รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 391 สามีที่หยาบคายและไร้หัวใจ
สีหน้าของธิชาแดงก่ำสลับซีดกลับไปกลับมาอย่างช่วยไม่ได้……
ออร่ารอบตัวชายหนุ่มทั้งมืดมนและเย็นชา
ธิชาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เธอไปยั่วโมโหเขาตอนไหน……
เธอหวาดกลัวมาก
ความกลัวแบบนี้มันเกินกว่าที่เธอกลัวธาวินในตอนแรกเสียอีก
อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าธาวินจะไม่เอาชีวิตเธอ
และความโหดร้ายที่ดนัยกฤตมีต่อเธอ……ก็เป็นความอัปยศและความกลัวที่ธิชาไม่เคยประสบมาก่อน
ในขณะที่เธอหวาดกลัวมาก แต่ดนัยกฤตกลับใช้สายตาที่ลึกลับเกินหยั่งมองเธอ
เวลาผ่านไปนานโดยไม่มีถ้อยคำใด
ความจริงธิชากำลังกลัวมาก แต่ก็ไม่กล้าเปิดปากพูด มือสองข้างได้แต่ปิดป้องหน้าอกตัวเอง พร้อมกับก้มหน้าต่ำในเวลาเดียวกัน
ดนัยกฤตกลับยื่นมือมาจับคางของเธอ
ธิชาถูกเขาใช้กำลังบังคับให้เงยหน้า
แต่กลับหลบเลี่ยงสายตาอย่างถึงที่สุด
เพราะเธอสุดแสนจะหวาดกลัวมากจริงๆ
ดนัยกฤตเปลี่ยนสีหน้าท่าทีรวดเร็วเกินไป
แทบจะชั่วข้ามคืน จากชายหนุ่มที่ปกป้องดูแลเธออย่างอ่อนโยน
กลายเป็นสามีที่หยาบคายและไร้หัวใจ
ในที่สุดดนัยกฤตก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะ ส่วนมืออีกข้างก็กระชากข้อมือของเธอกะทันหัน
“ทำไม คุณเป็นภรรยาของผม ผมดูไม่ได้หรือไง อายอะไร ทั่วทั้งตัวคุณมีตรงไหนที่ผมไม่เคยเห็น หรือว่า……ตอนนี้ในใจมีคนอื่นแล้ว ก็เลยไม่ยอมให้ผมดู หืม?”
ใบหน้าเล็กบวมแดงของธิชาค่อยๆ บึ้งตึงทีละนิด
เธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าดนัยกฤตกำลังใช้มือที่อ่อนแอและเปราะบางของเธอในทางที่ผิด
เธอรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อยจนต้องขมวดคิ้วแน่น
พฤติกรรมที่น่าอับอายและน่าขายหน้าอย่างเห็นได้ชัดของดนัยกฤต เธอไม่รู้แล้วว่าตัวเองสามารถพูดอะไรได้
คำพูดโต้แย้งปฏิเสธ เหมือนไม่จำเป็นต้องพูดเลย
ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าคนที่เธอพลาดไปมีอะไรกันคือธเนษฐ ทัศนคติของเขาที่มีต่อตัวเองนั้น ราวกับเธอเป็นอาชญากรต้องโทษประหารชีวิต
เนื่องจากความผิดบาปอันใหญ่หลวง จึงไม่มีที่ว่างสำหรับความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาหลงเหลืออยู่แล้ว
ดังนั้นที่เขาปฏิบัติต่อตัวเอง…..จึงเหลือพียงความอัปยศและการล่วงละเมิด
ธิชาไม่สามารถคิดหาคำตอบที่ดีได้ เพราะรู้สึกว่าไม่ว่าจะพูดอะไร ล้วนแล้วแต่จะยิ่งทำให้อับอายมากขึ้นเท่านั้น
ไม่สู้อยู่เงียบๆ ไปดีกว่า
เธอเม้มริมฝีปาก แสดงความนิ่งสงบซึ่งไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับการล่วงละเมิดอันมุ่งร้ายของเขา
อย่างไรก็ห้ามไม่ได้ ไม่สู้ให้แล้วแต่เขาไปเลย
ดนัยกฤตหัวเราะเยาะ เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับทัศนคติที่ยากจะคาดเดาของเธอเป็นที่สุด
เขาคลายมือ แล้วมาตบๆ ใบหน้าเล็กที่บวมแดงนิดหน่อยของเธอ
จากนั้นก็บีบสองข้างแก้มของเธอโดยไม่มีการเตือน——
ธิชาดวงตาเบิกกว้าง มองดูเขาค่อยๆ ปลดเข็มขัดและซิปกางเกงอย่างตะลึงงัน……
เธอฟังเสียงที่คุ้นเคยและเยือกเย็น แล้วหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด
ความจริงแล้วคุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้มาก
วันนั้นตอนที่ธเนษฐอยู่ตรงนั้น เขากระทำเธออยู่หลายครั้ง
ดูเหมือนว่าในช่วงปีนี้เป็นต้นมา……เธอได้ชดเชยมาหลายครั้งแล้วกับการที่ปรนนิบัติไม่ดี
