รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 380 คุณดนัยกฤต เราหย่ากันเถอะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ดนัยกฤตลงมือตบเธอ
ธิชารู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองนั้นมันร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกนั้นแยกไม่ออกว่าเป็นความขายขี้หน้าหรือความเจ็บกันแน่
ก่อนแต่งงาน
รวมไปถึงตอนที่เขาพยายามจะแย่งเธอมาจากมือของธาวิน
เขาทวงความยุติธรรมเพื่อเธอ
สู้กับความอยุติธรรมที่ธาวินทำกับเธอ
ในตอนนั้น……ดนัยกฤตเหมือนจะสงสารเธอ
สงสารที่เธอตกอยู่ในมือของธาวิน แล้วก็มีชีวิตลุ่มดอนๆ
ธาวินนั้นแย่มากจริงๆ
เลี้ยงเธอเหมือนเลี้ยงหมาเฝ้าบ้านตัวหนึ่ง
เวลาอารมณ์ดีก็หยอกเธอเล่น
เวลาอารมณ์ไม่ดีก็ทำเธออย่างไม่สนใจสถานที่หรือเวลาเลย
แถมยังบังคับให้เธอเล่นเซ็กสเกมอย่างหนักหน่วง จนเหมือนเป็นเรื่องปกติ
ในฐานะที่ธิชาเป็นคนปกติ เลยไม่ได้ชอบชีวิตแบบนี้
ความอดทนเพียงชั่วคราวของเธอนั้น มันเป็นเพราะความรู้สึกที่เคยมีเท่านั้น
ธาวินทำให้เธอทุกข์ทรมาน ก็เหมือนกับการทำให้ความรู้สึกที่มีมานานเป็นสิบปีมันหายไปเรื่อยๆ
เมื่ออยู่ระหว่างทาง ตอนที่ความรู้สึกมันยังไม่หายไปทั้งหมดนั้น
ธิชานั้นรับไม่ไหวแล้ว
ธาวินเองก็เบื่อเสียแล้ว
ดังนั้นเลยจบไปเสียอย่างนั้น
ในฐานะที่ธิชาเป็นหญิงที่เปลี่ยนที่พึ่ง เลยต้องเลือกที่จะเกาะขาของดนัยกฤตอย่างไร้ทางเลือก
ความหวังเดียวที่มีนั้น คือการหวังว่าเขาจะปกป้องตัวเอง และช่วยให้ตัวเองข้ามผ่านอุปสรรคไปได้
แต่ว่า……นี่เพิ่งจะหนึ่งปีเท่านั้น
ดนัยกฤตก็กลายเป็นธาวินอีกคนแล้ว
เขาสาปส่งเธอด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
แถมยังเป็นคนที่ทำร้ายเธอด้วย
ธิชาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา
เพียงแต่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ขอโทษ ที่ฉันปิดบังคุณ แต่ฉันไม่ได้โกหกคุณ ทั้งหมดนั้นสำหรับฉัน มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่เคยคิดจะไปมีสัมพันธ์กับคนอื่นเลย กับน้องชายของคุณ……นั่นยิ่งไม่มีทางเกิดขึ้น ฉันคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุมาตลอด ในวันนี้กลับสงสัยแล้ว ว่ามันอาจจะเป็นแผนก็ได้ ฉันผิดจริง แต่ความผิดนี้จะให้ฉันมารับผิดชอบคนเดียวก็ไม่ได้”
ธิชาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองนั้นเป็นคนดี
แต่เธอคิดมาตลอด ว่าตัวเองไม่ใช่คนเลว
เธอเป็นเพียงสาวน้อยผู้บอบบางเท่านั้น
เธอปิดบังเอาไว้ เพียงเพราะเชื่อใจธเนษฐ
เธอคิดว่าธเนษฐนั้นไม่อยากจะทำลายงานแต่งงานของพี่ตัวเองหรอก
