รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 434 สาวสวยมองได้แต่ครอบครองไม่ได้
ในความทรงจำของธิชานั้น เธอไม่เคยได้เห็นธเนษฐใส่ชุดทหารเลย
บางทีอาจจะเคยได้เห็น แต่ว่าไม่ได้สำคัญสำหรับเธอ ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ในความทรงจำ
แต่ว่าในวินาทีนี้ ตอนที่เธอได้เห็นกับตาของตัวเอง ในใจก็มีความสะเทือนใจเล็กน้อย
ธเนษฐที่ใส่ชุดนี้ มันแปลกตาสำหรับเธอมาก
นอกจากนี้ยังมีความกดดันเป็นอย่างมากด้วย
ในตอนนี้เขาน่าเกรงขามสูงส่ง ไร้ที่ติ แต่เธอนั้นเหมือนถูกกัก ขาดอิสรภาพไป
ในใจของธิชานั้นมีความย้อนแย้งและความกลัวเป็นอย่างมาก
แต่ว่าความกลัวในส่วนนี้ และไม่ได้หนักเหมือนตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับดนัยกฤต
เธอหลบตา ธเนษฐกลับเดินตรงไปเผชิญหน้ากับเธอด้วยใบหน้านิ่ง
เขานั่งยองลง ดูเหมือนจะมีความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่ในเสียง
“คุณไม่ได้ตกลงกับข้อตกลงของเขาใช่ไหม?”
ธิชาอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “คุณคิดว่าฉันจะตอบตกลงเหรอ?”
ธเนษฐขมวดคิ้วแน่น แววตาก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด
ราวกับว่าเขากำลังพยายามรวบรวมคำพูดอยู่ ไม่รู้ว่าควรจะโน้มน้าวผู้หญิงที่ยังคงดื้อดึงตรงหน้านี้อย่างไร
“ธิชา คุณไม่อยากได้ดวงใจแล้วเหรอ? ครั้งนี้ ตราบใดที่คุณฟังพี่ใหญ่ ทำตามที่เขาพูด ดวงใจก็จะกลับมาอยู่ข้างกายคุณได้โดยเร็วแล้ว คุณ……คุณอยากได้ดวงใจกลับมามากที่สุดไม่ใช่เหรอ?”
ธิชากลับค่อยๆหลับตาลง
พอตอนที่ลืมตาขึ้นมา ในตาก็มีแต่ความเหยียดหยาม “นั่นสิ……พวกคุณต่างรู้กันดีว่าฉันเครียดเรื่องของดวงใจมากที่สุด ดวงใจเป็นคนที่ฉันใช้ครึ่งชีวิตในการแลกมา แต่จนวันนี้ฉันกลับไม่เคยได้เจอเธอเลย……ดนัยกฤตแย่งลูกสาวฉันไป ไม่ใช่เพื่อรอวันนี้เหรอ? ฉันคิดได้ทุกอย่างแล้วว่า เขาจะเอาลูกสาวฉันไปทำอะไร……หญิงข้างกายเขาเหล่านั้น ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมีลูกให้เขาได้มากมาย เป้าหมายเดียวที่เขาเก็บดวงใจเอาไว้ ก็เพื่อเอาไว้ขู่ฉันเท่านั้นแหละ”
ธเนษฐกลับยื่นมือออกมาอย่างกะทันหัน และจับใบหน้าของเธอ
“ธิชา อย่าทำแบบนี้เลย คุณอย่าประชดกันได้ไหม? ตอนนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่คุณจะเอาดวงใจกลับมา ยิ่งไปกว่านั้น……ยิ่งไปกว่านั้นจากการปรับใช้ในตอนนี้ของพวกเรา ไม่ว่าคุณจะยินดีขึ้นศาลหรือไม่ เรื่องการลงโทษของพสิษฐ์จะช้าหรือเร็ว ก็ต่างกันแค่ก่อนวันหนึ่งหรือช้าไปวันหนึ่ง”