หลังจากนั้นคอของธิชาบวมแดง แม้แต่การทานอาหารยังยากจะกลืน
เพิ่งมีเมื่อวานที่เกือบจะหายดี
คิดไม่ถึงว่าเพิ่งดีขึ้น ไม่นานก็ต้องมาพบกับความโหดร้ายแบบเดิมอีก
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาโหดเหี้ยม น้ำเสียงสนุกสนาน “ในเมื่อมีปากแต่ไม่ชอบใช้พูด งั้นก็ทำอย่างอื่นแล้วกัน”
ธิชาหลับตาอย่างเจ็บปวด ไร้ซึ่งการต่อต้าน
…………
ดนัยกฤตกระทำสองครั้ง
ธิชาทรุดจากข้างเตียงลงไปบนพรม เธอพะอืดพะอมอยู่บนพรมจนแทบจะคลาน
แต่ชายหนุ่มยังไม่พอใจอย่างเต็มที่ นิ้วมือของเขาตกลงบนชายผ้า พยายามฉีกทึ้งสิ่งที่เป็นชั้นบางๆ ตรงส่วนล่างตัวเธอ
ธิชาไม่สนใจว่ากระเพาะของตัวเองยังคงปั่นป่วน
เธอแทบจะกรีดร้องห้ามเขา สองมือปกป้องขอบชั้นในอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ดนัยกฤต คุณพอได้แล้ว! คุณอยากให้ลูกสาววัยแปดเดือนของฉันถูกคุณทรมานจนคลอดก่อนกำหนดหรือไง! ฉันขอร้องคุณได้ไหม คุณได้โปรดมีมนุษยธรรมสักหน่อย นี่คือลูกสาวแท้ๆ ของคุณนะ หรือว่าเพราะฉันทำเรื่องผิดพลาด คุณก็เลยต้องให้ลูกสาวของตัวเองชดใช้ด้วยชีวิต!”
ดนัยกฤตหรี่ตา แต่ไม่มีความโกรธเคืองเลย
ดูเหมือนเขาจะค่อนข้างพอใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรงของธิชา
ราวกับว่าทุกอย่างที่ทำ ล้วนเป็นการยั่วยุให้เธอเกิดอาการต่อต้าน
ใบหน้าของธิชาเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกไปหมด
แต่เธอทนได้
วันนี้หมอได้เตือนเธออีกครั้ง ว่าช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ไม่สามารถมีเซ็กส์ได้
เว้นแต่เธอต้องการให้ลูกของตัวเองประสบอุบัติเหตุก่อนคลอด
สิ่งที่ธิชาไม่เข้าใจมากที่สุดคือสาเหตุที่ดนัยกฤตทำแบบนี้
รู้จักกันมาเป็นปี ตลอดมาเขาไม่ได้เป็นเหมือนม้าตัวผู้ที่สิ้นหวังในความพอใจของตัวเอง
แต่ทำไมเมื่อเธอใกล้คลอด กลับกระทำมากเกินไปบ่อยๆ……
ดนัยกฤตกลับยิ้มและจับคางของเธอ น้ำเสียงสนุกสนานอย่างมาก “เฮ้ คุณนายเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้วเหรอ ทำไมไม่ทำตัวเป็นลูกแกะน้อยเชื่อฟังแล้วล่ะ ก็แสดงได้ดีไม่ใช่เหรอ ค่อนข้างแนบเนียนอยู่นะแล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ”
ธิชาลดสายตาลงอย่างหงุดหงิด
ทัศนคติของดนัยกฤตเหมือนว่าไม่ได้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
บางทีเขาอาจจะแค่คิดว่าการรังแกเธอมันสนุกก็เท่านั้น
ไม่ได้ต้องการให้เธอสูญเสียลูกจริงๆ
ธิชาก้มศีรษะลงมองท้องตัวเอง มือเล็กค่อยๆ โอบกอดมัน……
แต่ชายหนุ่มกลับขำพรืด ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงน่าหวาดหวั่น “ที่จริงผมยังค่อนข้างสงสัย คุณกับธเนษฐ คบกันตั้งแต่เมื่อไรกันแน่ ก่อนแต่งงานเหรอ หรือว่าก่อนคุณตั้งครรภ์ เด็กคนนี้……เป็นเชื้อสายของธเนษฐหรือเปล่า”
ธิชาโกรธจัดจนนานมากก็พูดอะไรไม่ออก
เธอเจ็บเข่ามาก บวกกับท้องที่หนักเกินไป การจะลุกขึ้นจึงยากลำบาก
เงียบไปสักพัก เธอถึงได้ค่อยๆ เงยหน้า ใช้สายตาเหลือเชื่อจ้องมองเขา “คุณเสพติดที่ทำให้ฉันความอัปยศ หรือยังคิดจะนำพาความอัปยศเข้าตัวเองอีก ก็จริงที่ฉันทรยศคุณ แต่ฉันกับธเนษฐมีอะไรกันแค่ครั้งเดียว คุณว่าเชื้อสายนี้เป็นของใครกันล่ะ”
เขาหรี่ตา สีหน้าน่ากลัว
“อีตัวอย่างคุณ พูดจริงพูดเท็จ จะเชื่อได้ยังไง ยังต้องรอจนกว่าจะคลอดค่อยตรวจสอบ ถ้าเป็นของธเนษฐ ก็ดี ธเนษฐอารมณ์ไม่มั่นคง ไม่อยากสร้างครอบครัว การเก็บไว้ให้เขาในภายภาคหน้า ก็นับว่าคุณทำหน้าที่เพื่อตระกูลภักดิภูมิเมธีแล้ว”