รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 418 ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาฉัน
ทุกถ้อยคำของวรรจชนกล้วนอ่อนโยน
น้ำเสียงก็เป็นการปรึกษาหารือและชักชวนอย่างสิ้นเชิง
แต่ทัศนคติและความตั้งใจของเธอนั้นชัดเจน
เธอสามารถประนีประนอมและยอมจำนนเพื่อดนัยกฤต
ตราบใดที่เขาชอบ จะเก็บธิชาไว้ หรือถึงขั้นเก็บไว้ในระยะสายตาของเธอ เธอก็จะไม่คัดค้าน
แต่ในเวลานี้ เธอไม่อนุญาตให้ดนัยกฤตเห็นแก่ความสงสารชั่วคราว แล้วขัดขวางแผนการโดยรวมของพวกเขา
……
สีหน้าของดนัยกฤตแม้จะสงบลงมากแล้ว
แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบที่น่าพอใจให้วรรจชนก
ผ่านไปสักพักก่อนที่เขาจะพูดเสียงต่ำ “ตอนนี้สภาพจิตใจของธิชาย่ำแย่มาก ผมสัญญากับเธอแล้วว่าจะคืนดวงใจให้เธอ อย่างน้อยก็ควรให้ดวงใจอยู่กับเธอสักพัก ไม่อย่างนั้น……กลัวว่าจะยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของเธอมากขึ้น สาเหตุของเธอต้องการการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม แต่ความรับผิดชอบของผมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้”
แววตาของวรรจชนกเข้มขึ้นเล็กน้อย
เธอเงียบไปสามวินาที แต่ยังคงนวดไหล่ของชายหนุ่มอย่างสงบ ใช้แรงข้อมือระดับปานกลางเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อของเขาทีละน้อย
เธอไม่รีบร้อนโต้แย้งเขา
หลังจากแรงกำลังของมือยังคงดำเนินต่อไปนานชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถึงได้พูดอย่างใจเย็นว่า “ดนัย ความรู้สึกของคุณตอนนี้ ฉันเข้าใจดีทั้งหมด ฉันเองก็…..รู้สึกแย่แบบเดียวกับคุณมาโดยตลอด”
ขณะที่เธอพูด มือซ้ายก็ค่อยๆ เลื่อนลงไปรอบหน้าอกของเขา และแตะลงตรงตำแหน่งหน้าอกด้านซ้าย
เหมือนเป็นการสัมผัสหัวใจของเขา
วรรจชนกพูดเน้นทุกถ้อยคำ “ฉันรู้ว่าตลอดมาคุณไม่เต็มใจทำร้ายธิชา ยิ่งกว่านั้น……เธอก็ค่อนข้างอ่อนแอด้วย และเธอป่วยมาก จนใครก็ตามที่ได้เห็น ล้วนต้องรู้สึกเป็นทุกข์ เพียงแต่จุดนี้……ฉันคิดว่าคุณในฐานะผู้สังเกตการณ์ น่าจะรู้ว่าธิชาพึ่งพาพี่ชายของเธอมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่สภาพร่างกายของชรัณดีขึ้นมาก ธิชาเติบโตขึ้นมาภายใต้การปกป้องดูแลของชายสองคนนี้ และเธอก็ยังไม่โตเต็มที่ จิตใจยังมีความเป็นเด็กอยู่ครึ่งหนึ่ง ฉันก็เคยเรียนจิตวิทยามา สำหรับอาการป่วยทางจิตกะทันหันของธิชาที่เกิดจากการกระตุ้นบาดแผลทางจิตใจ การให้เธอกลับสู่สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาเมื่อตอนยังเด็ก มีประโยชน์มากต่ออาการป่วยของเธอ ฉันรู้ว่าคุณมีการตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว และไม่อนุญาตให้ใครยุ่งเกี่ยว ฉันไม่ได้มีเจตนาช่วยคุณตัดสินใจ……ฉันแค่แนะนำ ฉันคิดว่าส่งธิชากลับคืนตระกูลธนาภูวนัตถ์ ได้รับการคุ้มครองอย่างระมัดระวังจากตระกูลธนาภูวนัตถ์ นั้นมีประโยชน์มากกว่าการส่งเด็กทารกที่ร้องไห้รอรับอาหารไปอยู่เคียงข้างเธอ”
น้ำเสียงของวรรจชนกนั้นอ่อนโยนและโอบอ้อมอารี ราวกับเกิดมาเพื่อเป็นศรีภรรยาของชายคนนี้
เธอจะไม่มีทางขัดขวางดนัยกฤต แต่เมื่อเขาลังเลในการตัดสินใจ ก็จะให้คำแนะนำที่ตรงใจเขามากที่สุด
แววตาและสีหน้าของดนัยกฤตค่อยๆ อ่อนลง ทำให้วรรจชนกรู้ว่าตัวเองชนะ
