษตัวนี้ยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามันจะส่งผลร้ายแบบไหนต่อเธอ เรื่องนี้ ไม่ว่ายังไงคุณก็หนีความรับผิดชอบไปไม่ได้”
ญาณินใบหน้าซีดเผือดและถอนหายใจออกมา
การถอนหายใจในครั้งนี้ เธอรู้สึกสิ้นหวัง และปลงตก
นอกจากความรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ถูกเก็บอัดอั้นไว้นาน ที่มากไปกว่านั้น ก็ความรู้สึกปล่อยวาง
เธอเริ่มตระหนักได้มากขึ้นว่าความรู้สึกไม่สามารถบังคับกันได้
เธอยอมทนมากว่าสองปี
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป
เธอคงต้องยอมทนไปอีกสิบปี ความรู้สึกของธาวินที่มีต่อเธอ ก็คงไม่พัฒนาเพิ่มขึ้น
ท่าทางที่ดูเหมือนจะรักกันและให้เกียรติซึ่งกันและกันในสมัยก่อน ก็เป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้นเอง
หลังจากที่ธิชาออกจากที่นี่ไป ธาวินก็ไม่แม้แต่จะสนุกกับผู้หญิงคนอื่นด้วยซ้ำ
และในฐานะคุณนายธนาภูวนัตถ์ที่แท้จริง แน่นอนว่าดูเหมือนเธอจะได้รับความรักความเอาใจใส่ทั้งหมด
แต่การแต่งงานจอมปลอมแบบนี้ จะมีความสุขได้จริงๆ เหรอ?
หลังจากที่ญาณินให้กำเนิดลูก ไม่ว่าจะเป็นท่าทีและความคิดของเธอก็ดูเติบโตขึ้นอย่างมาก
เธอเริ่มสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกมากว่าเธอเลือกเส้นทางเดินผิด
เธอขโมยของของธิชามา
ในตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองควรจะได้ใจมาก และควรจะดีใจมากถึงจะถูก
มาถึงตอนนี้ถึงจะเข้าใจ
สิ่งของของธิชา ไม่ได้แย่งชิงมาได้ง่ายๆ
ถึงแม้จะได้ครอบครองแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สุดท้าย… มันก็ยังเป็นของธิชาอยู่ดี
……
ญาณินมองดูเขาอย่างเฉยเมย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง “ไม่ว่าคุณจะไม่พอใจฉันยังไง ก่อนที่คุณจะได้หลักฐานว่าฉันเป็นคนทำ ฉันไม่มีทางยอมหย่าแน่นอน คุณกับฉันขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน และธิชากับฉัน… ยังไงก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี เรื่องในวันนี้ ก็ถือว่าฉันชดใช้ให้กับสิ่งที่ฉันติดหนี้เธอในอดีตก็แล้วกัน”
ธาวินหรี่ตามอง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เธอพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบ “แยกกันอยู่เถอะค่ะ ฉันจะพาปุยฝ้ายกลับตระกูลมงคลวัชรกุล การจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน ฉันคิดว่าคุณคงต้องใช้เวลามาก ฉันขอเตือนคุณไว้นะคะ สองปีมานี้ คนที่ไม่พอใจในตัวของธิชา มันคงเยอะมากกว่าที่คุณคิด คนที่อยากทำร้ายเธออีกมีจำนวนนับไม่ถ้วน ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรกับเธอ คุณควรจะมัดเธอไว้ให้แน่น แล้วมัดเธอไว้ข้างๆ ตัว ไม่ให้หนีไปไหน แบบนี้ถึงจะปลอดภัย”