รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 373 เขาจะบอกความในใจ แล้วคุยเรื่องการหย่า
ธิชาเบิกตาโพลง แล้วนัยน์ตาก็เบิกตาโพลง
สมองของเธอนั้นมันเหมือนค้างไป มันเหมือนคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรอย่างไม่หยุดพัก
ความเหม่อของเธอนั้นในสายตาของผู้ชายมันเหมือนกับเชื่อฟังและอ่อนโยนเป็นอย่างมาก
ท่าทีของเขานั้นเหมือนกับจะเบาลง ก่อนจะอ่อนโยนกว่าตอนแรกที่เหมือนพายุโหมกระหน่ำ
แต่แววตาของธิชานั้นมันเริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง
จูบของดนัยกฤตนั้นแม้จะไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่ แต่มันก็ยังมีความดุดันเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก
ความสนิทนี้มันทำให้เธออดไม่ได้ที่จะคิดย้อนไปถึงบ่ายที่แสนน่ากลัวในวันนั้น……
นอกจากความเจ็บปวดของตัวเธอเอง และความทรมานทางด้านสภาพจิตแล้ว
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็มาจากความเป็นห่วงที่มีต่อลูกสาว
แม้จะรู้ว่าเมื่อได้เจอชายที่เมา……และมีความต้องการสูง……การสมยอมนั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
เธอเองก็จะไม่ขัดขืนเลยก็ไม่ได้
ธิชาพยายามสะบัดแขนออกเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงเบาอย่างอ่อนโยน “ดนัยกฤต……คุณเมาแล้วจริงๆ ใช่ไหม?คุณน่าจะ……รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
ท่าทีที่มือของดนัยกฤตนั้นค่อยๆ หยุดลง ทั้งสองแขนยังคงจับเรือนร่างของเธอไม่ปล่อย แล้วใช้การบังคับอย่างไร้ท่าทีโดยการทำให้เธอนั้นติดอยู่ด้านล่าง
ธิชานั้นยังไม่ทันได้รอฟังคำตอบของเขา มันตัดสินไม่ได้เลยว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้มันเป็นอย่างไร
แท้จริงแล้ว……เขาเมาไปจนถึงไหนกันนะ
ยังรู้ตัวดีอยู่ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไร
จะว่าเธอนั้นขี้ขลาดก็ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มันทำให้เธอจำฝังใจจริงๆ
โดยเฉพาะตอนที่เห็นเลือด……เธอไม่ได้มีความรู้ด้านการแพทย์มากมาย เลยคิดว่าถ้าเกิดท้องแล้วมีเลือดออกมา มันจะต้องอันตรายมากแน่ๆ
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะยังเก็บเด็กเอาไว้ได้
คิดเพียงว่าเด็กในท้องนั้นไม่เป็นอันตรายอะไร ก็ถือว่าเป็นผลที่ดีที่สุดแล้วล่ะ
เธอในตอนนี้……ไม่สามารถจะลองเสี่ยงได้อีกครั้งแล้ว
ท่าทีเมื่อดนัยกฤตแข็งกร้าวขึ้นมามันทำให้เธอต้านทานไม่ไหวจริงๆ
เธอนั้นไม่กล้าเสี่ยงอีกแล้ว
ดนัยกฤตมองเธออย่างสูงส่งไม่ห่าง
