รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 384 พี่ใหญ่ คุณปล่อยธิชาเถอะ
ธเนษฐพยายามบุกอีกครั้ง
บอดี้การ์ดขึ้นชั้นบนมาหยุดเขาทันเวลา
ธเนษฐเสียใจภายหลังที่วันนี้ตนออกจากบ้านมาโดยไม่พกปืน
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะชักปืนออกมาขู่ให้ถอยไปแล้ว
น้าปวีณาที่แต่เดิมคอยตามพ่อบ้าน ก็พยายามเข้าขัดขวาง
น้าปวีณาคาดเดาความสัมพันธ์ลับระหว่างธิชากับคุณชายรองธเนษฐได้ก่อนใครนานแล้ว……
แต่เธอไม่เคยยุ่ง แม้แต่ต่อหน้าธิชา ก็แสดงท่าทีว่าไม่รู้มาโดยตลอด
แต่เธอไม่สามารถตัดสินได้ ว่าธิชากับธเนษฐ……พัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว
เธอถึงขั้นไม่รู้ว่าเด็กในท้องธิชา……เป็นของใครกันแน่
เสียงกรีดร้องของธิชาดังออกมาจากภายในห้องนอน
ธเนษฐที่กำลังเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ สีหน้าเกิดอาการแย่มาก
เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยคาดเดาผลลัพธ์
ถ้าวันนี้ เขายื่นมือเข้าไปในอาณาเขตของดนัยกฤต
เช่นนั้นผลลัพธ์……เป็นไปได้ว่าเขาคงไร้ทางชดใช้
เขารู้ดีว่าพี่ชายของตัวเองเป็นคนแบบไหน
ถ้าไปสะกิดขีดจำกัดของเขา มันก็จะมีราคาที่ต้องจ่าย
อาจสูญเสียทั้งหมดที่มี
เขาเป็นน้องชายที่ดนัยกฤตอบรมปลูกฝังมาด้วยตัวเอง
รวมถึงยศของเขา ตำแหน่งราชการในปัจจุบันนี่ด้วย
ทุกสิ่งที่มี ดนัยกฤตล้วนได้รับบารมีไปมากกว่าครึ่ง
พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าไม่มีพี่ใหญ่ ก็คงไม่มีเขาในวันนี้
อย่างไรก็ตามธเนษฐไม่เคยคิดว่าจะสร้างปัญหามาจนถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
พี่ใหญ่เตรียม……หงายไพ่ที่อยู่ในมือแล้วเหรอ
แต่เรื่องแบบนี้……ด้วยอารมณ์ของพี่ใหญ่ ควรจะสงบเสงี่ยมไว้ถึงจะถูก
ปัญหามันน่าอับอายมากจริงๆ อาจทำให้ทั้งสามคนไม่มีหน้าไปเจอใครได้เลยไม่ใช่หรอ
ธเนษฐยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจความคิดของเขา
แต่ความคิดเดียวคือ
ต้องห้ามปรามถึงจะถูก
ธเนษฐควบคุมอารมณ์ของตัวเอง พยายามไม่กระทำการใดๆ
พยายามควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในสภาพที่จะจบลงด้วยดี
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากประตูห้องนอน
พูดด้วยเสียงดังแข็งแกร่ง “พี่ใหญ่ ผมเข้าใจความหมายของคุณ คุณกำลังตำหนิผมใช่ไหม ผมยอมรับว่าผมทำผิด แต่เรื่องนี้เป็นความผิดของผมคนเดียว ธิชาเป็นแค่ผู้หญิงไร้เดียงสาคนหนึ่ง เธอถึงขั้นท้องได้เจ็ดถึงแปดเดือนแล้ว ผมขอร้องพี่ใหญ่ให้อภัยเธอเถอะ เรื่องนี้……อย่างน้อยก็ให้เราสองพี่น้องเผชิญหน้าจัดการกันเอง”
