รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 423 มีสิทธิ์อะไรกลับมาครอบครองผู้ชายของฉัน
ตอนแรกธิชาไม่มีการตอบสนองใดๆ เอาแต่จ้องไปที่เกล้าแก้วด้วยดวงตาสีดำเข้ม
แต่เมื่อธาวินโน้มตัวลง มือใหญ่ๆวางลงบนผมของเธอ ลูบด้วยความรักเอ็นดู
“ธิชา เชื่อฟังหน่อย อย่าเป็นหวัดนะ กลับห้องแล้วเข้านอนเถอะ หืม”
ธิชาจ้องมองไปที่ใบหน้าของธาวิน
ดูเหมือนจะไม่แยแส แต่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว
เธอกะพริบตา เป็นการตอบรับ
ธาวินยิ้มออกมา เอื้อมมือไปเกี่ยวขาธิชา อุ้มเธอขึ้นท่านอนแล้วกลับห้อง
หลังจากที่เกล้าแก้วจากไป
ธาวินกลับยังเฝ้าอยู่ตลอด
ธิชาดื่มนมอุ่นครึ่งแก้ว แล้วไปแปรงฟัน ภายใต้การดูแลของพยาบาล
หลังจากเก็บของเรียบร้อย เธอก็ขึ้นนอนบนเตียง
ธาวินเอื้อมมือไปประคองหลังเธอ
แล้วเขาก็ลูบหน้าเธอ
ธิชาขมวดคิ้วทันทีราวกับกำลังเตรียมป้องกันอะไรบางอย่าง
แต่เธอไม่ได้หลบ
ธาวินก็ไม่รู้ว่าเธอไม่ต้องการหลบหรือขี้เกียจเกินกว่าจะหลบแล้ว
เมื่อไม่กี่วันก่อน เกล้าแก้วบอกว่าช่วงนี้ธิชาขี้เกียจมาก
เธอไม่ยอมคุย เพราะเธอแค่ขี้เกียจคุย
บางครั้งแม้แต่พยักหน้าก็ยังขี้เกียจ ใช้การกะพริบตาแทน
แต่เธอฉลาดอยู่เสมอ อาการเจ็บป่วยของเธอไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญาของเธอ
บางครั้งเวลามีคนไม่ตั้งใจไปชนเธอเข้า เธอไม่พอใจ แต่เธอขี้เกียจเกินกว่าจะพูดอะไรสักคำ
เหมือนกับที่เธอขมวดคิ้วอยู่ในตอนนี้ แต่เธอไม่ได้หลบเลยแม้แต่น้อย
ธาวินก็ไม่รู้ว่าเขารอคอยอะไร
เขาไม่ได้ถอนมือออกทันที แต่งอนิ้วและบีบใบหน้าเล็กๆของเธอเบาๆ
ยิ้มแล้วถามทันทีว่า “ธิชา คุณน่าจะรู้ว่าฉันเป็นใครใช่ไหม ฉันคิดว่าคุณรู้ เพราะยังไงฉัน…คือคนใกล้ชิดที่สุดที่คุณเติบโตมาด้วย แม้ว่าคุณจะลืมคนบนโลกทั้งใบไปก็ตาม แต่ก็ไม่มีทางลืมฉันง่ายๆ แต่เธอไม่แม้แต่จะพูดอะไรเลย ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ”
เขาลูบลูกผมบนหน้าผากของธิชา “เอาแบบนี้ไหม คุณเรียกฉันสักรอบหนึ่ง ให้ฉันแน่ใจว่าคุณรู้จักฉันจริงๆ แค่ครั้งเดียว ตกลงไหม?”