และยิ่งไม่อยากให้เธอนอกใจจนทำให้พี่ชายของตัวเองดูโง่เง่าไป
ดังนั้นเธอเลยสัญญากันเอาไว้ ว่าจะไม่ปริปากพูดออกมา
ตั้งแต่แรกจนถึง เธอยอมรับมาตลอดว่าทำผิดไปแล้ว แต่ไม่คิดที่จะดึงธเนษฐลงมารวมกับเรื่องนี้ด้วยเลย
แต่เธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะใจดีจนเป็นแม่พระขนาดนั้น
ถ้าธเนษฐวางแผนลวงเธอจริงๆ เธอก็คงไม่อยากจะปกป้องเขาอีกต่อไปแล้ว
…………
ชายตรงหน้า
ไม่เถียงอะไรออกมา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะปรับเป็นอีกหน้าหนึ่ง
อีกหน้าหนึ่งนั้นไม่มีเสียง
กล้องวงจรปิดตรงทางเดินของโรงแรมนั้น ไม่รู้ว่าปิดเสียงเอาไว้ หรือว่าคลิปตรงนั้นมันไม่มีเสียงอยู่แล้ว
แม้จะไม่มีเสียง
แต่กลับเห็นได้อย่างชัดเจน
ในจอนั้น เธอใช้ปลายเท้าโอบคอของธเนษฐเอาไว้ แถมยังเอาริมฝีปากเข้าไปจูบเขาเอาอีกด้วย
แม้ธิชาจะจำได้ไม่แม่นแล้ว
แต่กลับยังจำได้
ว่าตอนที่เธอนั้นเมามายอยู่……
เธอกอดธาวินเอาไว้ตลอด แล้วก็ร้องไห้ไปกับธาวินด้วยความน้อยใจ
เพื่อร้องขอให้ธาวินนั้นพาตัวเธอเองไป
ส่วนจะทำอะไรนั้น เธอจำไม่ได้แล้ว
สีหน้าของธิชานั้นเปลี่ยนไปเป็นแข็งทื่อและซีดขาว
เธอรู้ว่าตัวเองนั้นไม่มีทางชำระล้างให้ตัวเองสะอาดสะอ้านได้แล้ว
เธออธิบายไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงได้เข้าหาเขาขนาดนั้น
เหมือนกับอีตัวที่กระหายเป็นอย่างมาก ก่อนจะปรี่เข้าไปหาเรือนร่างของน้องชายเขา แล้วยั่วยวนเขาอย่างเต็มกำลัง
เมื่อมีวิดีโอนี้
การนอกใจนี้ เหมือนถูกสรุปออกมาแล้ว ว่าเธอเป็นคนยั่วยวนด้วยตัวเอง
ธิชากำมือแน่น
ตรงหน้านั้นมีแต่ท่าทีของธเนษฐ
เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าชายหนุ่มคนนี้จะร้ายได้ขนาดนี้……
แผนร้ายๆ แบบนี้ของเขา
แทบจะเหมือนครั้งก่อนที่หลอกเธอขึ้นเรือ และเกือบจะส่งให้เธอไปโดนชายสี่คนทำมิดีมิร้ายแล้ว
ธิชาตัวสั่นด้วยความรู้สึกถูกเหยียดหยาม
เธอมีเม็ดน้ำตาไหลพรากออกมา
ก่อนจะพูดออกมาเสียงสั่น “ฉันไม่ได้สติจริงๆ ตอนนั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายคือธเนษฐ ถ้าฉันรู้ ต่อให้ตาย ฉันก็ไม่ทำแบบนี้หรอก……”
ในห้องนั้นมันเงียบกริบ
จากนั้นสามวินาที
มีเสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น
ชายคนนี้ตบเธออีกครั้ง
ครั้งนี้ก็ตบไปที่ตำแหน่งเดิม
ก็คือใบหน้าด้านซ้ายของธิชา
มันยิ่งแดงบวมมากกว่าเดิม
เธอยิ่งรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองนั้นมันบวมขึ้นมามากแล้ว……
ครั้งนี้มันแรงกว่าครั้งก่อนอีก
ตบจนหัวของเธอนั้น มันเกิดเสียงดังขึ้นมาตลอด
ดนัยกฤตนั้นพูดด้วยเสียงที่ไร้ความอบอุ่น “ฉันไม่อยากฟังคำตอแหลแล้ว ฉันแค่อยากให้คุณยอมรับ ว่าหญิงร่านในวิดีโอนี้ใช่คุณรึเปล่า”
ธิชาชะงักไป
เธอที่อยู่ในภวังค์นั้น ก็ได้ใช้สายตาที่เศร้าโศกสบตามองเขา
ดนัยกฤตนั้นมีใบหน้าไร้อารมณ์
พลางมองเธอ เหมือนกับเห็นคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันเท่านั้น
ธิชารู้ดี
ว่าในตอนนี้
เธอสิ่งที่อยู่ในใจ มันแตกสลายไปหมดแล้ว
เธอถึงกับคิด ว่าคงจะไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วล่ะ
ดนัยกฤตไม่มีทางเชื่อเธออีก
การแต่งงานที่ทั้งถูกดูถูกและถูกสงสัยแบบนี้ เหมือนกับว่ามันจะไม่มีความจำเป็นต้องฝืนอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ธิชาเปิดปากพูดนั้น ในใจก็มีความสบายขึ้นแล้ว
“ใช่”
เธอเพิ่งจะพูดออกไป ชายคนนั้นก็หัวเราะเสียงเบาๆ
แต่ผ่านไปไม่นาน เขาก็ตบแก้มข้างซ้ายของเธอเต็มแรง——
แรงในครั้งนี้มันแทบอยากจะตบให้เธอตายได้เลยล่ะ
ธิชาถูกตบจนกระเด็น
มุมปากนั้นเจ็บมาก แก้มก็บวมจนไม่รู้สึกเจ็บแล้ว
เธอรู้สึกเพียงว่ามันชาๆ
ขนาดความเจ็บปวดนั้น ยังไม่รู้สึกเลย
“ขนาดธเนษฐคุณยังกล้าทำได้ลงคอ”
“ธิชา คุณนี่มันนังแพศยา พูดมา ว่าคุณใช่หรือเปล่า ห๊ะ?”
ธิชาถูกตบจนกระเด็นไปข้างๆ
แรงทั้งตัวนั้นมันไม่เหลือแล้ว
เธอเหมือนจะไม่ได้สนใจความเจ็บปวดแล้ว
เพียงแต่คิดว่าตัวเองนั้นโซเซเป็นอย่างมาก ไม่มีแรงใจจะมาปกป้องการแต่งงานในช่วงนี้แล้วล่ะ
พอแล้วล่ะ
เธออยากจะยอมแพ้แล้ว
เธอเลยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา
ก่อนจะมองเขาด้วยแววตาสงบ
ริมฝีปากบางๆ นั้นมันกระแทกเข้ากับฟัน
เลือดค่อยๆ ซึมออกมา
ความคาวของเลือดมันค่อยๆ เข้ามาในปาก
ทั้งทิ่มแทง
ขมขื่น
เธอตอบเบาๆ “ใช่”
……
ธิชาในสายตาของเขา มีเพียงความดูถูกและไม่แยแส
แต่ไม่มีความโกรธเลย
ในใจของเธอนั้นมันขมขื่นเป็นอย่างมาก
เพราะเธอมองออก
ว่าดนัยกฤตนั้นไม่ได้ทำร้ายเธอเพราะอารมณ์เสีย
เขาทำร้ายเธอ
เพราะอยากจะทำให้เธอนั้นเสียเกียรติ
มันเป็นการแก้แค้นที่เรียกได้ว่าโหดร้ายอย่างหนึ่ง
ธิชาไม่รู้ว่าเขาจะทำร้ายเธอต่อไหม
แต่ยังพยายามทนเหมือนเดิม เลยพยุงตัวขึ้น ก่อนจะค่อยๆ นั่งลง
เธอยกมุมปากด้วยความเจ็บ ก่อนจะพูดด้วยความบ่นอุบและเสียดสี “ใช่ ฉันมันนังแพศยา แล้วก็เป็นนังแพศยาที่ยังชอบทำเป็นบริสุทธิ์ด้วย ขอโทษจริงๆ ที่ฉันให้คุณดนัยกฤต มาแต่งงานกับนังแพศยาแบบนี้”
ในสายตาของธิชานั้นมีน้ำตาอุ่นๆ อยู่
แต่ผ่านไปนานมันก็ไม่มีน้ำตาไหลลงมาเป็นสาย
