รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 430 ทำให้หญิงบ้าคนหนึ่งตายมันยากมากเหรอ
ญาณินจ้องมองเธอแล้วเอ่ยปากพูด
คำพูดนี้ อี๊ฟพูดออกมาทั้งๆ ที่ในแววตามีความเกลียดชังออกมา
“ธิชายุ่งกับคนที่เธอไม่ควรไปยุ่งมากที่สุด ตอนที่เธอกำลังท้องได้หกเดือน เธอไปหลับนอนกับธเนษฐน้องชายแท้ๆของดนัยกฤต……คุณต้องรู้สึกว่ามันไม่น่าเชื่อมากเลยใช่ไหมล่ะ คุณนายธนาภูวนัตถ์ ในสายตาของคุณ ธิชาเป็นเพียงแค่สาวน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเท่านั้น จะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร เรื่องราวยืนยันแล้วว่าคุณไม่ได้เข้าใจเธอเลย หรือว่า สิ่งที่คุณเคยเข้าใจธิชาแค่เป็นเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนสนิทของคุณเท่านั้น! แต่ไม่ใช่ธิชาในวันนี้”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้……สถานการณ์ในตอนนี้มันคงจะไม่เป็นแบบนี้หรอก”
ญาณินเบิกตาโพลงด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัด
ขนาดรูม่านตายังเบิกกว้างไปด้วย
เธอดูตะลึงเป็นอย่างมากเลย
เธอ……คิดไม่ถึงเรื่องนี้จริงๆ
ถ้าอี๊ฟไม่ได้พูดออกมา เธอคงจะคิดไม่ถึงเลยว่าระหว่างธิชากับดนัยกฤตนั้นมันเกิดอะไรขึ้น
ญาณินอ้าปากเผยอออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธออ้าปากอยู่นานมาก
เธอเหมือนจะกระจ่างขึ้น หลังจากที่ผ่านไปสักพักใหญ่ถึงได้พึมพำออกมา “ธิชากับธเนษฐ……เธอกับธเนษฐจะ……เป็นแบบนั้นได้ยังไง……”
อี๊ฟพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย “ฉันอยู่กับดนัยกฤตมาเก้าปี เลยรู้จักกับธเนษฐมาเก้าปีแล้ว ธเนษฐอายุเท่าๆ กับฉัน เราเคยเป็นเพื่อนที่ให้ใจกัน ขนาดเรื่องน่าหงุดหงิดใจที่เขาเจอในกรมทหารยังมาบ่นให้ฉันฟัง พวกเรานั้นเป็น……เพื่อน และครอบครัวกันจริงๆ คุณจินตนาการออกไหม? ธเนษฐเองก็ชอบธิชา เพราะการยั่วยวนของธิชา ธเนษฐเลยเคยโมโหใส่ฉัน แถมยังลงไม้ลงมือกับฉัน……ตลอดหลายปีนี้ที่ธเนษฐทำงานในค่ายทหารมา แล้วก็เลื่อนยศทีละขั้น ในสายตาเขามีเพียงทีมทหารและงานด้านทหารเท่านั้น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนอยู่ในสายตา เขาหลับนอนกับผู้หญิงมากมาย แต่ธิชานั้นเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจเขา ฉันพูดไปมากมายขนาดนี้ คุณน่าจะเข้าใจได้ว่าความหวาดกลัวของฉันขึ้นมาได้อย่างไรใช่ไหม?”
ญาณินไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ไม่ได้เอ่ยปากพูดอยู่นาน
อี๊ฟเองก็เงียบตามไปด้วยสักพัก
จากนั้นเธอก็หยิบกล่องสีดำออกมาจากกระเป๋า
จากนั้นก็ดันกล่องนั้นไปตรงหน้าของญาณิน
สายตาของญาณินสั่นไหว ในแววตาก็เต็มไปด้วยความขัดขืน ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่มีลางสังหรณ์มาก่อน……
“นี่มันคืออะไร?”
