รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 432 ช่วยฉัน แล้วฉันจะเอาดวงใจมาคืนคุณ
ธิชาใช้มือทั้งสองกุมหัวของตัวเองแน่นๆ
ราวกับว่ากำลังลงโทษตัวเองโดยไร้เสียงด้วยการกระทำแบบนี้
เธอถึงกับไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นทำอะไรผิดกันแน่……
ทั้งหมดนี้ดนัยกฤตเป็นคนควบคุมจัดการทั้งนั้น
ทั้งชีวิตของเธอนั้น รวมไปถึงความหวังและความเมตตาในชีวิต
ทั้งหมดนั้นมันถูกดนัยกฤตค่อยๆทำลาย
ธิชายิ่งรับสภาพของตัวเองในตอนนี้ไม่ได้
เหมือนกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและโหดร้ายเกินไป เธอพบว่าตัวเองนั้นไม่มีทางเลือกเลย
แล้วจะทำอย่างไรได้……
ทั้งหมดนี้ เขาเป็นคนควบคุมทั้งนั้น
แถมยังอาจจะรวมไปถึงเธอที่ถูกขังอยู่ในห้องแคบและมืดมนเช่นในตอนนี้
ก่อนจะขดตัวอยู่บนเตียงเล็กเปียกชื้นเตียงหนึ่ง
เพียงแค่ดนัยกฤตเปลี่ยนความคิด ชีวิตของเธอก็จะถูกบังคับให้เปลี่ยนไปโดยที่ขัดขืนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ดนัยกฤตยกมือทั้งสองข้างขึ้น
พยายามจะกอดเธอให้แน่น
เขากดหลังของธิชาอย่างระวัง
ก่อนจะตบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยนอารมณ์กระสับกระส่ายของเธอ
เขาพูดเสียงเบามาก เห็นได้ชัดว่าไม่มีแรงอะไร
มันเป็นเพียง การปลอบโยนที่ช่วยอะไรไม่ได้
“ธิชา……เธออย่าเป็นแบบนี้เลย เธอไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้……เธอรู้ทั้งรู้ว่า สถานการณ์ของพสิษฐ์ในตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณ เขาทำอะไร เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอเลย เธอไม่ได้ทำร้ายเขา ธิชา เธอไม่เคยให้ร้ายใครมาก่อนเลยไม่ใช่เหรอ? เธอมีสติหน่อย อย่าเอาสิ่งเลวร้ายที่เขาเจอมาโทษตัวเอง เรื่องเหล่านี้มันจะโทษคุณไม่ได้เลย……”
ธิชาเอามือทั้งสองโอบกอดตัวเอง
ดวงตานั้นแดงก่ำ
เธอส่ายหัวสุดกำลัง “คุณจะให้ฉันเชื่อได้ยังไงว่ามันไม่เกี่ยวกับ ฉันรู้อยู่ว่าคุณหลอกใช้ฉัน ยืมตัวฉันต่อกรกับพสิษฐ์ แม้ฉันจะไม่รู้รายละเอียดว่าคุณหลอกใช้เขาให้ทำอะไร แต่ว่าฉันจินตนาการออกนะ……ดนัยกฤต ฉันรู้จักคุณดีนะ……คุณจะต้องเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่จ้องทำร้ายอยู่ในมุมมืด แล้วค่อยๆกลืนเขาเข้าไป พสิษฐ์ทำอะไรผิดเหรอ?! คุณบอกฉันมาสิว่าพสิษฐ์ทำอะไรผิดกันแน่ ทำไมคุณต้องทำร้ายเขาด้วย?!!”