ตอนแรกธิชาจ้องมาที่เขาอย่างเงียบๆ และยังคงตัวแข็งทื่ออยู่เป็นเวลานาน
แล้วเธอก็ก้มลงมองอย่างเย็นชาเล็กน้อย
ธาวินเศร้าใจ แต่ก็ไม่กล้าไปบังคับเธอ อย่างน้อยวันนี้สภาพเธอก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ขณะที่เขากำลังปลอบใจตัวเองอยู่นั้น ธิชาก็เงยหน้าขึ้น จ้องมาที่เขาอย่างตั้งใจ และบีบเสียงคำว่า “พี่ชาย…” ออกมา
ธาวินตาโต เกือบเอามือโอบรัดไหล่เธอ
คราวนี้ธิชาชะงักเล็กน้อย สายตาดูประหม่าเล็กน้อย
ธาวินปล่อยมือทันที เอนตัวมาจูบที่หน้าผากของเธออย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวถูกปฏิเสธ
เขาพูดเบาๆว่า “ฉันดีใจมากจริงๆ ธิชา ฉันรู้ว่าเธอไม่มีวันจำพี่ชายไม่ได้หรอก ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอไม่อยากพูด ไม่เป็นไร พี่รอได้ เธอก็ไม่ต้องรีบร้อน พวกเราค่อยเป็นค่อยไป เธออยากจะทำยังไงก็ได้ พี่ชายขอแค่ให้น้องปลอดภัย…”
ธิชาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาดูเหมือนจะค่อยๆ ลึกลงไป
สายตาของเธอมีค่าควรแก่การคิดทบทวน
ธาวินอดไม่ได้ที่จะจูบปลายจมูกของเธออีกครั้ง ในเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ธิชา ฉันเสียใจที่ส่งคุณออกไป… ต่อให้ฉันจะไม่มีทางเลือก ฉันก็ยังเกลียดตัวเอง แต่อย่างน้อยตอนนี้…คุณก็กลับมาแล้ว ธิชา พี่ชายจะไม่ส่งคุณไปอีกแล้ว หลังจากนี้คุณก็อยู่กับพี่ชายตลอดไป พี่ชายจะเลี้ยงดูแลคุณไปตลอดชีวิต”
สายตาของธิชาดูเหมือนมีดาวเอยู่ในดวงตาตา
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอจะค่อยๆสงบลง จากนั้นเธอก็หลับตา และหันไปด้านข้างอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับว่าเธอกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน
…………
ธาวินคอยเฝ้าเธออยู่ข้างเตียงตลอด
จนเขารู้ว่าธิชาหลับไปแล้วจริงๆ
เขาจึงลุกขึ้นและออกจากห้องไป
ฝีเท้าที่ก้าวลงบันไดของเขาทั้งหนักและช้า
เมื่อกลับถึงบ้านหลัก ตอนเข้าประตูทางเข้า ก็เป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าแล้ว
ไม่มีใครอยู่ในห้องโถง
ดูเหมือนทุกคนกำลังพักผ่อน
เงียบอย่างนี้ ว่างเปล่า
เขากลับถอนหายใจด้วยความโล่งอกแทน
ธาวินขึ้นไปบนบ้าน ชินกับการเดินไปทางห้องหนังสือ
อย่างไรก็ตามห้องนอนหลักที่อยู่บนชั้นนั้น ทันใดนั้นปรากฏร่างที่สวมชุดนอนกระโปรงสีม่วง
มันคือญาณิน
ญาณินสะบัดผมและทำหน้าเคร่งขรึม
เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ยามบอกว่า รถของคุณกลับมาตั้งแต่ตอนสี่ทุ่มแล้ว ตอนนี้กี่โมงแล้ว คุณดูเอาเองว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ทำไมคุณถึงเพิ่งกลับมาตอนนี้!”
ธาวินขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้สีหน้าจะดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรที่ไม่น่าฟัง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดเบาๆ ว่า “ลดเสียงหน่อยเถอะ ถ้าทำให้ปุยฝ้ายตื่น คืนนี้คุณก็ไม่ต้องนอนแล้ว”
ญาณินเบิกตากว้าง ครู่หนึ่งนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“ปุยฝ้าย…ธาวิน! คุณยังจำได้อยู่เหรอว่าคุณมีลูกสาวชื่อปุยฝ้าย คุณเคยคิดว่าปุยฝ้ายเป็นลูกสาวของตัวเองจริงๆบ้างไหม ตั้งแต่เธอเกิดมา คุณเคยอุ้มเธอแค่กี่ครั้งเอง! คุณจำไหมว่าลูกสาวของคุณหน้าตาเป็นเช่นไร คุณจำได้จริงๆไหม!”