อี๊ฟมีใบหน้านิ่งเฉย “คุณไม่ต้องเครียดขนาดนั้น มันเป็นแค่ยาเท่านั้นเอง”
ญาณินถาม “ยาอะไรเหรอ?”
เธอยังไม่ทันพูดจบก็ทำให้ตัวเองนั้นตกใจกลัวจนตัวสั่น “คุณ……คุณอยากให้ฉันฆ่าธิชางั้นเหรอ?คุณ……คุณจะให้ฉันฆ่าเธอเหรอ?!”
อี๊ฟเหลือบมองเธอด้วยแววตาเย็นชา “คุณนายธนาภูวนัตถ์ คนสูงส่งอย่างคุณ จะให้คุณไปฆ่าใครลับหลังให้เสียชื่อทำไม คุณคิดมากเกินไปแล้ว ฉันเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะร้ายกาจขนาดนั้น”
เธอพูดพลางยิ้มมุมปากด้วยความเย็นชาออกมา
ญาณินยื่นมือออกมาจับกล่องสีดำนั้น
แต่มัน……เป็นเพียงแค่กล่องธรรมดาๆ เท่านั้น
นิ้วมือของเธอกลับเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต เลยตัวสั่นไปทั้งตัว……
อี๊ฟสรุปสั้นๆ “ในวันนี้ธิชาเธอมีสติไม่ดี ใครๆ ก็รู้ ยาตัวนี้ มันไม่มีทางทำให้เธอตาย แต่มันจะทำให้เธอเป็นบ้า บ้าไปจริงๆ ……จะกลายเป็นคนบ้าไปอย่างสมบูรณ์ และจะไม่มีทางกลับเป็นปกติแล้ว เธอจะทำแต่เรื่องบ้าๆ คุณเองก็รู้ว่าภาวะซึมเศร้าอย่างหนักนั้นมันเป็นสัญญาณของโรคจิตเภท เธอป่วยถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดเจอเรื่องทิ่มแทงใจเข้าอีก คงจะเปลี่ยนไปเป็นคนบ้าได้อย่างแท้จริง มันเป็นเหตุการณ์ปกติ ใครก็ไม่สามารถมาโทษคุณได้”
สีหน้าของญาณินเปลี่ยนไปเป็นซีดเซียวมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอไม่กล้ายื่นมือออกไปจับกล่องนั้นอีก
ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เกลียดธิชา……
และไม่ใช่ว่าจะไม่กลัวว่าธิชาจะค่อยๆแย่งธาวินไป
แต่ว่าเธอเคยเห็นอาการป่วยของธิชาแล้ว
ธิชา……ดูเหมือนจะเลวร้ายมาก
นอกจากนี้หลังจากที่เธอคลอดลูกแล้ว ในใจก็อ่อนแออย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนหน้านี้ที่เธออิจฉาและเกลียดธิชา ก็เป็นเพราะธาวิน
แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว ชีวิตของธิชานั้น มันอาจจะขมขื่นไปสักหน่อย
แม้เธอจะไม่อยากให้ธิชามาขวางกลางระหว่างตัวเองกับธาวิน แต่ก็ไม่กล้าทำให้เธอถึงกับต้องตาย
“คุณนายธนาภูวนัตถ์ ฉันไม่มีทางให้คุณทำเรื่องอันตราย ทุกอย่างที่ฉันพูดกับคุณ คุณไม่จำเป็นต้องสงสัย ถ้าหากว่าเกิดสงสัยอะไรขึ้นมา คุณเอายานี้ไปเถอะ แล้วก็หาหมอที่เชื่อได้เพื่อทดสอบดูก็ได้ว่า ฉันไม่มีทางโกหกคุณหรอก”
