รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 374 ยกโทษเธอ จากนี้จะไม่พูดถึงอีก
ธิชานั้นพยายามจะนิ่งเฉย
ใบหน้าเล็กๆ นั้นก็ซีดขาว
เธอนั้นมีความร้อนรนอยู่ในแววตา
ในใจเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
เธอกลัวว่าตัวเองจะทำแก้วน้ำที่ยังกินไม่หมดหก
เลยรีบวางแก้วลงข้างๆ
จากนั้นก็หายใจเข้าลึกๆ
พลางกำมือแน่น
พลางใช้เล็บจิกเข้าไปที่ฝ่ามือความเจ็บนี้ทำให้ตัวเองได้ใจเย็นลงบ้างให้
ถ้าจะแสร้งแล้ว ก็ต้องพยายามแสร้งออกมาให้สุด
ภาพลักษณ์สุดท้าย ก็ยังต้องมีอยู่ดี
……
ในที่สุดธิชาก็พยายามจ้องตาเขา ก่อนจะค่อยๆ พูดออกมาอย่างใจเย็น “เอาล่ะ คุณพูดมาเถอะ”
ดนัยกฤตจ้องตาของเธอ ก่อนจะเงียบอยู่นาน
ธิชาร้อนใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ พูดออกมา
มองออกเลยล่ะ ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเหมือนจะลังเลและสับสนเป็นอย่างมาก
สับสนนั้นเกิดขึ้นในใจอย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ก่อนจะพูดออกมา
ธิชาคิดว่าการแต่งงานไม่ถึงสองเดือนนี้ เกรงว่าจะต้องจบลงแล้ว
แต่จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้นข้างหู กลับทำให้เธอสงสัยว่าตัวเองนั้นหูแว่วหรือเปล่า
เสียงของดนัยกฤตนั้นมันมั่นคงเป็นอย่างมาก ก่อนจะค่อยๆ พูดออกมาอย่างขัดเจน “ช่วงหลายวันมานี้ ในใจของฉัน……มันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก และก็เจ็บปวดอย่างสุดแสนนาน ธิชา ฉันไม่ยอมรับไม่ได้เลย ว่าสิ่งที่คุณทำผิดนั้น ฉันเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ฉันพอจะรู้จักคุณดี ในเมื่อคุณเลือกที่จะคบกับฉันแล้ว ก็จริงใจมาตลอด ไม่ได้หลอกลวงอะไรฉันเลย ความรู้สึกที่คุณมีให้ฉันที่มันเปลี่ยนไปนั้น ฉันก็เห็นมาตลอด แล้วมันก็ชัดเจนเป็นอย่างมาก ฉันไม่ควรสงสัยในจิตใจของคุณเลย คุณนั้นรักฉัน ด้วยระยะเวลาที่มีให้กัน ความรู้สึกแบบนี้มันเป็นของจริง คุณไม่ได้เสแสร้งเลย ดังนั้นฉันตอนที่ฉันพูดทำร้ายจิตใจคุณไปนั้น หวังว่าคุณจะไม่ใส่ใจอะไรมาก”
ธิชามีเสียงดังในหัวมากมาย จนเกือบจะเป็นลมไป
ดีที่เธอนั้นพิงหัวเตียงอยู่ แล้วก็มีหมอนอยู่ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะแยกทิศทางไม่ออก จนเป็นลมล้มพับไปแน่ๆ
เธอนั้นพยายามมองเขาอย่างสงบที่สุด พลางฟังเขาพูดอย่างอดทน
ท่าทีของดนัยกฤตแบบนี้……มันดูอ่อนน้อมเป็นอย่างมาก
แต่ว่ายิ่งเป็นแบบนี้ ธิชาก็ยิ่งคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เขาอยากจะยื่นคำขาดกับตัวเอง
จะใช้คำพูดแสนหวานหรือคำพูดที่มีกาลเทศะมาอธิบายความรู้สึกที่มีให้กันในช่วงนี้อย่างง่ายๆ
