รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 383 นั่นคือครึ่งชีวิตของธิชา
เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นกะทันหันในสมองของธิชา
เธอมองดนัยกฤตด้วยความตะลึงพรึงเพริด
สับสนและหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ……
เธอถอยหลังกรูดโดยจิตใต้สำนึก พูดพึมพำในปาก “คุณ……หมายถึงอะไร”
ดนัยกฤตดูไร้อารมณ์
ใบหน้านิ่งไม่มีการแสดงออกแม้แต่น้อย
ธิชาถึงขั้นพยายามอย่างหนักที่จะค้นหาอารมณ์ความต้องการทางเพศในสีหน้าของเขา……
แต่มันกลับกลายเป็นว่าไม่มีอะไร
เขาดูสงบเยือกเย็นมาก
แต่ทำไม……
เขามองเธอด้วยสีหน้านิ่ง พูดเน้นคำต่อคำ “ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกคุณ ตราบใดที่คุณยังอยู่ตำแหน่งคุณนายภักดิภูมิเมธี จะต้องมีความรับผิดชอบตลอด ตอนนี้ผมมีฉากที่คุณต้องมาแสดง คุณแค่เชื่อฟังก็เพียงพอ”
ธิชามีลางสังหรณ์อันคลุมเครือที่เลวร้ายมาก
เธอยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าเวลานี้ตอนนี้เธอไม่สามารถเดาได้ว่าดนัยกฤตมีแผนแบบไหน……
แต่เธอรู้ว่ามันต้องน่ากลัวแน่นอน
และเธอต้องไม่ยอมอดทนรับ
สองมือของธิชาปกป้องท้องตัวเอง จิตใต้สำนึกอยากจะหนี
แม้ว่าผู้ชายคนนี้แค่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนิ่งๆ ไม่มีอารมณ์ใดๆ ก็ตามที
……
ธิชานำความคิดของตัวเองไปปฏิบัติจริง
เธอนึกอยากวิ่ง ก็ทำแบบนี้จริงๆ
แต่อาจเพราะการเคลื่อนไหวของดนัยกฤตเร็วเกินไป
หรืออาจเพราะท้องที่หนักของเธอไม่สนับสนุนการกระทำของเธอ
ธิชารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ตัวเทอะทะ ไม่มีที่ว่างมากพอ….. ในไม่ช้าก็ตกลงไปในฝ่ามือของเขา
ธิชาถูกเขาจับไหล่
ร่างกายเขาเต็มไปด้วยออร่ามืดดำขมุกขมัว
เธอหวาดกลัวถึงที่สุด
สิ่งเดียวที่ทำได้กลับมีแค่การอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม
“ดนัยกฤต คุณจะทำอะไรกันแน่……ได้โปรดคุณใจเย็นก่อน ฉันขอร้องคุณใจเย็นหน่อยได้ไหม……”
ธิชาดูหมดหนทางทำอะไรไม่ถูกอย่างมาก
ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกมีความสุขสักนิดเลยว่าการเป็นภรรยาของผู้ชายคนนี้
มีแต่ต้องตื่นตระหนกหวาดผวาตลอดเวลา
เธอยากจะจินตนาการว่าตัวเองจะเผชิญกับอะไร
ทำไมเขาถึงใช้ใบหน้าที่ดูเยือกเย็นนี้……
ทำสิ่งที่โหดร้ายกับเธอ
ไม่นานก่อนหน้านี้
เขายิ้มเย็นชาแบบนี้และตบหน้าเธอสามครั้ง
ธิชามีแต่ความหวาดกลัวเขา
นอกเหนือจากความหวาดกลัว ราวกับความรู้สึกที่สั่งสมมาเนิ่นนานเหลือน้อยมาก……
ดนัยกฤตจับไหล่เธอแน่น หยุดความคิดที่จะหลบหนีของเธอ
หน้าเขาไร้ซึ่งการแสดงออก พูดทุกคำอย่างสงบเยือกเย็น “ผมใจเย็นมาก คุณไม่ต้องกลัว ตอนนี้ผมยังคงเป็นสามีของคุณ คุณกลัวผมทำไม”
ยิ่งเขาแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเป็นการปลอบโยนเธอ
ธิชาก็ยิ่งรู้สึกหวาดผวา……
เพราะดนัยกฤตเป็นแบบนี้ มันดูเสแสร้งไปหน่อย
เขาไม่เหมือนสุภาพบุรุษอ่อนโยนที่เธอเคยรู้จักเมื่อตอนแรกเลยสักนิด
ทุกอย่าง……
ธิชาสงสัยว่าทุกอย่างที่เขานำเสนอตัวเองล้วนเป็นเท็จ!
เธอไม่กล้าสู้ด้วยพละกำลังมากเกินไป โดยธรรมชาติแล้วเป็นเพราะกลัวจะทำร้ายลูกตัวเอง
เธอสะอื้นเบาๆ “อย่าทำแบบนี้ได้ไหม คุณปล่อยฉันก่อน……ลูก ฉันกลัวคุณจะทำร้ายลูก ลูกสาวคนนี้……ถึงยังไงก็เป็นลูกสาวแท้ๆ ของคุณไม่ใช่เหรอ คุณคงมี……ความรู้สึกต่อเธอ เธอเจ็ดเดือนกว่าแล้ว อีกไม่นาน……เธอจะเป็นเด็กที่มีชีวิตคนหนึ่ง ขอร้องคุณอย่าทำร้ายเธอ ฉันกลัวมากจริงๆ……”
แม้ดนัยกฤตไม่คลายมือ แต่กลับหรี่ตา ราวกับรอคอยให้ตัวเธอฟื้นคืนความสงบ
แต่ธิชาในฐานะที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ความกลัวที่รุนแรงจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึก
ที่จริงแล้วเป็นเรื่องยากสำหรับเธอมากที่จะสงบลงทันทีในเวลาอันสั้น
เธอบิดแขน พยายามหนีจากพันธนาการของเขา
ส่วนสีหน้าของชายหนุ่มดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิ้วๆ
เขาหน้าตาเย็นชา น้ำเสียงเย็นยะเยือก “ธิชา คุณให้ความร่วมมือหน่อย ผมสามารถสัญญาได้ว่าจะไม่ทำร้ายลูกของเรา แต่ถ้าคุณไม่เชื่อฟัง……ผมกลัวว่ามันจะยากควบคุมผลลัพธ์”
ธิชาเหมือนได้รับการคุกคามที่น่ากลัวที่สุด
เธอยากจะคาดเดาว่าดนัยกฤตต้องการทำอะไร……
เธอแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำมันตอนนี้
…………
ธิชาดิ้นรนตลอดเวลา
ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่จะยอมแพ้ในการปกป้องตัวเองและลูก
แต่เธออาจเริ่มต้นจากช่วงเวลานี้
ที่เพิ่งเข้าใจว่ากำลังของดนัยกฤตแข็งแกร่งมากแค่ไหน
เขาถอดเสื้อผ้าบนตัวเธอออกทั้งหมด
เหลือเพียงกระโปรงซับในชุดนอน……เนื้อผ้าชั้นบางๆ
เนื้อผ้าบางจนไร้ความหมาย
เขาแค่บังเอิญมองเธอในลักษณะที่ปรากฏ
มุมปากก็พลันยกขึ้นอย่างมีความหมายต่อสิ่งที่เห็น
สายตาของเขาอันตราย……
ธิชาถึงขั้นรู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายในรูม่านตาอันชัดเจนของเขา
ทุกขั้นตอนเป็นเหมือนกันต่อสู้
ธิชาที่เปลือยกายกำลังต่อสู้เขา แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย
เสื้อผ้าของเขาเกือบจะอยู่ครบ
เขาแค่ปลดซิปกางเกงตัวเอง เผยอาวุธที่ต้องใช้เพื่อให้ความโหดร้ายนี้สำเร็จ——
……
ธิชาร้องไห้ขึ้นมาอย่างขมขื่น
เธอตั้งคำถามตลอดว่าเพราะอะไรดนัยกฤตต้องทำแบบนี้กับเธอ
เป็นการลงโทษเหรอ
ถ้าเป็นการลงโทษ ก็เคยมีไปแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่เหรอ
เธอชดใช้ความผิดพลาดของตัวเองไปแล้ว
หากหนักกว่านี้……ก็อาจเป็นการหย่า
เธอยอมรับทุกอย่างแล้ว อยากหย่าให้เร็วที่สุด
เป็นเขาที่ไม่ยอมดำเนินการ……
อาจเพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเธออย่างเต็มที่
ต้องการบีบคั้นเธอจนไม่มีชิ้นดีเลยใช่ไหม
……
ธิชาที่กำลังเจ็บปวดไม่มีทางคิดอย่างใจเย็นได้
ความคิดเดียวของเธออาจเป็นความเกลียดชังสองพี่น้องตระกูลภักดิภูมิเมธี
สองวันหลังจากที่กลับประเทศ ดนัยกฤตดูเหมือนจะสงบนิ่ง
เขาแค่ไม่สนใจการมีอยู่ของเธอ แต่เขาไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรงต่อเธออีก
ทว่าวันนี้……ธเนษฐพบเขา
อาจเพราะธเนษฐพูดบางอย่างที่ไปกระตุ้นเขา
เขาถึงได้เป็นเช่นนี้หรือไม่
ในใจธิชายิ่งแค้นเคืองหนักขึ้นเรื่อยๆ……
เธอไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองติดหนี้อะไรพวกเขา
แต่ในไม่ช้า
เธอก็ถูกบังคับให้เข้าใจ……
ดนัยกฤตบอกว่าต้องการให้เธอร่วมมือในการเล่นละครฉากหนึ่ง
มันหมายความว่าอะไร
……
ภายในห้องนอน
ดนัยกฤตกระทำเธออย่างซาดิสม์
เขารู้จักเธอดีเกินไป
รู้ดีว่าต้องใช้วิธีไหนที่สามารถทำให้เธอร้องไห้ได้ทันที ถึงขนาดกรีดร้องและด่าสาปแช่งเขา
ซึ่งเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดและคำด่าสาปแช่งของธิชาไม่นานก็ดึงดูดความสนใจของธเนษฐที่เป็นกังวลอยู่ก่อนแล้ว
……
ธเนษฐไม่สนใจหลักเหตุผล
เขาไม่เคยลืมว่าธิชาห่วงลูกของเธอมากแค่ไหน
แม้ว่าเด็กจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาก็ตาม
แต่นั่นคือครึ่งชีวิตของธิชา……
ถ้าครึ่งชีวิตของเธอหายไป ธเนษฐสงสัยว่าเธอก็คงจะอยู่ไม่ได้
เขาไม่สนใจตัวตนหรือตำแหน่งอะไรทั้งนั้น
วิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที
คนรับใช้ของคฤหาสน์เห็นเข้า
ก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จริงๆ แล้วตั้งแต่เมื่อก่อน คุณนายก็ถูกกักบริเวณ
เกี่ยวกับการซุบซิบเรื่องการทรยศหักหลังของคุณนายมีการแพร่กระจายมานานแล้ว
แต่ไม่มีใครกล้าซุบซิบอย่างเปิดเผย
ธเนษฐวิ่งขึ้นไปชั้นบน
ไม่นานคนรับใช้สองสามคนก็ไล่ตามขึ้นไป
นำหน้าโดยพ่อบ้านซึ่งทำหน้าที่ดูแลดนัยกฤต
โดยพื้นฐานแล้วนอกจากน้าปวีณาที่ทำหน้าที่ดูแลธิชา คนรับใช้คนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เชื่อฟังพ่อบ้านคนนี้
แม้พ่อบ้านจะได้ยินเสียงร้องไห้และกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากห้องนอน
แต่เขายังมีหน้าตาสงบและให้เกียรติ ขวางหน้าธเนษฐและพูดว่า “คุณชายรอง ท่านดนัยสั่งให้ผมพาคุณไปรอที่ห้องหนังสือ……ถ้าท่านดนัยเสร็จธุระแล้วจะไปหาคุณที่ห้องหนังสือเอง”
ใบหน้าของธเนษฐแทบจะคล้ำเขียวอยู่รอมร่อ เขาตะคอกโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น “คุณหูหนวกเหรอ คุณไม่ได้ยินเสียงข้างในหรือไง จะเป็นการฆ่ากันตายอยู่แล้วนะ!”
พ่อบ้านกระแอมไอเบาๆ พยายามซ่อนความเก้อเขิน “นี่คือเรื่องระหว่างท่านดนัยกับคุณนาย ท่านดนัยมักไม่อนุญาตให้เราเข้าไปยุ่ง อีกอย่าง……ระหว่างสามีภรรยาไหนเลยไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง มันเป็นเรื่องเล็กๆ ธรรมดา คุณชายรองยังไม่แต่งงาน เลยอาจแปลกใจไม่มากก็น้อย คุณควรไปรอที่ห้องหนังสือนะครับ”
ธเนษฐผลักเขาออก——
พี่ใหญ่รู้ว่าเขายังอยู่ จึงจงใจ
ธเนษฐไม่สามารถเข้าใจพี่ชายตัวเองได้อีก
พี่ใหญ่ต้องจงใจทำให้เขาดูแน่!
แม้จะไม่สามารถคาดเดาเจตนาของพี่ใหญ่ได้ว่าคืออะไรก็ตามที
แต่เขาไม่มีเวลาจะทำความเข้าใจให้ลึกไปกว่านี้แล้ว
ความคิดเดียวของเขาในตอนนี้คือ……
ถ้าเขาไม่ห้าม ธิชาอาจตายได้
……
เห็นว่าไม่สามารถห้ามธเนษฐได้
พ่อบ้านจึงใช้สายตาส่งสัญญาณทันที
มีคนรับใช้วิ่งลงบันไดไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
คนอื่นๆ วิ่งกรูกันเข้ามาตั้งกำแพงขวางหน้าธเนษฐไว้
ธเนษฐที่อยู่ในคฤหาสน์ของดนัยกฤตโดยธรรมชาติแล้วจึงมีการควบคุมตัวเอง
เขาไม่ควรทำตัวไม่เหมาะสม
แม้ว่า……
เรื่องราวอาจถูกเปิดเผยนานแล้ว