ธิชากลับพลิกมือกดข้อมือของเขาเอาไว้ ก่อนจะใช้แรงแยกนิ้วของเขาออก
“ฉันไม่ได้ประชด ฉันแค่รู้ว่าพสิษฐ์นั้นไม่ได้ทำเรื่องพวกนั้น ถ้าเขาทำไปจริงๆ ทำไมพวกคุณจะต้องพยายามอย่างมากเพื่อใส่ร้ายเขาด้วย? ฉันรู้ว่าพวกคุณมีความคิดอย่างไร ฉันก็รู้ว่าพวกคุณอยากบรรลุผลอย่างไร ฉันไม่สนหรอกว่าคุณจะได้ในสิ่งที่พวกคุณต้องการหรือเปล่า ก็ไม่สนใจด้วยว่าพวกคุณจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน สรุปแล้ว ฉันไม่มีทางช่วยพวกคุณ แม้แต่นิดเดียว ก็ไม่มีทาง ยิ่งพวกคุณเอาดวงใจมาข่มขู่ฉัน ฉันก็ไม่มีทางยอม”
เสียงของธเนษฐใจร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ “ธิชา ฉันไม่ได้ข่มขู่หรือบังคับคุณ ฉันกำลังช่วยคุณนะ ฉันไม่อยากให้คุณเสียใจกับการเลือกของตัวเอง แม้คุณจะไม่ยอมทำตาม พสิษฐ์อุปสรรคนี้ ลิขิตว่าผ่านไปไม่ได้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงฉันก็ไม่พูดมากกับคุณแล้ว ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้มันซับซ้อนเป็นอย่างมาก พูดอะไรกับคุณมากไปก็ไม่เข้าใจ ฉันแค่หวังว่าคุณจะมีความสุข……ธิชา คุณอ่อนข้อลงหน่อยได้ไหม คุณยอมอ่อนข้อให้พี่ใหญ่ได้ไหม? ความคิดของพี่ใหญ่นั้นมันเปลี่ยนได้ตลอด ฉันไม่เคยคาดเดาได้ว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดไปอย่างไร ตอนนี้เขาคิดจะเอาดวงใจคืนให้คุณ นี่มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุด คุณควรจะรู้ว่า วันนี้คนที่เกี่ยวพันกับดวงใจนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คุณกับพี่ใหญ่ แต่มีวรรจชนกด้วย วรรจชนกไม่ใช่คนที่จะคบกันได้ง่ายๆ ฉันถึงกับไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ ตอนนี้อะไรก็ยังไม่แน่นอน การเอาลูกสาวกลับมาอยู่ข้างกายคุณได้ มันปลอดภัยมากที่สุดแล้ว หลักการของหนทางนั้นยากเย็นและยาวไกล เรื่องยังยืดเยื้อออกไปต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่ดีเกิดขึ้นคุณไม่เข้าใจเหรอ?!”
หลักการของหนทางนั้นยากเย็นและยาวไกล เรื่องยังยืดเยื้อออกไปต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่ดีเกิดขึ้น
ธิชาจะไม่เข้าใจได้ยังไง?