จากนั้นก็เขียนจุดจบลงไปบนงานแต่งงานด้วยมือของตัวเอง
ในใจของธิชาจะไม่รู้สึกเศร้าเลยก็ไม่ได้ แต่คงจะต้องพยายามคุมอารมณ์ให้ตัวเองใจเย็น
ดนัยกฤตพูดออกมาอย่างเรียบเฉย “ตั้งแต่ฉันมีคุณ ฉันคอยเฝ้าถามตัวเอง แล้วฉันอยากจะดูแลคุณให้ดี ทำดีกับคุณ ฉันถึงขนาดที่อยากจะเอาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ ขอเพียงแค่คุณชอบ เมื่อเห็นคุณชอบ ฉันเองก็มีความสุข แต่ฉันเพิ่งจะรู้ตัว ว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนสิ่งที่เห็น ตอนแรกฉันคิดว่าคุณนั้นเป็นเพียงสาวน้อยเท่านั้น สิ่งที่ธาวินให้ไม่ได้นั้น ถ้าฉันให้คุณ คุณก็จะพอใจ แต่ฉันเมินความต้องการอื่นๆ ของคุณไป……คุณต้องการคนที่เป็นของคุณ แม้ฉันจะบอกไปหลายครั้งแล้ว ว่ามีเพียงคุณที่จะได้เป็นคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธี ส่วนหญิงคนอื่นนั้น มันไม่สำคัญเลย พวกเธอเป็นเพียงสีสันในชีวิตของฉันเท่านั้น แม้จะมีบางอย่างที่ไม่สามารถขาดได้ แต่แม้จะขาดพวกเธอไป ก็เอาคนอื่นมาแทนได้ ที่ฉันบอกในวันนี้ คุณเข้าใจใช่ไหม?”
เบ้าตาของธิชานั้นมีน้ำตาซึม
เธอพยายามบังคับให้ตัวเองใจเย็น……
แต่ว่ามันยากมากจริงๆ
คำพูดที่ออกมาจากใจนี้ มันทะลุตรงเข้าไปในใจของเธอเลยล่ะ
จะไม่เจ็บปวดได้อย่างไร
เธอพยักหน้าเต็มแรง
แล้วก็พยักหน้าอีก
งานแต่งงานนั้นเป็นสิ่งที่น่าประหลาด
มันสามารถทำให้ผู้หญิงนั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้เธอเป็นเหมือนสาวน้อยที่ไม่รู้อะไร
แต่เพราะความเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ เลยทำให้ความคิดเธอมันเติบโตขึ้น
เรื่องที่ก่อนหน้านี้ทนไม่ได้ เธอเองก็พยายามบังคับตัวเองให้อดทน
ชีวิต……มันจะมีได้มีเสียแบบนั้นตลอด
เธอเลือกดนัยกฤต ในเมื่อเลือกที่จะแต่งงานกับเขา
ปัญหาบางอย่าง มันน่าจะคิดได้อยู่แต่แรกแล้ว
แต่สิ่งที่ผิดนั้น คือเมื่อคิดได้แล้ว กลับทำใจให้รับไม่ได้
และยิ่งไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลยด้วย
เธอนั้นอึดอัดอยู่ในใจ
จนเมื่อมันสะสมมานาน
เธอก็ทำผิดร้ายแรง
ความไม่เท่าเทียมของชายหญิงนั้น……
มันเปลี่ยนไปไม่ได้จริงๆ
ธิชาพูดอย่างอึกอัก “ที่คุณพูดมาน่ะ ฉันเข้าใจ……มันอย่างดี”
ดนัยกฤตพูดต่ออย่างสงบ “คุณเข้าใจก็ดี ไม่ว่าจะเป็นวรรจชนก หรือว่าอี๊ฟ หรือจะเป็นใครก็ตามแต่ ถ้าคุณอยากจะใส่ใจจนปล่อยวางไม่ได้ ฉันเองก็ควบคุมอะไรไม่ได้เหมือนกัน ฉันทำได้เพียงปลอบโยนคุณ บอกความจริงกับคุณ พวกเธอนั้นมีคุณค่าอยู่ มีอยู่อย่างสมเหตุสมผล ถ้าฉันทำเพื่อภรรยาของตัวเอง แล้วตัดขาดความสัมพันธ์กับหญิงอื่นๆ ถ้างั้น……เวลาที่ฉันอยากให้พวกเธอไปทำธุระให้ คุณจะมาทำแทนได้เหรอ?”
