รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 431 ธิชาคนดี คุณผอมแล้ว
ในที่สุดทนายก็เข้ามาโน้มน้าวไม่กี่ประโยค
ธาวินดูเหมือนจะไม่มีท่าทีจะลงมือทำอะไรจริงๆ
แววตาของเขานั้นเย็นชามาโดยตลอด ก่อนจะกลับไปนั่งลงบนโซฟา แต่ว่าก็ไม่มีความตั้งใจที่จะจากไปเหมือนกัน
…………
มีชายและหญิงที่คอยสอบสวนธิชา
คำถามที่พวกเขาถามธิชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เธอฟังจนปวดหัวขึ้นมาอย่างผิดปกติ
ส่วนคำถามที่ถามมากที่สุดน่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างธิชากับพสิษฐ์
แล้วก็ความสัมพันธ์ของพสิษฐ์กับธาวิน
รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างพสิษฐ์กับณิชานาฎ
คำตอบที่ธิชาตอบก็คือ ตัวเองเคยบังเอิญพบเจอกับพสิษฐ์อยู่หลายครั้ง รู้ว่าฐานะของเขาสูงส่งมากแค่ไหน นอกเหนือจากนั้น ก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันอีก
ส่วนความสัมพันธ์ของพสิษฐ์กับธาวินและกับณิชานาฎนั้น เธอไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
พนักงานสอบสวนเหล่านั้นไม่มีความตั้งใจที่จะยอมแพ้เลย
แต่ท่าทีก็เหนื่อยล้า ดูเหมือนจะถามความหมายของเหตุที่เป็นเช่นนี้ออกมาไม่ได้
แต่มันก็เป็นเพียงการทำไปตามขั้นตอนเท่านั้น ถามคำถามเธอคร่าวๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อย่างเช่น “คุณธิชา พสิษฐ์ก่อตั้งบริษัทนอกอาณาเขตหลายแห่งที่ต่างประเทศ และใช้วิธีการผิดกฎหมายทุกประเภทในการเก็บรวบรวมทรัพย์สินโดยมิชอบ แล้วกอบโกยกำไร บริษัทนอกอาณาเขตทั้งรายใหญ่และรายย่อยเหล่านี้ ทั้งหมดก่อตั้งในนามของคนใกล้ชิดสนิทของเขา แม้แต่ในนามแม่ของคุณอย่างณิชานาฎด้วย สำหรับเรื่องเหล่านี้ คุณน่าจะรู้อยู่บ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหม”
ธิชามีใบหน้าเหนื่อยล้า ก่อนจะพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “ฉันไม่รู้จริงๆ พวกคุณน่าจะเคยสืบประวัติของฉันมาแล้ว ฉันยังไม่ทันเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ท้องแล้ว ฉันไม่ได้มีเพื่อนมากมาย สังคมรอบตัวก็แคบมาก ฉันรู้จักคนไม่กี่คนก็เท่านั้นเอง ทำไมพวกคุณถึงได้คิดว่าฉันจะรู้เรื่องมากมายขนาดนั้น? แม้จะเกี่ยวกับณิชานาฎ แต่พวกคุณก็น่าจะเคยสืบแล้วว่าณิชานาฎนั้นไปรักษามะเร็งที่ประเทศMตั้งแต่ปีครึ่งก่อนหน้านี้แล้ว ฉันเองก็ไม่ได้ติดต่อกับเธอครึ่งปีได้แล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอภายนอกนั้น ฉันจะไปรู้ได้อย่างไร?”
คนสอบสวนก็ไม่ได้โต้เถียงกลับมาอย่างชัดเจน เพียงแค่กลับหัวกลับหางกันถามบางคำถามที่คลายกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้สติของธิชาในตอนนี้จะมีสติรู้ตัวเป็นอย่างมาก และสภาพจิตใจก็ยังมั่นคงอีกด้วย
แต่ว่าอารมณ์ของเธอกลับไม่ได้ดีขึ้นมาเลย
มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอรู้ว่าสถานการณ์ของพสิษฐ์นั้นไม่ดีแน่นอน
เธอไม่เพียงแค่จะหวังว่าจะพึ่งพาความแข็งแกร่งการร่วมมือของพสิษฐ์กับธาวินเพื่อต่อกรกับดนัยกฤตไม่ได้
แถมต่อจากนี้อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนข้างหน้านี้……
แล้วกะพริบตามองดูพสิษฐ์กับธาวินถูกดนัยกฤตล้มทีละคน
ความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดที่เธอจะเอาดวงใจกลับมาให้ได้นั้นมันฝากเอาไว้กับชายทั้งสองคนนี้
แต่ดูจากตอนนี้ พ่อผู้ใหญ่กำเนิดของเธอเคยยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ในวันนี้กลับมาอยู่ในจุดที่ดูแลตัวเองยังไม่ไหวเลย
ความรู้สึกของธิชานั้นด้านชาไป
เธอไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างในอนาคตอย่างไร
ตอนนี้กลับไม่แข็งใจพอที่จะเพิ่มความยากลำบากอะไรให้กับพสิษฐ์
ดังนั้นคำพูดที่จะทำให้เขาลำบากนั้น ธิชาจะไม่มีทางพูดมันออกมาแม้แต่คำเดียว
แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้……เธอเองก็รู้ว่าอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว
…………
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
ธิชาถึงกับถูกจัดที่ให้นอนลงบนเตียงที่เรียบง่ายในห้องหนึ่ง
