รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 438 ถ้าวันนี้ฉัน ไม่ยอมปล่อยเธอไป
แววตาแน่วแน่ของธิชาค่อยๆอ่อนลง
แววตาของเธอเต็มไปด้วยหวาดกลัว
ท่าทีของดนัยกฤตนั้นไม่ได้ทำให้เธอแปลกใจเท่าไหร่
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจนั้น
คือทำไมมาจนถึงตอนนี้แล้ว เขายังอยากจะใช้ดวงใจมาข่มขู่เธอ
……
ธิชายับยั้งอารมณ์ของตัวเองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ขนาดแววตาเองก็ยังกลับมาไม่แยแส
โดยที่ไม่สนใจแล้วว่าดนัยกฤตจะขู่อะไรเธออีก
ถึงอย่างไร เขาเองก็ไม่มีทางคืนดวงใจอยู่แล้ว
ส่วนเขาจะพูดอะไร อันที่จริงมันไม่สำคัญแล้วล่ะ
ธิชาหันหลังอยากจะเดินจากไป
ดนัยกฤตกลับหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะถามเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ทั้งที่เธออยากเจอดวงใจมากแท้ๆ เธอจะต้องอยากใช้ชีวิตไปอยู่ด้วยกันกับลูกแน่ๆ เด็กมันโตเร็วมากเลยนะ ผ่านไปเพียงไม่นาน ลูกอาจจะคลานได้แล้ว ถ้าเธอกับธาวินใช้ชีวิตด้วยกัน ไม่มีทางมีความสุขได้หรอก ถึงแม้จะมีความสุขช่วงหนึ่ง แต่ก็คงไม่นาน เธอมองให้มันไกลกว่านี้ดีกว่าไหม……”
ดนัยกฤตในตอนนั้น ในสายตาของธิชา มันเหมือนมีสัตว์ประหลาดที่สติไม่สมประกอบ
ในใจของเธอโกรธไม่เบา แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตลก
พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอคิดว่าใช้การกระทำแสดงความน่าหงุดหงิดรำคาญใจของตัวเองออกมาคงจะดีกว่า
ธิชายิ้มอย่างเย็นชา และยกเท้ามาเหยียบบนรองเท้าของเขา
เหยียบลงไปอย่างเต็มแรง
เธอเม้นปาก ก่อนจะกวาดตามองเขาด้วยใบหน้าไม่ไหวติง “ไสหัวไปให้พ้น”
ดนัยกฤตไม่ได้หลบเลย
สายตากลับมีแววตาของความซับซ้อนอยู่ภายในนั้นไม่น้อยเลย
“ฉันแต่พูดไม่กี่คำเท่านั้นเอง คุณก็อยากจะออกจากที่นี่จนทนไม่ไหวแล้วเหรอ?”
ธิชายังเชิดหน้าตามเดิม ก่อนที่มุมปากจะกระตุกขึ้นมา
“ฉันยิ่งคุยกับคุณก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ จะให้มาฟังเหตุผลงี่เง่าอะไรของคุณก็เหมือนกัน ดังนั้น คุณดนัยกฤต คุณกรุณาหลีกทางให้หน่อย”
สีหน้าของดนัยกฤตกลับค่อยๆ เปลี่ยนจากความเย็นชามาเป็นความหยอกเล่นขึ้นมา
ธิชายังคุ้นเคยกับเขาเหมือนเคย……
เธอชินกับแววตาแบบนี้ของดนัยกฤตมากจริงๆ
เธอถึงขนาดหนาวสั่นไปถึงด้านหลังมือ
ทั้งตัวของธิชานั้นเกร็งเป็นอย่างมาก พยายามอยากจะหาโอกาสหนีออกไปตลอดเวลา
แต่ดนัยกฤตกลับยิ่งใช้กำลังกดเธอลงกับประตู
เขาใช้มือข้างหนึ่ง กุมใบหน้าของธิชาเอาไว้
“ถ้าวันนี้ฉัน……ดันไม่ปล่อยเธอไป แล้วเธอจะทำอะไรได้?”
