รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 408 กระตุ้นการคลอด
ใบหน้าขาวนวลของอี๊ฟปรากฏความอับอายจนยากจะกลบเกลื่อน
เวลาเธออยู่ต่อหน้าดนัยกฤต จะเป็นคนมีวาทศิลป์ที่สุดเสมอ แม้แต่ชนัดพลที่ได้รับความโปรดปรานจากดนัยกฤตอย่างมาก ก็ยังด้อยกว่าเธอทุกทาง
อี๊ฟนั้นน้อยมากที่หากปกติตัวเองไม่ได้มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวแล้วจะถูกดนัยกฤตทำไม่ดีใส่ เวลานี้โดยธรรมชาติแล้วจึงค่อนข้างเก็บสีหน้าไม่อยู่
เธอซึ่งคำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วในเวลานี้จึงไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี
ดีที่ดนัยกฤตแค่ทำหน้านิ่งเฉยไปครึ่งนาที
จากนั้นก็สั่งด้วยเสียงหนักว่า “พูดสิ มีอะไรอยากพูดก็พูดมาทีเดียวให้หมด”
อี๊ฟทำสีหน้าลำบากใจ และแสดงความลำบากใจของตัวเองได้ชัดแจ้งเป็นที่สุด
ถ้อยคำที่พ่นออกมาแสดงถึงความลังเล “คืออย่างนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าท่านดนัยจำได้หรือไม่ ในบ้านมีแม่บ้านคนหนึ่ง เป็นญาติของน้าปวีณาที่ดูแลธิชา……น้าปวีณาซื่อสัตย์ภักดีต่อธิชามาก เพียงแต่ในความใกล้ชิดของญาติ ก็เลี่ยงการนินทาไม่ได้ ฉันได้ยินที่บ้านว่าแม่บ้านคนนั้นพูดว่าธิชาเหมือนจะมีความตั้งใจหนีไปจากเมืองJในเร็ววันนี้ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเธอวางแผนไว้ยังไง บางทีอาจไม่มีมูลความจริง เพราะถึงอย่างไรก็แค่แม่บ้านคนหนึ่งปากมากซุบซิบนินทา ไม่สำคัญพอจะเก็บมาใส่ใจ เพียงแต่ในเมื่อฉันได้ยินคำพูดมาแล้ว รู้สึกว่ายังจำเป็นต้องบอกคุณ เผื่อว่าเธอจะทำจริง……คุณควรระวังไว้”
เมื่อดนัยกฤตได้ยิน สีหน้าก็บึ้งตึงมากตามที่คาด
หลายวันมานี้ ธิชาประพฤติตัวดีอยู่อย่างสงบ นอกจากคุยโทรศัพท์กับธาวิน และแอบเข้าไปในห้องหนังสือของเขาสองครั้งนอกนั้น……ดูเหมือนว่าก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
เขาเคยเตือนเธอแล้ว และธิชาก็รู้ว่าเขาจะลงมือยังไง
เธอควรล้มเลิกความตั้งใจถึงจะถูก
นอกจากนี้ ด้วยความสามารถของเธอ นอกจากขอความช่วยเหลือจากธาวิน เธอก็คงไม่มีวิธีอื่น
แต่เธอไม่ยอมดึงธาวินมาตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นในช่วงหลายวันมานี้เขาจึงคลายความระมัดระวังเล็กน้อย
คิดไม่ถึงว่าเธอกล้าเอาธาวินมาเสี่ยง ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินต่ำไป
อี๊ฟเห็นเขามีสีหน้านิ่งไม่พูดอะไร ใจเธอยิ่งเกิดความตึงเครียด เธอรู้ว่าเมื่อชายคนนี้โกรธขึ้นมาจริงๆ เขาจะเงียบ
เธอแสร้งทำเป็นพูดกลับคำง่ายๆ “บางทีแม่บ้านอาจได้ยินมาผิดก็ได้ค่ะ ถึงยังไงฉันดูแล้วด้วยความสามารถของธิชา นอกจากขอความช่วยเหลือจากธาวิน ก็คงจะไม่มีวิธีอื่น เว้นแต่ เว้นแต่เธอ……”
คำพูดของอี๊ฟผ่านไปครึ่งทางแล้วหยุดลง ราวกับว่าจู่ๆ ก็นึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างที่ไม่กล้าพูด และกลืนถ้อยคำส่วนท้ายที่อยู่ในปากไป
แต่ดนัยกฤตกลับทำสีหน้าเย้ยหยันและหัวเราะเยาะ “ทำไมไม่กล้าพูดต่อ คุณนึกถึงธเนษฐใช่ไหม ธาวินเป็นคนสำคัญในหัวใจเธอ แม้ว่าตัวเธอเองต้องตาย ก็ไม่ยอมลากธาวินมาเกี่ยวข้อง แต่ธเนษฐต่างออกไป เธอรู้ว่าผมจะไม่ทำอะไรธเนษฐ ดังนั้นคุณจึงคิดว่าธเนษฐช่วยเธอจัดการเรื่องนี้ ใช่ไหม”