ธิชานั้นเหมือนจะรับอารมณ์นี้ไม่ได้
เธอเจ็บปวดไปทั้งใน ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกมากุมดวงตาของตัวเอง
เขาบอกว่า “ไม่ ฉันไม่เคยคิดให้คุณไปทำอะไรให้ฉัน คุณเป็นคุณนายของฉัน และก็เป็นหญิงที่ฉันรัก คุณคลอดลูกให้ฉัน มันก็เป็นเรื่องที่ยากพอแล้ว นอกจากนี้ ฉันไม่หวังให้คุณทำอะไรให้อีก คุณเป็นคนที่ฉันจะอยู่ไปด้วยตลอดชีวิต ส่วนคนอื่นนอกจากนี้……ว่าไป พวกเธอนั้นเหมือนกับคนชั้นสูงที่สำคัญในบริษัทของฉัน หรือไม่ก็เหมือนกับคนขับรถ ฉันเปลี่ยนได้ แต่ไม่มีไม่ได้”
“ฉันคิดว่าคุณไม่ควรไปคิดกับเรื่องเล็กๆ ที่มันไม่สำคัญแบบนี้นะ มีแต่จะทำให้ตัวเองไม่มีความสุข จากจุดที่ฉันยืน และตามที่ฉันคิดนั้น แต่บางทีฉันอาจจะไม่ได้ใส่ใจไปเล็กน้อย ชีวิตก่อนหน้านี้ของคุณมันผ่านมาอย่างเรียบง่ายราวกับเด็กน้อย ขนาดณิชานาฎ……ยังไม่ค่อยได้คุยเรื่องเหล่านี้กับคุณ บางทีเธออาจจะเป็นแม่ที่ไม่ดี บางทีอาจจะเป็นเพราะคุณยังเด็กไม่เข้ากับมุมมองด้านคุณค่าของเธอ คุณเลือกที่จะเป็นภรรยาของฉัน เรื่องบางเรื่อง มองผ่านไปได้ก็มองผ่านไป เพราะมันมีแต่จะทำให้ตัวเองหงุดหงิดใจ มันไม่ฉลาดเลย เดี๋ยวรอคุณโตขึ้นอีกสักหน่อย จิตใจก็จะแข็งแกร่งขึ้น ฉันเชื่อเลยว่าในอนาคตคุณจะต้องเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน”
ธิชานั้นไม่ใช่จะฟังสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อไม่ออก
เพียงแค่เมื่อค่อยๆ คิด มันก็ยิ่งสับสนขึ้นเรื่อยๆ ……
เขาจบอกความในใจไม่ใช่เหรอ?
ในเมื่อจะทำแบบนี้แล้ว……
ทำไมยังต้องพูดอะไรมากมายขนาดนี้อีก
เขานั้นเหมือนกำลังแนะแนวทางงานแต่งงานให้เธอ เลยพูดอะไรอย่างมากมายด้วยความอดทนขนาดนี้
ธิชาแอบคิดว่ามันไม่ปกติเท่าไหร่……
นี่มันไม่ใช่การยื่นคำขาดเพื่อหย่าหรือไง?
……
ธิชาเครียดเป็นอย่างมาก ก่อนจะฟังเขาพูดต่อไป
ดนัยกฤตพูด “เรื่องที่คุณทำผิด ฉันโกรธมากจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ยกโทษให้ แต่พอวันเวลาที่ผ่านมาเหล่านี้……ฉันโกรธวนไปวนมาอยู่นาน ไม่รู้ว่ากำลังโกรธคุณหรือโกรธตัวเองกันแน่ ธิชา ตอนนี้ฉันตัดสินใจจะยกโทษให้คุณ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากนี้จะไม่พูดถึงอีกแล้ว”
ธิชาเบิกตาโพลง พลางมีนัยน์ตาขยับเล็กน้อย
เธออ้าปากถาม เสียงสั่น “คุณ……ที่คุณพูด มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?คุณจะสามารถ……ยกโทษให้ได้จริงๆ เหรอ?”