เธอจูบแก้มชายหนุ่มอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ดนัยคะ ช่วงนี้คุณเหนื่อยล้ามามากแล้ว เหนื่อยจนน้ำหนักลดไปทั้งตัว แม้แต่ผมหงอกก็ยังขึ้นมาสองเส้น ทำงานหนักแบบนี้……มันทำให้ฉันกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณจริงๆ ไม่สู้คุณปล่อยเรื่องของธิชาให้ฉันจัดการดีกว่า คุณวางใจ ฉันจะเชิญผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดสำหรับเธออย่างแน่นอน ส่วนฝั่งของธาวิน……ก็ให้ฉันติดต่อเองแล้วกัน มันสะดวกกว่า คุณคิดอย่างนั้นไหม”
ดนัยกฤตกับธาวินเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด
ต่อให้ปกติจะทำทีเป็นปรองดองเพื่อรักษาหน้า แต่คราวนี้ธิชาป่วยหนักแบบนี้ และพูดตรงๆ ก็ไม่ต่างจากคนบ้า ในสถานการณ์เช่นนี้ มีแนวโน้มที่ธาวินจะแสดงพฤติกรรมรุนแรง
ไม่สู้ให้เธอที่เป็นผู้หญิงออกหน้าจะดีกว่า
ใบหน้าของดนัยกฤตสงบ สูบซิการ์ในมือจนหมดมวนโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลังจากจี้ดับบุหรี่ ถึงได้พูดเสียงต่ำว่า “ทำตามที่คุณบอก”
วรรจชนกยิ้มอย่างอ่อนโยนและเอ้อเฟื้อ ลุกขึ้นเดินไปรินชาร้อนถ้วยใหม่ให้เขา และนำชาร้อนมาที่ริมฝีปากของเขาด้วยมือตัวเอง
…………
วรรจชนกเดินออกจากห้องนอน เดินออกไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
อี๊ฟไม่รู้มาจากไหนเดินเข้าไปต้อนรับ ใบหน้ามีแต่ความหงุดหงิด
“คุณนก ดวงใจถูกส่งกลับไปที่ห้องแล้ว แต่ธิชาถูกหมอฉีดยารักษา ตอนนี้กำลังหมดสติ ท่านดนัยกฤต……จะมอบดวงใจให้กับนางคนชั้นต่ำธิชาจริงเหรอ!”
วรรจชนกก้าวลงไปชั้นล่างโดยไม่หยุด เธอก้าวกว้างไปข้างหน้า อี๊ฟนั้นเตี้ยกว่าเธอสามเซนติเมตร ฝีเท้าของเธอจึงไล่ตามไปอย่างค่อนข้างลำบากลำบน
วรรจชนกเหยียบบนบันได ก่อนที่จะพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “มีฉันอยู่ จะให้ดนัยเอาเด็กให้ผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง”
อี๊ฟตกตะลึง เธอตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นสมองเหมือนจะอยู่ในสภาวะหยุดทำงาน
ผ่านไปนานกว่าจะถามอย่างลังเล “เมื่อครู่ท่านดนัยมีท่าทางแบบนั้น……เราต่างได้เห็นกับตา ธิชาแค่เป็นบ้า ไหนเลยจะมีความคิดอยากตายจริงๆ แต่เขาถึงกับเครียดมาก ประโยคแรกคือเรียกหมอ และประโยคที่สองคือให้ฉันไปสั่งให้เอาดวงใจมา คุณวรรจชนก……คุณเป็นใครกันแน่ ทำยังไงถึงเกลี้ยกล่อมท่านดนัยได้”
วรรจชนกไม่ได้มองเธอเลย และคำพูดของเธอก็ดูไร้เหตุผลอย่างยิ่ง “การเกลี้ยกล่อมดนัย มันเป็นความเข้าใจโดยปริยายระหว่างพวกเราสามีภรรยา อี๊ฟ หรือว่าเรื่องของสามีภรรยา…..คุณก็อยากรู้อยากเห็นด้วยงั้นเหรอ”
อี๊ฟหน้าแดง
การเสียดสีของวรรจชนกปราศจากคำหยาบแม้เพียงครึ่งคำ แต่เท่ากับตบหน้าเธออย่างรุนแรง
ตนอยู่กับท่านดนัยมากว่าแปดปี……
เรียกได้ว่าทุ่มเทแรงกายแรงใจโดยไม่มีเงื่อนไข
แต่กับเธอแล้ว…..ท่านดนัยก็ยังมองเธออยู่ระดับสูงกว่าบรรดาเมียน้อย
จะมีคนโปรดที่เข้ามาแทนที่เธอได้ถูกเมื่อ
แทนที่จะเป็นเมียน้อยที่ยั่งยืน เธอดูเหมือนเป็นแม่บ้านที่มั่นคงมากกว่า
ใครก็ตามที่มีสายตาอันเฉียบแหลมก็สามารถมองออกได้ว่าท่านดนัยให้ความสำคัญกับความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และการเชื่อฟังของเธอมากกว่าความงามและทักษะที่เธอควรมีในฐานะผู้หญิง
