รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 433 พรุ่งนี้กลับไป ดูแลให้ดีด้วย
“พวกเขาจะให้ข้อมูลบางอย่างกับเธอ หลังจากที่เธอเห็นแล้ว ก็จะเข้าใจว่าเธอควรทำอะไร อันที่จริงมันง่ายมาก ขอเพียงแค่เธอยอมรับผิดไปตามน้ำ จากนั้นก็เซ็นเอกสาร แล้วมาเป็นพยานในศาล จากนั้น……”
เขายังพูดไม่ทันจบ ธิชาก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง——
ธิชาเบิกตากว้าง
สีหน้าของเธอทั้งซีดเซียวทั้งไม่พอใจ
เหมือนกับเห็นผีเลยล่ะ
เสียงร้องของเธอนั้นมันเสียดหูเป็นอย่างมาก
ดนัยกฤตนั้นไม่รู้ว่าตกใจหรือว่าเป็นอะไร
หยุดพูดไปในทันที
แววตาก็มองเธอด้วยความสับสน
ดวงตาของธิชานั้นเหมือนจะแดงก่ำขึ้นมา
เธอจ้องดนัยกฤต จู่ๆก็กรีดร้องเสียงแหลมขึ้นมาอีกครั้ง
ครั้งนี้ในที่สุดเขาก็ขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็พูดห้าม“ธิชา เธอต้องใจเย็นนะ เธอเองก็รู้อาการตอนนี้ของตัวเองดี อารมณ์ที่ตื่นตระหนกมากเกินไปมันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเธอได้นะ ตอนนี้ฉันไม่ได้บังคับเธอ ฉันแค่กำลังปรึกษากับเธอ เธอใจเย็นหน่อยแล้วฟังฉันพูดจบก่อนได้ไหม?”
ธิชากลับเหมือนถูกของร้อนลวกขึ้นมา
จู่ๆ ก็สั่นไปทั้งตัว
“คุณ……จะให้ฉันใส่ร้ายพสิษฐ์ คุณจะให้ฉันเป็นพยานปลอมเพื่อใส่ร้ายพ่อของตัวฉันเองงั้นเหรอ?! ดนัยกฤต คุณป่วยหรือเปล่า? คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ คุณคิดว่าฉันจะตอบตกลงไหม? ดนัยกฤต คุณคิดว่าฉันจะตกลงกับคุณจริงเหรอ?!”
การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ของธิชานั้น เหมือนจะไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มตื่นตัวมากขึ้นเท่าไหร่
ดนัยกฤตดูเหมือนจะยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยน
เขาพูดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนไป “นี่เป็นเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ฉันไม่สามารถช่วยเธอตอบอะไรได้ แต่จากที่ฉันดูนั้น เธอควรจะตอบตกลง”
“เห็นได้ชัดเลยว่า ดวงใจนั้นสำคัญกับเธอมาก หล่อนเป็นลูกสาวของเธอ หลังจากที่เธอจากฉันไป สติก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ต้องใช้เวลาในการทำให้สงบลงได้ ดวงใจสำหรับเธอนั้น เป็นเหมือนยาที่รักษาเธอได้ แต่ให้หล่อนอยู่กับวรรจชนก แล้วถูกวรรจชนกเลี้ยงจนโตเหมือนลูกสาว ไม่ว่าจะเลี้ยงได้ดีหรือไม่ เธอก็ไม่มีทางเชื่อมั่นวรรจชนก แต่ครั้งนี้ ฉันให้โอกาสที่ดีที่สุดกับเธอ ให้เธอได้เอาดวงใจกลับมา