รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 395 กลับบ้านได้ทุกเมื่อ
ตั้งแต่ดนัยกฤตลลงมาชั้นล่าง บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่เสมอ ราวกับว่าตั้งใจจะเล่นภาพลักษณ์ให้เป็นสามีที่อ่อนโยนอย่างเต็มที่
ในใจธิชาเต็มไปด้วยการเหยียดหยัน เป็นการยากที่จะจินตนาการว่าชายคนนี้เผชิญหน้ากับตัวเองและธาวินด้วยทัศนคติแบบใด
เมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว เขายังบังคับให้เธอคุกเข่ากลางห้อง หยาบคายต่อเธออย่างถึงที่สุด ไม่ได้ถือว่าเธอเป็นภรรยาที่ต้องมีความรักและความสงสารให้เลยแม้แต่น้อย
แต่ในเวลานี้เขากลับสามารถพูดถ้อยคำที่ดูดีน่ายกย่องด้วยหน้าซื่อใจคดแบบนี้ได้
ธิชายิ่งรู้สึกเข้าไปทุกทีว่าตัวเองแต่งงานกับนักแสดงมืออาชีพ
แถมยังเป็นนักแสดงที่จิตใจชั่วร้ายและไร้ยางอายอีกด้วย
…………
แม้ว่าดนัยกฤตไม่ได้ห้ามเธอไม่ให้ติดตามธาวินไปเยี่ยมชรัณ แต่ธิชาก็กังวลใจอยู่ทุกช่วงเวลาที่เธอยังไม่ได้ออกจากคฤหาสน์
กระทั่งเธอขึ้นนั่งบนรถของธาวิน และออกจากคฤหาสน์ไปมากกว่าสองทางแยก สภาพจิตใจของเธอถึงค่อยๆ ดีขึ้น
เหมือนกับคนที่ตกอยู่ในฝันร้าย และในที่สุดก็สามารถตื่นจากฝันร้ายขึ้นมาได้บ้าง
คนขับขับรถไปข้างหน้าเงียบๆ ธิชาไม่ได้มองธาวิน แต่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
ธาวินเองก็เงียบไปนานก่อนที่จะพูดออกมา เสียงของเขาคงที่ ราวกับซ่อนอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ลึกๆ “เธอดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ หรือว่าเธอไม่สบาย”
ธิชาถอนสายตาออกจากนอกหน้าต่างอย่างเชื่องช้า เธอจำไม่ได้แน่ชัดนักว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้นั่งอยู่ในรถของธาวินและพูดคุยกับเขาในสภาพที่สงบ
เธอถอนหายใจช้าๆ ลูบท้องราวกับล้อเลียนตัวเอง
“ไม่ได้ไม่สบาย แค่ท้องหนักมาก แถมร่างกายก็อ้วนขึ้น ยากมากที่จะร่าเริง”
ธาวินเหมือนจะมองเธอมานาน ในน้ำเสียงมีความเป็นห่วง “แค่เพราะการตั้งครรภ์ ไม่ได้มีเรื่องอื่นเกิดขึ้นใช้ไหม”
ธิชาสีหน้าห่อเหี่ยวไปเล็กน้อย
เธอไม่เคยคิดจะบอกธาวินว่าตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานกับอะไรบ้าง
แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด ก็ไม่เคยคิดเลย
ต่อให้บอก ด้วยนิสัยของเธอ อย่างน้อยก็จะซ่อนส่วนใหญ่เอาไว้
ความไว้วางใจของเธอที่มีต่อธาวิน ได้สูญเสียไปเกินกว่าครึ่งนานแล้วเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างพวกเขา