ประเด็นนี้ ใจอี๊ฟไม่ยอมรับมาโดยตลอด
รูปลักษณ์ของเธอไม่ได้ด้อยสักนิด เรื่องบนเตียงก็ยิ่งฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
ผู้หญิงทั่วไป ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอเลย
แต่เธอ……ไม่เคยกล้าขัดขวางท่านดนัยเวลาที่ตัดสินใจอย่างจริงจัง
ก็เหมือนกับเรื่องที่จะเอาเด็กคืนให้ธิชา
ถ้าเธอเกลี้ยกล่อม ก็จะถูกด่าเล็กน้อย หรือตบหน้าแรงๆ หรือแย่กว่านั้น……อาจจะมีการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่าก็เป็นได้
แต่ดูเหมือนว่าวรรจชนกกลับไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ก็สามารถควบคุมจิตใจของท่านดนัยได้อย่างง่ายดาย
ประเด็นนี้อี๊ฟยากจะเข้าใจ
…………
ในใจอี๊ฟเกลียดจนคันฟัน แต่กลับไม่กล้าเผยสีหน้าไม่ชอบใจ
เธอยิ้มอย่างค่อนข้างเขินอาย “ที่ไหนกันล่ะ ฉันแค่ปากไวไปหน่อย ก็แค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้น เพราะท่านดนัย……ท่านดนัยลุ่มหลงมัวเมานางโสเภณีนั่นมาตั้งเนิ่นนาน ฉันไม่กล้าเกลี้ยกล่อมเขาเลย……”
อี๊ฟไม่อยากให้ตัวเองขัดแย้งกับวรรจชนกแม้เพียงนิดเดียว
อย่างน้อยในแง่ของสถานการณ์ปัจจุบัน หากไม่มีวรรจชนก โอกาสของท่านดนัยในการชนะเข้าคณะรัฐมนตรีก็ลดลงครึ่งหนึ่ง
ดังนั้นตำแหน่งของวรรจชนกจึงมั่นคงที่สุด และบางทีในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า ตำแหน่งของวรรจชนกก็จะไม่ถูกสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย
จึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะกำหนดเล็งเป้าหมายไปที่วรรจชนกในแบบเดียวกับที่เธอเคยทำกับผู้หญิงคนอื่นไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม……
ทันศนคติของเธอที่มีต่อวรรจชนก มันคือการประจบมากกว่า
ดังนั้นเธอจึงพยายามโอนความขัดแย้งเล็กน้อยในเวลานี้ไปที่ตัวธิชา
ใช้คำพูดพวกนี้มาระบุให้วรรจชนกรับรู้
ว่าพวกเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน และมีศัตรูร่วมกันเพียงคนเดียว ก็คือธิชา
แต่วรรจชนกเม้มริมฝีปากและหัวเราะเล็กน้อยอย่างไร้อารมณ์
เธอไม่คล้อยตามอี๊ฟเลย และตอบอย่างไม่ไว้หน้าว่า “งั้นเหรอ ฉันมองไม่ออกเลยว่าธิชามีความพิเศษยังไง ก็แค่เมียน้อยคนหนึ่ง ดนัยจะชอบหรือไม่ชอบ มันก็แค่ความคิดไม่ใช่เหรอ ถ้าชอบก็เสียเงินเพิ่ม ถ้าไม่ชอบก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ธิชาผู้หญิงคนนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาฉัน เพียงแต่เธอเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ”
อี๊ฟสูดหายใจเข้าลึก
ดีที่ฝีเท้าของวรรจชนกนั้นรวดเร็ว และเธอก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว
วรรจชนกไม่มีทางได้เห็นสีหน้าของเธอ
เธอโกรธมากจนหน้าคล้ำ ราวกับว่าจะฉีกหน้าได้ทุกขณะ
ยัยแก่วรรจชนกนี่น่าขยะแขยงจริงๆ
กับแค่อาศัยตำแหน่งเมียหลวง หยิ่งผยองอะไรนักหนา
ตนใช้คำกำหนดเป้าหมายไปที่ธิชา
แต่เธอดันมาแสดงให้เห็นว่าไม่เคยเอาธิชามาเป็นเรื่องสำคัญ
เหล่าผู้หญิงอย่างพวกเธอ……ใครๆก็เห็นธิชาเป็นหนามในตา
วรรจชนกใช้สิ่งนี้มาโอ้อวดความสำคัญของตัวเอง
สารเลวจริงๆ
ผู้หญิงยิ่งแก่ยิ่งสารเลวจริงๆ ด้วย