อี๊ฟดวงตาเบิกว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธซ้ำๆ “ไม่ ไม่ใช่นะคะ……ฉันแค่นึกถึงพสิษฐ์ ฉันคิดว่าธิชาอาจไปขอความช่วยเหลือจากพสิษฐ์ ส่วนท่านสอง……ฉันไม่ได้คิดไปในทางของท่านสองเลยจริงๆ ค่ะ”
ชายหนุ่มสีหน้ามืดมน ไม่ใส่ใจคำอธิบายของเธอ
เธอแอบสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม หลังจากยืนยันจนแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้โกรธตัวเอง
เธอยิ่งกล้าจนก้าวกว้างสองก้าวขึ้นหน้าอย่างกล้าหาญ และเดินไปข้างหลังดนัยกฤต……มือที่บอบบางทั้งสองข้างแตะลงบนไหล่เขาเบาๆ แล้วบีบนวดไม่เบาไม่หนัก
“ท่านดนัย คุณใจเย็นก่อนนะคะ ยังไงตอนนี้สำหรับคุณแล้วธิชาก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากมายอีกต่อไปแล้ว ต่อให้เธอต้องการไปจริงๆ ก็นับว่าสมเหตุสมผล ไม่สู้ให้เธอคลอดลูกเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดกับคุณ ส่วนเรื่องที่อยู่ของเธอ……ท่านดนัย เธอเป็นแค่คนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ ในเมื่อต้องการไป คุณก็ปล่อยเธอไปให้พ้นๆ เสียดีกว่า”
…………
ตอนค่ำ
ธิชาอยู่ภายในห้องฟิตเนสกำลังทำแบบฝึกหัดง่ายๆ สำหรับการผดุงครรภ์ภายใต้การแนะนำของแพทย์
เธอร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง และหลังจากทำมานานกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งกายก็เต็มไปด้วยเหงื่อ เตรียมกลับห้องไปอาบน้ำพักผ่อน
แต่เมื่อเธอเดินจากห้องฟิตเนสกลับไปยังหน้าประตูห้องนอนตัวเอง กลับเห็นว่าประตูเปิดอยู่ ข้างในเหมือนมีการเคลื่อนไหว
ใจเธอเครียดขึง รีบเร่งฝีเท้า ในใจมีการคาดเดาบางอย่างได้
อย่างที่คาดไว้เมื่อเธอเห็นดนัยกฤตกำลังคุ้ยหาของในห้องนอนของเธอ และห้องแต่งตัวก็ยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว
ธิชาอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงแหลม “คุณกำลังทำอะไรอยู่”
ดนัยกฤตเหลือบมองเธอ บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก
ธิชาได้แต่แสร้งทำเป็นสงบ “คุณทำของหายเหรอ คุณกำลังหาอะไรอยู่”
เธอไม่แน่ใจว่าดนัยกฤตกำลังหาอะไร
อย่างไรก็ดีเธอเอาพาสปอร์ตของตัวเอง……ซ่อนไว้ในที่ซึ่งลับที่สุด
ไม่อยู่ในห้องแต่งตัว ไม่อยู่ในตู้เสื้อผ้า ถึงขนาดที่ว่าไม่แม้แต่จะอยู่ในที่ใดที่เหมาะจะซ่อนของ
เธอยัดพาสปอร์ตของตัวเองไว้ในหมอน
ต่อให้จะค้นหาในห้องนอนทุกซอกทุกมุม โอกาสที่จะเจอพาสปอร์ตก็มีน้อยมาก
ดนัยกฤตเป็นผู้ชาย เขาจะคิดได้อย่างไรว่าธิชาจะซ่อนพาสปอร์ตไว้ในหมอน……
ตามที่คาด ดนัยกฤตค้นจนทั้งห้องกระจุยกระจายแล้วแต่ก็ไม่พบอะไรเลย
เขาหน้าตึง นั่งลงตรงหน้าธิชา ริมฝีปากพ่นคำออกมาเน้นทุกถ้อยคำ “ผมรู้ว่าคุณจะหนี เอาของออกมา ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”
ธิชาไม่รู้ว่าเขาได้ยินมาจากไหน ในใจเต็มไปด้วยความสับสน แต่ยังจิกฝ่ามือตัวเองแรงๆ แกล้งทำว่าไม่แยแส “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดถึงอะไร”
ดนัยกฤตพ่นลมขึ้นจมูกเบาๆ ลุกขึ้นยืนทันที และก้าวขายาวไปตรงหน้าเธอ