แล้วก็เลี้ยงดีๆ ตอนนี้เธอไม่ขาดอะไรเลย มีเพียงอย่างเดียวที่ขาดก็คือดวงใจ ถ้าเกิดไม่มีฉัน เธอก็ยังมีธาวิน ธาวินจะดูแลชีวิตที่เหลือของเธอ หรือบางที……เธอเองก็ไม่ขาดเงิน ฉันให้เงินกับเธอมากพอที่จะทำให้เธอกับดวงใจนั้นมีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลอะไร ตอนนี้สิ่งที่ขาดหายไปมากที่สุด ก็คือการที่ดวงใจไม่ได้อยู่ข้างกายเธอ”
“ส่วนพสิษฐ์ เธอลองคิดดูดีๆว่า สำหรับเธอแล้วพสิษฐ์เป็นใคร? ถ้าเกิดไม่พูดถึงเรื่องสายเลือด พสิษฐ์ก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาไม่ใช่คนที่ดูเหมือนจะสูงส่งอะไรนักหนา ในมุมมืดนั้น เขาเองก็เหมือนกับผู้ชายที่มีอำนาจบนโลกใบนี้ เขานอนกับผู้หญิง เลี้ยงดูเมียน้อย เปิดบริษัทด้านนอกอาณาเขตมากมายเพื่อกอบโกยกำไร พสิษฐ์กับเธอไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน ท่าทีที่เธอมีต่อเขา อย่างมากก็เป็นเพียงความเคารพเท่านั้นเอง เพื่อคนแปลกหน้าคนหนึ่ง เธอจะยอมเสียสละตัวเอง เสียสละลูกสาวแท้ๆของตัวเอง เธอคิดว่ามันคุ้มไหม? คุ้มไหมล่ะ?”
ธิชายิ้มขึ้นมาอย่างสับสน
ริมฝีปากเธอซีดเซียว ดวงตาเองก็แดงก่ำ
ดูเหมือนจะน่าสงสารเป็นอย่างมาก
“ดนัยกฤต……คุณคิดว่าฉันจะเชื่อคุณจริงเหรอ? พสิษฐ์ไม่สนิทกับฉันก็จริง ฉันเองก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อเลย แถมในใจของฉัน ก็ไม่ได้เห็นเขาเป็นพ่อ แต่ถึงอย่างไรเขาเองก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่ามีฉันอยู่ ในใจของฉัน อย่างมากเขาก็ถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ฉันควรค่าแก่ความเคารพ แต่ว่าฉันไม่มีทางทำร้ายเขา ฉันรู้ว่าเขาไม่ใช่คนอย่างที่คุณพูด……”
ดนัยกฤตหน้าดำคร่ำเครียด หัวเราะเยาะออกมา
“ธิชา เธอกำลังจะเกินเลยไปหน่อยแล้วนะ เธออยู่ด้วยกันกับพสิษฐ์คุยอะไรกัน ร้องเพลงแต่งกลอนทำงานศิลป์งั้นเหรอ? เธอคิดว่าพสิษฐ์จะบอกเธอทั้งหมดเหรอว่า เบื้องหลังเขาทำเรื่องทุจริตเงินประชาชนไปเท่าไหร่? เขาไม่ได้บ้านะ!”
ชายหนุ่มหรี่ตาลง สีหน้าก็มีความเย็นชาขึ้น “พสิษฐ์ที่เธอรู้จัก มันเป็นเพียงหน้ากากใบหนึ่งของเขาเท่านั้น คนมีอำนาจทุกวันนี้ มีหน้ากากเป็นร้อยเป็นล้านใบกันทั้งนั้น ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงลูกสาวคนสวยที่เพิ่งจะรับกลับมาก็เท่านั้นเอง เธอไม่มีภัยคุกคามอะไรต่อเขาสักนิด นอกจากนี้การทำให้เขาสุขใจ เขาก็ย่อมจะยอมทำดีกับเธอ แต่ถ้า……เธอเคยคิดไหมว่าถ้าตอนแรกตรวจเลือดออกมาแล้ว ผลที่ออกมาเธอไม่ใช่ลูกสาวของเขาล่ะ?”
