รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 392 ชีวิตของเธอ ถูกทำลายโดยผู้ชายสองคน
ธิชาพยายามลุกขึ้นจากพรมอย่างยากลำบาก
เธอระงับความแค้นเคืองในจิตใจ รู้ดีว่าต่อหน้าชายคนนี้มีเพียงความอดกลั้นเท่านั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ยังค่อนข้างทนไม่ไหว
สองมือเธอกำหมัด สั่นสะท้าน สีหน้ายิ่งซีดเผือดน่าสงสาร
“ดนัยกฤต ตอนที่เรื่องเพิ่งเกิด ฉันรู้สึกผิดต่อคุณมากจริงๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป……ความอัปยศและความรู้สึกผิดแบบนี้หลอกหลอนฉันมาโดยตลอด ฉันน่ะแทบจะทุกนาทีทุกวินาที ล้วนผ่านไปบนความเจ็บปวด คุณใจดีกับฉัน ฉันรู้สึกละอายใจ คุณเอาแต่ทำร้ายฉัน ฉันก็ยังคงอดทน แต่มาถึงวันนี้……ที่ฉันรู้สึกว่าฉันติดหนี้คุณ มันแทบจะชดใช้คืนไปหมดแล้ว ถ้าคุณยังสงสัยสายเลือดของเด็ก ก็สามารถทำการเจาะน้ำคร่ำได้ตลอดเวลา”
เมื่อธิชาพูดคำเหล่านี้จบ ก็รู้สึกถึงลมหายใจหอบถี่กระชั้น
ช่วงนี้เธอเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ เดิมทีสภาพก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ดนัยกฤตยังบังคับให้เธอทำเรื่องแบบนี้อีก เวลานี้ร่างกายก็ยิ่งแย่ลงหนักเข้าไปใหญ่
เธอตบๆ หน้าอกตัวเอง พยายามให้ผ่อนลมหายใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สีหน้าของดนัยกฤตเย็นชาตลอดเวลา สายตามีเพียงความเฉยเมย
ธิชาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ “ความจริงคุณคงไม่สงสัยในสายเลือดของเด็กคนนี้จริงๆ หรอก คุณแค่พยายามทำให้ฉันอับอายขายหน้าก็เท่านั้น ฉันดูไม่ออกเลยว่าคุณเป็นคนใจแคบร้ายกาจแบบนี้ นอกจากเอาฉันไประบายความโกรธแล้ว คุณก็ไม่มีวิธีอื่นเลยสินะ เพราะคนที่ทำให้คุณเสียหน้าคือธเนษฐน้องชายแท้ๆ ของคุณเอง ธเนษฐคงเป็นคนที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดในโลกล่ะสิ เพราะเขาสำคัญมาก ดังนั้นคุณจึงเลือกที่จะทำลายฉันให้ย่อยยับดีกว่า ทำลายฉันต่อหน้าเขาด้วยมือของตัวเอง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกคุณ ดนัยกฤต ฉันเคยคิดว่าคุณคงรักฉันจริงๆ บ้างไม่มากก็น้อย ความปรารถนาก็ดี ความอยากเอาชนะก็ช่าง แต่คิดไม่ถึงว่าฉันเป็นแค่ก้อนหินที่เอาไว้ให้คุณก้าวย่างขึ้นไปบนที่สูง คุณคงสืบรู้นานแล้วสินะเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับพสิษฐ์ ถ้าฉันเป็นเพียงผู้หญิงของธาวิน คุณคงไม่เสียพลังงานมากมายกับตัวฉันขนาดนั้น เป็นเพราะพสิษฐ์……คุณต้องใช้พันธสัญญามาหลอกใช้พสิษฐ์ ยืมโอกาสเข้าสู่คณะรัฐมนตรี พวกคุณสองพี่น้องได้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีตามกันไป ความทะเยอทะยาน…..ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ”
