รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 425 สาเหตุที่ธิชาป่วย
พงศ์พนาขมวดคิ้วเบาๆพลางส่ายหัว “ถามแล้วไม่ได้คำตอบเลย อีกฝ่ายปากหนักมาก แล้วก็นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องไปถึงความลับภายใน เลขาของพสิษฐ์เองก็ไม่ได้มีตำแหน่งที่ต่ำต้อย ถ้าเกิดวันหนึ่งพสิษฐ์ล้มลงจากตำแหน่ง เขาก็ยังสามารถหาทางออกให้กับตัวเองได้ ขายเรื่องลับของหัวหน้าตัวเอง ถ้าเกิดว่าข่าวมันแพร่ออกไป จากนี้ไปเขาเองก็ยากที่จะมีที่ยืน ดังนั้นก่อนที่ภายในเลือกที่จะเผยแพร่ออกมา มันก็ยากที่จะได้ข่าวคราวอย่างชัดเจนจากปากใคร ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบภายใน แต่ฉันคิดว่า……ไม่แน่ว่าพสิษฐ์อาจจะทนไม่ได้จริงๆ”
ธาวินจุดบุหรี่ขึ้นมา ก่อนจะสูบเล็กน้อย “ใช่ หลายปีมานี้ พสิษฐ์ได้รับความดีความชอบมากมาย ตำแหน่งของเขานั้นไม่ใช่ว่าตาสีตาสาทำอะไรผิดนิดหน่อยก็จะสั่นไหวได้ ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้……เมื่อเทียบกับพสิษฐ์แล้ว สองพี่น้องนั่นถือว่ายังอ่อนหัดกว่ามาก คนใหญ่คนโตที่เกี่ยวข้องกับพสิษฐ์คงมีไม่น้อย แล้วจะพ่ายแพ้ได้ง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร”
พงศ์พนาขมวดคิ้วจนเกิดร่องลึกกว่าเดิม
“พอพูดถึงเรื่องนี้ กลับยิ่งทำให้ฉันคิดว่ามันไม่มั่นคงแล้วล่ะ……คนที่ร่วมทานข้าวเย็นกับฉันเมื่อวาน แม้จะไม่ได้อยู่กับพสิษฐ์นานเท่าไหร่ ยังนับว่าเป็นมือขวาของพสิษฐ์ไม่ได้เลย แต่ว่านิสัยเขานั้นสุขุมเป็นอย่างมาก ฉันรู้เขาดี ว่าเขานั้นไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ เพียงแค่ชอบฟังคนอื่นพูดก็เท่านั้น แล้วก็คอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆเท่านั้น เขาเปิดเผยอะไรให้ฉันฟังไม่น้อยเลย ดูออกเลยว่ากังวลกับอนาคตของตัวเองมาก พลางมีความคิดที่อยากจะหาที่พึ่งใหม่แล้วล่ะ ที่เขาคิดว่าในวันนี้พสิษฐ์ไม่มั่นคง ก็เพราะเขาใสสะอาดมากเกินไปหน่อย อยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งนาน ไม่เพียงแค่ไม่ทุจริต แต่ยังไม่ตั้งพรรคจับพวกอีกด้วย……เขาอยู่ในตำแหน่งสูง แต่จริงๆนั้นมีคนที่ไม่ชอบเขาไม่น้อยเลย มีคนมากมายที่อยากจะเพิ่งพาและร่วมมือกัน ซึ่งแทบจะไม่อยู่ในสายตาเขาเลย”
ธาวินได้ฟังดังนั้น ก็หัวเราะพึมพำออกมา “เขาเองก็ซวยเหลือเกิน หลายสิบปีแล้ว ผูกมิตรเพียงครั้งเดียว ก็เลือกคนผิด ดันมาเลือกคนเจ้าเล่ห์อย่างคนของตระกูลภักดิภูมิเมธี ถ้าเกิดในอนาคตเขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้วจริงๆ ฉันก็ไม่ได้แปลกใจหรอกนะ มองคนผิด มันคงจะเป็นโชคชะตาทั้งนั้น”