ขณะที่เธอกำลังหวังว่าตัวเองจะถูกปล่อยออกไปให้เร็วกว่านี้ด้วยความไม่สบอารมณ์
จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก
เธอไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย เมื่อลืมตาขึ้นเลยไปสบตากับธเนษฐอย่างไม่ทันตั้งตัว
แววตาของเธอเปลี่ยนไปโหดร้ายขึ้นมาทันที ตอนที่กำลังจะถาม แววตากลับเห็นว่าด้านหลังของธเนษฐนั้นมีดนัยกฤตปรากฏตัวขึ้นมา
ใบหน้านี้แทบจะทำให้เธอฝันร้าย
ธิชาหลบตาไม่อยากจะมองเขา
ชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอ
กลิ่นอายที่คุ้นเคยของดนัยกฤตนั้นเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ
ธิชายิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้หนทางหนีเข้าไปใหญ่
เธออดไม่ได้ที่จะร้องเสียงแหลมออกมา พยายามพูดห้ามเอาไว้ “คุณทำอะไรน่ะ ไสหัวออกไปนะ!”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย
ธิชายิ่งกลัวตัวสั่นเข้าไปใหญ่
ตอนแรกเธอนั้นไม่อยากจะแตะต้องผ้าห่มที่นี่ด้วยซ้ำ
แต่ว่าท่ามกลางความขัดขืนและความกลัวนั้น รีบเอาผ้าห่มคลุมหัวของตัวเองโดยแทบไม่สนใจอะไรมากขนาดนั้น
ดนัยกฤตกลับนั่งนิ่งอยู่ที่ข้างเตียง
เขาอ้าแขนออก โดยมีผ้าห่มกั้นอยู่ ก่อนจะกอดธิชาที่ม้วนตัวกลมอยู่
ธเนษฐออกไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้ว
ในห้องที่ว่างเปล่าและมืดมิด เหลือเพียงพวกเขาทั้งสองคน
ดนัยกฤตก็กอดเธอไว้แบบนี้
โดยไม่พูดอะไรออกมาอยู่นาน
ท่าทางของเขาสับสน สีหน้าก็ยิ่งไม่มีความสุขเลยสักนิด
หลังจากที่เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดนั้นสงบลงเล็กน้อยอย่างยากเย็น
เขาถึงได้เปิดผ้าห่มออก
ทำให้หัวของธิชาโผล่ออกมา
ในดวงตาของชายหนุ่มเหมือนจะมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่
เขาก้มลงมาจูบหน้าผากของธิชา “ธิชาคนดี คุณผอมแล้ว”
ธิชามีท่าทีตอบกลับอย่างรุนแรง
การจูบหน้าผากอย่างเรียบง่ายนั้นมันเหมือนการถูกไฟฟ้าช็อตสำหรับเธอเลย
เธอเด้งตัวขึ้นมา ดวงตาก็มีแต่ความตึงเครียดและขัดแย้ง “คุณไสหัวไปนะ ดนัยกฤต คุณอย่ามาแตะต้องฉัน คุณออกไป ไสหัวออกไป คุณมาอยู่ที่นี่ทำไม?!”
หลังจากที่เธอถามครั้งแล้วครั้งเล่า
ตัวเองก็เหมือนจะสงบขึ้นอย่างน่าประหลาด
ธิชาจ้องชายตรงหน้าด้วยแววตาซับซ้อน
พลางมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาที่ไม่ได้เจอมาหลายวันแต่เหมือนจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
จู่ๆ เธอก็กัดริมฝีปาก ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแดกดัน
“คุณตั้งใจใช่ไหม……ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับพสิษฐ์ คนของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตก็บังคับพาตัวฉันมาสอบสวน……คุณเป็นคนควบคุมอยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้ คุณ……คุณเลยมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ก็อยากจะเห็นว่าฉันในตอนนี้น่าสมเพชมากแค่ไหน แล้วสภาพแย่แค่ไหน……ใช่ไหม? คุณยังตั้งใจจะโยนข้อกล่าวหาให้ฉันอีกมากมาย แล้วจับฉันเข้าคุก ให้ฉันใช้ครึ่งชีวิตอยู่ในคุก……แบบนี้ฉันก็สู้การแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูดวงใจกับคุณไม่ได้แล้ว……”
ธิชายิ่งพูดก็ยิ่งร้อนใจขึ้นมา
ตอนแรกเธอยังถือว่ามีสภาพจิตใจที่มั่นคง แต่หลังจากที่ได้เจอดนัยกฤต
ก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้……
เธอยิ่งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
แม้เธอจะพยายามบังคับให้ตัวเองนั้นใจเย็นลงแต่มันก็ไร้ประโยชน์
เธอถูกทรมานจนกลัวแล้วล่ะ
ขีดความอดกลั้นทางอารมณ์ของเธอนั้นมันทำให้เธอเผชิญหน้ากับปีศาจตนนี้ไม่ไหวอีกแล้ว……
สีหน้าของดนัยกฤตนั้นมันซับซ้อนเป็นอย่างมาก แววตาเองก็มืดมัวมาก
ตอนแรกเขาไม่พูดอะไร แล้วกอดธิชาอยู่อย่างนั้น
ผ่านไปสักพักใหญ่ถึงได้พยายามปลอบเธอ “ธิชา ไม่ใช่แบบนั้น เธอใจเย็นหน่อยเถอะ……ธิชา ฉันมาช่วยเธอออกไปนะ ฉันไม่มีทางใส่ร้ายเธอหรอก และยิ่งไม่มีทางทำร้ายเธอ เธอ……อย่าระแวงฉันมากขนาดนั้นได้ไหม?”