ธิชาหลบโดยจิตใต้สำนึก
แต่เขาแค่ยกมือขึ้นมา แล้วตบๆ หน้าเธอเบาๆ
“อยู่กับผมมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าตัวเองไม่มีความสามารถอะไรสักนิด ธิชา คุณคิดว่าสามารถซ่อนมันจากผมได้จริงเหรอ”
ธิชาไม่รู้ว่าโอกาสที่ตัวเองหนีไปได้นั้นจะลุล่วงแค่ไหน
แต่ตราบใดหากยังไม่ถึงจุดที่หลักฐานมัดตัว เธอต้องเก็บงำต่อไป
เธอสีหน้าปกติ “ฉันซ่อนอะไรคุณ”
เขาพูดอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “คุณเข้าห้องหนังสือผม เพราะคิดจะหาของที่เกี่ยวกับธาวินสินะ”
สีหน้าของธิชาซีดลงเล็กน้อย เธอลดสายตาลงนิดหน่อย แต่ยังคงเงียบกริบ
เรื่องเข้าห้องหนังสือ ดูเหมือนจะถูกจับได้แล้ว
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าดนัยกฤตจะสามารถค้นหาพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่เธอซ่อนไว้ในหมอนได้
เขานั่งลงอีกครั้ง ยกขาไขว่ห้าง “คุณก็ยังเป็นโรคเดิมๆ ที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาไม่เคยเปลี่ยน”
……
ต่อมา บอดี้การ์ดนำสุนัขที่ดูเหมือนสุนัขตำรวจขึ้นมาชั้นบน
เมื่อสุนัขตำรวจเห็นธิชาก็เห่าอย่างดุดันสองครั้ง และกระโจนเข้าหาทันที
ธิชากรีดร้องและหันตัวหลบ
เธอไม่รู้เลยจริงๆ ว่าดนัยกฤตกำลังจะทำอะไร เธอกลัวสุนัข โดยเฉพาะสุนัขที่ดุร้าย——
แต่ดนัยกฤตกลับยิ้มและเอาเธอมากอดไว้ในอ้อมแขน พูดเสียงเบาว่า “อย่ากลัว ทำตัวตามสบาย มันแค่อยากได้กลิ่นจากตัวคุณ”
จมูกของสุนัขตำรวจถูไถกับเสื้อผ้าของเธอ ธิชาสะดุ้งพลางหลบเลี่ยงอย่างหวาดกลัว
ดนัยกฤตกอดเธอไว้ในอ้อมแขน เธอจึงไร้ซึ่งหนทางหลบหนี
ท้ายที่สุดสุนัขตัวนั้นใช้เวลาเพียงนาทีเดียว กับการกัดทึ้งหมอนบนเตียงของเธอ และเอาพาสปอร์ตส่งให้ตรงมือดนัยกฤต
เลือดทั้งกายธิชาแทบจะแข็งตัว
เธอตัวสั่นงันงก ยิ่งหวาดกลัวทวีคูณ
เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญกับอะไร
นิ้วเรียวและทรงพลังของชายหนุ่มบีบแก้มอันบอบบางของเธอ
เขาขมวดคิ้วและถามเน้นทุกคำ “ธิชาคนดี ทำไมคุณถึงไม่เคยเรียนรู้จะเป็นเด็กดีเลย คุณคิดว่าตัวเองมีทักษะมากพอจะหลบหนีพ้นจากสายตาผมได้งั้นเหรอ หืม?”
ธิชาสั่นเทาไปทั้งตัว สุนัขตัวนั้นยังคงเห่าเสียงดังไม่หยุด
ดนัยกฤตตบๆ ที่แผ่นหลังของเธอและพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “คุณดูตัวเองสิ แม้แต่สัตว์ร้ายตัวเดียวก็ยังกลัวแทบตาย คุณขี้ขลาดขนาดนี้ ทำไมกลับชอบทำเรื่องกล้าหาญดีเดือดอยู่ตลอดเลยนะ”
แสงสลัวในจิตใจของธิชา……ดับลงอย่างสมบูรณ์
เธอรู้ว่าตัวเองไม่มีทางหนีได้อีกแล้ว
และลูกสาวของเธอ ถูกลิขิตให้ถูกดนัยกฤตเอาไป
เธอเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ยิ่งเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด
ธิชาฝืนยิ้มอย่างอ้างว้าง ถามด้วยน้ำเสียงงุนงง “เป็นอี๊ฟถูกไหม แน่นอนว่าต้องเป็นอี๊ฟ……ฉันมาถึงจุดที่หาทางออกไม่ได้จนขอความช่วยเหลือจากคนมั่วๆ ได้ยังไงกัน ฉันคิดว่าอี๊ฟจะช่วยฉันจริงๆ คุณรู้ไหม……พาสปอร์ตเล่มนี้ เป็นอี๊ฟที่ส่งมาให้เองกับมือ แต่คุณคงไม่เชื่อ ก็อี๊ฟเป็นคนของคุณ เธอจะช่วยฉันได้ยังไง ใช่สินะ……เธอจะช่วยฉันได้ยังไง!”