ญาณินเหมือนจะกำลังขัดขืน
เธอยกมือขึ้น ก่อนจะรีบดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะลังเลอยู่แบบนี้หลายวินาที
จู่ๆ อี๊ฟกลับลุกพรวดขึ้นมา พลางเดินจากด้านตรงข้ามมาอยู่ข้างๆญาณิน
จากนั้นก็นั่งบีบอยู่บนโซฟาตัวนี้
เธอยื่นมือออกมาเปิดกล่องของขวัญที่อี๊ฟมอบให้เมื่อกี้นี้ จากนั้นก็หยิบกระโปรงตัวเล็กๆสีชมพูออกมา
“คุณนายธนาภูวนัตถ์ คุณดูสิ กระโปรงตัวน้อยตัวนี้มันน่ารักมากเลยใช่ไหม จะต้องเหมาะกับลูกสาวคุณมากแน่ๆ ลูกสาวของคุณ……อายุเพียงสามเดือนเท่านั้นเอง คุณรักธาวินขนาดนั้น กว่าจะคลอดลูกสาวออกมาได้นั้นไม่ง่ายเลย ต้องหวังว่าชีวิตต่อจากนี้จะราบรื่นแล้วใช่ไหมล่ะ”
อี๊ฟยิ้มพลางยัดกระโปรงนั้นใส่ในอ้อมกอดของญาณิน
“โลกภายนอกนั้น ผู้ชายของคุณและฉันถึงขั้นฆ่าแกงกัน แต่เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องของพวกเขา แต่ในโลกของผู้หญิงอย่างเรา……มีเพียงผู้ชายของตัวเองที่สำคัญที่สุด และไม่ยอมให้ถูกแย่งไป ไม่ใช่เหรอ?คุณช่วยฉันเพียงเรื่องเล็กน้อย ฉันก็จะรู้สึกขอบคุณคุณมาก แล้วก็จะรักษาสัญญาไว้ตลอด ไม่มีทางเผยแพร่ออกไปแม้แต่น้อย เพียงแค่คุณสามารถช่วยฉันทำให้ธิชากลายเป็นคนบ้าได้จริงๆ ในอนาคตถ้าคุณมีเรื่องอะไรให้ฉันช่วย ฉันก็จะยินดีช่วยอย่างเต็มที่……”
อี๊ฟยื่นมือออกมาเปิดกระเป๋าติดตัวของญาณิน จากนั้นก็เอากล่องดำๆนั้นใส่เข้าไปด้านใน
ญาณินเอากระเป๋าวางไว้บนขา สีหน้าก็ซีดเซียวเป็นอย่างมาก
เธอจ้องอี๊ฟ “แต่ ถ้าหาก ถ้าหากธิชาบ้าไปจริงๆ ……ฉันเป็นห่วงธาวิน ฉันห่วงว่าธาวินนั้นจะรับไม่ได้ เขาคงจะให้ความสนใจธิชามากกว่าเดิม เขาแทบจะใช้เวลาทั้งหมดที่มีไปอยู่กับธิชา……”
อี๊ฟเหลือบมองผู้หญิงที่โง่งมในสายตาเธอ
เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “คุณนายธนาภูวนัตถ์ ฉันกำลังปกป้องคุณ แล้วก็ไม่อยากให้คุณกลัว ดังนั้นเพียงแค่คุณช่วยฉันฉีดยาให้ธิชาเข็มหนึ่งก็พอแล้ว”
“สำหรับฉัน ถ้าธิชาไม่ตายเข้าสักวัน ใจของฉันคงจะไม่มีวันสงบได้”
อี๊ฟยิ้มอย่างมีนัย “ทำให้ผู้หญิงบ้าคนหนึ่งตาย……โดยไม่ได้ตั้งใจ มันยากมากเหรอ?”
