รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 399 กลับบ้านกับพี่ชาย ส่งจดหมายทนายให้เขา
ใจธิชางุนงงและสิ้นหวัง
เดิมทีเธอคิดว่าจะไม่มีทางพูดเรื่องนี้
เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอไม่เคยหวังให้ธาวินรู้สถานการณ์ที่แท้จริงของตัวเอง
แต่เพราะเหตุใด เธอถึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมากันล่ะ
ธาวินขมวดคิ้วแน่น ทั้งใบหน้าเผยสีหน้าหนัก
เขาจ้องธิชาเป็นเวลานาน ราวกับกำลังตัดสินว่าถ้อยคำที่พูดขึ้นกะทันหันของเธอเป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือมาจากใจจริงๆ
ธิชามีความลังเลอยู่นาน
กระทั่งเธอพูดอีกครั้ง สีหน้ากลับผ่อนคลายขึ้นมาก และน้ำเสียงก็มีความโล่งใจด้วย “ฉันกับดนัยกฤตเข้ากันไม่ได้ เพราะงั้น…ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแยกทางกัน ถึงฉันจะมีลูก แต่ชีวิตนี้ก็ไม่จำเป็นต้องผูกมัดกับผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ตัวฉันสามารถมีชีวิตที่ดีได้ด้วยตัว ยิ่งกว่านั้นต่อไปฉันไม่ต้องอยู่คนเดียวอีก ฉันมีลูกสาว ลูกสาวจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน”
ธาวินสายตาอ่านยาก
เหมือนเขากำลังเถียงกับตัวเองว่าต้องการสืบต้นตอปัญหาหรือไม่
โดยธรรมชาติแล้วเขาอยากรู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกันแน่กับชีวิตการแต่งงานของธิชา
และก็อยากรู้ว่าดนัยกฤตทำอะไรที่เป็นการทำร้ายเธอใช่ไหม
แต่สีหน้าของเธอดูซูบซีดอยู่แล้ว ไม่ชัดเจนว่าเธอกำลังมีช่วงเวลาที่ไม่มีความสุขแน่หรือเปล่า
ธาวินอดกลั้นไว้ครึ่งนาที ก่อนที่ในที่สุดจะเริ่มถามอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “ยังไงเธอก็บอกฉันหน่อยว่าเพราะอะไรกันแน่ หลังจากที่เธออยู่กับไอ้ดนัยกฤตนั่น ฉันเคยถามเธอหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งเธอก็บอกกับฉันตลอดว่าเขาดีกับเธอมาก แล้วตอนนี้ล่ะ หรือว่าหลังจากพวกเธอแต่งงานกัน เขากลับปฏิบัติต่อเธอไม่ดี”
ธิชาขมวดคิ้วมุ่น
สิ่งที่แวบเข้ามาปรากฏต่อหน้าเธอคือใบหน้าที่น่ากลัวของดนัยกฤต
และเขายังตวัดมือตบเธอด้วยใบหน้าว่างเปล่าไร้อารมณ์อีกด้วย
ลงมือหนักมาก โหดร้ายมาก
แต่กลับไม่ได้ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
และดนัยกฤต……เมื่อยู่ต่อหน้าธเนษฐและคนรับใช้บอดี้การ์ดทั้งหมด……ทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์น่าอดสู
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด เธอไม่อยากหวนกลับไปคิดถึงมันอีก
วันเวลาแห่งความอัปยศแบบนั้น เธอไม่สามารถทนได้จริงๆ
ตอนที่ดนัยกฤตลงมือเป็นครั้งแรก เธอก็ตัดใจโดยสมบูรณ์แล้ว
ดนัยกฤตไม่ได้รักเธอ
ในหัวใจของเธอ ถือว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งมาโดยตลอด และถือว่าเป็นสามีของตัวเอง
ซึ่งไม่เคยมีช่วงเวลาใดเลย ที่ถือว่าเขาเป็นคนรักของตัวเอง
ในจุดนี้ ธิชาตระหนักอยู่ในใจเป็นอย่างดี
เธอไม่สามารถรักผู้ชายคนนั้นได้อย่างไม่ลังเล
จะสามารถคาดหวังได้อย่างไรว่าเขาจะรักตัวเองอย่างแท้จริง
สิ่งที่เธอร้องขอ เพียงแค่ชีวิตที่สงบสุข มีครอบครัวที่อบอุ่นและปรองดอง
ดนัยกฤตไม่สามารถให้เธอได้
ดังนั้นเธอจึงสิ้นหวังหมดใจ
ตัดใจอย่างสมบูรณ์
ไม่สำคัญอีกแล้ว
ในมุมของเธอ ทุกอย่างจบลงแล้ว
ตอนนี้……
ธิชาไม่สามารถคิดได้อย่างเต็มที่ว่าในอนาคตตัวเองอยากมีชีวิตแบบไหน
แต่เธอมั่นใจแล้วว่าตัวเองเดินทางผิด
ถึงแม้จะไม่สามารถกลับไปแบบเดิมได้ แต่ต้องรู้ว่าเมื่อผิดทางไปแล้วยังไม่สายที่จะเปลี่ยนทาง
……
ธาวินจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอ และพิจารณาอย่างละเอียด
หัวใจของเขาค่อยๆ กระตุก
พูดขึ้นมาแล้วก็แปลก
ทั้งทั้งที่เขากับธิชาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
แต่ทว่ากลับเป็นเหมือนฝาแฝด
ธิชารู้สึกเศร้าและหดหู่ เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แค่เขาสังเกตสายตาของธิชา ก็สามารถเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาได้
ธาวินเริ่มมีอาการหงุดหงิด เขายื่นมือไปกดหลังคอของธิชา
“บอกฉัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพิ่งแต่งงานไม่นาน ไม่ใช่เหรอ”
อันที่จริงธิชาอยากหาใครสักคนมาระบายในทุกสิ่งที่ตัวเองได้รับ
แต่ช่างน่ากลัว
เพราะเธอไม่มีใครที่สามารถพูดด้วยได้เลย
ถ้าณิชานาฏรู้สิ่งที่เธอประสบ เธอคงจะใช้ถ้อยคำที่แย่ที่สุดมาดุด่าเธอว่าโง่เง่าและต่ำ
ทำลายชีวิตการแต่งงานที่ดีๆ ด้วยมือของตัวเอง
แม้แต่กับเพียงวรินทร์ เธอยังอายที่จะพูด
ควรบอกเพียงวรินทร์ว่าอย่างไร เพราะเธอเผลอนอนกับน้องชายของสามี
จนเผชิญกับการหย่าร้าง……และอาจถูกสามีของตัวเองทำให้อัปยศอดสูได้ตลอดเวลา
พอเผชิญหน้ากับธาวินเพียงลำพัง
เธอก็เกิดทนไม่ไหวขึ้นมาดื้อๆ
ธาวินอยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวัยรุ่น กระทั่งถึงวัยผู้ใหญ่
เขาเป็นเพื่อนและคนในครอบครัวของเธอตั้งแต่เล็กจนโต
ความลับทั้งหมดที่มีของเธอ ล้วนจะบอกกับธาวิน
แต่ตอนนี้… ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับธาวิน ได้กลายเป็นไม่สามารถพูดอะไรได้อย่างอิสระ
ต่อให้เธอบอกไปแล้ว
ธาวินจะตอบสนองอย่างไร
ธาวินอาจจะโกรธจัด แต่แค่ตระกูลธนาภูวนัตถ์ยังดูแลไม่ไหวเลย
เขายังสามารถแก้แค้นดนัยกฤตที่กำลังจะเข้าคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้เพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้เหรอ
ธิชาไม่อยากให้เขายุ่งยากไปมากกว่านี้
เธอยิ้มอย่างขมขื่นครู่หนึ่ง ใช้การพูดในลักษณะที่ไม่แยแส
“พูดตามตรง ดนัยกฤตก็โอเคสำหรับฉัน แต่ฉันไม่มีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากตั้งครรภ์ ฉันไม่สามารถมีความสุขได้เลยจริงๆ…..ผู้หญิงรอบตัวดนัยกฤตมีมากเกินไป ผู้หญิงของเขามากกว่าคุณเสียอีก และพวกเธอทุกคน ล้วนมีหน้าที่ที่เล่นมีบทบาทในชีวิตของดนัยกฤต เป็นไปไม่ได้ที่ดนัยกฤตจะตัดความสัมพันธ์กับผู้หญิงพวกนั้นเพื่อฉันโดยสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ในชีวิตการแต่งงานของฉัน ต้องอดทนยอมให้มีผู้หญิงพวกนั้นอยู่ด้วยตลอดไป ปัญหานี้ ฉันกับดนัยกฤตเคยทะเลาะ เคยโต้เถียง เคยขัดแย้ง เขาก็เคยมีการปรับตัว ฉันก็เคยคิดประนีประนอม และก็เคยคิดด้วยว่าหลังจากเข้าสู่ชีวิตการแต่งงาน ฉันจะสามารถเล่นบทบาทของคุณนายภักดิภูมิเมธีได้เป็นอย่างดี วางตนเป็นศรีภรรยาที่ทำหน้าที่ได้ดีถูกต้องเหมาะสม ตราบใดที่คุณนายภักดิภูมิเมธีเป็นฉันก็พอแล้ว พวกแมลงวันที่รายล้อม……ฉันสามารถทำเหมือนมันไม่มีตัวตนได้”