อารมณ์ของธิชาเหมือนจะถึงขีดสุดแล้ว แต่ว่าสิ่งที่เธอพูดออกมาก็ยังถือว่ามีสติมาก
เธอนั้นราวกับว่ามีสติรู้ตัว
ไม่เหมือนคนที่ป่วยหนักทางด้านจิตใจ
มีสติอย่างที่เธอไม่เคยมีมาก่อน
คำถามที่ถามออกมานั้นมันถูกจุดมาก
สีหน้าของดนัยกฤตเลยค่อยๆสงบลง
แววตาของเขาค่อยๆมืดลงเล็กน้อย
แขนที่โอบกอดธิชาเอาไว้ ก็คลายลงบ้าง
ตอนที่เขาพูดออกมาอีกครั้ง เสียงเองก็ดูจะสงบเบาลง
“ฉันไม่ได้ทำร้ายเขา นี่ไม่ใช่การทำร้ายเขา พสิษฐ์อยู่ในตำแหน่งของเขา ฉันเพียงแค่ต้องใช้เขาเป็นทางผ่าน ถึงจะทำให้ฉันบรรลุเป้าหมายได้ ฉันไม่ได้อยากจะทำร้ายเขา ฉันไม่ได้คิดร้ายอะไรเป็นการส่วนตัวกับเขาเลย ธิชา โลกของเธอมันเป็นเหมือนกระดาษสีขาว เธอมีชีวิตที่เรียบง่ายเกินไป แต่คนอื่นบนโลกใบนี้ มันไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่เธอคิด โลกนี้ไม่ดีก็ร้าย ทุกอย่างที่ฉันทำ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายใคร ฉันแค่อยากจะทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย แล้วตำแหน่งนั้น พสิษฐ์เป็นคนนั่งอยู่ บางทีโชคดีและโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับเขา ก็เป็นเพราะตำแหน่งนั้น เปลี่ยนเป็นคนอื่น เปลี่ยนเป็นใครสักคนบนโลกใบนี้ ทุกอย่างที่ฉันทำ ก็จะเหมือนกันทุกประการ ฉันไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายพ่อของเธอเลย”
ดนัยกฤตนั้นพูดกับธิชาอย่างจริงใจ
เขาไม่อยากเห็นธิชาเจ็บปวดจากการทำร้ายตัวเอง
เขาก็พยายามที่จะอธิบายทุกอย่างเหมือนกัน
แต่ว่าคำพูดเปิดใจของเขา
สำหรับธิชา มันเหมือนเป็นความโหดร้ายอีกขั้น
ธิชามีดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะจ้องเขาแบบนั้น
“ความหมายของคุณ ดนัยกฤตคุณกำลังจะบอกว่า……คุณไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพสิษฐ์ แต่เพราะเขาอยู่ในตำแหน่งนั้น คุณเลยต้องเหยียบเขาถึงได้รับตำแหน่งสูง แบบนั้นหรือเปล่า? คุณนี่ คุณต้องเหยียบคนอื่นถึงได้รับตำแหน่งสูงงั้นเหรอ? คุณบอกฉันมาสิว่าคุณมีชีวิตเพื่ออะไรกันแน่……ดนัยกฤตคุณทำให้ฉันรู้สึกรังเกียจจริงๆ คุณเป็นคนที่สังคมเคารพแล้ว นี่ยังไม่พอเหรอ? ทำไมจะต้องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีด้วย อำนาจมันสำคัญกับคุณขนาดนั้นเลยเหรอ? พสิษฐ์นั้นช่างบริสุทธิ์ แต่เบื้องหลังของเขามากมาย ต้องมาติดพันกับผู้คนมากมายแค่ไหน เพื่อความสำเร็จของคุณคนเดียว ต้องใช้คนอื่นเสียสละทุกอย่างเพื่อเป็นของแลกเปลี่ยนเหรอ? คนอย่างคุณ จะมีชีวิตไปเพื่ออะไร?!”
คำถามของธิชาทำให้ดนัยกฤตเงียบไปสักพัก
เขาเงียบอยู่นานมาก
ในใจกลับสงบลงมาก
เขารู้ว่าคำพูดเหล่านั้น มันไม่สามารถคุยกับธิชาได้ลึกมากเกินไป
เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงธิชาได้
เธอเป็นเพียงผ้าขาวเท่านั้น
เขาเองก็ไม่อยากหาคำแก้ตัวอะไรมาให้ตัวเอง
ดังนั้นทั้งสองคนเลยนิ่งเงียบอยู่แบบนั้นกันพักใหญ่
……
ธิชาคิดว่าเขาจะไม่ตอบอะไรแล้ว
ปัญหาที่ไม่มีทางแก้ไขแบบนี้ สำหรับคนที่ฆ่าคนเป็นผักปลาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบอย่างจริงจังเสียด้วยซ้ำ
ธิชาหลับตาทั้งสองข้างลงด้วยความเจ็บปวด พยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเอง
หลังจากที่เธอสงบลงได้สักพักแล้ว
เธอก็ลืมตาขึ้น มองดูสภาพโดยรอบอย่างค่อนข้างมึนงง
ที่นี่……เธอไม่เคยมาเลย
ในห้องควบคุมตัวของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริต
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสเข้ามาที่นี่
แม้ที่นี่จะไม่เหมือนคุกเสียทีเดียว แต่ว่าสำหรับเธอ เธอไม่เคยเห็นมาก่อนว่าคุกมันเป็นอย่างไร
แต่ที่นี่ควบคุมอิสระ สำหรับเธอ มันก็ไม่ต่างกัน
ธิชาเอาผ้าห่มห่อตัวเองแน่น
เมื่อเธออ้าปากขึ้น ริมฝีปากซีดเซียวก็มีรอยแตก
เธอเหมือนจะพูดอะไรออกมาเบาๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยว่า “วันนี้คุณมาทำไมกันแน่นั้น คือคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ดังนั้นจึงมาบอกต่อหน้างั้นเหรอ?”
ดนัยกฤตเหมือนจะอึ้งไป รีบถามออกมา “เธอพูดอะไรน่ะ?”
ธิชาหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ถ้าสามารถช่วยฉันได้ ธาวินจะไม่มีทางยืนมองฉันค้างคืนในที่แบบนี้ได้หรอก ขนาดธาวินยังช่วยฉันไม่ได้เลย จะต้องมีคนอยากจะกดดัน ส่วนคนที่จะมากดดันฉันนั้น……นอกจากคุณ ฉันก็คิดถึงใครได้เลย คุณจะต้องหวังให้ฉันติดคุกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ยังไงซะแค่ตั้งข้อกล่าวหาฉันอย่างหนึ่ง ฉันก็จะไม่มีทาง……แย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูของดวงใจได้ตลอดไป”
ธิชานั้นเรียนด้านกฎหมายมา
แม้จะเลิกเรียนกลางคัน แม้จะไม่ได้เรียนจนรู้ลึก แต่กฎหมายเบื้องต้นนั้นก็ยังพอรู้บ้าง
แม้ดนัยกฤตจะทำให้เธอถูกขังไปสองสามปี
แต่ตอนที่เธอออกมา ก็ไม่สามารถจะได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูอีก
ดนัยกฤตพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง
ธิชากลับหยิกที่นิ้วมือของตัวเองอย่างแรง
เธอพยายามทำให้ตัวเองใจเย็น
ดนัยกฤตจะต้องพูดอะไรอย่างแน่นอน
บางทีอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ที่ตื่นตัวมากเกินไปของเธอเมื่อครู่นี้ เลยไปตัดบทสิ่งที่เขาอยากจะพูด
เขามีเป้าหมายแน่นอน
คนอย่างดนัยกฤต ถ้าไม่มีเป้าหมายอะไร เขาไม่มีทางมาที่นี่ได้หรอก
……
หลังจากที่นิ่งเงียบไปหลายนาที
ดนัยกฤตก็จัดแจงเสื้อผ้า ก่อนจะมานั่งที่มุมเตียง
แววตาของเขาดูเหมือนจะนิ่งสงบมาก แถมยังมีความเย็นชาเรียบเฉยออกมาด้วย
เขามองธิชา ก่อนจะค่อยๆ พูดออกมา “ฉันคืนดวงใจให้เธอก็ได้ สิทธิ์ในการเลี้ยงดูก็จะเป็นของเธอ พูดตรงๆ ตั้งแต่ที่เธอจะฆ่าตัวตาย ฉันก็คิดจะรีบคืนลูกให้กับเธอ แต่……ดวงใจมีความหมายกับฉัน ดังนั้น ทำได้เพียงปล่อยให้เธอเศร้าใจแบบนี้ไปพักหนึ่ง”
รูม่านตาของธิชากระตุกไป
เธอฟังอะไรออกขึ้นมาได้อย่างชัดเจน
แม้จะรู้ดีว่าดนัยกฤตนั้นไม่ได้มีความหวังดี
แต่ว่าเธอจะต้องถามให้รู้เรื่อง
เรื่องเกี่ยวกับดวงใจนั้น……
เธอยอมแพ้ไม่ได้……
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ยอมแพ้ไม่ได้
ธิชามองเขาอย่างไม่ละสายตา “คุณต้องการอะไร คุณบอกมาก่อน”
เป็นไปตามคาดดนัยกฤตรู้ว่าเธอจะเดาออก ท่าทีเขาเลยนิ่งไปสักหน่อย
ใบหน้าของเขาไม่ได้มีอารมณ์อะไรมากเท่าไหร่
เพียงแค่พูดด้วยความสงบมาก “คำพูดที่ฉันบอกเธอเมื่อครู่ ฉันรู้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วย แต่ว่าเธอเองก็น่าจะเข้าใจ ตำแหน่งที่ฉันอยู่ สภาพแวดล้อมที่ฉันอยู่ ฉันเลือกอะไรไม่ได้ ถ้าฉันไม่ไต่เต้าขึ้นไป ก็จะต้องพังลงไป ฉันเป็นเหมือนคนที่ยืนอยู่ปากเหว ดังนั้นฉันเลยต้องทำสิ่งที่ฉันควรจะทำ แต่ว่าธิชา ฉันไม่เคยอยากจะทำร้ายเธอเลย ตราบใดที่ครั้งนี้ เธอช่วยฉันทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ฉันจะเอาดวงใจมาคืนเธอภายในสามเดือน”
สีหน้าของธิชา มันซีดเผือดไปทั้งหมด
เธอคิดว่าระยะห่างของตัวเองกับตัวตนที่แท้จริงของดนัยกฤตนั้น……
มันยิ่งใกล้กว่าเดิม
เขาไม่สนใจแล้วว่าจะปกปิดอะไรต่อหน้าเธอ
การเสแสร้งก็ไม่สำคัญอีกแล้ว
แต่ว่าธิชากลับคิดว่า มันยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
ริมฝีปากเธอสั่น “คุณอยากให้ฉันทำอะไร?”
ดนัยกฤตไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย ราวกับว่าแค่อธิบายเรื่องง่ายๆ เท่านั้น
“ตอนนี้คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตกำลังสืบสวนการทุจริตของพสิษฐ์ มันกระจายไปเป็นวงกว้าง จะช้าหรือเร็วเขาก็ต้องถูกตัดสินโทษ ตอนนี้ มันกำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ต้องการให้เธอให้ความร่วมมือ”