รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 394 ผมจะนำคุณนายภักดิภูมิเมธีกลับมาส่งบ้านด้วยตัวเอง
- Home
- รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า
- บทที่ 394 ผมจะนำคุณนายภักดิภูมิเมธีกลับมาส่งบ้านด้วยตัวเอง
จนถึงตอนนี้ธิชาก็ยังคงยากจะอธิบายความสัมพันธ์ของตัวเองกับธเนษฐ
ธเนษฐนับว่าเป็นคนบาปที่ทำลายชีวิตการแต่งงานของเธอ
แต่เนื่องด้วยการแต่งงานนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นการหลอกลวง ดูเหมือนว่าการทำลายก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ในขณะที่ธเนษฐเป็นห่วงและกังวลเกี่ยวกับเธอ ดูจริงใจกว่าพี่ชายของเขามาก
ธิชาไม่มีเพื่อน มีบางครั้งที่ติดต่อกับธเนษฐ จึงอดไม่ได้ที่จะถือว่าเขาเป็นเพื่อนตัวเอง
นอกจากเป็นเพื่อนแล้ว เขายังเคยเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางกายกับตัวเองด้วย
ดนัยกฤตเป็นสามีในนามของเธอ แถมยังเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอต้องอัปยศและเจ็บปวด เป็นศัตรูของเธอ
ธเนษฐเป็นน้องชายคนโปรดของดนัยกฤต จากจุดยืน ก็นับว่าเป็นศัตรูของเธอได้
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและวุ่นวายทุกประเภทพัวพันอยู่ในที่เดียว มันยากมากที่จะกะเกณฑ์ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับธเนษฐคืออะไร
แต่สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือ ธเนษฐกับธาวินไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้แม้แต่น้อย
เธอสามารถเปิดเผยด้านที่เจ็บปวดและอัปยศอดสูต่อหน้าธเนษฐได้
เพราะเธอไม่ได้สนใจเลยว่าธเนษฐจะคิดยังไงกับตัวเอง
เขาจะดูถูกตัวเองก็ดี จะสงสารตัวเองก็ช่าง
เป็นเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไป ไม่สนใจเท่าไร
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นธาวิน……มันแตกต่างโดนสิ้นเชิง
ธาวินเป็นเหมือนคนที่ลืมไม่ได้ในใจของเธอ
ไม่ว่าจะรักกันหรือเกลียดกัน
เธอไม่มีทางถือว่าธาวินเป็นคนผ่านทางทั่วๆ ไป
……
ตอนนี้เวลานี้เผชิญหน้ากับดนัยกฤต
เธอกลัวมาก
เธอกลัวว่าดนัยกฤตจะเปลี่ยนเธอให้เป็นสุนัขตัวเมียชั้นต่ำด้วยมือตัวเอง จากนั้นให้ธาวินเป็นพยานในความเจ็บปวดและความไร้หนทางของเธอกับตา
นี่เป็นสถานการณ์ที่ธิชาขอตายดีกว่าจะยอมให้เห็น
……
ดนัยกฤตเห็นเธอเงียบไม่ยอมพูด ก็หัวเราะเยาะ “ทำไม พอได้ยินว่าธาวินมา คุณก็ตื่นเต้นมากเลยงั้นเหรอ แทบรอไม่ไหวที่จะอยากเจอเขาเลยใช่ไหม หืม?”