สีหน้าอันหล่อเหลาเกินคนของดนัยกฤตนั้นมีท่าทีแน่วแน่
เขานั้นดูสงบเป็นอย่างมาก แม้อาจจะมีอารมณ์สั่นไหวในใจ แต่ก็มองออกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้น มันผ่านการคิดมานานแสนนานแล้ว
เขาพูดเสียงต่ำ “ใช่ นี่เป็นความคิดที่ตกผลึกแล้วของฉันเอง พูดตรงๆ ฉันอาจจะไม่สามารถยกโทษให้คุณได้อย่างจริงใจในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ในใจของฉันเหมือนมีลิ่มตอกอยู่ แต่คุณน่าจะเข้าใจ ว่าเวลานั้นสามารถทำให้ทุกอย่างจางลงได้ ตอนนี้ฉันอาจจะไม่สามารถยกโทษให้คุณได้เต็มอก แต่ในอนาคต มันน่าจะทำได้แน่ๆ ตอนนี้ เราต้องทำเพื่อปกป้องงานแต่งงานของเรา ส่วนเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงอีก ธิชา เรื่องนี้ฉันทำได้ คุณล่ะ?”
ธิชานั้นปิดปากก่อนจะร้องไห้เสียงเบา
เธออดทนไม่ไหวแล้ว
เธอไม่คิดว่ามันจะมีวันนี้ได้……
ดนัยกฤตปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชา เธอคิดมาตลอดว่าถ้าไม่ใช่เพราะเธอตั้งท้องลูกสาวอยู่
ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องวันนั้น เธอคงจะถูกเขากวาดกระเด็นออกไปจากบ้านแล้ว
แต่ว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะพูดแบบนี้……
นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ชายคนนี้ยอมและถอยให้มากที่สุด เพื่อเธอแล้วล่ะ
ธิชานั้นจับมือของเขาโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะพูดเสียงอ่อน “ฉันทำได้อยู่แล้ว ฉันเคยบอกแล้ว ว่าฉันนั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันโกรธคุณจริงๆ ฉันริษยาหญิงอื่นที่แย่งความรักไปจากสามีของฉัน……แต่ฉันไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าจะหักหลังคุณ ฉันผิดไปแล้วจริงๆ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเกิดคุณจะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้จริงๆ ฉันสาบาน ว่าฉันจะเป็นภรรยาที่ดี แล้วก็จะเป็นแม่ที่ดีด้วย……”
ในใจของธิชาในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกสับสนอะไรเลย
เธอรู้ว่าการเลือกแบบนี้ มันไม่ต่างจากการเจรจายอมความ
มันหมายความว่าเมื่อมีความขมขื่นอะไรเกิดขึ้นในอนาคต……บางทีเธออาจจะไม่สามารถต่อว่าอะไรดนัยกฤตได้
แต่ว่าเธอต้องทำแบบนี้……
เพราะถ้าไม่สามารถรั้งงานแต่งงานเอาไว้ได้
เธอก็อาจจะต้องเสียลูกสาวไป
เธอไม่มีทางรับได้แน่นอน
ทั้งสองต่างเป็นเหมือนดาบสองคมที่ทำให้ร่วมกันได้
เธอไม่มีทางเลือกอื่น
ธิชาจับมือของชายคนนั้นแน่น “ดนัยกฤต คุณเชื่อเถอะว่าฉันจะไม่ทำเรื่องอะไรที่ทำลายความสัมพันธ์ของเราสองคนแล้ว ดีไหม?”
มือใหญ่ของชายคนนั้นลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยน
“ใช่ ฉันเชื่อ เรื่องก่อนหน้านี้ก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปเถอะ รวมไปถึง……เรื่องที่ฉันทำร้ายคุณด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ การทำแบบนั้นกับคุณ……มันทำให้ฉันเสียใจมาก ธิชา คุณเป็นผู้หญิงที่ฉันทนแทบไม่ไหวที่สุดเลย เป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
ธิชาพอจะเข้าใจว่าสิ่งที่เขาหมายถึงนั้นคือ……
เรื่องที่ทำรุนแรงกับเธอจนบาดเจ็บไปถึงลูกในท้อง