ธาวินอดไม่ได้ที่จะตำหนิออกไป “พอได้แล้วมั้ง คุณคิดว่าตอนนี้ฉันมีอารมณ์จะฟังคุณชวนทะเลาะไหม ญาณิน ฉันรู้ว่าระหว่างวันคุณยุ่งอยู่กับการดูแลปุยฝ้าย อารมณ์ไม่ดี แต่คุณก็รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของฉัน ฉันยุ่งกว่าคุณอีก ไม่มีอารมณ์จะพูดจาหยาบคายใส่คุณ ช่างมันเถอะ คุณกลับไปที่ห้องซะ”
เขาก้าวขาเตรียมจะเดินไป
ญาณินกลับคว้าแขนเขาอย่างแรง
จับเขาด้วยมือทั้งสอง
ธาวินพยายามดิ้นให้หลุด
เธอกอดเอวเขาแน่นทันที แน่นมากๆ ราวกับว่าเธอยอมตายดีกว่าปล่อยมือ
ธาวินสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดอย่างฝืนทำเป็นอดทนว่า “เอาล่ะ ณิน ใจเย็นๆ ฉันเหนื่อยและต้องการพักผ่อน คุณก็เช่นกัน”
ญาณินกลับร้องไห้
“ฉันรู้มาตลอดว่าคุณไม่เคยรักฉัน…ในใจคุณ มีเพียงธิชาเธอคนนั้น แต่ฉันก็ปลอบใจตัวเองเสมอว่าความรู้สึกระหว่างคุณกับธิชา…มันสั่งสมมานานนับสิบปี ไม่สามารถจู่ๆก็ตัดไปได้ ฉันก็เข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น…แม้ว่าคุณจะไม่รักฉัน! แม้ว่าคุณจะไม่รักฉันแบบชายหญิงเลย แต่เราก็แต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันคือคุณนายของคุณ พวกเราคือสามีภรรยา ตระกูลธนาภูวนัตถ์เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จนเกือบพาครอบครัวของฉันลงคลองไปด้วย ครอบครัวของฉันก็ร่วมเผชิญความหายนะกับคุณ… ทุกคนแนะนำให้ฉันไปต่างประเทศโดยเร็วที่สุด! ทุกคนล้วนแต่แนะนำให้ฉันหนีไปให้เร็วที่สุด พวกเขาต่างก็พูด… พวกเขาต่างบอกว่า ไม่ช้าก็เร็วคุณจะติดคุก แต่ฉันไม่เชื่อเพราะฉันรักคุณและเพราะฉันเป็นภรรยาของคุณ ดังนั้น ฉันไม่เคยคิดที่จะจากไป”
“แต่…ที่ฉันรับไม่ได้ก็คือคุณไม่รักแม้แต่ลูกสาวแท้ๆของตัวเองด้วยซ้ำ! หรือว่าต้องการให้ธิชานางตัวดีนั่นคลอดลูก ถึงจะอยู่ในสายตาคุณบ้าง ปุยฝ้ายไม่ค่อยแข็งแรง ตั้งแต่เกิดมาก็ป่วยตลอด ฉันเป็นห่วงมากขนาดไหน ฉันไม่อยากจะไม่สบายใจ…ฉันอยากเจ็บไข้ได้ป่วยแทนเธอด้วยซ้ำ แต่คุณล่ะ…ธาวิน คุณอยู่ที่ไหน ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน กลับมาคุณก็ไปอยู่กับนางนั่น คุณคิดว่าฉันตายแล้วจริงๆเหรอ!”
ธาวินขมวดคิ้ว
สีหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นหน้าเขียว
น้ำเสียงของเขาเริ่มไม่ทนมากขึ้น “คุณคงรู้ดีถึงสภาพปัจจุบันของธิชา เธอป่วย ป่วยหนัก และยังพยายามฆ่าตัวตาย คุณคิดว่าฉันจะทำอย่างไรได้ ญาณิน ธิชากับคุณเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้ว ฉันขอร้อง ขอให้คุณใจดีหน่อยเถอะ”
ญาณินตาแดงก่ำ จู่ๆก็กรีดร้อง——
เธอกรีดร้อง แล้วเอามือทั้งสองข้างปิดหูตัวเอง
แล้วพูดจาทิ่มแทงเขาอย่างโหด “ใจดีเหรอ?! ธาวิน คุณยังมีหน้ามาพูดเรื่องใจดีกับฉันอีกเหรอ ฉันไม่เคยติดหนี้บุญคุณอะไรธิชาเลย คือคุณเองที่ติดหนี้เธอ เกี่ยวอะไรกับฉัน! ธาวิน ฉันทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันรู้ว่าธิชาป่วย แต่เธอป่วยแล้ว จ้างหมอหาผู้เชี่ยวชาญ นี่คือสิ่งที่คุณควรทำในฐานะพี่ชาย แต่เธอมีสิทธิ์อะไรมาอยู่ในบ้านตระกูลธนาภูวนัตถ์ เธอมีสิทธิ์อะไร ถึงเธอจะแซ่ธนาภูวนัตถ์ แต่เธอก็ออกเรือนแล้ว เธอมีสิทธิ์อะไรกลับมาครอบครองผู้ชายของฉันด้วย พรุ่งนี้ พรุ่งนี้คุณจัดการให้ธิชาย้ายออกไป ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!”
สีหน้าของธาวินหม่นหมองลงทีละนิด
เขาหรี่ตาลง และไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความอบอุ่นในดวงตาของเขา
เขาพูดช้าๆ “ญาณิน คุณน่าจะรู้ดีนะว่าทำไมฉันถึงแต่งงานกับคุณ”
ญาณินตาเบิกกว้างจ้องมองเขา เห็นได้ชัดว่าโกรธจัด แต่ใบหน้ากลับซีดลงเรื่อยๆ…