รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 424 ผู้ชายของคุณ ไม่สามารถล้มลงภายในชั่วพริบตาได้
เธอรักธาวินมาก
รักมากจนรู้ว่าอาจไม่มีวันได้รับความรักจากเขา แต่ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างดื้อดึง
ตาของญาณินเริ่มชื้นขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นมาก
“จนถึงตอนนี้ แม้แต่แกล้งเสแสร้ง คุณยังขี้เกียจเกินกว่าจะเสแสร้งใช่ไหม ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อนก่อนอยู่ต่อหน้าฉัน…คุณก็แสดงละครได้จนจบ ฉันทำอะไรผิดกันแน่ หรือ..หรือเป็นเพราะธิชา คุณถึงเสียสติไปแล้ว ฉันเอาตระกูลมงคลวัชรกุลมาเติมพันกับคุณ ทุกวันนี้ฉัน…คุณรู้ไหมว่าทุกวันนี้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะกลับไปบ้านพ่อแม่ พ่อไม่ยอมเจอฉัน แม่เจอฉันแต่ก็อดไม่ได้ที่จะด่าฉัน ว่าฉันรู้ว่าคุณใช้ประโยชน์เสร็จก็ละทิ้งตระกูลมงคลวัชรกุล แต่ฉันก็ยังหวังลมๆแล้งๆ ฉันเคยคิดเสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาสามารถค่อยๆสร้างขึ้นได้…แต่ทำไมความจริงถึงโหดร้ายนัก จนกระทั่งฉันได้ให้กำเนิดปุยฝ้ายเพื่อคุณ หัวใจของคุณ ก็ยังแข็งเหมือนก้อนหิน เย็นชาชะมัด…หัวใจของคุณ ฉันไม่มีวันทำให้มันอบอุ่นได้เลย”
อาจเป็นเพราะน้ำเสียงของญาณินเจ็บปวดเกินไป ทุกคำที่พูดออกมาช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
หรืออาจเป็นเพราะปุยฝ้ายเป็นลูกแท้ๆเพียงคนเดียวของเขา
สีหน้าของธาวินดูอ่อนลงเล็กน้อย
เขาขมวดคิ้ว แล้วเอื้อมมือออกไปตบไหล่ญาณินเบาๆ
“ณิน ฉันไม่ได้จะพยายามทำให้คุณอึดอัด แต่สถานการณ์ตอนนี้ ฉันยุ่งจนปวดหัวมาก ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะเถียงกับคุณแล้วจริงๆ ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบธิชา และคุณไม่อยากทนกับเธอ ฉันเลยจัดแจงให้เธอไปอยู่ที่บ้านรอง คุณจะไม่ได้เห็นเธอเลย ตราบใดที่คุณไม่คิดไปเองมั่วๆ ธิชาจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคุณและปุยฝ้ายเลย ไม่ใช่เหรอ”
ความคับข้องใจกองสุมบนใบหน้าญาณิน
เธอสูดลมหายใจ ราวกับกำลังพยายามควบคุมอารมณ์
จากนั้นก็พับแขนและโอบรอบเอวของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“วิน ไม่ใช่ว่าฉันจะทนธิชาไม่ได้ ฉันกลัว…ฉันกลัวจริงๆ”
ใบหน้าของธาวินเหนื่อยล้า จนปัญญาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ญาณินอยู่ที่จุดที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆ เขาก็ไม่สามารถผลักไสเธอ และไม่สนใจเธอได้
ตอนนี้เขาแต่งงานแล้ว ความเข้าใจเรื่องผู้หญิงและการแต่งงานของเขาค่อยๆลึกซึ้งขึ้น
ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆที่คุ้นเคย หากผู้ชายละเลยและสะสมไปเรื่อยๆ ความแค้นที่ญาณินสะสมไว้จะยิ่งฝังลึก ความเกลียดชังต่อธิชาก็จะยิ่งมากขึ้น
แม้ว่าตอนนี้เขาจะอารมณ์เสีย แต่เขาก็ยังต้องการทำตัวเป็นสามีแบบที่ควรจะเป็น
เขายกมือขึ้นตบที่หลังญาณินเบาๆ
“คุณกลัวอะไร คุณกลัวว่าวันหนึ่งฉันจะล้มละลาย คุณและปุยฝ้ายจะต้องเผชิญหายนะไปพร้อมกับฉันใช่ไหม”
ญาณินชะงักและไม่มีเวลาที่จะโต้เถียง
ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “คุณเพิ่งคลอดลูก คุณยังต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ และคุณต้องค่อยๆคุ้นเคยกับการดูแลลูกๆ อย่าไปกังวลกับสิ่งภายนอก ตระกูลมงคลวัชรกุลยังไม่ล้มหรอก ฉันยิ่งไม่มีทางล้ม สามีของเธอ คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครๆ”
เขาพูด แต่เขาหัวเราะเล็กน้อย “ข้างนอกมีคนมากมายรอที่จะเห็นฉันล้ม แต่คุณคือคุณนายธนาภูวนัตถ์ ญาณิน คุณน่าจะรู้ศักยภาพของฉันดี ถ้าคุณยังไม่รู้จักฉันดีพอ คุณจะตามฉันอย่างหมดใจได้อย่างไร หืม ผู้ชายของคุณ ไม่สามารถล้มลงภายในชั่วพริบตาได้ แม้ว่า…แม้ว่าจะมีเหตุฉุกเฉินในอนาคต ฉันรับมือไม่ไหวจริงๆ คุณวางใจได้เลย ชีวิตคุณและปุยฝ้าย ฉันจัดการให้เรียบร้อยไปตั้งนานแล้ว และถ้าฉันมีปัญหา พวกคุณจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับฉัน เข้าใจไหม”
ใบหน้าของญาณินค่อยๆไร้ความรู้สึก
เธอจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ
ริมฝีปากเปิดปิด แต่กลับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
บางทีคำพูดนี้จากธาวิน อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อหัวใจของเธอ
หรือบางที…เธอไม่เคยได้ยินธาวินพูดด้วยความสงบเช่นนี้ และน้ำเสียงไม่มีท่าทีเสแสร้ง
พูดกับเธอด้วยตัวเอง
ผู้ชายของคุณ
คุณและปุยฝ้าย
คุณคือคุณนายธนาภูวนัตถ์
…
สามคำนี้ก็พอเป็นกำลังใจของญาณินได้นานหลายเดือน
แก้มของเธอเริ่มมีความเขินอาย ดวงตาของเธอเปียกชื้นมาก
เธอซบลงบนหน้าอกของธาวินอย่างระมัดระวัง “ฉันเปล่า ฉันบอกว่ากลัว…ไม่เคยกลัวว่าคุณจะล้มลง ยิ่งไม่ได้กลัวว่าจะต้องทนลำบากไปกับคุณ… ธาวิน ฉันเลือกคุณ ฉันชื่นชมคุณมาตั้งแต่เด็กๆ คำเหล่านี้…ฉันเคยบอกคุณไปนานมากแล้ว คุณไม่เชื่อเหรอ ฉันชื่นชมคุณตั้งแต่เด็ก ฉันอิจฉาธิชามากที่ได้เป็นน้องสาวของคุณ…ตั้งแต่ที่ยังไม่รู้จักว่าความรักระหว่างชายหญิงเป็นอย่างไร ฉันก็อิจฉาธิชา พอโตมา ฉันจึงได้รู้ว่าเป็นความโชคดีที่ไม่ได้เป็นน้องสาวคุณ เพราะ..ฉันสามารถเป็นผู้หญิงและภรรยาของคุณได้ วิน…ฉันไม่กลัวว่าคุณจะล้มเหลวเลยจริงๆ คุณคือราชามาตั้งแต่เกิด และชีวิตก็มีขึ้นมีลง เป็นเรื่องที่ต้องประสบพบเจอก็เท่านั้น ”
ญาณินพูดพลางร้องไห้ “คุณไม่เข้าใจจริงๆเหรอว่าฉันกลัวอะไร ฉันรู้ความรู้สึกของคุณที่มีต่อธิชา ฉันกลัว ฉันกลัวว่าคุณจะจากฉันไปเพราะความใจอ่อนชั่วคราว จนถึงขั้นหย่ากับฉัน ทิ้งฉันกับปุยฝ้าย กลับไปหาธิชา…นี่คือสิ่งที่ฉันกลัวจริงๆ เรื่องอื่น ๆ…แม้ว่าฉันจะต้องตายกับคุณ ฉันก็ไม่กลัว! ”
สีหน้าของธาวินมืดมน แต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
เขาเงียบไปนาน
สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เอื้อมมือไปตบที่ไหล่และหลังของญาณิน
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจความหมายของคุณ ความกังวลนี้มันไม่จำเป็น ธิชาเป็นแค่น้องสาวของฉัน ต่อให้มีเรื่องอะไรในอดีต นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ตอนที่ธิชาอยู่กับฉัน ไม่มีแม้แต่วันเดียวที่เธอจะเต็มใจและมีความสุข เมื่อก่อนฉันไม่มีเหตุผล และฉันก็บังคับเธอ สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่โง่เขลาที่ฉันทำเมื่อตอนฉันยังเด็ก ตอนนี้ฉันเป็นพ่อของปุยฝ้ายแล้ว ฉันเป็นพ่อคนแล้ว คุณคิดว่า…ฉันยังไร้เดียงสาเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า?”