ธิชาไม่ได้อารมณ์เย็นลง แต่เบ้าตากลับเริ่มแดงก่ำขึ้นมา
ในแววตาของเธอมีแต่ความสิ้นหวัง
เธอยังไม่ลืมคำถามพูดเหล่านั้นที่เธอพูดเมื่อพนักงานสอบสวนถาม
ทุกถ้อยคำนั้นมันรวมไปถึงการทำผิดจนนำไปสู่การเสียชื่อเสียงของพสิษฐ์ในตอนนี้……
แม้เธอจะไม่ได้รู้จักพสิษฐ์มากมาย แต่ก็เชื่อการตัดสินใจของตัวเอง
เธอรู้ดีว่าพสิษฐ์นั้นไม่ใช่คนที่จะเห็นแก่ความรุ่งโรจน์ชื่อเสียงและผลประโยชน์จนไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
ตัวตนของพสิษฐ์นั้น……มีแต่ความเป็นนายทหารที่มีทั้งความเข้มงวดและความรุ่งโรจน์
เขาไม่ใช่นักธุรกิจที่จะเห็นความสำคัญของผลประโยชน์ด้วยซ้ำ
ตั้งแต่เล็กจนโตธิชาได้เจอนักธุรกิจมากมายหลายแบบ เธอรู้ว่าคนทำธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร
พสิษฐ์ไม่ใช่แบบนั้น……
แม้เธอจะไม่เคยเรียกพสิษฐ์ว่าพ่อมาก่อน
แต่ว่าในใจของเธอเองก็เคารพและชื่นชมพ่อคนนี้เป็นอย่างมาก
……
แต่ว่าปีศาจตรงหน้าตนนี้
หลังจากที่เขาหลอกใช้พสิษฐ์แบบนี้แล้ว
ก็ทำลายกับมือของเขา
ธิชาปิดใบหน้า ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เป็นความผิดของฉันเอง ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน บางทีคุณพสิษฐ์คงจะไม่มีทางเชื่อคุณได้ง่ายขนาดนั้น ก็เป็นคุณ……เป็นเพราะคุณวางแผนทุกอย่างเอาไว้……ตอนนี้คุณพสิษฐ์เลยตกอับแบบนี้ ทั้งหมดนี้ฉันเป็นคนทำ คุณ……คุณทำให้ฉันต้องกลายเป็นแบบนี้! คุณทำให้ฉันกลายเป็นเหตุของหายนะเหมือนกับณิชานาฎ แล้วทำร้ายทุกคน……ดนัยกฤต ทำไมคุณไม่ตาย? ฉันอยากจะฆ่าคุณจริงๆ!”
……
ธิชาเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่เสียสติไป
แล้วยังได้รับบาดเจ็บมากมายอีกด้วย
กว่าเธอจะรักษาจนค่อยๆ กลับมาเป็นปกติได้นั้นมันไม่ง่ายเลย
แต่ว่าปีศาจก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง……
ปีศาจในชีวิตของเธอนั้นสามารถปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ทำลายชีวิตกับความหวังของเธอกับมือ
เธอเสียดวงใจไป……
ตั้งแต่ที่คลอดดวงใจออกมาก็ไม่ได้เห็นเธอเลย
เธอเจ็บปวดมากพอแล้ว
แต่ว่าในวันนี้ปีศาจได้เพิ่มความเจ็บปวดที่เรียกว่าความผิดติดตัวให้กับตัวของเธออีก
เธอไม่รู้ว่าสุดท้ายพสิษฐ์จะลงเอยอย่างไร……
แต่ว่าธิชารู้ว่า
ถ้าพสิษฐ์จบได้ไม่ดี
วันเวลาของเธอคงจะไม่ได้มีชีวิตดีๆ อีกแล้ว
เธอมีชีวิตมาสิบเก้าปีถึงได้มารู้จักกับพ่ออีกครั้ง
แต่เธอกลับผลักเข้าไปในกองไฟด้วยมือตัวเอง……