รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 407
คำสัญญาที่อี๊ฟให้ธิชาคือการช่วยเธอจัดการทุกอย่างภายในห้าวัน
อารมณ์ของธิชาเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเศร้าสร้อยเป็นวิตกกังวล
เธอต้องเตรียมทุกอย่างสำหรับอนาคตของตัวเองท่ามกลางสภาวะวิตกกังวลนี้
ที่ทำให้เธอหดหู่คือ แม้ว่าเธอจะมีอารมณ์ไปอยู่เป็นเพื่อนณิชานาฏในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แต่กลับไม่กล้าติดต่อณิชานาฏล่วงหน้า
สำหรับแม่คนเดียวของตัวเอง กลับไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจเลยแม้แต่น้อย
ในตอนแรกเดิมทีเธอมีโอกาสที่จะออกจากเมืองJ แต่เป็นณิชานาฏที่ทรยศจงใจถ่วงเวลาการไปของเธอ
ดังนั้นเธอจึงถูกดนัยกฤตรับเข้าสู่อ้อมอก และทั้งชีวิตของเธอถูกเขียนขึ้นใหม่เช่นนี้
ธิชาจึงไม่กล้าเปิดเผยที่อยู่ของตัวเองให้ณิชานาฏรู้อีก และถึงขั้นคิดว่าจะลงหลักปักฐานอยู่ในประเทศอเมริการะยะหนึ่ง แล้วค่อยหาเวลาที่เหมาะสมไปพบณิชานาฏ
ก่อนออกเดินทาง ธิชาสะสางเรื่องของคนสำคัญทั้งหมดที่มีของตัวเองในเมืองJ
ปัญหาของพสิษฐ์ เธอไม่มีความสามารถพอจะยื่นมือเข้าไปแก้ไข จึงได้แต่เชื่อในตำแหน่งของพสิษฐ์ ว่าจะไม่ต้องถูกดนัยกฤตพันธนาการจริงๆ
เพียงวรินทร์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดนอกเหนือจากญาณิน แต่เพียงวรินทร์มีปัญหาที่ต้องเผชิญ เธอไม่มีเวลาไปช่วยเหลือ และหากมีเรื่องว่าตนจะหนีไปเข้าหูชัยกร อาจนำพาให้เธอไปสู่ความเสี่ยงอันใหญ่หลวงได้ทุกเมื่อ
เธอไม่ต้องการให้เพียงวรินทร์กังวลเพื่อตัวเอง ยิ่งไม่ยอมให้ตัวเองไปเสี่ยง
นับไปนับมา ที่เธอเป็นห่วงมากที่สุดก็คือธาวิน
นอกจากความเป็นห่วงธาวินอย่างถึงที่สุดแล้ว……เธอยังต้องขอความช่วยเหลือจากเขาด้วย
เงินสดที่ใช้ได้ในมือธิชามีจำกัด และต้องเตรียมสกุลเงินต่างประเทศไว้ล่วงหน้า
แต่การ์ดทั้งหมดที่เธอใช้ในตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของดนัยกฤต แม้ว่าดนัยกฤตอาจไม่มีเวลาคอยจับตาดูแนวโน้มการใช้จ่ายของเธอ แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอหนีไป การ์ดเหล่านี้จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป การทิ้งร่องรอยการใช้จ่ายใดๆ ไว้ จะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับดนัยกฤตในการตามล่าเธอ
ธิชาลังเลที่จะขอความช่วยเหลือใคร แต่ถ้าต้องเลือกใครสักคนบนโลกใบนี้ เธอจะเลือกแค่ธาวิน
ในใจธิชาธาวินยังคงเป็นครอบครัว และการขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวตัวเอง ก็ไม่มีทางเป็นอันตราย
ธิชาไม่ล่าช้าอีกต่อไป โทรไปหาธาวินทันที
หลังจากละเว้นพวกคำพูดทักทายถามไถ่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นไป ธิชาก็พูดออกมาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า “พี่ชาย ฉันอยากยืมเงินคุณสักก้อน”
ธาวินเกิดความตื่นตัวโดยธรรมชาติ “ทำไมต้องการใช้เงินกะทันหัน เกิดอะไรขึ้น”
ธิชาพูดอ้างด้วยคำที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก แค่เพียงว่าฉันกับดนัยกฤตกำลังจะหย่า ฉันไม่อยากใช้เงินของเขาอีก ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากได้การ์ดเดี่ยวแยกสักใบ ฉันไม่อยากใช้ชื่อของตัวเอง เป็นชื่อของคุณก็ได้”
ธาวินมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด แต่เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ยังตอบตกลง และสัญญาว่าจะส่งการ์ดให้เธอโดยด่วนในภายหลัง
เมื่อได้ยินเสียงของธาวิน ทันใดนั้นก็รู้สึกแสบจมูกอยากร้องไห้
เธอพูดอย่างลังเลว่า “พี่ชาย สถานการณ์ของธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปกำลังแย่ ฉันกังวลไปหมด ฉันรู้ว่าฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้ แต่ฉันยังอดกังวลไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อในความสามารถของคุณ ฉันกลัว……ฉันกลัวจริงๆ พี่ชาย สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณหรือเปล่า”
น้ำเสียงของธาวินผ่อนคลายมาก ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ “หยุดคิดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ข่าวมักนำเสนอเกินจริงตลอดนั่นแหละ หลักการนี้เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปไม่เพียงแต่เป็นธุรกิจของตระกูลธนาภูวนัตถ์เรา ขอบเขตของธรุกิจที่เกี่ยวข้องก็ยังกว้างขวางด้วย ต่อให้มีคนประสงค์ร้ายอยากโค่นล้มตระกูลธนาภูวนัตถ์ แต่ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้อันใหญ่หลวง พูดตรงๆ นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในช่วงสองปีนี้ธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปอาจจะเสื่อมถอย แต่จะไม่ล่มสลายในชั่วข้ามคืน เข้าใจไหม”
ธิชาอดทนต่อแรงกระตุ้นที่จะร้องไห้ เธอพยายามซ่อนเสียงสะอื้น กำโทรศัพท์มือถือ ส่งเสียงหนักตอบรับ “อืม”
ธาวินพูดว่า “ธิชา เธอเกิดเรื่องอะไรกันแน่ เธอกำลังเตรียมการอะไรใช่ไหม……ต้องการให้พี่ชายช่วยสิ่งใด เธอต้องบอกนะ เธอต้องเข้าใจว่าไม่ว่าสภาพแวดล้อมรอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ฉันมีเธอเป็นน้องสาวคนเดียว เธอต้องเชื่อฟัง มีเรื่องอะไรอย่าปิดบังฉัน รู้ไหม”
ธิชายิ้มทั้งน้ำตา “ฉันไม่ได้เป็นอะไร ถ้ามีเรื่องอะไรฉันต้องบอกคุณแน่นอน ฉันแค่เป็นห่วงคุณ ฉันได้ยินข่าวลือแย่ๆ มากมาย ฉันกลัวว่าคุณจะเกิดเรื่อง”
อาจเป็นเพราะคำพูดนี้ทำให้ธาวินตรวจจับความผิดปกติไม่ได้ บวกกับที่เธอกับดนัยกฤตกำลังจะหย่ากันพอดี การที่อารมณ์ไม่ค่อยดีก็เป็นเรื่องปกติ
ธาวินที่กำลังยุ่งหัวหมุนอยู่กับการประชุมที่แสนน่าเบื่อทุกวี่วัน จึงไม่ได้คิดอะไรมาก
……
ธิชาได้เงินและได้รับพาสปอร์ตในวันที่สาม
อี๊ฟทำสิ่งต่างๆ ได้เรียบร้อยมาก กำหนดวันออกเดินทางแล้วเป็นวันจันทร์หน้า
วันจันทร์เป็นวันที่ยุ่งที่สุดของดนัยกฤต จึงเป็นช่วงเวลาที่ง่ายที่สุดที่เธอจะหนีไปอย่างราบรื่น
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามแผน
สามวันก่อนธิชาออกเดินทาง มีการแอบขอให้น้าปวีณาปิดกั้นกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้กับห้องหนังสือของดนัยกฤต
ธิชายังคงสงสัยในหลักฐานทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับธาวิน
จะดีร้ายยังไงเธอก็เรียนด้านกฎหมาย ตราบใดที่เธอได้เห็นของพวกนั้นด้วยตาตัวเอง เธออาจจะสามารถตัดสินคร่าวๆ ได้ว่าของพวกนั้นมีผลกระทบต่อธาวินมากน้อยเพียงใด และถึงจุดที่หลักฐานมีมากมายจนไร้หนทางกลับคำให้การหรือไม่
น้าปวีณาไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร เพียงแต่รู้สึกว่ามันเสี่ยงมาก แต่ทนไม่ไหวกับการรบเร้าของธิชา จึงยอมสัญญาทำให้เธอ
ธิชาแบ่งการเข้าห้องหนังสือเป็นสองครั้ง เวลาในการอยู่แต่ละครั้งไม่นับว่านานเกินไป
ลิ้นชักโต๊ะไม่ได้ล็อค ธิชาค้นหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไร
เป็นไปได้ไหมว่าดนัยกฤตโกหกเธอ หรือว่า……หลักฐานพวกนั้นถูกย้ายที่ไปแล้ว
ธิชายังคงมีความกังวลอยู่ในใจ แต่เธอก็มีเวลาจำกัด จึงไม่สามารถทุ่มเททำอะไรได้มากไปกว่านี้ ได้แต่ภาวนาให้ธาวินไม่พ่ายแพ้ไปง่ายๆ
เพราะถึงอย่างไรท้ายที่สุดแล้วธาวินที่เธอรู้จักมาสิบปี……ความจริงแล้วไม่ใช่คนอ่อนแอ
ในตัวธาวิน ไร้ซึ่งองค์ประกอบของความอ่อนแอ
……
พ่อบ้านส่งการตรวจสอบความลับภายในห้องหนังสือตามช่วงเวลาต่างๆ ไปให้กับดนัยกฤต
ขณะนี้เป็นเวลางาน ดนัยกฤตนั่งจ้องไปยังจอแสดงผลอยู่ในห้องทำงานของประธานในอาคารภักดิภูมิเมธีกรุ๊ป
อี๊ฟยืนอยู่ข้างๆ กำลังรายงานเรื่องธุรกิจ เวลานี้เห็นเขาสีหน้ามืดครึ้มส่อสัญญาณพายุกำลังจะมา
เธอกลั้นหายใจแสร้งทำเป็นว่าตึงเครียด และรออยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง
ดนัยกฤตสั่งอย่างไร้อารมณ์ “พูดต่อ”
อี๊ฟเพิ่งเปิดปากพูดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป และพูดอย่างเหมือนไม่อยากพูด “ท่านดนัย เกี่ยวกับธิชา มีบางเรื่องที่ฉันไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่……”
ดนัยกฤตวางปากกาในมือลง ใบหน้าเคร่งขรึมเฉียบขาด
เขาแสดงน้ำเสียงหงุดหงิด “ในเมื่อรู้ว่าไม่ควรพูด งั้นก็ไม่ต้องพูด”