ธิชาถึงกับขี้ขลาดขึ้นมา
เธอนั้นทำอะไรไม่ได้จริงๆ
แรงของชายหญิงนั้นมันต่างกันมากจริงๆ
เธอจะใช้ไม้แข็งไม่ได้
ธิชาเลยได้แต่หลุบตาลง เพื่อให้ตัวเองดูนิ่งขึ้นบ้าง
แต่ดนัยกฤตกลับหรี่ตาลง ก่อนจะโน้มตัวลงมาทันที——
เรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหันไปสักหน่อย
ภายในเวลาเพียงไม่ถึงวินาที
กรามของธิชาก็ถูกเขาบีบแน่น
จากนั้นก็ถูกปิดปาก
เธอพยายามดิ้นเพื่อขัดขืน
แต่ขาทั้งสองข้างกลับถูกเขาหนีบติดกับประตู——
เธอเริ่มรู้ตัวเข้าใจว่าทำไมดนัยกฤตถึงลากเธอเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่ว่างเปล่าห้องหนึ่ง
ถ้าเกิดพูดเพียงไม่กี่ประโยค ตอนที่อยู่ที่ประตูลิฟต์ก็คงจะไม่ได้เจอใครมากมาย
เขานั้นสามารถพูดให้เข้าใจได้ด้วยไม่กี่ประโยคอย่างเรียบง่าย
รวมถึงในเวลานี้ที่เธอถูกกดอยู่ที่ประตู……
ในสถานการณ์แบบนี้ ประตูมันเหมือนแผ่นเขียงอันหนึ่ง
แต่เธอนั้นเหมือนปลาตัวน้อยไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้
ที่ถูกพันธนาการเข้ากับเขียงอันนี้ทั้งเป็น
ธิชาใช้แรงมากมายเพื่อขัดขืน
เธอไม่ได้ยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย
แต่ราวกับว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย……
ดนัยกฤตยังใช้กำลังจูบเธออย่างบ้าคลั่ง
เธอถึงกับค่อยๆรู้สึกหายใจไม่ทัน
เขาเหมือนกำลังจะกลืนกินเธอลงไป
ธิชารู้สึกได้ถึงความเกลียดจากกำลังและลมหายใจของเขา
แต่คนที่ควรจะเกลียดจริงๆ ……คือเธอไม่ใช่เหรอ?
ดนัยกฤตมีสิทธิ์อะไรมาเกลียดเธอ
เธอต่างหากที่ใช้เวลาทั้งชีวิตเกลียดชังเขา……
ธิชารู้ว่ากำลังของตัวเองมันน้อยมากเกินไป
ค่อยๆรู้สึกเศร้าใจ
เธอรังเกียจเขาขนาดนั้น
แต่กลับยังปล่อยให้ตัวเองถูกเขารังแก
หลังจากที่เธอก็สามารถกลับมาหายใจแบบปกติได้อย่างกะทันหัน
ก็อยากร้องไห้ออกมา
แต่เธอยังไม่ทันจะร้องไห้ออกมา
ชายหนุ่มยื่นมือออกมากระชากคอเสื้อของเธอด้วยความรุนแรง
ธิชาร้องโอดครวญออกมา จากนั้นก็ถูกเขากระชากเปิดคอเสื้อแล้วจูบลงมา——
เธออยู่ท่ามกลางความกลัวสุดขีด ก่อนจะยื่นมือไปจับเขาอย่างหมดหนทาง
แต่จับได้เพียงสักพัก ข้อมือก็ถูกเขาใช้มือพันธนาการ และกดลงไปที่บนหัวอย่างแน่นหนา
ธิชายิ่งรู้เข้าไปใหญ่ว่าดนัยกฤตอยากจะทำอะไรกับเธอ
ความน่าตกใจกลัวและความสิ้นหวังแบบนี้มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในหัวของเธอ
จู่ๆก็หยุดความคิด
ก่อนจะล่องลอยไป
สมองของเธอเหมือนหยุดทำงาน
จู่ๆก็กลับไปที่ภาพหลายเดือนก่อนหน้านี้……
นั่นเป็นความร้อนแรงครั้งสุดท้ายของเธอกับดนัยกฤต ในความทรงจำของเธอ
นั่นน่าจะเป็นความเจ็บปวด ที่เธอไม่มีวันคิดไกลเกินเหตุได้
ธิชาขยับแขนขาไม่ได้เลยในตอนนี้
สถานการณ์ตอนนี้กับในวันนั้น……มันเหมือนอย่างน่าประหลาดใจ
วันนั้น……เธอก็ถูกดนัยกฤตมัดเอาไว้ตรงเก้าอี้ตัวหนึ่ง
เมื่อได้ผ่านความอัปยศในฝันร้าย
ความจนปัญญาที่ไม่อาจดิ้นรนได้ มันไม่ได้ต่างกับตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
ธิชาอ้าปากขึ้น เหมือนอยากจะขอความช่วยเหลือ
แต่ว่าเธอกลับไม่พูดอะไรออกมาเลย
ที่นี่คือโรงพยาบาล……
จะมีคนมาช่วยเธอได้จริงๆ เหรอ?
แม้จะช่วยเธอ
จะช่วยบรรเทาความขมขื่นของเธอได้เหรอ?
บางทีอาจจะ……เหมือนกับครั้งก่อน
มันไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ด้วยซ้ำ
แต่คนที่เข้ามานั้น
ทำได้เพียงจ้องมองเธอโดนดูถูกเหยียดหยาม
ธิชาไม่อยากถูกผู้คนมุงดูอีกแล้ว
เธอทำได้เพียงเบิกตากว้าง มองดูเพดาน
แล้วหวังว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปเร็วสักหน่อย
…………
แต่หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ๆ
แขนขาของธิชากลับถูกปล่อยออกอีกครั้ง
เธอยังดึงสติกลับมาในภวังค์ไม่ได้ และภาพตรงหน้ายังคงเป็นทุกอย่างที่เธอเห็นในวันนั้น
มันเหมือนกับฝันร้ายจริงๆ……
แต่จากนั้นเธอก็คิดว่ามันคือเรื่องจริง
ก็เหมือนกับว่า เหมือนกับว่าเธอทนต่อทุกอย่างในฝันนั้น
ธิชาไม่ยอมที่จะเชื่อว่านั้นเป็นเรื่องจริง
ในแววตาของดนัยกฤตนั้นลุกเป็นไฟ หายใจแรงเป็นอย่างมาก
แต่ว่าแรงที่มือของเขานั้นคลายลงแล้ว
ธิชากลับลืมที่จะดิ้นรน มีเพียงแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนอยู่ที่ไกล
การหายใจเร็วแรงของเขานั้นใช้เวลาสักพักก่อนจะสงบลง
แต่เป็นใบหน้าที่ซีดเซียวโดยไม่มีสีเลือดของธิชาเลยนั้น กลับทำให้เขาตกใจ
ดนัยกฤตเลยช่วยติดกระดุมให้กับเธอดีๆด้วยการกระทำที่ลุกลน
ก็จัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยินของเธออย่างร้อนตัว
“ธิชา……”
เขาเรียกเธอเสียงต่ำ
แววตาของธิชานั้นถึงจะค่อยๆกลับมามองใบหน้าของเขา
ดูเหมือนเด็กน้อยที่ได้รับบาดเจ็บมากมาย
เธอมีดวงตาแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตาหยดออกมาเลยแม้แต่น้อย
ดนัยกฤตเม้มปาก ก่อนจะพูดออกมาเชื่องช้า “ขอโทษ……ฉันยับยั้งตัวเองไม่ได้”
เขายังไม่ทันพูดจบ
ธิชากลับรีบใช้มือจับคอเสื้อของตัวเองแน่น
มือทั้งสองข้างของเธอสั่น ก่อนจะจับแน่น เหมือนกับจะทำให้เสื้อผ้าเป็นรู
ดนัยกฤตมองเธอด้วยความไม่รู้จะทำอย่างไร พลางอยากจะยื่นมือไปลูบผมของเธอ “ฉันทำให้เธอตกใจแล้วใช่ไหม……ธิชา ขอโทษด้วยนะ ฉันส่งเธอกลับไปดีไหม เดี๋ยวฉันจะส่งเธอลงไปก่อนนะ”
ธิชาสะบัดมือของเขาออก ในแรงนั้นมีความดื้อดึงไม่น้อยเลย
เธอไม่ยอมเดินไปทางลิฟต์
แต่กลับหาบันไดด้วยความดื้อดัน
เดินลงไปทีละก้าว
ดนัยกฤตเดินตามด้านหลังของเธอ
ไม่กล้าทิ้งเธอ แต่ก็ไม่กล้าเข้ามาห้ามปราม
เขานั้นวู่วามมากเกินไปจริงๆ ……
ธิชายังเป็นผู้ป่วยอยู่
เธอไม่สามารถรับความกระทบกระเทือนได้
เขาไม่ควรไปทำอะไรที่กระทบกระเทือนเธอจริงๆ
ในสองนาทีที่ลงไปข้างล่างนั้น
ดนัยกฤตรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
แต่ว่าก็ต้องรู้ว่า……ทุกวันนี้แค่เขาอยากจะเจอหน้าธิชายังยากลำบากเลย
เขาไม่มีโอกาสเจอเธอเลยด้วยซ้ำ
ตอนที่แยกจากกันสองเดือนนั้น
เขาได้เจอเธอแค่สองครั้งเอง
ครั้งแรกคือในห้องสอบสวนที่คณะกรรมการต่อต้านการทุจริต
ส่วนอีกครั้งคือโรงพยาบาลเรือนจำ
เขาไม่รู้ว่าหลังจากที่ปล่อยธิชาไปในครั้งนี้แล้ว
ครั้งหน้าจะได้เจอเธออีกทีเมื่อไหร่
เขาไม่รู้จริงๆว่าตัวเองต้องทำอย่างไรถึงจะได้เจอธิชาอีก……
……
หลังจากที่ดนัยกฤตมองธิชาขึ้นรถไปตาปริบๆ ถึงจะหันหลังเดินจากไป
ธิชาอยู่บนรถยังคงตื่นตระหนกอยู่
นอกจากคนขับรถที่อยู่บนรถแล้ว ก็ยังมีเกล้าแก้วที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วย
เมื่อเกล้าแก้วเห็นสีหน้าเธอซีดเซียว ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา “เป็นอะไรไป ธิชา คุณเจอแม่คุณแล้วหรือยัง?”
สักพักใหญ่ๆ ธิชาถึงได้ดึงสติกลับมา เธอพยักหน้าลงด้วยความฝืนใจ
เกล้าแก้วไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คิดว่าเธอกับณิชานาฎนั้นคุยกันไม่ราบรื่น เลยเกิดปัญหาเล็กน้อยขึ้นมา ดังนั้นสีหน้าเลยแย่ขนาดนั้น
เธอถอนหายใจอย่างไร้เสียง ก่อนจะยื่นมือออกมาจัดผมให้ธิชา “ไม่เป็นไร ธิชา ถ้าคุณไม่ชอบ จากนี้ก็ไม่ต้องเจอเธอแล้ว”
ธิชาคิดว่า หลายปีสุดท้ายนี้ของณิชานาฎ เหมือนจะต้องใช้ชีวิตที่โรงพยาบาลเรือนจำแล้ว
เธอช่วยดนัยกฤตแล้วจริงๆ
ตัวเธอเองก็ติดร่างแห่ไปด้วย
ความผิดที่ร้ายแรงขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นพยานที่เปื้อนมลทิน ก็ไม่สามารถหลีกหนีอะไรได้แล้ว
……
หลังจากที่ธิชาได้เจอณิชานาฎแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
แต่เรื่องที่เธอผ่านมานั้นมันมีมากเกินไป เลยรับอะไรมากไม่ได้แล้ว กลับไปไม่นานเท่าไหร่ก็มีไข้ขึ้นสูงแล้ว