รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 375 หยุดพักผ่อนเป็นเพื่อนคุณภรรยา
เธอนั้นเหมือนจะขมวดคิ้วไปตามสัญชาตญาณ ใบหน้าขาวสวยก็เริ่มรู้สึกขมขื่นขึ้นมา
เธอนั้นไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว……
แต่ถ้าพูดแบบเปิดอก เธอนั้นไม่ได้เกลียดดนัยกฤตเพราะเรื่องนั้นเลย
ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงไม่ทำแบบนี้กับเขา
สำหรับธิชานั้น ความน่ากลัวที่มากที่สุดคือการเสียลูกไป
แต่เธอนั้นจำได้เป็นอย่างดี ว่าตั้งแต่ที่เห็นว่าเลือดไหลนั้น เธอเอามือกุมท้องแล้วร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ดนัยกฤตเลยหยุดลง ตอนนั้นอารมณ์และสีหน้าของเขาเองก็ตกใจอยู่พอสมควร
บอกได้เลยว่าตั้งแต่รู้จักกันมา นั่นเป็นเพียงครั้งเดียวที่ธิชาได้เห็นเขาเสียอาการจนทำอะไรไม่ถูกแบบนั้น
ธิชารู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ
เธอเองก็พอจะเข้าใจการกระทำของดนัยกฤตได้
เขากดดันและเครียดขนาดนั้น เลยอยากจะระบายอารมณ์เสียบ้าง……
แม้สำหรับเธอมันจะเจ็บปวดไปสักหน่อย
แต่ถ้าเกิดเทียบกับสิ่งเลวร้ายที่ธาวินทำกับเธอนั้น นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเท่าไหร่เลย
ในวันนี้ทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว ธิชาเลยไม่ได้เกลียดเขาเลย
……
แต่อารมณ์บนใบหน้าของธิชานั้นเหม่อลอยเล็กน้อย
ในสายตาของชายคนนี้มีความทนไม่ไหวอีกครั้ง
ฝ่ามืออุ่นๆ ของเขานั้นกุมใบหน้าของธิชา การกระทำต่อไปนั้นก็คือการค่อยๆ โอบเธอมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง
ก่อนจะค่อยๆ กอดเธอแน่นขึ้น
ธิชาตัวแนบกับหน้าอกของเขา
พลันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกผิดในใจที่เขาพูดออกมาอย่างยากลำบาก
ความสนิทสนมในการเป็นสามีภรรยาของธิชากับเขานั้น สามารถรู้สึกได้ว่าอันที่จริงเขามีอะไรที่อยากจะพูดมากกว่านั้นอีก
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนที่เธอจะทำเรื่องนั้นลงไป
เวลาดนัยกฤตขอโทษเธอนั้นมันจริงใจมาก แล้วก็จะมาปลอบเธออย่างไม่มีมาดอีกด้วย
แต่ในตอนนี้ ในใจเขาน่าจะยังเจ็บหนัก
ลิ่มแทงใจนี้……มันคงจะไม่หายไปไหนในเวลาสั้นๆ
ดังนั้นมีบางคำพูดที่เขาพูดออกมาได้ยาก
แต่ธิชาก็สามารถรู้สึกได้
ในวันนั้นที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ……เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกดี
ธิชาค่อยๆ อารมณ์เย็นลง ก่อนจะพลิกมือไปกอดเขาด้วย
ในตอนที่เธอกำลังจะเปิดปากพูดเพื่อไม่ได้ทำตัวไม่ถูกกันทั้งคู่
ดนัยกฤตก็พูดขึ้นมาเบาๆ อย่างอ่อนโยนว่า “ขอโทษนะ”
ธิชาอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที
มันเหมือนกับปวดแสบปวดร้อนเพราะมีความเผ็ดมาทิ่มแทงจมูกเลยล่ะ
เธอนั้นอยากจะร้องไห้ออกมาเลยทันที
แต่เธอจะแสดงออกว่าอ่อนแอขนาดนั้นไม่ได้……
เธอเพิ่งจะสัญญากับดนัยกฤต ว่าจากนี้จะเป็นภรรยา และแม่ที่ดี
เธอไม่อยากให้ตัวเองดูเป็นเหมือนเด็กน้อยอ่อนแอแบบนั้น
เธอพยายามอดกลั้นเอาไว้
จากนั้นเธอก็กอดเขาเอาไว้ ก่อนจะพูดเสียงอ่อน “ฉันไม่ได้โกรธ ฉันรู้ ว่าถ้าฉันไม่ได้ทำร้ายคุณก่อน……คุณก็ไม่มีทางทำแบบนั้นกับฉันหรอก……”
…………