สีหน้าของดนัยกฤตนั้น ด้วยคำพูดของเธอ ในที่สุดก็มีความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้รางๆ
เขาอาจไม่ได้คาดหวังว่าธิชาจะพูดเรื่องพวกนี้
เขาเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เรื่องพวกนี้……ธเนษฐเป็นคนบอกคุณทั้งหมดเหรอ”
สองมือของธิชายิ่งกำแน่นขึ้น
ดนัยกฤตมีปฏิกิริยาแบบที่ไม่เหมือนการปฏิเสธ
เพราะเขาขี้เกียจเถียง เหนื่อยกับการแสดง หรือแค่ปล่อยเลยตามเลย
ตัวตนนี้ถูกบดบังด้วยความโกรธและความอัปยศมาเป็นปี ทำให้อารมณ์ของธิชาแทบจะควบคุมไม่ได้
เพียงแต่เธอไม่ยินยอมจะเปิดเผยความอ่อนแอของตัวเองต่อหน้าดนัยกฤต
เรื่องมาถึงตอนนี้ เธอมีเรื่องที่ผิดพลาดไปแล้ว โดยธรรมชาติแล้วจึงไม่มีอารมณ์ไปเถียงกับเขา
เหมือนกับโจรชั่วช้าหนึ่ง อีตัวไร้ยางอายหนึ่ง ซึ่งยากจะบอกว่าใครเป็นขยะมากกว่ากัน
ธิชาพูดอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ธเนษฐจะบอกเรื่องพวกนี้กับฉันทำไม เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ที่พวกคุณสองพี่นี้วางแผนกันไว้ เขานอนกับฉันแค่ครั้งเดียวจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างจนหมดเปลือกได้ยังไง”
สีหน้าดนัยกฤตไม่ชัดว่าไม่พอใจหรือยินดี เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมากนักที่ความจริงพวกนี้ถูกธิชาขุดคุ้ยซึ่งๆ หน้า
ธิชาอาจจะรู้สึกว่าการพูดเรื่องพวกนี้ไปมันก็ไม่มีความหมาย
ปากของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโสโครกของผู้ชาย จึงไม่พูดอะไรอีก แบกท้องหนักเดินไปทางห้องน้ำ
ตอนที่ธิชาแปรงฟันได้อาเจียนออกมารอบหนึ่ง หลังผ่านรสฝาดเฝื่อน เธอเลื่อนดวงตาเปียกชื้นขึ้น จ้องมองตัวเองที่ซีดเซียวในกระจก……
ธิชารูม่านตากระตุกอย่างแรง มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเช่นคนแปลกหน้า
ใบหน้าในกระจกซูบซีดจนเกือบจะหมดสภาพ
แต่เพราะเหตุจากการตั้งครรภ์ จึงไม่ให้ความรู้สึกว่าผ่ายผอม
เธอมีใบหน้าที่บวมและเศร้าโศกจนทำให้ตัวเองรู้สึกประหลาดใจ
หลังจากมองกระจกอยู่เป็นเวลานาน อารมณ์ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นสูง……ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่แรงกระตุ้นให้ร้องไห้ก็ล้วนมี
เธอค่อนข้างมีปมด้อยตั้งแต่วัยเด็ก แม้ธาวินจะเอ็นดูเธอมาก ปฏิบัติต่อเธอเกือบจะดีเท่าเป็นน้องสาวแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูเอาอกเอาใจให้เป็นคุณหนูใหญ่ตระกุลธนาภูวนัตถ์ที่ควรมีความเย่อหยิ่งอวดดี
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมีแต่ความเปราะบางและอ่อนน้อมถ่อมตน
สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกมั่นใจ ก็แค่รูปลักษณ์ของตัวเอง
ธิชารู้ตัวมาตลอดว่าได้รับการสืบทอดความงามมาจากณิชานาฏ ณิชานาฏเกิดมาสวย แต่เป็นความงามที่ยังขาดเสน่ห์ หลังจากณิชานาฏผ่านช่วงวัยรุ่น ความงดงามบนร่างกายก็ถูกปกคลุมด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ
แต่นิสัยตามธรรมชาติของธิชานั้นดีกว่าเธอ ในอดีตเธอคิดว่านี่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเอง จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเธอได้พบกับพสิษฐ์ หลังจากได้เจอพ่อที่แท้จริง เธอถึงได้เข้าใจว่านิสัยของตัวเองมาจากไหน
แต่ตอนนี้
ธิชามองผู้หญิงในกระจกที่ทั้งบวมและซีด รู้สึกแค่ว่าตัวเองไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงทั่วไปตามท้องถนน
เธอเหมือนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ทนทุกข์จนผุกร่อนและทรุดโทรมไร้ค่ามาเป็นแรมปี
ช่วงคิ้วและดวงตาดูราวกับโครงร่างของผู้หญิงทำงานหนักในชนชั้นล่างของสังคม
อารมณ์ของธิชาค่อยๆ เปลี่ยนจากความประหลาดใจไปเป็นภาวะซึมเศร้า
ชีวิตของเธอ……ถูกทำลายโดยผู้ชายสองคน
เธอไม่สามารถคาดหวังคืนวันที่ชีวิตของตัวเองจะดีขึ้นได้อีก
จะไม่มีวันดีขึ้นได้……เธอมีชีวิตที่ถูกกำหนดให้ไม่สมควรได้รับสิ่งที่ดี
ธิชากำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง
แต่ดนัยกฤตนั้นไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไร
เขาเดินเข้ามาหน้าตาไร้อารมณ์ น้ำเสียงเข้มงวด “วันนี้คุณไปโรงพยาบาลเอกชนทำไม”
ธิชาค่อนข้างตกอยู่ในภวังค์ มองใบหน้าที่หล่อเหลาอยู่เสมอของเขาผ่านกระจก
หน้าตาดนัยกฤต……ร่องรอยความทรุดโทรมสักนิดก็ไม่มี
ดูเหมือนเขาจะเป็นใบหน้านั้นเสมอ
แต่เขากลับเปลี่ยนตนให้เป็นแบบนี้……
ความรู้สึกเกลียดชังยิ่งเพิ่งขึ้นในจิตใจธิชา แต่กลับได้แต่แสดงออกเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอพูดราบเรียบ “หมอที่บ้านตรวจทุกวันเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน ดูไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ ฉันไม่ค่อยวางใจ ก็เลยหาโรงพยาบาลมืออาชีพเพื่อไปทำการตรวจ และก็กำหนดวันคลอด”
สายตาดนัยกฤตส่อแววอันตราย จู่ๆ ก็ยื่นมือมาบีบกรามของเธอ “คุณไม่ไว้วางใจหมอในคฤหาสน์ คุณกำลังระแวงผมเหรอ”
ธิชาหัวเราะขึ้นจมูกเบาๆ “คุณอยากเข้าใจแบบไหนก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวคุณเอง ฉันหมดทางที่จะโต้แย้งอธิบาย แต่…..ความสัมพันธ์ที่ผ่านจนกระทั่งวันนี้ ถ้าฉันจะระแวงคุณ มันมีอะไรแปลก หรือว่าฉันไม่ควรระแวงผู้ชายที่ทำให้ฉันเกือบแท้งอยู่หลายครั้งหลายครา”
ดนัยกฤตสะบัดคางของเธอทิ้งโดยไม่มีร่องรอยแห่งความอ่อนโยนแม้แต่น้อย
สายตาธิชาไร้ซึ่งความรู้สึก
แค่ฟังเขาพูดด้วยน้ำเสียงคุกคามน่าหวาดหวั่น “ผมแนะนำให้คุณอย่าทำเรื่องอะไรที่คุณต้องเจ็บปวดและเสียใจภายหลังจะดีที่สุด!”
ธิชารู้สึกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเขาช่างน่าขำ
หรือว่า เขาระแวงว่าเธอจะแอบทำแท้งลับหลังเขา