ดนัยกฤตยิ้มมุมปากเย็นชาขึ้นมา “ความเป็นไปได้นี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ! ตอนนี้เธอลองจินตนาการดูก็ได้ ณิชานาฎสำหรับพสิษฐ์นั้น เป็นความเสียดายอย่างหนึ่ง ตอนนั้นเขาเพื่อความก้าวหน้าการเมืองของตัวเอง ไม่สามารถคบกับณิชานาฎต่อไปได้ แต่ความสนใจที่เขามีต่อณิชานาฎ กลับไม่เคยน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เธอกับณิชานาฎเหมือนกันขนาดนั้น……ถ้าตอนแรกเขารู้ว่า เธอเป็นลูกของณิชานาฎกับชายคนอื่น ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย เธอคิดว่าในโรงแรมสุริยามันเกิดอะไรขึ้นบ้างเหรอ?”
ธิชารีบกลับตาลงแน่น ก่อนจะปิดหู แล้วก็ร้องเสียงหลงออกมา
เธอไม่รู้ว่าคำพูดของดนัยกฤตมันมีความจริงมากน้อยแค่ไหน
บางทีสิ่งที่เขาพูด มันอาจจะมีความเป็นไปได้
บางทีเขาอาจจะแค่เกลียดพสิษฐ์ก็ได้
แต่ว่าสำหรับธิชาแล้ว……
ไม่ว่าพสิษฐ์จะเป็นอย่างไร เธอก็ไม่มีทางใส่ร้ายเขา
ไม่มีทางช่วยคนเลวทำเรื่องเลวๆ
ดนัยกฤตพูดออกมาเบาๆ “ภาพลักษณ์ของพสิษฐ์ต่อหน้าเธอนั้น เป็นพ่อ เป็นผู้ใหญ่ แต่ว่าเธอไม่เคยได้เจอเขาในฐานะชายคนหนึ่ง……ถ้าเธอคิดว่าสิ่งที่ฉันกำลังพูดเป็นข่าวลือจริงๆ เธอคงจะไม่ตื่นตัวขึ้นมาขนาดนี้ ธิชา ใช่ไหมล่ะ?”
ธิชาสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเธอแสยะยิ้ม “คุณไม่ต้องกระตุ้นฉัน มันไม่จำเป็นหรอก”
“ฉันไม่สนใจหรอกว่าพสิษฐ์นั้นเป็นคนหรือเป็นผี เขาเป็นสุภาพบุรุษก็ดี หรือจะเป็นพวกไร้คุณธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับฉัน สรุปแล้ว ฉันไม่มีทางเซ็น ไม่มีทางยอมข้อกล่าวหาเท็จ และยิ่งไม่มีทางขึ้นศาลเพื่อไปเป็นพยานปลอมแล้วชี้ตัวเขาหรอก คุณรู้ไหมว่าทำไม……”
เธอยิ้มมุมปากขึ้นมา จู่ๆ ก็ยิ้มอย่างสวยงาม “เพราะฉันไม่อยากให้คุณได้ทำตามความต้องการ พสิษฐ์นั้นไม่ใช่คนที่จะล้มลงได้ง่ายๆ ขนาดนั้น ถ้าเขาล้ม คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือคุณ ฉันไม่อยากให้มันเป็นไปตามที่คุณต้องการ ทุกอย่างที่คุณทำ ก็เป็นการเหยียบคนอื่นเพื่อขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงกว่าไม่ใช่เหรอ? แต่ฉันคือคนที่ไม่อยากเห็นคุณสำเร็จมากที่สุด ดังนั้น……คุณจะบังคับฉันให้ตาย ฉันก็ไม่มีทางทำให้คุณได้ตามต้องการ”
ธิชาเพิ่งจะพูดไป
ดนัยกฤตขมวดคิ้วแน่น
ดูไม่มีความสุขสักเท่าไหร่เลย
แต่ว่าเขาดูเหมือน ยังคงสงบดี
เขาน่าจะไม่ได้คิดว่าท่าทีและปฏิกิริยาของธิชามันจะเกิดความคาดหมายไปสักเท่าไหร่
เขาถามออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่ไหวติง “แล้วดวงใจล่ะ เธอไม่อยากได้ดวงใจแล้วเหรอ?”