เรื่องมันเปลี่ยนไปจนเกินความคาดหมาย
หลังจากที่ดนัยกฤตกับเธอคุยกันอย่างจริงจังแล้ว เรื่องมันก็เหมือนจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ภายในคืนเดียว
คนที่คอยคุมอยู่ในคฤหาสน์ก็แยกย้ายกันไปหมด
คนใช้ในคฤหาสน์นั้นต่างรู้ ว่าคุณนายนั้นไม่ถูกกักตัวอีกต่อไปแล้ว
จากนั้นดนัยกฤตเองก็กลับไปพักห้องเดียวกับเธอ
เหมือนกับว่าชีวิตจะพลิกผันภายในเวลาเพียงครึ่งเดือน
มันกลับไปเป็นเหมือนตอนที่พวกเขาเพิ่งจะแต่งงานกัน
ธิชาเป็นคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธีเลยมีการทำตัวตามแบบเมื่อก่อน
แถมยังรู้สึกได้……คนที่ปรนนิบัติรับใช้เธอเมื่อก่อนนั้น ยังเคารพและระวังมากกว่าเดิมด้วย
ดูเหมือนเจ้านายจะเป็นคนกำชับอีกที
อันที่จริงในใจของธิชาเองก็ยังมีลิ่มทิ่มใจที่ไม่สามารถเอาออกไปได้ในตอนนี้
เธอเพียงแค่คิด
ว่าเรื่องแบบนั้น……ฟ้าดินเป็นพยาน แล้วก็น่าจะมีเพียงแค่เธอกับธเนษฐสองคนเท่านั้นที่รู้ไปตลอดกาล
ในเมื่อธเนษฐเคยสัญญาแล้ว ชายอย่างเขาคงไม่ใช่พวกไม่มีสัตย์ในคำพูด
เพียงแต่นิสัยนั้นมันสุดโต่งมากเกินไป มาถึงวันนี้ เขาคงไม่ได้รังเกียจอะไรตัวเอง
แล้วก็คงไม่ถึงกับทำลายงานแต่งงานของพี่ชายกับครอบครัวหรอก
ถึงอย่างไรตามที่ดนัยกฤตเคยพูดกับเธอนั้น
ธเนษฐเด็กกว่าเขามาก จนเหมือนเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเลยล่ะ ก่อนที่เขาจะเข้ากรมไป ก็อยู่กับดนัยกฤตมาตลอด
พี่น้องแบบนี้สนิทสนมกันเป็นอย่างมากเลยล่ะ
นั่นก็คือ……แม้ธเนษฐจะแสดงท่าทีว่าสนใจและต้องการเธออย่างชัดเจน แต่กลับไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าดนัยกฤตอย่างชัดเจน
ธิชาคิด สามีของเธอนั้นเป็นคนที่มีมันสมองพอสมควรเลยล่ะ
แม้ในใจเขาจะมีหนามตำใจ แต่ถึงอย่างไรเดี๋ยวเวลาก็จะช่วยเยียวยาเอง
แต่สิ่งที่ตำใจเธออยู่นั้น เดี๋ยวสุดท้ายมันก็ต้องสลายไปเหมือนกัน
เหมือนกับที่ดนัยกฤตเคยพูดเอาไว้ เธอก็ค่อยๆ ซึมซับแล้ว
เฉกเช่นแมลงวันกับยุง ที่มันไม่มีวันหายไปจากโลกนี้ได้
ขอแค่ไม่มีแสดงตัวต่อหน้าเธอมากจนเกินไป จนกระทบกับชีวิตประจำวันของเธอ
ขอให้เป็นแบบที่หลบอยู่ในมุมมืด และแอบจิกกัดเธอเบาๆ บางคราเท่านั้น
แต่ก็เป็นเพียงแผลถลอกเล็กๆ
ขอเพียงแค่รอสักสามวัน ก็จะหายได้เอง
การรบกวนที่เหมือนจะมีแต่ก็ไม่มีนั้น ขอเพียงแค่จิตเธอแข็งแกร่งมากพอ ก็จะไม่มีทางไปสนใจ
เพียงแค่เธอได้เป็นคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธีตลอดไป มันก็เพียงพอแล้ว
ในใจของธิชานั้นเหมือนจะปลดปล่อยหน่อยแล้ว เลยมีอารมณ์มาอ่านหนังสือ ช่วงหลายวันมานี้ก็อารมณ์สงบมากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างกายนั้นก็แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ การแพ้ท้องช่วงหลังที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นั้น ก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้หนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
…………
ตอนที่ธิชาท้องได้ประมาณเจ็ดเดือน ท้องก็เริ่มกระทบต่อการนอนของเธอแล้ว
เธอนั้นนอนหลับไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่ แม้อารมณ์จะไม่เลว แต่ก็ไม่มีเนื้อหนังเพิ่มขึ้น