“แต่สรุปแล้วกลับกลายเป็นว่าฉันทนไม่ไหวเลย ฉันไม่ได้โกรธเกลียดเขา ตอนนี้ฉันคิดแล้วก็เข้าใจ ฉันกับดนัยกฤตไม่เหมาะสมกัน ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่สามารถเป็นได้มากไปกว่านี้ ฉันต่างจากณิชานาฏ ณิชานาฏทนได้ ฉันทนไม่ได้ และใจฉันก็ไม่ใหญ่เท่าเธอ ฉันแค่อยากจะแต่งงานกับผู้ชายธรรมดา และมีชีวิตที่อบอุ่นเรียบง่าย แม้มีการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ตราบใดที่เราเคารพซึ่งกันและกัน และสามารถทนรับอีกฝ่ายได้ก็เพียงพอแล้ว คนอย่างฉัน ไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาของผู้มีอำนาจจริงๆ ดังนั้นการการแยกทางกันโดยเร็วที่สุด จึงเป็นทางเลือกที่ดีของกันและกัน”
ธิชาพูดแบบนี้ เป็นความคิดที่ออกจากใจจริงส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่ง เพราะเธอไม่หวังให้ธาวินสืบสวนลึกลงไป
ถ้าธาวินสงสัยในสถานการณ์ของเธอ เป็นไปได้มากที่จะส่งคนไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตที่แท้จริงของเธอที่ผ่านมาในช่วงนี้
ถ้าธาวินรู้มากเกินไป ก็จะก่อให้เกิดปัญหามากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มันดีกว่าที่เธอจะสารภาพความขัดแย้งบางส่วนออกมา และที่ดนัยกฤตมีผู้หญิงอยู่ข้างนอก เป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็รู้ดี แม้ว่าเธอจะไม่พูดก็ตาม ธาวินก็รู้อยู่แล้ว
หลังจากธาวินฟังแล้ว สีหน้าก็บูดบึ้งขึ้นเล็กน้อย
แต่เธอแอบสังเกต เพียงรู้สึกว่าธาวินน่าจะไม่คิดไปในทางที่เคลือบแคลงสงสัย
หลังจากผ่านไปนาน เขาก็เอื้อมมือไปลูบผมของธิชา และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว พี่ชายก็เคารพการตัดสินใจของเธอ การใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายอย่างดนัยกฤต ด้วยนิสัยของเธอ เป็นเรื่องยากที่จะมีความสุข เลิกก็เลิกไปเลย พร้อมจะทำมันเมื่อไร”
ธิชาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ยังไม่ได้คุย เดาว่าต้องรอจนเด็กคลอดแล้ว สภาพของฉันในช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดี ไม่เหมาะที่จะทำอะไร มีเวลาอีกเดือนกว่าก่อนคลอด แค่มีจุดหนึ่ง ฉันกับดนัยกฤตคุยกันไม่รู้เรื่อง เหมือนว่าเขา……อยากได้ลูกสาว แต่ฉันไม่อยากพรากจากลูกสาว ไม่ว่ายังไงฉันต้องอยู่กับลูกสาว ฉันไม่ได้หวังให้เขาชดเชยให้ฉัน ฉันไม่ต้องการทรัพย์สิน ไม่ต้องการบ้าน……ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ฉันต้องการแค่ลูกสาว แต่ถ้าเขายังยืนกราน……ฉันก็ค่อนข้างกลัว”
ธาวินเข้าใจความหมายของเธอ กอดเธอไว้ในอ้อมแขน และพูดเสียงต่ำ “เธอวางใจ ถึงตอนนั้นถ้าจำเป็น ฉันจะออกหน้าคุยกับเขาเอง สิทธิ์ในการเลี้ยงดูต้องเป็นของเธอแน่นอน อีกอย่างก็เป็นแค่ลูกสาว คงไม่ได้อยู่ในสายตาของดนัยกฤตเท่าไร”
ธิชาอดทนต่อการกระตุ้นที่จะร้องไห้ เธอพิงไหล่ธาวินอย่างระมัดระวัง “พี่ชาย ฉันรู้ว่าตอนนี้ตระกูลธนาภูวนัตถ์กำลังประสบปัญหามากมาย ฉันไม่ควรขอร้องให้คุณช่วยฉัน แต่ฉัน……ฉันแค่กลัว กลัวจริงๆ ว่าจะไม่มีหนทาง ฉันไม่ขอร้องสิ่งใดอื่นจากคุณ……แค่ฉันไม่สามารถเสียลูกสาวไปได้ ฉันต้องการอยู่กับลูกสาว”
ธาวินเข้าใจเธอดี
อีกครั้งที่เห็นดวงตาเธอหวาดผวาและหวาดกลัว
แม้ไม่แน่ใจว่าเธอกังวลเกินไปเพราะสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์หรือเปล่าก็ตาม
แต่อย่างน้อยก็แน่ใจว่าทัศนคติของดนัยกฤตที่มีต่อเรื่องนี้ คือตรงข้ามกับจุดยืนของเธอ
ธาวินครุ่นคิดเล็กน้อย “ถ้าเธอกังวลแบบนั้นจริงๆ……ไม่สู้เธอไม่ต้องกลับไปแล้ว วันนี้เธอกลับบ้านไปกับฉัน แล้วฉันจะจัดการให้ทนายส่งจดหมายทนายให้เขา”
มือของธิชาสั่นอย่างรุนแรง
เธอมีอาการตื่นเต้น
แต่แบบนี้……ทำได้จริงเหรอ
ดนัยกฤตจะยอมรามือจริงเหรอ