ธเนษฐหน้าตาสงบนิ่ง น้ำเสียงยังนับว่าราบเรียบ
ในห้องนอนเหมือนมีช่วงที่เงียบลง
ทันทีทันใดก็พลันได้ยินเสียงตบ
ธิชากรีดร้องและร้องไห้
เธอพึมพำในปากว่า “ดนัยกฤต คุณปล่อยฉัน ได้โปรดคุณปล่อยฉันเถอะ หรือไม่คุณก็ฆ่าฉันเลย คุณฆ่าฉันให้ตายไปเลยได้ไหม……”
เธอไม่อยากเชื่อว่าดนัยกฤตกำลังทำอะไรเธออยู่
เขาไม่ได้ใช้ร่างกายของเธอเพื่อระบายความปรารถนาของเขา
แต่มองดูท่าทางที่เจ็บปวดและอัปยศของเธอ……เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจที่ผิดปกติ
ดนัยกฤตใช้นิ้วหยาบไล้ใบหน้าที่บวมแดงและบอบบางของเธอ ในน้ำเสียงที่ขุ่นมัวฟังไม่ออกว่ามีความสุขหรือความโกรธ
“ชอบไหม ธิชา ฟังเสียงของธเนษฐสิ ตอนนี้ธเนษฐเจ็บปวดมาก คุณอาจจะไม่รู้ ตั้งแต่ธเนษฐโตขึ้นมาคุณน่าจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้หวั่นไหว เขาเห็นผู้หญิงของตัวเองทรมาน……ในใจคงเจ็บปวดมากแล้ว ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะร้องให้เสียงดังขึ้นอีกหน่อย ทำให้เขาเจ็บปวดมากขึ้น เด็กดี คุณต้องเชื่อฟัง”
ธิชาดวงตาเบิกกว้าง พูดด้วยความตกตะลึงและอับอาย “ธเนษฐพูดอะไรกับคุณกันแน่ ถึงได้ทำให้คุณเกลียดเขามาก……หรือธเนษฐบอกคุณ ว่าฉันหลงรักเขาเหรอ……ฉันเปล่านะ! ดนัยกฤตฉันเปล่า! ทำไมคุณไม่สามารถเชื่อใจภรรยาของตัวเองได้ ฉัน……ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันไม่เคยคิดจะทรยศคุณ……”
เธอพูดแล้วไม่อยากพูดอีก
ในทำนองเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำมันซ้ำไปแล้วกี่ครั้ง
แต่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ดนัยกฤตก็ล้วนแล้วแต่เฉยเมย
ตั้งแต่วันที่เธอนอนกับดนัยกฤต เธอก็ตกอยู่ในนรกโดยไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ว่าเธอจะอธิบายยังไง พยายามที่จะกลับไปแก้ไขมันยังไง เธอก็ไม่อาจหนีจากชะตากรรมที่ต้องใช้ชีวิตที่เหลือในนรกได้
ชายหนุ่มขดมุมปากยิ้มอย่างค่อนข้างโหดเหี้ยม “คุณไม่ต้องพูดซ้ำๆ ธิชา ใจคุณชอบผมจริงๆ หรือว่าชอบธเนษฐ ผมก็ไม่สนใจหรอก”
“……….” ธิชารูม่านตาเลื่อนลอยตกอยู่ในภวังค์ เธอรู้สึกว่าตัวเองเกือบจะใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายตั้งคำถามกับเขา “ไม่สนใจเหรอ ในเมื่อไม่สนใจ แล้วทำไมต้องทรมานฉันด้วย……การทรมานฉันมันนำพามาซึ่งความพอใจให้คุณหรือไง ถ้าคุณไม่สนใจภรรยาของคุณเลย……แล้วทำไมยังต้องเป็นแบบนี้ เลิกรากันไปเลยไม่ดีเหรอ!”