“ครับ” พงศ์พนาตอบรับ “แต่ว่าตอนนี้มันตัดสินยากมากเลยนะ คุณชาย ตอนนี้……ธเนษฐมีชื่อเสียงมากภายในคณะรัฐมนตรี มีคนมากมายเคารพนับถือ หลังจากที่เลือกตั้งไปแล้ว แม้ดนัยกฤตจะไม่ได้ถูกเลือก แต่เขาเองก็มีโอกาศได้ตำแหน่งสูกขึ้นอีก ดังนั้นภายในคณะรัฐมนตรีนั้น……มันเลยยากที่จะมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว ขนาดทั้งวุฒิสภา……ผมยังกังวล ว่าจะไม่มีใครกล้ามาผูกมิตรกับเรา”
ธาวินขมวดคิ้วแน่น พลางมองความกังวลออกเลยล่ะ
เขาเงียบอยู่นาน “นัดออกมาก่อนเถอะ ใช้ชื่อฉันเป็นคนนัดเขาก็ได้ แล้วดูท่าทีของพสิษฐ์ ความเที่ยงตรงของพสิษฐ์นั้น เกรงว่าจะคงจะหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่แปดเปื้อนกับตระกูลธนาภูวนัตถ์ ถึงแม้พวกเราตั้งใจที่จะร่วมมือกันแล้ว เขาก็อาจจะไม่ตกลง”
พงศ์พนาพูด “จุดนี้ผมเองก็คิดมาก่อนแล้ว ได้ยินว่า……พสิษฐ์นั้นใส่ใจคุณธิชามากพอสมควรเลย แต่จากที่ผมสืบมา เขานั้นไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ของคุณหนูในตอนนี้เท่าไหร่ ตอนนี้คุณหนูป่วยขนาดนี้ ก็เป็นหลังจากที่คลอดลูกของดนัยกฤตไป……แม้จะยังหาสาเหตุการป่วยได้ไม่แน่ชัด แต่ถ้าโทษดนัยกฤตไปหมดแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ที่ตอนแรกเขานั้นใช้คุณหนูของพวกเรา ไม่อย่างนั้นพสิษฐ์คงจะไม่ต้องซวยขนาดนี้! ฉันกำลังว่า ว่าจะต้องใช้ชื่อของคุณหนู หรือจะ……หรือจะพาคุณหนูไปด้วย ถึงอย่างไรอาการป่วยของคุณหนูก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว ก็เหลือแค่ดูท่าทีของพสิษฐ์แล้วล่ะ”
ธาวินกลับรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก อาการป่วยของธิชานั้นพูดออกไปนิดหน่อยก็พอ พูดมากเกินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไปนัดเขาก่อนเถอะ แล้วดูท่าทีก่อนค่อยมาวางแผนอีกที”
พงศ์พนาเองก็ไม่กล้ากดดันบังคับเขา เลยตอบรับด้วยความเคารพ “โอเค ฉันจะรีบไปทำ ในวันนี้……ถ้าเกิดสามารถร่วมมือกับพสิษฐ์ ก็ถือว่าร่วมผ่านความยากลำบากไปด้วยกัน ถือว่ามีความหวังสูงเลยล่ะ”
…………
การรักษาตัวขั้นต้นของธิชานั้นเริ่มขึ้นแล้ว
จากกากสังเกตอารมณ์ของเธอและการใช้ชีวิตโดยละเอียดแล้ว เกล้าแก้วก็คิดว่าอาการของเธอนิ่งขึ้นมาแล้ว สามารถรักษาตัวในขั้นต่อไปได้
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ธาวินเองก็มีเวลาว่างมานั่งดูการรักษาข้างๆ
ธิชานั่งตรงข้ามกับเกล้าแก้ว อย่างเงียบสงัด ดวงตาเองก็มีความแจ่มใสเป็นอย่างมาก
เกล้าแก้วชี้ไปที่อุปกรณ์วาดภาพกองพะเนินตรงหน้า ก่อนจะพูดกับธิชา “ธิชา วันนี้อากาศไม่เลวเลย เดี๋ยวฉันจะไปเดินเล่นเป็นเพื่อนคุณ ถ้าคุณอยากจะออกกำลังกาย ก็ได้เหมือนกันนะ”
ธิชาจ้องเธออยู่หลายนาที ก่อนจะพยักหน้าลง
เกล้าแก้วเอาดินสอวาดภาพใส่มือเธอ ก่อนจะยิ้มพลางพูด “ได้ยินพี่ชายคุณพูด ว่าตอนเด็กๆคุณเคยเรียนวาดรูป ชื่อของคุณ……ธิชา มันเพราะมากเลยนะ คุณน่าจะชอบวาดภาพใช่ไหม งั้นคุณลองวาดไปตามอารมณ์สักหน่อย แล้วให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?”