…………
ตอนที่ธาวินกำลังอยู่ด้านนอกห้องสอบสวน
มันห่างจากเวลาที่ธิชาถูกพาตัวไปสองชั่วโมงกว่าแล้ว
ธาวินหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะต้องมองชายตรงหน้าด้วยแววตามืดดำ
ทนายสนทนาครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ว่าท่าทีของพนักงานทำคดีนั้นยังคงดูสูงส่งตามเคย “ขอโทษด้วย คุณธาวิน ปัญหาที่คดีนี้เกี่ยวข้องนั้นหนักหนามาก เบื้องบนมีคำสั่งลงมาว่า ระหว่างที่ธิชาให้ความร่วมมือในการสอบสวน ห้ามให้ใครเข้าไปรบกวนไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถให้ดูได้”
หลังจากที่คุยกันครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ผลอะไร
ทนายก็กลับมา พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำด้วยใบหน้าที่ดูไม่ดีกับธาวิน “คุณชายธาวิน พวกเขาสัญญาแล้วว่าจะรักษาความปลอดภัยให้คุณธิชาในฐานะที่เป็นพยาน นอกจากนี้ก็ไม่มีทางเข้าสู่ขบวนการการสอบสวนทรมานผิดกฎหมายด้วย ความปลอดภัยของเธอนั้นน่ะสามารถรับประกันได้ ตามกฎหมายนั้น อย่างมากพวกเขาก็ทำได้เพียงสอบสวนแค่เจ็ดสิบสองชั่วโมง มากที่สุดเจ็ดสิบสองชั่วโมงเท่านั้น เราก็สามารถพาคุณธิชาออกไปได้แล้ว……”
สีหน้าของธาวินกลับเปลี่ยนไปจนดูน่ากลัวขึ้นมา
ริมฝีปากของเขานั้นแข็งราวกับน้ำแข็ง และพูดออกมาทีละคำด้วยเสียงหนักแน่น “เจ็ดสิบสองชั่วโมงเหรอ? คุณไม่รู้อาการป่วยของธิชาเหรอ? การถูกกักตัวเอาไว้เจ็ดสิบสองชั่วโมงมันจะกระทบต่อสติของเธอมากขนาดไหนคุณไม่รู้เหรอ?!”
ทนายมีสีหน้าซีดเซียว และไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
ธาวินลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้ายาวออกไป
คนรอบๆ นั้นอยากจะหยุดเอาไว้ แต่เพราะรัศมีของเขา เลยทำให้ไม่กล้าเข้าไปขวาง
พนักงานคนนั้นเองก็ถอยหลังไปสองก้าว
“คุณ คุณธาวิน……คุณตั้งสติหน่อย”
ธาวินหยุดก้าวเดิน ก่อนจะแสยะยิ้ม และยื่นมือออกมากระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน
เขาไม่พูดอะไรออกมาสักพักใหญ่ เพียงแค่ยิ้มออกมาด้วยความเย็นยะเยือก
จนพนักงานตกใจขาอ่อนยวบ
ในที่สุดธาวินก็พูดออกมา “คุณอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงมาก เลยไม่กลัว หรือว่า……เป็นเพียงข้าราชการตัวเล็กๆ ครอบครัวของคุณเองก็คงจะพอกินพอใช้อย่างไม่ต้องกังวล ไม่มีอะไรให้เป็นห่วงใช่ไหม?”
พนักงานเองก็ฟังคำขู่จากคำพูดของธาวินออก
เห็นได้ชัดเลยว่าตระกูลธนาภูวนัตถ์ทำอะไรเพื่อให้ครอบครัวร่ำรวยมีโชคลาภมาหลายชั่วอายุคนแล้ว
เขาทำได้เพียงยิ้มแย้มแล้วพูดออกมา “คุณธาวิน คุณน่าจะเข้าใจ ผมเป็นเพียงแค่ ผมเป็นเพียงแค่คนที่ทำงานให้กับรัฐบาล แค่เลี้ยงชีพเท่านั้น……ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้ นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบน ผมทำได้เพียงรับประกันกับคุณว่า อย่างมากก็แค่เจ็ดสิบสองชั่วโมง! เท่านั้นจริงๆ! คุณธิชาจะต้องได้ออกมาอย่างไม่บาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว”