รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 403 ดนัยกฤตแทบอยากบีบบังคับให้พ่อของคุณตาย
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ธิชาได้พบกับพสิษฐ์ พสิษฐ์แสดงความห่วงใยใส่ใจเธอเป็นที่สุด
ดังนั้นแม้ครั้งนี้ผู้ช่วยจะบอกอย่างชัดเจนว่าช่วงนี้ท่านพสิษฐ์ยุ่งมาก
ธิชายังคงยืนกรานที่จะไปและไม่คิดว่าเธอจะได้รับการปฏิบัติแย่ๆ
เพียงแต่ครั้งนี้ พสิษฐ์ดูเหมือนจะยุ่งมากจริงๆ
โดยรวมแล้วคุยกับเธอแค่ประมาณสิบนาทีเท่านั้น
เมื่อพสิษฐ์เห็นว่าท้องของเธอใหญ่มาก ก็แสดงอาการที่ค่อนข้างตึงเครียด ราวกับเขากลัวว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในคฤหาสน์ของตัวเอง จึงโน้มน้าวให้เธอกลับบ้านไปพักผ่อนโดยเร็ว และอย่าได้เที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ตามใจตัวเองอีก
เมื่อพูดถึงดนัยกฤตในบทสนทนา สีหน้าของพสิษฐ์ก็ดูไม่ค่อยดี เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด
แม้ธิชาจะไม่ใช่คนที่เก่งในการสังเกตสีหน้าท่าทางและคำพูด แต่ก็พยายามสังเกตอย่างมาก และสามารถมองสัญญาณที่ชัดเจนออกได้มากมาย
เมื่อพสิษฐ์พูดถึงดนัยกฤต เหมือนว่าไม่ได้มีท่าที่ชื่นชมอย่างเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และดูเหมือนว่ามีคำพูดมากมายที่ไม่สะดวกที่จะพูดต่อหน้าเธอ
ตอนแรกธิชายืนกรานที่จะร้องขอความช่วยเหลือ
แต่เธอก็ค่อยๆ เข้าใจอะไรบางอย่างได้รางๆ
ไม่รู้ว่าพสิษฐ์ยุ่งมากจริงๆ หรือว่าเขาจงใจหลบเลี่ยงเธอ
หลังจากพูดคุยกันนานแค่สิบกว่านาที เขาบอกว่ามีงานราชการเร่งด่วนที่ต้องจัดการด้วยตนเอง และนั่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ช่วยยังไม่ได้เดินจากไป เมื่อเห็นสีหน้าของธิชาแย่มาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“คุณธิชาส่งอีเมลมาหาผมตั้งแต่เวลารุ่งสาง คิดว่าต้องมีเรื่องด่วนเป็นพิเศษอยากขอความช่วยเหลือจากท่านพสิษฐ์ใช่ไหม”
ธิชาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วคิดทันทีว่าผู้ช่วยคนนี้คือคนสนิทของพสิษฐ์ แม้ว่าจะไม่สามารถพูดคุยกับพสิษญ์ด้วยตนเองได้ การส่งข้อความผ่านคนสนิทคนนี้ก็นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง
จากนั้นเธอก็อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเอง หนึ่งคือหวังให้พสิษฐ์จะให้ความช่วยเหลือคุ้มครองธาวิน ความหมายของเธอตรงไปตรงมามาก ต่อให้ไม่สามารถรักษาความรุ่งโรจน์ในอดีตของธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปเอาไว้ได้ แต่เธอแค่อยากปกป้องธาวินเอาไว้เท่านั้น ตราบใดที่ธาวินไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว ส่วนตระกูลและทรัพย์สิน เธอไม่ได้สนใจมากนัก
สองคือการขอให้พสิษฐ์ช่วยตัวเองหนีออกจากเมืองJ
ยิ่งไปไกลเท่าไรยิ่งดี
หากจะป้องกันไม่ให้ถูกดนัยกฤตหาพบก็จะดีที่สุด
ผู้ช่วยไม่ได้ดูแปลกใจแม้แต่น้อยต่อการขอความช่วยเหลือของเธอ
ธิชาค่อนข้างกังวลเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มว่า “ถึงอย่างไรคุณผู้ช่วยก็เป็นคนสนิทของท่านพสิษฐ์ รู้จักท่านพสิษฐ์ดีกว่าฉัน บอกตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะอับจนหนทาง ฉันคงไม่อยากมาเอ่ยปากขอร้องจนสร้างปัญหาให้ท่านพสิษฐ์ ฉันก็รู้ด้วยว่าเรื่องราวมันพัวพันกับดนัยกฤตและธาวิน……ซึ่งขัดกับจุดยืนของท่านพสิษฐ์ แต่ฉันไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ……”
ผู้ช่วยกระแอมไอเบาๆ บนใบหน้าเผยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“คุณธิชาพูดถึงปัญหาในเรื่องของจุดยืน ผมก็จะบอกกับคุณอย่างไม่อ้อมค้อม ก่อนที่คุณจะมาที่นี่วันนี้ ท่านพสิษฐ์เดาได้ว่าคุณจะขอให้เขาช่วยเหลือตระกูลธนาภูวนัตถ์ ตระกูลธนาภูวนัตถ์มีบุญคุณเลี้ยงดูคุณ หากสามารถขอให้ช่วยได้คุณก็จะเอ่ยปาก ซึ่งท่านพสิษฐ์จะไม่ทนนั่งเฉยไม่สนใจ เพียงแต่ตอนนี้ ท่านพสิษฐ์กำลังกังวลเรื่องของตัวเอง สามารถปกป้องตัวเองได้หรือไม่ก็ยังไม่อาจทราบได้ ดังนั้นคุณอย่าได้สร้างความลำบากใจให้เขาเลย……”
สีหน้าของธิชาซีดเผือด เธอเพิ่งเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว
แต่เธอไม่อยากเชื่อการคาดเดาของตัวเอง
เธออยากจะเชื่อว่ามันไม่จริง
ตำแหน่งของพสิษฐ์สูงมาก เขาควรเป็นคนที่มั่นคงและมีอำนาจมากที่สุด
จะไม่……
เธอไม่อยากเชื่อความกังวลของตัวเอง
ทว่าการแสดงออกของผู้ช่วยทำให้เธอยิ่งตระหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าสิ่งที่เธอเดานั้นเป็นสิ่งที่ถูก
น้ำเสียงของธิชาว่างเปล่าขึ้นเรื่อยๆ “ฉันได้ยินมาว่าสองพี่น้องภักดิภูมิเมธีจะเข้าสู่คณะรัฐมนตรีตามกันไป หรือว่าตำแหน่งของพวกเขาสำหรับท่านพสิษฐ์แล้ว……ก่อให้เกิดเป็นภัยคุกคาม ดังนั้นท่านพสิษฐ์จึงได้มาถึงจุดที่ยากจะปกป้องตัวเอง”
ผู้ช่วยถอนหายใจ “ในเมื่อไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้อะไรเลย ผมก็ไม่อยากจะพูดให้ชัดเจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดแล้วสถานะของคุณ……ถึงอย่างไรก็เป็นผู้หญิงในครอบครัวของทางฝ่ายดนัยกฤต ผมรู้ว่าคุณไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ก็ไม่สามารถพูดได้มากกว่านี้จริงๆ……”
สมองธิชามึนเบลอมีแต่เสียงวิ้งๆ
ร่างกายเธออ่อนแรง
เกือบจะเป็นอัมพาตอยู่บนโซฟา
ผู้หญิงในครอบครัวของทางฝ่ายดนัยกฤต
การพูดและจุดยืนของผู้ช่วยนั้นเห็นได้ชัดว่าถือเอาดนัยกฤตเป็นฝ่ายตรงข้าม
เมื่อคิดถึงตอนแรก…..น้ำเสียงไม่ใช่แบบนี้แน่นอน
สีหน้าของธิชาซีดมาก
ไม่น่าทำไมพสิษฐ์ถึงรีบไป
มันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยตน
แต่เพราะดนัยกฤตหลอกใช้เขา และพอได้ดังใจหวังแล้วก็จะกำจัดทิ้ง
เรื่องของการเมือง น่ากลัวและน่าหวาดผวา สถานการณ์ผันผวนตลอดเวลา
ปกป้องตัวเองได้หรือไม่ยังไม่อาจรู้ได้ นับประสาอะไรกับการช่วยธาวิน……
ผู้ช่วยพูดอย่างสุภาพ “ถ้าคุณธิชายังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน ก็อยู่ทานที่คฤหาสน์ก่อนแล้วค่อยกลับเถอะ ตอนนี้ร่างกายคุณมีเจ้าตัวเล็กด้วย ยังต้องดูแลสุขภาพตัวเองก่อนถึงจะถูก”
จากนั้นเขาก็รีบเดินออกไป
ธิชาไม่ได้คิดไว้ว่าจะอยู่ทานอาหารกลางวันที่นี่
โดยธรรมชาติแล้วเธอก็อยากรีบออกจากสถานที่นี้ที่ทำให้เธอกระอักกระอ่วนอย่างโดยไว
แต่เธอหมดเรี่ยวแรง
ราวกับฟางเส้นสุดท้ายที่ตลอดมาตัวเองคิดว่าได้มาถือไว้ในมือ แต่กลับ……หายวับไปกับตา
พสิษฐ์ช่วยเธอไม่ได้แล้ว
แค่กลัวว่าในเวลาอันสั้น……เธอไม่สามารถคาดหวังพสิษฐ์ได้แล้ว
ความหวังบางอย่างในหัวใจของธิชาพังทลายลงโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้แม้แต่ตัวเธอเองก็ช่วยไม่ได้ ยิ่งไม่รู้ว่าควรช่วยธาวินอย่างไร
เธอนั่งอยู่บนโซฟาและดื่มน้ำครึ่งแก้ว เฉื่อยชาอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นยืน
อยากออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนที่จะออกจากประตู โชคร้ายที่เธอเจอเข้ากับคุณนายแก้วตา
คุณนายแก้วตาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก เมื่อเจอธิชาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
พ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ รีบอธิบายว่า “คุณนาย คนนี้คือคุณธิชา เมื่อครู่มีเรื่องคุยกับท่านพสิษฐ์ ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้วจึงกำลังจะกลับแล้วครับ”
เป็นครั้งแรกที่ธิชาเห็นคุณนายแก้วตา จึงลนลานไปชั่วครู่ รีบพยักหน้าทักทาย
คุณนายแก้วตาเป็นหญิงแต่งงานแล้วที่แต่งตัวหรูหราดูดี
เพียงแต่แวบแรกที่เห็น……ดูเหมือนอายุมากกว่าพสิษฐ์
ในสายตาของธิชานั้นเป็นผู้ใหญ่ที่อาวุโสมากแล้ว
คุณนายแก้วตาแค่พยักหน้าเล็กน้อย เหมือนไม่มีเจตนาจะพูดกับเธอ
แต่ธิชาเพิ่งออกจากเฉลียงทางเดิน เธอกลับกระแอมไอ “คุณธิชา ถ้าไม่มีธุระต่อ อยู่ดื่มชากับฉันสักหน่อยสิ”
ธิชารู้สึกสับสน แต่ก็เกรงใจที่จะไปโดยไม่สนใจแบบนี้ จึงฝืนใจอยู่ต่อ
เธอพูดตรงประเด็น “ที่ฉันบอกให้คุณอยู่ มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากขอร้องคุณ จากนี้คุณอย่ามาหาพ่อของคุณจะดีที่สุด แม้เขาจะเป็นพ่อแท้ๆ ของคุณ แต่สถานะของคุณพิเศษมาก ดนัยกฤตก่อตั้งพรรคในคณะรัฐมนตรี ตั้งใจกล่าวหาพ่อของคุณ พวกเขาต้องการทำบางสิ่งที่จะสั่นคลอนประเทศ และยิ่งปรารถนาให้พ่อของคุณตาย!”
ธิชาตื่นตระหนกโดยสมบูรณ์ ส่ายหน้าและพูดว่า “ไม่ ไม่ใช่ ดนัยกฤตเขา……เขาไม่ใช่คนแบบนี้……”
คุณนายแก้วตากระแอมไอ สีหน้ายิ่งดูแย่ลง