รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 441 กำจัดธิชา
ความยโสโอหังของไพลิน ธิชาเห็นอย่างชัดเจน แต่ยังคงนิ่งเฉย
เธอดูไม่เหมือนคนปกติทีไร้การรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่คนปกติควรมี
ได้แต่จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง
เดิมทีไพลินมีอะไรอยากจะพูดอีกมากมาย
แต่เธอรู้ว่าเวลามีจำกัด
สิ่งที่เธอทำได้ คือเอายาเข็มนี้ฉีดเข้าไปให้เร็วที่สุด
ไพลินรีบเดินไปข้างกายธิชา
ครั้งนี้ธิชาเริ่มมีอาการตอบสนอง เธอลุกขึ้นเดินหนีไป
เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมให้ไพลินเข้าใกล้
ไพลินหรี่ตามอง ในใจยังคอยระมัดระวัง ไม่รู้ว่าธิชาตอนนี้อยู่ในสภาพแบบไหน ถ้าหากเธอกรีดร้องออกมา หรือวิ่งหนีออกไป อาจจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากขึ้น
ในใจของไพลินคิดหลายแผนการไว้
ถ้าหากธิชาวิ่งหนี หรือกรีดร้องออกมา เธอจะรีบซ่อนเข็มทันที
ยังไงซะธาวินก็ไม่อยู่ และไม่มีใครกล้าค้นร่างกายของเธอ
ธิชาไม่ได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้พวกเขาจะสงสัย แต่ก็ไม่มีทางหาหลักฐานเจอ
หัวใจของไพลินเต้นระรัว คิดว่าต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย จึงรีบแทงเข็มออกไปทันที
เธอจึงยกยิ้มเดินเข้าหาธิชา พยายามยิ้มให้อย่างไร้พิษภัย “ธิชา อย่าหลบสิ คุณหมอให้ฉันมาฉีดยาให้เธอ เธอเองก็รู้ใช่ไหมว่าตัวเองไม่สบาย ตั้งแต่เธอไม่สบาย มีหลายคนที่เป็นห่วงเธอมาก ดังนั้นเธอต้องรีบรักษาตัวเองให้หายป่วย ตั้งใจรักษา อย่ายอมแพ้เด็ดขาด… เด็กดี อย่าขยับนะ ห้ามดื้อ”
ไพลินเอื้อมมือออกไปบีบแขนของเธอไว้ พยายามดึงเสื้อผ้าของเธอออก
จะต้องฉีดเข็มยาที่แขน แต่เสื้อผ้าที่ธิชาใส่ค่อนข้างหนา อีกทั้งแขนเสื้อก็ดูไม่หลวมเท่าไหร่ คงต้องถอดเสื้อออกถึงจะได้
ไพลินพยายามถอดเสื้อของธิชา จึงทำให้ธิชาเริ่มต่อต้านอย่างรุนแรง
เธอพยายามดิ้นรนอย่างรุนแรง ไพลินรีบปิดปากของเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้ธิชาส่งเสียงร้อง
ในตอนแรกธิชารู้สึกมึนงงมาก
พอไพลินเริ่มใช้กำลังฉีกเสื้อของเธอ
สายตาของเธอก็เริ่มหวาดกลัว
ถึงแม้จะหวาดกลัว แต่ในเวลานี้ธิชาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้าน
อีกทั้งเธอยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าจะมีคนคิดจะทำร้ายเธอ
ธิชาจึงกะพริบตายืนดูนิ่งๆ
ดูไพลินฉีดของเหลวในเข็มเข้าไปในแขนของเธอ
ดวงตาของธิชาเบิกกว้าง แต่กลับไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ทันทีที่ไพลินทำสำเร็จ เธอก็รู้สึกสะใจมาก
แต่ไม่ถึงสองวินาทีต่อมา ในใจของเธอก็เริ่มเกิดความกังวลมากมาย
ธิชา…ก็แค่เป็นโรคซึมเศร้า
อาการของเธอดีบ้างไม่ดีบ้าง ถ้าผ่านไปสักพักอาการของเธอดีขึ้นมา แล้วบอกเรื่องที่เธอถูกบังคับฉีดยา จะทำยังไงดี?
ไพลินเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา จึงรีบเก็บของให้เรียบร้อย แล้ววิ่งออกไปโดยไม่สนใจธิชา
…………
ไพลินไม่มีเวลามาสนใจอาการของธิชา ได้แต่พยายามทำตัวปกติ
เธอไปที่บ้านใหญ่ก่อน โดยแสร้งเป็นมีธุระมาคุยกับญาณิน พอเห็นว่าญาณินกำลังทานอาหารเย็นอยู่ เธอจึงหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์
เธออยู่ในห้องน้ำทำการเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดอีกรอบ
ในเมื่ออี๊ฟกำลังคิดจะลงมือ แน่นอนว่าต้องวางแผนมาอย่างรอบคอบแล้ว
พอฉีดยาเข็มนั้นไปแล้ว ธิชาจะต้องบ้าแน่นอน
ถึงแม้จะไม่บ้า…ก็จะต้องสติฟั่นเฟือนอย่างรุนแรง
นั่นหมายความว่า หลังจากที่ยาออกฤทธิ์ อาการของธิชาจะต้องรุนแรงกว่าในตอนนี้เป็นอย่างมาก
ถ้าอยากให้เธอพูดเรื่องนี้ออกมา… ก็จะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตามคำกล่าวของญาณินเมื่อวานนี้
เป็นไปไม่ได้ที่ธิชาจะมีชีวิตอยู่ได้อยู่ดี
เหตุผลที่ต้องใช้ยานี้ ก็เพื่อฆ่าเธอให้ตาย
ผู้หญิงที่สติฟั่นเฟือน แน่นอนว่าต้องไม่เท่ากับตายไปเลย
แต่ไพลินยังคงไม่สบายใจ
เธอรู้สึกว่าถึงแม้ตนเองจะคิดเรื่องนี้ทั้งคืน แต่เธออุตส่าห์ค้นหายาที่ญาณินซ่อนไว้จนเจอ ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมา เธอก็สามารถหนีความผิดออกมาได้
ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเข็มนั้นเลย และไม่เคยเข้าใกล้ธิชาเป็นการส่วนตัว
แต่สิ่งเดียวที่เธอพลาดคือ…
เธอไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนถึงผลของยา
เธอแค่ได้ยินจากการสนทนากับญาณินเท่านั้นว่าญาณินแอบขอให้แพทย์ทำการทดสอบแล้ว
ถึงแม้ญาณินไม่ได้ตัดสินใจที่จะลงมือกับธิชา แค่แอบคิดไว้ในใจ ดังนั้นจึงไม่ได้เอายานั่นทิ้งไป
จากจุดนี้ ไพลินสามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบจากเรื่องนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นไอคิวและสมองของญาณิน ยังไม่เพียงพอให้เธอได้สนุกเลย และไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอด้วย
…………
ดังนั้นไพลินก็อดทนมาตลอด รอมาเกือบทั้งวัน จนกระทั่งช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น เธอยังคงไม่ได้รับข่าวใดๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าธิชาบ้าไปแล้วจากปากคนสนิทของเธอเลย
ไพลินเริ่มกังวล
บางทียานั่น…ฤทธิ์ยาจะไม่คงที่? หรือยาจะไม่ได้ผล?
ถ้าธิชาบอกว่าเธอเป็นคนทำ เธอจะไม่ตายอย่างอนาถหรอกเหรอ
ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ สิ่งเดียวที่เธอทำได้ตอนนี้คือหนีก่อนที่ธาวินจะกลับมา
แน่นอนว่าการหลบหนีเป็นทางเลือกสุดท้าย ไพลินจะไม่อยากยอมแพ้
ภายใต้ความลังเลสับสน เธอจึงรีบติดต่อไปหาอี๊ฟ
เธอถามอี๊ฟให้แน่ใจเกี่ยวกับฤทธิ์ของยา
จึงต้องบอกเล่าถึงสิ่งที่เธอทำเมื่อวานนี้ให้อีกฝ่ายได้ยิน
ไพลินพูดอย่างระมัดระวังตัว “ทางที่ดีเธอควรจะปิดปากให้มิด ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมา ฉันก็เป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดของเธอ แน่นอนว่าฉันต้องได้รับบทลงโทษที่รุนแรง และเธอ… ใครจะไปรู้ล่ะว่าดนัยกฤตจะสับเธอให้สุนัขกินหรือเปล่า”
อี๊ฟหยิบกาแฟขึ้นมา แล้วจิบดื่ม
รอยยิ้มของเธออ่อนโยนและสง่างาม ดูไม่เหมือนผู้หญิงที่โหดเหี้ยมดุร้ายเลย
“คุณไพลินเป็นคนทำเอง ทำไมถึงโยนความผิดมาให้ฉันแบบนี้ล่ะคะ”
ท่าทางที่เฉยเมยไม่ใส่ใจของอี๊ฟทำให้ไพลินเริ่มกระวนกระวายใจ
เธอมีท่าทีเรียบนิ่งอยู่ตลอด แต่คราวนี้เธอร้อนรนแล้วจริงๆ
เป็นเพราะเธอห่วงใยคุณชายของเธอมากเกินไป