เธอต้องเข้าใจอยู่แล้วล่ะ
เธออยากจะเอาดวงใจกลับมาอยู่กับตัวเองให้เร็วที่สุดมากกว่าใครๆ
แต่ว่าเรื่องฝืนใจ เธอคงจะไม่มีทางทำแน่นอน
ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเธอช่วยดนัยกฤตเท่าไหร่ เธอก็จะปวดใจมากขึ้นเท่านั้น
ธิชาใช้หลังมือปาดดวงตาที่เปียกปอนของตัวเอง
แววตานั้นมีความแน่วแน่มากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณไม่จำเป็นต้องพูดมาก ฉันไม่มีทางช่วยพวกคุณใส่ร้ายพสิษฐ์หรอก แม้ฉันจะไม่เข้าใจเรื่องใหญ่ของบ้าเมืองเท่าไหร่ แล้วก็ไม่เข้าใจเรื่องกลยุทธ์ทางการเมือง แต่ฉันรู้ว่า……คนถ้าหากใช้วิธีเลวร้ายมากมายเพื่อบรรลุเป้าหมาย ทำร้ายคนอื่นมากมาย จะช้าหรือเร็วแผนการก็สามารถพังทลายได้ หลักการเรื่องราวเปลี่ยนแปลงรุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอนคนธรรมดาก็เข้าใจดี คุณกับดนัยกฤตภูมิใจไปได้ชั่วขณะ แต่มันอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก”
สีหน้าของธเนษฐนั้นนิ่งไปนาน
อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกังวลและความสับสนนั้นมันอยู่บนใบหน้าของเขาตลอดเวลา
แต่ว่าในที่สุดเขาก็ยอมแพ้
ยอมแพ้การโน้มน้าวผู้หญิงคนนี้ต่อไปแล้ว
เพราะเขารู้ว่าโน้มน้าวอะไรธิชาไม่ได้
ธิชาก็รู้สึกได้ว่าเขาค่อยๆ เก็บอารมณ์ไว้
เหมือนกับว่าจะสงบลงแล้ว
เธอหน้านิ่ง พูดเสียงต่ำว่า “ถ้าหัวหน้าธเนษฐไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ก็อย่ามารบกวนเวลาพักผ่อนฉัน”
แววตาของธเนษฐชะงักไป ก่อนจะรีบยกมือขึ้นมา ลูบใบหน้าของเธอ
ธิชายังคงไม่ได้แต่งหน้าเหมือนเดิม คิ้วก็คมชัดทุกเส้น
คิ้วของเธอนั้นมันสวยงามมาก มีเสน่ห์ความสวยงามตามแบบสาวสวยโบราณ
ธเนษฐรู้ว่าความคิดของตัวเองนั้นมันถูกสกัดไม่ให้เจริญงอกงามอยู่ในดินทั้งเป็นตั้งนานแล้ว
แต่สัมผัสเธอในระยะใกล้ขนาดนี้
หัวใจก็ยังเต้นอย่างรุนแรง
เขาคิดการใหญ่
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีอะไรที่สามารถทำให้ใจตื่นตระหนกไปได้มากกว่าความทะเยอทะยานของตัวเองอีกแล้ว
มีเพียงธิชาคนเดียวเท่านั้น
หลังจากที่รู้จักธิชา เขาก็เพิ่งรู้ว่าหัวใจเต้นแรงมันเป็นอย่างไร
แต่น่าเสียดาย ที่สุดท้ายก็ได้แต่มองแต่ครอบครองไม่ได้
ก่อนที่ธเนษฐจะลุกเดินจากไป
ก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบา “ในวันนี้ ยังสบายดีใช่ไหม? ธาวิน ธาวินดีกับคุณไหม?”
ธิชาเม้มปาก เพราะไม่อยากจะตอบเท่าไหร่
แต่เธอคิดว่ามันตลกดี
ธเนษฐดูเหมือนจะไม่ได้โหดร้ายมากอย่างดนัยกฤต
แต่เบื้องลึกนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับดนัยกฤต
ถ้าตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจอยากจะทำผิด
จะฉวยโอกาสตอนที่เธอเมามามีอะไรกับเธอได้ยังไง
ถ้าไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น
ตอนที่เธอเผชิญหน้ากับดนัยกฤต คงจะมั่นใจเป็นอย่างมาก
เธอพูดด้วยความแดกดัน “แม้ฉันจะป่วยบ่อย แต่ยังดีที่ได้กลับไปที่บ้านของตัวเอง มีครอบครัวอยู่ด้วย ธาวินจะไม่ดีแค่ไหน แต่ก็เป็นพี่ชายฉัน คุณเองก็มีพี่ชาย คุณน่าจะรู้ไม่ว่าพี่จะเป็นอย่างไร……ก็ไม่มีทางทำร้ายตัวเองถึงชีวิต ถ้าพวกคุณไม่มีทลายชีวิตสงบสุขของฉัน คืนนี้ฉันคงจะหลับได้สบายเลยล่ะ”