ดนัยกฤตเม้มริมฝีปาก บีบคางของเธอด้วยนิ้วยาว ทุกถ้อยคำมีแต่ความเย็นชา “หลายวันมานี้ ผมเคยคิดจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง แน่นอนว่าคุณคิดไม่ถึงสินะ หลังจากเกิดเรื่องหลายเรื่องที่ทำให้ผมขยะแขยง ผมก็ยังคงคิดว่าจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง แต่คุณ เป็นคุณที่ทำตัวเอง ผมเสียใจจริงๆ ทำไมผมต้องเสียความรู้สึกกับสิ่งที่……ไร้หัวใจเช่นคุณ ”
ธิชาเบิกตากว้างและยิ้มอย่างประชดประชัน “ความรู้สึกงั้นเหรอ คุณมีความรู้สึกด้วยเหรอ จะเอาลูกสาวในท้องของฉันไป นี่คือความรู้สึกของคุณที่มีต่อฉัน คุณคิดว่าฉันอยากเล่นกลกับคุณเหรอ……ทั้งที่ฉันรู้ว่าตัวเองเล่นกลกับคุณไม่เคยได้! ฉันไม่มีทางตบตาคุณได้เลย! แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ฉันไม่มีเจตนาอื่น ฉันแค่ต้องการลูกสาว ดนัยกฤต ฉันขอร้องคุณ ต่อไปในอนาคตคุณจะมีลูกอีกมากมาย วรรจชนก……วรรจชนกจะให้กำเนิดลูกสาวแก่คุณ! แต่ทั้งชีวิตนี้ ฉันอาจมีแค่เธอคนเดียว……คุณได้โปรดทิ้งเธอให้ฉันได้ไหม ฉันขอร้อง……”
ธิชาสลัดหลุดจากอ้อมแขนของเขา
เข่าอ่อนคุกเข่าลงแทบเท้าเขา
มือเล็กๆ ที่บอบบางของเธอสั่นเทาคว้าจับปลายขากางเกงของเขา “ดนัยกฤต ได้โปรดเถอะนะ ฉันขอร้องคุณครั้งสุดท้าย ให้ลูกสาวแก่ฉันเถอะ ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ต้องการลูกของฉัน เธอเป็นสิ่งที่เกิดมาเพื่อฉัน ทำไมคุณถึงใจร้ายได้ขนาดนี้……วรรจชนกจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนลูกของตัวเองได้ยังไง บางทีเธออาจจะทำร้ายลูกสาวของฉัน ถึงขั้นอาจจะทำร้ายเธอจนตาย……”
ชายหนุ่มเงียบโดยตลอด
เมื่อธิชาเสียงแหบแห้ง จนไม่สามารถส่งเสียงพูดได้อีกต่อไป
เขาย่อตัวลง ยื่นมือขึ้นลูบแก้มหญิงสาว
“ดวงใจ ชื่อของลูกสาวคือดวงใจ ผมคิดอยู่หลายคืนก่อนจะตัดสินใจ ผมรู้ว่าคุณไม่เต็มใจ ดังนั้นแม้ว่าผมจะรู้ว่าใจคุณไม่มีผมเลย ผมก็ยังดิ้นรนทั้งด้านจิตใจและความคิด เคยคิดให้โอกาสคุณอีกครั้ง เคยคิดจะให้คุณอยู่เคียงข้าง เลี้ยงดูลูกสาวด้วยกัน……แต่คุณทำตัวเอง ธิชา คุณหมดโอกาสแล้ว”
…………
ธิชาคิดว่าดนัยกฤตจะโกรธจัด แต่เขาเปล่า
เธอคิดว่าดนัยกฤตจะทรมานเธอ แต่เขาก็ไม่ทำเช่นกัน
เธอกลัวว่าดนัยกฤตจะลงมือ จึงหวาดกลัวจนตัวสั่นคุกเข่าลงตรงหน้าเขา……
แต่เขาดูจะสงบนิ่งมาก
อ่อนโยนเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
หลังจากนั้น ดนัยกฤตให้เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาด
แล้วทั้งคู่ก็นั่งตรงข้ามกันที่โต๊ะอาหาร ทานอาหารร่วมกัน
หลังอาหารเย็น ดนัยกฤตกอดเธอ ทั้งสองนอนเคียงข้างกัน
จนกระทั่งธิชาง่วงมากจนเผลอหลับไป……
เมื่อตื่นขึ้นมา เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของดนัยกฤตพูดกับหมอว่า “เริ่มฉีดกระตุ้นการคลอด”