เธอไม่เหมือนเด็กผู้หญิงที่ขี้อ้อนเมื่อครั้งเป็นเด็กอีกแล้ว ที่ถือว่าพี่ชายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง ไม่ว่าจะมีความสุขหรือไม่มีความสุข เธอล้วนบอกเขาทุกอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอรู้ดีว่าธาวินกำลังเผชิญกับพายุใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ว่าจะด้วยมุมไหนก็ตาม เธอไม่ควรพูดเรื่องเชิงลบกับธาวินมากเกินไป
ธิชาตัดสินใจอดทนมันเอาไว้แล้ว และแค่ยิ้มให้ “ยังจะมีเรื่องอะไรได้อีก ฉันเป็นแค่หญิงตั้งครรภ์ที่รอกำหนดคลอด เมื่อแก่เดือนมากขึ้น เวลาว่างไม่มีอะไรทำก็มักจะนอน แค่รู้สึกว่าตัวเองอุ้ยอ้าย จึงไม่สามารถมีความสุขได้จริงๆ ก็แค่นั้น”
ธาวินเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไร เขาจึงไม่ได้พูดมากนัก แค่ยกมือขึ้นลูบศีรษะของธิชา
บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบอันแปลกประหลาด
ตอนที่ธิชาไม่เจอเขา จะคิดถึงเขาเป็นครั้งคราว
ตอนแรกที่เธออยู่กับดนัยกฤต เมื่อเธอนึกถึงธาวินก็มักจะรู้สึกเกลียดมากจนเข็ดฟัน
สิ่งที่แค้นที่สุดสำหรับเธอไม่ใช่เพราะธาวินเอาเรื่องความแค้นเคืองของคนรุ่นก่อนมาระบายอารมณ์เชิงลบใส่ตน
แต่เพราะครั้งสุดท้าย……เขาหลอกเธอ เอาเธอส่งให้คนอื่น
นี่คือสิ่งที่ธิชาไม่สามารถให้อภัยได้
ดังนั้นในสมัยที่เธอกับดนัยกฤตรักกัน เธอจึงไม่รู้สึกมีความสุขมากเมื่อนึกถึงธาวิน
แต่ต่อมา……ธิชามักจะเศร้าเสียใจเพราะดนัยกฤต
เมื่อเธอเศร้าเสียใจ เธอจะนึกถึงธาวิน และยิ่งนึกถึงในการกระทำของธาวินที่ดีต่อเธอ
ความรักของผู้ชายทั่วไปที่มีต่อผู้หญิง น้อยมากที่จะยืนยาวชั่วชีวิต
นี่เรียกว่าอาถรรพ์รักเจ็ดปี ผ่านเจ็ดปีไปความรู้สึกก็ลดลง ยากมากที่จะมีคู่รักที่เปิดใจและโอบกอดกันโดยไร้ความขัดแย้ง
และผู้ชายที่เกิดมาเพื่ออำนาจ ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งมานานกว่าสองสามปีก็นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ แล้ว
ธาวินรักเธอมานานกว่าสิบปี
สิบปีนี้ เป็นความอ่อนโยนสวยงามที่มิอาจลบเลือน
แม้ว่าตลอดมาธิชาจะไม่รู้แน่ชัดนัก ไม่รู้ว่าในช่วงสิบปีนั้น ธาวินถือว่าเธอเป็นน้องสาว หรือถือว่าเป็นผู้หญิง
แต่สำหรับเธอ ความจริงแล้วมันไม่สำคัญสักนิดเลย
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเมื่อเธอรู้สึกคับข้องใจและรู้สึกแย่ แล้วนึกถึงธาวิน เธอมักจะคิดถึงตัวเองในช่วงก่อนอายุสิบแปดปีเสมอ
เพียงแต่ไม่ได้คาดหวังว่า ตอนนี้ได้เจอแล้ว กลับค่อนข้างพูดจากันไม่ออก
สถานพักฟื้นที่ชรัณพักอยู่นั้นอยู่ในเขตชานเมืองชั้นนอก ห่างไกลจากใจกลางเมือง และการขับรถไปก็ไม่นับว่าใกล้
ไม่รู้ว่ารถขับมานานแค่ไหนแล้ว จู่ๆ ธาวินก็ถามขึ้นว่า “ถึงฉันจะไม่มีเวลามาสนใจสถานการณ์ปัจจุบันของเธอ แต่ก็ได้ยินข่าวลือเป็นระยะๆ ช่วงนี้ได้ยินอยู่ตลอดว่าเธอกับดนัยกฤต……ความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก ธิชา ถ้าเธอได้รับความคับข้องใจ ก็กลับบ้านได้ทุกเมื่อ”