มันยากมากที่ธิชาจะแสดงละครตบตาผู้ชายคนนี้
ไม่ใช่ว่าเธอแสดงไม่ดี แต่ดนัยกฤตเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจเกินไป
การพรางตัวของเธอเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงยิ่งไม่มีความมั่นใจ
แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่สามารถยั่วโมโหเขาได้
ธิชาแอบสูดหายใจเข้าลึก แสร้งพูดอย่างสงบ “ธาวินไม่ได้ติดต่อฉันมานานมากแล้ว ครั้งนี้เขาเร่งด่วนมา ต้องมีเรื่องสำคัญแน่ ฉันคิดไปถึงแม่ของฉัน……ณิชานาฏอยู่คนเดียวโดดเดี่ยว คุณรู้ว่าสิ่งที่ฉันกลัวในขณะนี้คืออะไรใช่ไหม ตอนนี้ฉันก็เป็นแม่ สิ่งที่คิดไว้ไม่ใช่พวกความรักที่น่าเบื่อระหว่างชายหญิง ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องจริงๆ ถึงได้อยากลงไปเจอเขาเดี๋ยวนี้”
หลังจากธิชาพูดคำพวกนี้จบ ในใจพลันเกิดความประหลาดใจกับปฏิกิริยาโต้ตอบอันว่องไวของตัวเอง
คราวนี้นับว่าเธอมีปฏิกิริยารวดเร็วอย่างแท้จริง แม้ไม่รู้ว่าดนัยกฤตจะเชื่อหรือไม่
ชายหนุ่มเงียบไปสองวินาที ก่อนจะหัวเราะเยาะ “คุณกับธาวิน ก็ถือว่าเป็นพี่น้องกันมาสิบปี จึงมีจิตใจเชื่อมโยงสื่อถึงกันสินะ”
สมองของธิชาประมวลผลครู่หนึ่ง เพียงแวบเดียวก็คิดถึงณิชานาฏขึ้นมา……
ตัวเธอเองมีชีวิตที่ย่ำแย่ และไม่มีเวลาสนใจความเป็นไปของณิชานาฏเลย
ถ้าอาการป่วยของณิชานาฏแย่ลงกะทันหัน……หรือว่าเธอจะ……
เห็นธิชาสีหน้าซีดเผือด
ดนัยกฤตจึงพูดเบี่ยงประเด็น “ธาวินมาเพราะชรัณ บอกว่าชรัณฟื้นขึ้นมากะทันหัน สภาพผิดปกติ หมอสงสัยว่าจะเป็นอาการดีขึ้นก่อนที่จะตาย รีบให้คุณไปเจอหน้าเป็นครั้งสุดท้าย”
น้ำเสียงเขาเรียบง่ายและหยาบคาย มีแม้กระทั่งร่องรอยของความมุ่งร้าย
ที่จริงธาวินพูดกับเขาอย่างชัดเจนแค่บอกว่าสมองเป็นอัมพาตมาเป็นเวลานาน แต่จู่ๆ ก็กลับมามีสติ และจดจำผู้คนได้ หมอค่อนข้างกังวลใจถึงสถานการณ์ที่ผิดปกติ แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะให้ธิชารีบไปเจอหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
ธิชาดวงตาเบิกกว้างตกตะลึง รูม่านตามีแต่ความเจ็บปวดและกังวล
เธอแทบจะปิดปากร้องไห้ พุ่งออกประตูไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ดนัยกฤตมองเธอที่ก้าวเท้าไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเธอจะกังวลจนแทบลืมไปว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แปดเดือน
เธอเครียดมาก จนเขามองด้วยสายตาหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล
แม้ตัวเขาจะไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องพูดแบบนั้น……
หลังจากธิชาลงไปข้างล่าง จากที่ไกลๆ เห็นธาวินกำลังนั่งอยู่บนโซฟา
ดวงตาของเธอเปียกชื้นมีอาการแสบ รีบเข้าไปแทบจะกรีดร้องถาม “เกิดอะไรขึ้นกับลุงรัณ ลุงรัณเป็น……”
ธาวินจ้องร่างกายที่เกือบจะบวมขยายใหญ่ของเธอด้วยความประหลาดใจไปชั่วขณะ
เขาขมวดคิ้วแน่น แววตามีความซับซ้อน
ธิชาดวงตาแดง รูปร่างที่ดูอุ้ยอ้าย……ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวด
เพราะถึงอย่างไรเขา……ก็รักน้องสาวมาสิบปี
สาวน้อยแสนสวยคนนั้น ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน ทำไมถึงกลายเป็นหญิงสาวที่ราวกับแต่งงานมาแล้วหลายปี
สายตาของธาวินเหลือบมองขึ้นชั้นบน แล้วปิดบังอารมณ์ส่วนเกินในสีหน้าอย่างใจเย็น
เขาน้ำเสียงมั่นคง “พ่อสมองฟื้นตัวแล้ว เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกว่าอยากเจอเธอ แม้เธอจะไม่นับว่าเป็นคนของตระกูลธนาภูวนัตถ์แล้ว แต่ดีร้ายยังไง……พ่อฉันก็รักเธอมาหลายปี เขามีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเธอ คำแนะนำของหมอคือให้เธอไปพบหน้าที่โรงพยาบาล จะมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพ”
ธิชาสูดหายใจเข้าลึก
ความเข้าใจโดยปริยายของเธอกับธาวิน ถูกปลูกฝังในชีวิตมาเป็นสิบปี
ทำไมเธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าธาวินอดกลั้นอะไรอยู่
อยู่ในคฤหาสน์ของดนัยกฤต……
จะแสดงอารมณ์ที่แท้จริงได้ยังไง
ธิชาใช้หลังมือเช็ดน้ำตา แล้วพูดเสียงเบาว่า “แบบนี้นี่เอง……ฉันคิดว่าลุงรัณ……ฟื้นแล้วก็ดี ฉันอยากไปเยี่ยมเขาเดี๋ยวนี้เลย”
สีหน้าดนัยกฤตไม่มีอะไรผิดปกติ
เขาวนมากลางห้องโถงและเดินมาข้างๆ ธิชา มุมปากมีรอยยิ้มจางๆ
“พ่อเลี้ยงของคุณนับว่าใจดีกับคุณตลอด คุณก็มีความกตัญญูเสมอ ในเมื่อคุณชายธาวินมาเชิญด้วยตัวเอง คุณก็แวะไปโรงพยาบาลสักครั้ง แต่คุณอุ้ยอ้ายแล้ว ร่างกายตัวเองก็ต้องระวังด้วย รีบกลับมาเร็วหน่อยนะ”
ธิชาตัวแข็งทื่อ
ดนัยกฤตยกมือขึ้นตบๆ ไหล่เธอ ราวกับว่ามันเป็นความสบายใจที่ทำจนเคยชินระหว่างสามีและภรรยา
สมองเธอหยุดทำงานชั่วขณะ
ยากที่จะจินตนาการว่านี่ดนัยกฤตแสดงละครต่อหน้าธาวินงั้นเหรอ
หรือว่าเขาก็เหมือนตน ไม่อยากถูกธาวินรู้เข้าในข้อเท็จจริงที่ว่าการแต่งงานของพวกเขาปราศจากความรัก
ทำเพื่อรักษาหน้างั้นเหรอ หรือว่าเพื่อประโยชน์ในอาชีพการงานของเขา
ธิชารู้สึกเหยียดหยันอย่างมาก
แต่ไม่ว่าดนัยกฤตจะทำไปเพื่ออะไร ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ก็ต้องนับว่าเป็นเรื่องดี
อย่างน้อยเขาก็ยินยอมให้เธอได้พบหน้าธาวิน และอนุญาตให้เธอไปเยี่ยมชรัณ
ธาวินยิ้ม พูดถ้อยคำเสแสร้งด้วยภาษาสุภาพ “ยังไงธิชาก็นับว่าเป็นน้องสาวของผม เธอไปเยี่ยมคุณพ่อของผม โดยธรรมชาติแล้วผมก็ต้องรับผิดชอบดูแลเธอให้ดี เถ้าแก่ดนัยสามารถวางใจได้ ผมจะพาคุณนายภักดิภูมิเมธีกลับมาส่งที่บ้านด้วยตัวเอง”