ไม่ต้องการถือครองตำแหน่งคุณนายภักดิภูมิเมธีที่ไร้ความหมาย
แบกรับความอัปยศอดสู……
……
การเคลื่อนไหวของดนัยกฤตไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลย
ธิชาถึงขั้นสงสัยว่าเขาคงไม่ต้องการลูกสาวคนนี้
สิ่งนี้สำหรับเธอแล้ว เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าชีวิตของตัวเอง
แต่ในใจของดนัยกฤต บางทีแม้แต่มดก็ยังสู้ไม่ได้
เธอน้ำตาไหลเงียบๆ
ชายหมุ่มกลับยื่นมือเช็ดน้ำตาจากหางตาของเธอ
จากนั้นก็ตบแก้มของเธอเบาๆ ด้วยหน้าตาที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
“ธิชา ทำไมคุณถึงโง่นัก ผมก็รู้มานานแล้วว่าคุณไม่ค่อยฉลาด แต่ผมคิดไม่ถึงจริงๆ กระทั่งถึงวันนี้ คุณก็ยังโง่เหมือนเดิม……”
ธิชามองไปยังชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเริ่มใช้ความรุนแรงบ่อยครั้งผ่านม่านหมอกแห่งน้ำตา
เธอเจ็บปวดจนไม่มีแรงคิด……
ไม่มีแรงตอบสนองต่อการเสียดสีของเขา
ใช่สินะ……
เธอคงเป็นผู้หญิงที่โง่ที่สุดในโลก
ไม่อย่างนั้นก็คงจะหนีไปไกลแสนไกลตั้งแต่แรกแล้ว
เลือกจะหนีไปพึ่งพาณิชานาฏดีกว่า ไม่ควรอยู่กับปีศาจตนนี้……
…………
ธเนษฐที่อยู่ด้านนอกไม่ได้รับคำตอบใดๆ
เขาจึงยิ่งหงุดหงิดกระวนกระวาย
ใบหน้าเริ่มแดง
เขาตะคอกด้วยความโกรธ “พี่ใหญ่ คุณเป็นคนที่ผมเคารพนับถือมากที่สุดในชีวิต คุณแยกแยะชัดเจนระหว่างบุญคุณความแค้น คุณรู้ดีที่สุดว่าธิชาอ่อนแอมากแค่ไหน ถ้าเธอมีทางเลือก ต้องไม่ทำเรื่องที่ผิดต่อคุณ การรับผิดชอบเรื่องนี้……ทั้งหมดล้วนเป็นความรับผิดชอบของผม ผมขอโทษต่อหน้าคุณ และคิดหาทางออกที่คุณสามารถยอมรับได้ คุณทรมานธิชาแบบนี้……มันไม่ยุติธรรมต่อเธอเลย! และไม่ยุติธรรมต่อลูกของเธอ!”
ธเนษฐร้องขอความเป็นธรรมอย่างมีเหตุมีผล
สถานการณ์ในห้องดูเหมือนจะแย่ลง……
เสียงร้องครวญครางของธิชาสุดแสนรันทดทรมาน
และธเนษฐก็รู้ดีว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวมากแค่ไหน
ถ้าไม่ได้รับความเจ็บปวดที่เธอไม่สามารถทนได้
เธอยอมตายดีกว่าทำเสียงน่าอายแบบนี้……
ในที่สุดธเนษฐก็ทนไม่ไหว
เขาเริ่มสงสัยว่าการกระทำของตัวเองเป็นตัวผลักดันให้เกิดด้านมืดของดนัยกฤต
เดิมทีเขาคิดว่าเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
อย่างมากพี่ใหญ่ก็แค่โกรธ ไม่ถึงกับ……
ไม่ถึงกับระเบิดด้านมืดอันน่ากลัวที่สุดของเขา
ที่จริงดูไปแล้ว เขาเหมือนจะไม่รู้จักพี่ชายของตัวเองเพียงพอ
ฟังจากเสียงนี้……
ธเนษฐรู้สึกว่าอาจจะมีหนึ่งศพสองชีวิตได้ทุกขณะ
บางทีพี่ใหญ่……อาจจะอยากให้ธิชาตาย
เขาไม่ต้องการธิชาแล้ว
แต่เขาก็จะไม่ยกธิชาให้กับใคร
ดังนั้นเขา……เตรียมพร้อมจะกำจัดธิชาแล้วใช่ไหม!
การคาดเดานี้ทำให้ดนัยกฤตโกรธจัดไปทั้งตัว
เขาลงมือจัดการบอดี้การ์ดหลายคนโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
จากนั้นก็กระแทกเข้าไป——
ประตูไม่ได้ล็อก
ธเนษฐรูม่านตากระตุกอย่างรุนแรง
สายตาจับจ้องทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความตระหนกตกใจ
ผู้หญิงที่เขารักอย่างลึกซึ้ง……
เวลานี้ถูกมัดไว้กับเก้าอี้
ธิชากรีดร้องเมื่อเห็นเขาบุกเข้าประตูมา
และหลังจากนั้น
ธเนษฐมองด้วยความตกตะลึง
ชายหนุ่มปลดเนกไทที่มัดสองมือของเธอ
ขยุ้มเป็นก้อนกลม
ยัดเข้าในปากของเธอ
ธเนษฐลืมไปแล้วว่าความนิ่งสงบคืออะไร
เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรดูไหม
และก็ทนดูไม่ได้เช่นกัน
เขาเบี่ยงสายตา แต่น้ำเสียงกลับคมชัดและเย็นเยียบ “พี่ใหญ่ ถือว่าผมขอร้องคุณ ผมขอร้องล่ะ คุณปล่อยธิชาเถอะ คุณทำแบบนี้……เธออาจจะตายได้นะ”
ธเนษฐกำลังจะวิ่งเข้าไปห้าม
แต่เขาทำไม่ได้
เขาคิดว่าตัวเองมีนิสัยที่น่ากลัวพอแล้ว
แต่คิดไม่ถึงว่าความจริงแล้วพี่ใหญ่……มีด้านมืดอันน่ากลัวกว่าตัวเองมากมายนัก
เขาแทบไม่สามารถจินตนาการได้ว่าพี่ชายจะใจแข็งกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์แบบนี้……
แน่นอนว่าดนัยกฤตดำเนินการไปเงียบๆ
ไม่มีการให้คำตอบใดๆ กับธเนษฐ
ในขณะที่ธิชาหลับตาอย่างเจ็บปวด
เธอหวังจริงๆ ว่าตัวเองจะเจ็บปวดจนหมดสติไป……
และถึงขั้นตายไปเสียได้ก็ดี
ถ้าตายแล้ว……
ก็ไม่ต้องแบกรับความอัปยศที่เกินทนแบบนี้……
ในที่สุดเธอก็เข้าใจทุกคำที่ดนัยกฤตพูด
เขาไม่สนใจเลยจริงๆ ว่าเธอชอบใคร
ที่เขาทำแบบนี้
แค่จะใช้ความเจ็บปวดและความอัปยศของเธอ มาให้บทเรียนแบบซึ่งหน้ากับน้องชายคนสำคัญที่สุดของเขา……
เขากำลังสอนบทเรียนให้ธเนษฐ
…………
หลังจากที่ธเนษฐพุ่งเข้าไป
น้ำเสียงของดนัยกฤตเคร่งขรึมและเย็นชา
เขาสั่งให้บอดี้การ์ดขวางธเนษฐ และสั่งคำขาด
บนตัวบอดี้การ์ดล้วนติดอาวุธ
เหมือนเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว
เมื่อพิจารณาจากฝีมือของธเนษฐ มีการเตรียมการอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมธเนษฐให้อยู่ภายใต้การควบคุม——
และหลังจากนั้น
ธเนษฐทำได้เพียงดูฉากนี้ต่อหน้าตัวเอง
……
หลายครั้งที่ธิชารู้สึกว่าตัวเองจะหมดสติ
แต่เธอโชคร้ายจริงๆ
เธอเจ็บปวดขนาดนี้แล้ว แต่เส้นประสาทยังคงรับรู้ได้อย่างชัดเจน
ดนัยกฤตเหมือนตั้งใจให้เธอมีสติ
ทำให้ฉากนี้ยากที่จะอธิบาย
ภาพที่เต็มไปด้วยบาป……
ฉายชัดในสมองที่กำลังมีสติชัดเจนมากที่สุด