ธิชารู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกเขาใช้หนามเล็กๆ ทิ่มแทงกับมือ
เกิดความทุกข์ทรมานขึ้นมารางๆ เจ็บปวดจนชาหนึบ
แต่เนื่องจากเข็มมีความบางมาก จึงยากที่จะแสดงอาการเจ็บปวดด้วยการฟูมฟาย
เธอฉีกมุมปากฝืนยิ้มแข็งทื่ออย่างถึงที่สุด
“ข่าวลือของคนน่าเบื่อพวกนี้ คุณก็เชื่อด้วยเหรอ เรื่องชีวิตแต่งงานระหว่างชายหญิง……คุณเองก็เป็นคนที่แต่งงานแล้ว ก็คงเข้าใจว่าเรื่องราวมันไม่ใช่แบบนั้น มันจะไม่ดีตลอดทุกช่วงเวลาสามร้อยหกสิบห้าวัน แต่โชคดีที่ความต้องการของฉันในชีวิตแต่งงานไม่ได้มากเกินไป แค่ใช้ชีวิตถูๆ ไถๆ ให้ผ่านไปได้ในแต่ละวันก็พอแล้ว”
รอยยิ้มบนใบหน้าของธาวินหายไป ราวกับลังเลที่จะพูด
แต่ทัศนคติของธิชา ชัดเจนว่าไม่อยากพูดเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวในชีวิตแต่งงานมากเกินไป
ยากนักที่ธาวินจะได้เจอเธอ ก็ไม่อยากทำให้เธอเบื่อหน่าย
กระทั่งถึงสถานพักฟื้น พบชรัณเอนกายอยู่บนเตียงผู้ป่วย จึงไม่ได้พูดคุยกันอีก
เมื่อชรัณเห็นธิชา ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นทันที เขาตื่นเต้นมากถึงขั้นยื่นมือตบลงบนเตียง
ธิชารีบเดินเข้าไปหา น้ำตาคลอเล็กน้อย “คุณลุง ฉันคือธิชาค่ะ……ฉันได้ยินพี่ชายบอกว่าคุณอยากเจอฉัน ฉันก็เลยมาทันที สุขภาพร่างกายของคุณดีขึ้นแล้ว ฉันดีใจมากเลยค่ะ……”
ชรัณอายุมากแล้ว หลังจากการเจ็บป่วยร้ายแรงจึงเป็นธรรมชาติที่จะดูแก่ขึ้น
เขากดไหล่ของธิชาด้วยมือสั่นเทา พยายามรั้งเธอเข้าไปกอดในอ้อมแขน
ธิชาอิงแอบหน้าอกของเขาอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกผิดในใจยิ่งเพิ่มพูน
ตั้งแต่ชรัณอยู่ในอาการโคม่า ตลอดมาธาวินจำกัดเธอในการติดต่อกับชรัณ
หลังจากวันเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ธิชาก็ไม่มีพลังใจจะไปสนใจเขา
ครั้งล่าสุดที่พบหน้ากัน คือตอนที่ชรัณฟื้น เธอถูกธาวินพามาเยี่ยม แต่กลับเห็นชรัณที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เหมือนอย่างคนสมองเสื่อม…
พบกันครั้งนี้ แม้ชรัณยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่ดูด้วยตาก็มองออก ว่าสติสัมปชัญญะของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว ธิชาจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก
แต่ที่มาของความตื่นเต้นของชรัณ ดูเหมือนจะเป็นเพราะเขาเห็นร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปมากของธิชา……หลังจากที่เขาคลายไหล่ของธิชา สายตาก็จับจ้องไปที่ท้องของเธอ
ธิชาจึงมีอาการเก้อเขินเล็กน้อย พูดอย่างอายๆ ว่า “คุณลุงรัณ เป็นฉันที่อกตัญญู ในขณะที่คุณป่วย เรื่องการแต่งงานของฉัน…….ก็เลยไม่ได้บอกคุณ……”