ธิชาดูเหมือนไม่มีท่าทีอะไร ดูเย็นชาเป็นอย่างมาก
เกล้าแก้วเองก็ไม่รีบร้อน ก่อนจะรออย่างเงียบๆ
ธิชาถือแก้วน้ำขึ้น ก่อนจะดื่มอย่างช้าๆ
จากนั้นก็หยิบกระดาษตรงหน้าขึ้น พลางเอาไว้ในมืออยู่นาน
จากนั้นก็ถือดินสอขึ้นมา ก่อนจะเริ่มวาดเล็กน้อย
ธิชานั้นช้ามาก
น่าจะเป็นเพราะสมอง หรือไม่ก็ช่วงนี้กินยาปรับอารมณ์ตลอด
แม้เธอจะสงบเป็นอย่างมาก แต่ว่าธาวินก็มองอยู่ตลอด ในใจเลยกังวลเป็นอย่างมาก
เขากลัวว่าอาการของธิชามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอด
โดยเฉพาะเธอที่ไม่เอาใครเลยตลอดเวลา บวกกับการที่ต้องใช้ยาที่ทำให้เธอสงบได้ตลอดเวลาเธอ มันเลยทำให้อาการไม่สนใจใครแบบนี้มันมากขึ้นหรือเปล่า
แต่ว่าเกล้าแก้วบอก ว่าอาการป่วยของธิชาในตอนนี้ ไม่กินยาไม่ได้
เมื่อเธอหยุดยา อารมณ์ก็อาจจะโมโหร้ายได้ แถมยังอาจจะทำให้เกิดอาการอื่นๆตามมาอีกด้วย
จากที่คำนึงถึงความปลอดภัยของเธอ เลยต้องกินยาแบบนี้ต่อไป นอกจากนี้ยาชนิดนี้มีการพิสูจน์มาหลายสิบปีแล้ว ผลข้างเคียงมันต่ำมาก นอกจากนี้ถ้าเกิดหลังจากนี้หยุดยา ก็จะหายเป็นปกติ ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก
ธิชานั้นสเกตช์ภาพ
เธอวาดอย่างง่ายๆ
เหมือนเป็นรูปที่เด็กที่เพิ่งจะเริ่มเรียนวาดภาพวาดขึ้นมาเลยล่ะ
แต่ว่าตอนที่เธอวาดภาพนั้นมันจริงจังมาก จนทั้งห้องสงบลงไปด้วยเลยล่ะ
ตั้งแต่ที่ธิชาหยิบดินสอขึ้นมา ก็ไม่มีท่าทีจะหยุดลงเลย
ท่าทีของเธอนั้นมันช้ามาก ดังนั้นเลยใช้เวลาไปถึงครึ่งชั่วโมง
ธาวินส่งสายตาอยู่ข้างๆ
เกล้าแก้วเลยยิ้มพลางตัดบทเธอ “ธิชา คุณน่าจะเหนื่อยแล้วใช่ไหม วาดรูปมานานมากแล้ว อยากกินของหวานอะไรหน่อยไหมแล้วค่อยวาดต่อ?”
ธิชาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะวาดต่ออย่างตั้งใจ
มันเป็นแบบนี้ราวๆชั่วโมงกว่า
ธาวินร้อนใจจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะกลัวว่าเธอจะกินอาหารแล้วไม่ย่อย
เกล้าแก้วเลยได้แต่ปลอบเขาเสียงเบา “ไม่เป็นไรหรอก วาดรูปมันไม่ได้ใช้แรงมาก ตอนนี้จิตใจของธิชาเหมือนกับเด็ก อย่าไปรบกวนเธอเลย รอเธอวาดเสร็จ เดี๋ยวก็พักผ่อนเอง”
ธาวินเองก็ได้ยินสิ่งที่หมอพูด
เลยเข้าไปตบไหล่ของธิชา
ก่อนจะพูดเสียงอบอุ่น “ธิชา คุณพักก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยทำต่อโอเคไหม พูดอะไรกับพี่หน่อยสิ ธิชา?”
ธิชานั้นไม่อยากจะสนใจเขาเลยด้วยซ้ำ ธาวินเองก็ทำได้เพียงวางฟอร์ม
…………
จากนั้นพักใหญ่
จู่ๆธิชาก็หักดินสอและวางลงเสียงดัง จนทำให้ธาวินตกใจ
เขารีบลุกขึ้น พลางเดินเข้ามาข้างกายแล้วโอบเธอเอาไว้
“หนื่อยแล้วใช่ไหม เมื่อมือหรือเปล่า?”
เกล้าแก้วกลับรีบเอารูปภาพของธิชามาสังเกต
เธอสังเกต อยู่นาน ก่อนจะปลอบธิชา พลางให้พยาบาลพาเธอไปกินอะไรหน่อย
เกล้าแก้วเชิญธาวินออกมา
จนมาถึงห้องเงียบๆถึงได้พูดออกมาอย่างจริงจัง
“ฉันพอจะรู้ว่าที่ธิชาป่วยนั้นมันเป็นการกระตุ้นจากอะไรแล้ว”
ธาวินขมวดคิ้วแน่น สีหน้าก็จริงจังกว่าปกติมาก
“เพราะลูก……ธิชาเพิ่งจะคลอดลูกสาวเมื่อไม่นานมานี้ไม่ใช่เหรอ? ลูกสาวคนนั้นล่ะ? ทำไมธิชาไม่ได้อยู่กับลูกของเธอเอง?”
ธาวินพูดเรื่องการใช้ชีวิตคู่ของธิชาคร่าวๆ
“ช่วงนี้ฉันยุ่งมากเลย หลังจากที่รับธิชากลับมาแล้ว เธอเองก็ไม่พูดอะไรเลย ไม่ได้พูดถึงเรื่องลูกด้วย ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องของเธอกับสามีเก่าของเธอเป็นอย่างไรบ้าง……แล้วปัญหามันมากมายขนาดไหน เลยจะช่วยตัดสินใจแทนเธอไม่ได้ ดังนั้นเลยพักเอาไว้ก่อน คุณคิดว่ามันเป็นปัญหาที่เด็กเท่านั้นเหรอ?”