และเธอก็คิดอะไรรอบคอบกว่าญาณินมาก
เพราะถ้าอาการของธิชาดีขึ้น เธอจะต้องทำให้คุณชายลุ่มหลงเธออีกแน่ๆ
เดิมทีคุณชายก็เคยตกหลุมรักเธอ อย่าว่าแต่จะจุดไฟแห่งความรักขึ้นมาอีกครั้ง
เหตุผลที่ญาณินไม่กลัว อาจเป็นเพราะเธอกับคุณชายมีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากันแล้ว และสถานการณ์ของตระกูลธนาภูวนัตถ์ถ์ในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะแตกหักกับตระกูลมงคลวัชรกุลแน่นอน
ญาณินอาจสูญเสียไปบางส่วนเพราะธิชา แต่ท้ายที่สุดเธอก็รักษาตำแหน่งของคุณนายธนาภูวนัตถ์ถ์อย่างมั่นคง อีกทั้งยังมีปุยฝ้ายแล้วด้วย
ไพ่ในมือของญาณินหนาแน่นมาก
ส่วนเธอ… ทุกสิ่งที่เธอมีล้วนแต่เป็นคุณชายที่ให้เธอมา
ถ้าธิชากลับมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้รับก็จะสูญหายไป
ธิชาไม่ได้อ่อนแออย่างที่เห็น
ถ้าเธอหายป่วย เธอจะแย่งชิงสิ่งที่คนอื่นมีเหมือนสัตว์ร้าย
ความโปรดปรานและความรักของคุณชาย รวมถึงอำนาจในมือของเธอ…
อีกทั้งญาณินยังไม่ใช่พวกที่ไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาด้วย
ถ้าหากในอนาคตเพื่อรักษาสถานะความสัมพันธ์ไว้แล้วเลือกที่จะรองรับธิชาจริงๆ
ถ้าอย่างนั้นการที่ธิชาจะเข้ามาแทนที่ไพลิน ก็ไม่ช้าก็เร็วแล้ว
ความคิดที่จะกำจัดธิชา เมื่อก่อนไพลินไม่เคยคิดมาก่อน
แต่ว่าหลังจากได้ยินสิ่งที่ญาณินพูดออกมาพวกนั้น
เธอพบว่าความคิดของเธอกับอี๊ฟไม่แตกต่างกันเลย
และเธอรู้ว่า ความกังวลของอี๊ฟนั้นถูกต้องทุกอย่าง
เพราะแบบนี้ถึงทำให้เธอร้อนใจ เธอรู้สึกว่าคุณชายอยู่ไกลถึงเมืองราถา เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการลงมือ ดังนั้นถึงทำแบบนี้
ไพลินบังคับจิตใจตัวเองให้สงบลง
เธอยิ้มเยาะ “อี๊ฟ เธอกับฉัน เดิมทีก็ยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ที่เธอพยายามหลอกล่อให้ญาณินสมรู้ร่วมคิดกับเธอ ก็เพราะไม่มีใครกล้าช่วยเธอลงมือทำหรือไง เรื่องที่เธอไม่กล้าทำเอง ฉันทำแทนเธอแล้ว เธอควรจะขอบคุณฉัน ไม่ใช่ตัดขาดความสัมพันธ์แบบนี้”
บนใบหน้าของอี๊ฟไม่มีรอยยิ้ม แต่เธอยกมุมปากขึ้น “ทำแทนฉัน อย่างนั้นเหรอคะ คุณไพลินคงไม่ใช่… ความทรงจำสับสนไปแล้วนะคะ”
ไพลินทนไม่ไหวเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา น้ำเสียงของเธอเคร่งเครียดและข่มขู่ “ที่ฉันมาในวันนี้ ก็เพื่อจะถามให้ชัดเจน ยาเป็นของเธอ ทำไมฉีดยาไปนานกว่าสิบสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นผลอะไรเลย ฉันไม่คิดจะทำอะไรเธอ แต่ถ้าเธอเอาเปรียบกันมากเกินไป อี๊ฟ เธอเชื่อหรือไม่ว่าฉันจะลากเธอให้ตายด้วยกัน”
อี๊ฟหัวเราะเสียงดังมากขึ้น เธอเอื้อมมือออกไป แล้วตบหลังมือของไพลินเบาๆ
จากนั้นก็ลุกขึ้นมาเทแชมเปญให้ไพลินหนึ่งแก้ว
เธอยื่นแก้วแชมเปญให้ไพลิน
เธอยกยิ้มแล้วพูดว่า “คุณไพลิน ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ทำไมคุณต้องโกรธด้วยล่ะ คุณต้องเข้าใจนะคะ ถ้ากำจัดธิชาได้อย่างราบรื่น สำหรับทั้งคุณและฉัน ก็เป็นเรื่องดี ในวันที่ดีแบบนี้ ทำไมคุณถึงอารมณ์เสียคะ”
จากนั้นไพลินถึงได้ระงับอารมณ์ และเอื้อมมือไปหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมา
อี๊ฟยกแก้วของเธอขึ้นมา “ไม่ต้องห่วงค่ะ ยานั่น เป็นยาที่ฤทธิ์แรง ฤทธิ์แรงมาก ธิชาไม่มีทางหายดีได้ คุณไม่ต้องกังวลว่าเธอจะเปิดเผยว่าคุณเป็นคนทำ เพราะว่า… เธอจะไม่มีวันหายดีกลับไปเป็นปกติได้อีกแล้ว จากนี้ไป ถ้าเธอไม่เป็นคนบ้า ก็ปัญญาอ่อน หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างเลยก็ได้”
ไพลินแอบกำหมัดแน่น “เธอ… เธอแน่ใจนะ?”