ธเนษฐเงียบอยู่นาน
“ฉันรู้ว่าในใจของคุณเห็นธาวินดีเป็นอย่างมาก แต่ว่าคุณเองก็น่าจะรู้ว่า คนข้างกายของธาวินนั้น……ตระกูลธนาภูวนัตถ์ไม่ได้เป็นเหมือนตอนที่คุณแยกจากมาแล้ว ตอนนี้ธาวินมีภรรยาแล้ว สุดท้ายฐานะของคุณ……ฉันไม่ได้บอกว่าคุณมีอะไรที่ไม่เหมาะสม ฉันคิดว่าคุณจะต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลา ต้องระแวดระวังคนรอบข้าง สภาพแวดล้อมของตระกูลธนาภูวนัตถ์นั้นบางทีมันก็ซับซ้อนกว่าที่คุณจินตนาการ แล้วหวังคุณจะดูแลตัวเองให้ดี”
…………
ตอนที่ธิชาถูกปล่อยออกมานั้น
ธาวินรู้เป็นคนสุดท้ายที่รับได้รายงาน
มีคนคุ้มกันอยู่ แต่ว่าไม่เคยได้รับคำสั่งเลยว่าธิชาจะถูกปล่อยออกมาชั่วข้ามคืน
เพราะตอนที่ได้เจอเธอ ก็ต้องตกใจไป
บอดี้การ์ดเห็นธิชาแต่งตัวบางมาก เลยเอาเสื้อคลุมคลุมให้เธอ
ก่อนจะพูดออกมาด้วยความตึงเครียด “คุณหนู คุณชายเฝ้ารออยู่ที่นี่มานานแล้ว คุยไปหลายครั้งหลายคราว พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยคนออกมา บอกว่าจะรอเจ็ดสิบสองชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะออกไปเอง คราวนี้จะให้ผมบอกคุณชายไหม……”
ธิชาสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ช่างเถอะ กลับไปก่อนเถอะ”
หลังจากที่ธิชาขึ้นรถไปแล้วก็โทรหาธาวิน ธาวินเลยทั้งโกรธทั้งโมโห และในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
เธอพยายามปลอบโยนไม่กี่ประประโยค แล้วบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร
หลังจากกลับมาที่บ้านธนาภูวนัตถ์แล้ว
ธาวินเองก็ไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นแล้ว กอดเธอเข้าในอ้อมกอดในทันที
กอดแน่นเป็นอย่างมาก
เขามีชีวิตมายี่สิบเก้าปีแล้ว
ยี่สิบแปดปีก่อนหน้านี้
ก็คิดว่าตัวเองนั้นยโสโอหังอย่างยิ่ง
และไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อนเลย
แต่ช่วงนี้ได้เจอเรื่องที่ไร้หนทางมากมายในชีวิต มีความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ว่าเขามีกำลังที่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดี จึงรู้ว่าตัวเองนั้นมีความสามารถในการต่อกร
และก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นไร้ความสามารถ
แต่ทว่าครั้งนี้
ตอนที่เขาเป็นห่วงธิชาแต่กลับไม่สามารถช่วยเธอออกมาได้ในทันที
มันทำให้รู้ได้ถึงความไร้ความสามารถของตัวเอง
บางทีโลกมันก็เป็นแบบนี้ จะมีอำนาจและทรัพย์สินมากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถได้สิ่งที่ตัวเองต้องการได้ทั้งหมด
ขนาดคนที่สำคัญที่สุดของตัวเอง ยังปกป้องเอาไว้ไม่ได้เลย
ธิชารู้สึกได้ถึงความวิตกและทุกข์ทรมานของเขา
เลยทำได้เพียงคุมตัวเอง แล้วปลอบเขาเสียงเบา “พี่ชาย ฉันไม่เป็นไร”
ธาวินอุ้มเธอขึ้นมา และเดินขึ้นไปชั้นบน
ธิชาถูกเขาอุ้มกลับเข้าห้องไป ความอบอุ่นในห้องนี้ ยังมีกลิ่นเครื่องหอมที่เธอใช้เพื่อให้ตัวเองสงบสติมาตลอด ในใจของเธอเลยนิ่งขึ้นมาก