เขาลูบหัวญาณิน “อย่าคิดมาก ฉันไม่มีทางหย่ากับคุณ ตอนนี้เราสามีภรรยามีปัญหามากมายที่ต้องจัดการ ธิชาก็เป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของฉันด้วย เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็เป็นน้องสาวของฉัน ถ้าคุณไม่อยากเจอเธอ ก็ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ฉันจะไม่บังคับให้คุณทำอะไร แต่ว่าณิน คุณก็อย่าคิดอะไรที่ไม่ควรคิด คุณก็รู้ขีดจำกัดของฉัน”
ถึงจะเป็นการขู่
แต่ญาณินก็พยายามจะยอมรับ
เธอหลับตาแล้วเขย่งไปจูบริมฝีปากบางของธาวิน
…………
หลังการประชุมเช้าวันรุ่งขึ้น
พงศ์พนาเคาะประตูแล้วเข้าไปในห้องทำงานของธาวิน
เขาพูดสองสามคำเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้ถือหุ้นหยิบยกขึ้นมาประชุม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ธาวินเป็นเพียงพูดแค่ว่า “ราคาหุ้นไม่คงที่ คนแก่พวกนี้ชอบเงินเป็นชีวิตจิตใจ หลายคนรีบร้อนที่จะถอนหุ้นออก พวกที่ไม่ได้คิดว่าจะถอนหุ้นก็มีแผนอื่น คนเหล่านี้…นับตั้งแต่พ่อป่วย ก็ไม่เคยทำอะไรจริงๆจังๆเลยสักอย่าง ”
พงศ์พนากล่าวว่า “ที่จริงอาการของคุณท่านค่อนข้างคงที่แล้ว เมื่อสองวันก่อนฉันก็ได้คุยกับหมอที่ดูแลอยู่ด้วย เขาบอกว่าอีกไม่นาน คุณท่านก็จะสามารถกลับมาที่บริษัทเพื่อทำงานง่ายๆบางอย่างได้แล้ว ถึงแม้ตอนนี้บริษัทจะไม่มีอะไรให้เขาทำเลยก็ตาม เพียงแค่ต้องการให้คุณท่านออกมาเคลื่อนไหวเฉยๆ ความคิดของผู้ถือหุ้นเหล่านั้นก็จะมั่นคงขึ้นมาก ธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปพึ่งพาคนของธนาภูวนัตถ์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ต้องทำให้พวกเขาเห็น คุณชายมีอุปสรรคอะไร ก็เป็นภัยพิบัติของพวกเขา คุณชายได้ดี จึงจะเป็นโชคดีของพวกเขา”
ธาวินพยักหน้าเล็กน้อย “รอให้คุณท่านอาการดีขึ้นอีกสักพักค่อยว่ากัน ตอนนี้เขาจะออกจากบ้านก็ต้องนั่งรถเข็น ดูไม่ค่อยดี เมื่อมาที่บริษัท อย่างดีก็ เขาอาจสามารถเรียกขวัญกำลังใจของทุกคนได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ใครจะรู้ว่าวันรุ่งขึ้นอาจจะถูกนิตยสารซุบซิบรายสัปดาห์พวกนั้นลงข่าว”
พงศ์พนาพยักหน้า “อย่างนั้นก็รอดูสภาพร่างกายของคุณท่านกันก่อน ค่อยจัดประชุมตัดสินใจครั้งสุดท้าย อีกอย่างเรื่องพสิษฐ์…ผมเริ่มติดต่อเมื่อวันก่อนแล้ว เมื่อคืนก่อนหนึ่งในเลขาที่ร่วมทานอาหารเย็นกับพสิษฐ์ เลขาคนนี้เคยร่วมงานกับผม ถือว่ามีมิตรภาพที่ดีต่อกันอยู่ ถ้าคำพูดของเขาเป็นความจริง พสิษฐ์ถูกกล่าวโทษถึงสามครั้งติดต่อกันแล้ว เขาเป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีคนเดียวที่ถูกกล่าวโทษสามครั้งติดต่อกันในช่วงสิบปีมานี้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…อาจจะรักษาตำแหน่งของเขาไว้ไม่ได้”
ธาวินกล่าวว่า “ได้พูดถึงอย่างอื่นอีกหรือไม่ เช่น… สองพี่น้องตระกูลภักดิภูมิเมธีใช้ข้อหาอะไรกับพสิษฐ์?”