เธอค่อยๆ พูดออกมา “ฉันรู้ว่าคุณจะไม่มีทางยกโทษให้ฉัน ฉันไม่มีสิทธิที่จะได้รับการให้อภัยจากคุณ งานแต่งงานนี้ มันเริ่มมาอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วมันก็จบอย่างน่าตลก มันถือว่าเป็นเหมือนความสอดคล้องกัน ครั้งนี้ ฉันไม่อยากอธิบายอะไรอีกแล้ว แล้วก็ไม่อยากร้องขอคุณอีก ถึงอย่างไร……คนต่ำอย่างฉัน ยิ่งร้องขอ คุณก็ยิ่งไม่ชอบใจ แล้วยิ่งคิดว่าฉันมันสกปรกใช่ไหมล่ะ ฉันเองก็เหนื่อยมากแล้ว แม้เวลาแต่งงานจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ว่าฉันคิดว่าฉัน……เหนื่อยพอแล้ว คุณดนัยกฤต เราหย่ากันเถอะ”
ธิชาพูดสิ่งนี้จบแล้ว
เหมือนกับใช้พลังทั้งหมดที่ตัวเองมี
เธอค่อยๆ ถอยไปข้างหลัง
ก่อนจะพิงหมอนนิ่มๆ ด้านหลัง
สีหน้าซีดเซียวจนเหมือนไม่ใช่คนจริง
เธอนั้นเหนื่อย……มากจริงๆ
ทุกอย่างที่เธออยากได้
ทุกอย่างมันก่อสร้างอยู่บนความรู้สึก
เธอคิดมาตลอดว่าเพียงแค่ตัวเองปรับอารมณ์ได้ แล้วเรียนรู้การอดทน
ก็สามารถปกป้องงานแต่งงานนี้ต่อไปได้
รวมไปถึงครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน
แต่ว่าตอนนี้เธอเพิ่งรู้
ว่าตัวเองผิดไปแล้ว
ดนัยกฤตไม่รักเธอ
ชายที่ไม่มีวันมีความจริงใจ
แล้วจะมอบชีวิตแต่งงานที่มีความสุขให้เธอได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้ ตัวเธอเองเป็นคนฝันไปก็เท่านั้น
ในเมื่อมันผิดตั้งแต่แรก
ก็ไม่ต้องถามหาความผิดของใครต่อใครแล้วล่ะ
……
ธิชาปวดตาเป็นอย่างมาก
และพยายามไม่ร้องไห้หนักเกินไป
เธอยื่นมือออกมาขยี้ตาตัวเอง พยายามกั้นน้ำตาเอาไว้
ตอนแรกเธอคิดว่าความรู้สึกที่ดนัยกฤตมีให้เธอคงจะเย็นชาเป็นอย่างมากแล้ว
แล้วก็ไม่มีทางจะรั้งเอาไว้แล้ว
แต่ทว่า
ปฏิกิริยาของเขานั้นกลับเกินความคิดของเธอไปมาก
จู่ๆ ดนัยกฤตก็ยกมือขึ้นมา
ธิชาคิดว่าเขายังตบไม่พอใจ
เลยกลัวตัวสั่น
เขาลงมือหนักเกินไป
เจ็บเป็นอย่างมาก
เธอนั้นเป็นคนกลัวเจ็บมากเสียด้วย
แต่เขาไม่ได้ทำอะไร
แต่เมื่อเอามือสอดเข้าไปในผมของเธอ
ก่อนจะจิกรากผมของเธอจนแน่น
จิกเสียจนหนังศีรษะของเธอนั้นชา
ชายคนนี้พูดอย่างไร้อารมณ์ “หย่างั้นเหรอ?การหย่าเนี่ย สำหรับคุณมันคงจะง่ายเกินไปหน่อยแล้วล่ะ”
“ธิชา ฉันจำได้ว่าเคยสอนอะไรคุณไปไม่น้อย น่าเสียดายที่ความจำคุณไม่ดี ไม่ฉลาดด้วย สอนอะไรก็ไม่รู้ จำอะไรก็ไม่ได้ ฉันเคยสอนคุณไปแล้ว ว่าบนโลกใบหน้า มันไม่มีเรื่องอะไรที่ง่ายขนาดนั้น คุณเป็นถึงคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธี มีเรื่องที่ต้องทำ มากมาย บางทีฉันอาจจะหย่ากับคุณได้ แต่มันจะไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน”
“ในใจของฉัน ภรรยาก็มีประโยชน์ของภรรยาอยู่ นังแพศยานั้นก็มีจุดแข็งของมันเอง คุณเป็นอีตัวที่แพงที่สุดที่ฉันเคยเลี้ยงมาเลยล่ะ จากนี้ไปยังมีโอกาสที่ต้องใช้ประโยชน์คุณอยู่น่ะ”