เห็นได้ชัดว่าเด็กนั้นตัวโตขึ้นทุกวันๆ แต่ใบหน้าของเธอนั้นกลับดูผอมซูบลงทุกวัน
เมื่อก่อนที่ธิชาได้ไปเข้าเรียนการดูแลครรภ์นั้นก็เคยมีคนสอนไว้
ให้เตรียมใจเมื่อถึงเวลาใกล้คลอดเอาไว้ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ เลยไม่ได้กดดันมากเท่าไหร่
แต่กลับเป็นดนัยกฤต ที่เห็นว่าเธอนอนไม่ค่อยหลับ เลยร้อนใจจนออกนอกหน้า
วันนี้ธิชาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนตีสาม
พอตื่นขึ้นมาก็นอนไม่หลับ ก่อนจะรู้สึกหนาว พลางรู้สึกร้อนขึ้นมาสลับกันไป
เธอตื่นมาไม่กี่นาที ดนัยกฤตเองก็ตื่นตาม
เขาลุกขึ้นไปรินน้ำให้ธิชา ก่อนจะพยุงเธอลุกไปที่ห้องน้ำเพื่อฉี่
หลังจากที่ธิชาไปฉี่แล้ว ก็เตรียมนอนลง
เมื่อเห็นว่าดนัยกฤตจ้องเธอมาตลอด
เธอยิ้มเล็กน้อยด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ช่วงนี้ฉันมักจะตื่นมากลางดึก แล้วก็นอนกลับไม่สนิทเท่าไหร่ ทำให้คุณเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน คุณตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฉันแบบนี้ มันจะส่งผลกับคุณในเวลากลางวันนะ ฉันรู้ว่าคุณนั้นมีตารางชีวิตชัดเจน ตอนกลางวันก็ไม่พักตอนกลางวัน มันจะต้องส่งผลต่อการทำงานของคุณตอนกลางวันแน่ๆ ……ดนัยกฤต หรือไม่คุณ……ก็แยกห้องนอนเถอะ ฉันจะได้……”
ดนัยกฤตยื่นมือออกมาจับผมของเธอ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา “เอาล่ะ นอนให้ดีเถอะ พูดอะไรโง่ๆ แบบนั้น ฉันไม่ใช่เด็กอายุสิบยี่สิบกว่าปีสักหน่อย จะไปนอนอะไรมากมายขนาดนั้น ฉันนอนพออยู่แล้ว นี่คุณกำลังไม่สบายตัว ร่างกายก็ไม่ดีเท่าไหร่ ฉันจะต้องอยู่กับคุณอยู่แล้วถึงจะวางใจได้”
ธิชาเองก็ไม่อยากจะโน้มน้าวอะไรแล้ว ในใจของเธอก็ยินดีที่จะให้ดนัยกฤตอยู่เป็นเพื่อนเธอเหมือนกัน
หญิงที่มีสามีแล้ว……ไม่มีใครอยากจะอยู่คนเดียวในห้องหรอก
ยิ่งตอนนี้ที่เธอกำลังท้องอยู่ ยิ่งเป็นเวลาที่จิตใจอ่อนแอมากที่สุดเลยล่ะ
ธิชานอนบนเตียงแต่ไม่ได้นอนหลับ
ดนัยกฤตเลยนอนพิงหัวเตียงกับเธอ ก่อนจะคุยเรื่องราวไปเรื่อยเปื่อย
ตอนที่ธิชาเล่าเรื่องตอนเด็กๆ ตอนที่เล่าอยู่นั้น ดนัยกฤตเริ่มช่วยเธอนวดขา
ขาและน่องของธิชากำลังบวม บางทีก็อาจจะเกิดอาการปวดขึ้นมา หมอบอกว่าแต่นวดเบาๆ ก็จะดีขึ้นเอง
ช่วงนี้ ตอนกลางวัน ปกติก็จะมีพยาบาลมาคอยช่วยนวด เพื่อให้เลือดลมเดินได้ดีขึ้น
ดนัยกฤตทำให้เธอเองกับมือ เธอเลยมีความเขินอายเล็กน้อย
แต่ก็พยายามบอกตัวเอง ว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของลูก……ก็ต้องรับผิดชอบลูกเหมือนกัน
การที่เขามาดูแลเธอ มันก็เป็นสิ่งที่ควรอยู่แล้ว
ดนัยกฤตรู้ว่าตัวเองนั้นมือหนัก ผิวของธิชาก็บอบบางเป็นอย่างมาก เขาเลยทำอย่างเบามือ เลยนวดได้อย่างนุ่มนวลมาก
แต่พอนวดเบาเกินไป ธิชาก็รู้สึกจักจี้
เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ก่อนจะมาซบหน้าอกของเขา จากนั้นก็ขลุกตัวอยู่กับเขา
ในตอนนั้น หัวใจของทั้งสองคนนั้นอ่อนโยนเป็นอย่างมาก
ดนัยกฤตลูบหัวของเธอหลายครั้ง
จากนั้นก็พูดเสียงเบาออกมา “หมอบอกว่าที่คุณนอนหลับยากนั้นมันแก้ยากมากเลย แต่จะลองเปลี่ยนบรรยากาศดูก็ได้เหมือนกัน ให้ฉันหาเวลาไปเที่ยวผ่อนคลายกับคุณดีกว่า คุณอยากไปไหนล่ะ?”