ธิชาเจ็บหัวใจเจ็บแปลบขึ้นมา
ดวงใจ……
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เคยได้เจอดวงใจเลย
สองเดือนแล้ว
เธอคลอดดวงใจมาสองเดือนแล้ว
ทุกวันที่ผ่านไป มันเหมือนกำลังเหยียบอยู่บนหนาม
วันเวลาเหล่านั้นราวกับมีการนองเลือด
แววตาของเธอมันมีน้ำตารื้นไม่หยุด
ใจก็ปวดร้าวเป็นอย่างมาก
แต่ก็ยังคงแข็งเหมือนเดิม
เธอเม้นปาก ก่อนจะพูดออกมาทีละคำ “ฉันจะต้องเอาดวงใจกลับมาให้ได้ จะใช้แรงทั้งหมดที่ฉันมี นอกจากว่าฉันตาย ขอเพียงแค่ฉันยังมีชีวิต……ดนัยกฤต ฉันจะต้องเอาดวงใจกลับมาให้ได้ เพียงแต่ว่า ฉันไม่มีทางทำตามข้อตกลงของคุณหรอก”
ดนัยกฤตหรี่ตาลง พลางไม่ได้พูดอะไรอยู่สักพักใหญ่ๆ
เขาค่อยๆลุกขึ้นมา พลางเตรียมจะไป
ธิชากลับรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
แม้สภาพแวดล้อมแบบนี้จะกดดันมาก
แต่ว่าขอแค่ดนัยกฤตไปแล้ว
เธอก็คิดว่าตัวเองหายใจได้ตามปกติ
แต่เขากลับหันกลับมาอีกครั้ง
เขายื่นมือออกมา ลูบใบหน้าของธิชา
พูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนว่า “ช่างเรื่องนี้เถอะ การที่เธอไม่ช่วยฉัน แม้ฉันจะไม่พอใจ แต่ก็จะไม่บังคับเธอ เธอไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกก็ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงเรื่องร่างกายของเธอมากกว่า เธอผอมลงหน่อยแล้วนะ ดูแลตัวเองดีๆด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับไป ก็ดูแลให้ดีด้วย”
…………
หลังจากที่ดนัยกฤตไปแล้ว
ธิชาก็กอดเข่าตัวเอง แล้วเหม่อลอยอยู่นาน
เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายอารมณ์ของตัวเองอย่างไรในตอนนี้
อันที่จริงเธอเกือบจะ……
บางทีอาจจะเอาดวงใจกลับมาได้
แต่ว่าเธอทำแบบนั้นไม่ได้
ถ้าเธอตอบตกลงดนัยกฤตเพื่อเป็นพยานปลอมในศาล
จากนี้เธอคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิด
มันไม่เกี่ยวว่าพสิษฐ์เป็นพ่อของเธอหรือไม่
แม้จะเป็นคนแปลกหน้า เธอก็ไม่อยากจะทำแบบนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น……นี่เป็นช่วยคนชั่วก่อกรรมทำเข็ญจริงๆ
คนอย่างดนัยกฤต เขาอยู่จุดสูงมากเท่าไหร่ เดินไปไกลมากเท่าไหร่ คนที่จะเจอเรื่องเลวร้ายก็ยิ่งมากขึ้น
แต่ว่าดวงใจสองคำนี้
เหมือนกับกำลังทิ่มแทงใจเธอ
ทำให้ใจของเธอนั้นมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ
เมื่อไหร่กันนะ……
ที่เธอจะได้เจอลูกสาว
จู่ๆ ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก
ธิชามองไปด้วยสีหน้าอ้างว้าง
ธเนษฐที่ใส่ชุดทหารก็เดินเข้ามา