ธิชาเดาไม่ออกว่าเขานั้นเมาจนทำอะไรไม่ถูก หรือกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เธอเลยถามเสียงเบา “คุณน่าจะสร่างเมาแล้วใช่ไหม……รู้ว่าฉันเป็นใคร……และรู้ว่าตัวคุณเองกำลังทำอะไร ดนัยกฤต คุณยังจำได้ไหมว่าไม่กี่วันก่อนหน้านี้คุณเคยให้คำมั่นแล้ว ว่าจะไม่มีทางมาแตะต้องตัวฉันอีก……ลูกสาวสำคัญกับฉันมาก แม้ฉันจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีในสายตาคุณ แต่ลูกสาวในสายตาฉันนั้น ฉันรู้สึกรักเธอจริงๆ คุณอย่ามาทำร้ายเธออีกเลย……ฉันกลัวมากจริงๆ”
ธิชาไม่ได้เจ็บมาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็อยากจะร้องไห้ออกมา
เธอน้ำตารื้น จากนั้นก็มองใบหน้าเขาพลางมีน้ำตาซึมออกมา
ผ่านไปนาน……
ตอนที่ใจของธิชาร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น
เขากลับพลิกตัวกลับมา พลางนอนตะแคงข้างๆ เธอ จากนั้นก็ใช้มือค่อยๆ โอบเธอเข้ามา
ธิชาถูกความอ่อนโยนของเขาในตอนนี้ทำให้ตกใจในทันที
กลิ่นเหล้าของชายคนนี้……
แค่ดมก็รู้แล้วว่าดื่มมาเยอะมากๆ
แต่ไม่ว่าอย่างไรธิชาก็เดาไม่ออก……
เขาดื่มมามาก เลยเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยนกับเธอขนาดนี้
ดนัยกฤตโอบเธอ จากนั้นถึงจะได้พูดเสียงทุ้มต่ำออกมา “คุณง่วงไหม เรานอนด้วยกันเถอะ”
“……” ธิชามองเขาอย่างตะลึงงัน ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ ไปเรื่อยๆ
เขาไม่มีสติใช่ไหม เลยลืมว่าช่วงนี้มันเกิดอะไรขึ้น
แล้วก็ลืมไปแล้วว่าระหว่างพวกเขานั้นมันไร้ซึ่งความสุขขนาดไหน
ตอนนี้มันเหมือนกับว่ากลับไปเป็นช่วงที่เพิ่งแต่งงานอย่างไรอย่างนั้นเลย
นั่นมันน่าจะเป็นเพราะระหว่างพวกเขา เป็นช่วงเวลาที่อ่อนโยนและสงบสุขที่สุดแล้วล่ะ
ธิชานั้นคิดอะไรไม่ออกอีก เลยได้แต่ทำตามเขาไป
เธอพยักหน้า “อือ งั้นก็นอนเถอะ”
ดนัยกฤตเหมือนจะตอบรับเล็กน้อย จากนั้นก็โอบแขนของตัวเองเข้ามาแน่น พลางโอบเธอแล้วหลับตานอนไป
…………
ธิชานั้นทำอะไรไม่ถูก
ตั้งแต่ตอนแรกนั้นในใจก็ยังมีความไม่สบายใจบ้าง เพราะไม่รู้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาอาละวาดอะไรอีกหรือเปล่า
และก็ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้……เพราะกินยามาผิดหรือเปล่า
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ธิชาก็ลืมตาขึ้นมาอย่างไม่สบายอารมณ์
เธอหลับตาลง ก่อนจะค่อยๆ เบี่ยงตัวไป
ดนัยกฤตเหมือนจะตื่นขึ้นมา มือที่กอดเธอก็คลายออก เลยจัดท่าทีตอนนอนให้สบาย
หลังเที่ยงคืนนี้ ก็ผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ
ธิชานั้นนอนไม่ค่อยหลับเพราะกำลังตั้งท้อง
โดยเฉพาะเวลาที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนเห็นได้ชัด จะชอบตื่นมากลางดึก
เวลาตื่นมาก็จะเป็นเวลาตีสามตีสี่
บางทีที่เธอตื่นมาแล้วก็นอนไม่หลับจริงๆ จนพลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิด
เมื่อคิดว่าร้อนก็ไม่อยากจะห่มผ้า เลยปรับอุณหภูมิในห้อง
แต่เมื่อผ่านไปสักพักก็หนาวอีก พลางอยากจะห่มผ้าอีกครั้ง
แล้วก็รู้สึกร้อนอีก คนพลิกไปพลิกมาแบบนั้น จนรู้สึกรำคาญมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อหลับไม่ค่อยดี แล้วก็ไม่สามารถบังคับให้ตัวเองนอนต่อได้อีก
เลยต้องลุกขึ้นมา
เพื่อออกไปตากอากาศด้านนอก
จากนั้นก็ดูวิวที่ห่างออกไปไกลกับสวนหลังบ้าน ในขณะเดียวกันก็ให้ลมโกรกด้วย
พอยืนจนเหนื่อยแล้ว ก็กลับลงไปนอนบนเตียงต่อ
เมื่อทำไปมาแบบนี้ บางทีก็สามารถนอนหลับลงได้
แต่การนอนในครั้งนี้
เธอถูกดนัยกฤตโอบกอด
พลางได้ยินเสียงหายใจของเขาเบาๆ
จากนั้นก็หลับไปทั้งอย่างนั้นอย่างเงียบๆ
การนอนหลับครั้งนี้หลับได้จนฟ้าสว่าง จนกระทั่งเวลาประมาณเก้าโมง ถึงได้ตื่นขึ้นมา
ตอนที่ธิชาตื่นขึ้นมาก็ลูบท้องตัวเองด้วยความเคยชิน
เมื่อจับไปโดน ก็รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่
จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำ
หลังจากที่ธิชาท้องก็หิวน้ำเป็นอย่างมาก เลยจะเอาแก้วน้ำตั้งไว้หัวเตียงตลอด
ยิ่งเวลาตื่นนอนก็จะหิวน้ำมากที่สุด
เธอมักจะไม่สนใจว่าน้ำมันเย็นแค่ไหน แต่ขอให้ได้ดื่มไว้ก่อน
หลังจากที่ค่อยๆ มีสติขึ้นมา ก็จะลุกไปรินน้ำอุ่น
แต่เมื่อวันนี้ยื่นมือออกไป กลับว่างเปล่า เธอจับไม่โดนอะไรเลย
เธอเลยขยี้ตา
ก่อนจะค่อยๆ นั่งขึ้นมา
พลางเห็นว่าตรงหน้านั้นมีแก้วใบหนึ่งมาปรากฏอยู่
แต่มือที่ถือแก้วน้ำนั้น……มันเป็นมือที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
ธิชาเลยเงยหน้ามอง ก่อนจะจ้องดนัยกฤตอย่างงุนงงอยู่นาน
จากนั้นจึงรีบพูดขอบคุณ “ขอบคุณ”
เธอเอามือทั้งสองจับแก้ว จากนั้นก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่มือ
เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ความอบอุ่นนั้นก็ค่อยๆ ไหลเข้าไป
ก่อนที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น……
เวลาตื่นขึ้นมา ขอแค่ดนัยกฤตอยู่ในห้อง ก็จะรินน้ำมาให้เธอด้วยตัวเอง
แต่เมื่อเขาจากไป จนกระทั่งแยกห้องนอนกัน
เธอนั้นก็ไม่ได้มีใครมาทำให้อีก
ธิชารู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
แต่เธอคิดว่า มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ดนัยกฤตนั้นเหมือนจะสร่างเมาแล้ว จำได้ว่าเมื่อคืนตัวเองดื่มเยอะจนเข้าไปในห้องของเธอ
ไปรบกวนฝันหวานของเธอ
แต่เธอก็ยังลุกไปชงชาให้เขา
มันน่าจะเป็นมารยาทล่ะมั้ง
เขาถึงได้มาทำแบบนี้ให้
ธิชาคิดไปต่างๆ นานา แต่ชายคนนั้นกลับนั่งลงข้างเธออย่างสงบนิ่ง ไม่ห่างจากเธอเท่าไหร่
ธิชานั้นได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นไม่หยุด
ท่าทีแบบนี้ของดนัยกฤต……
มันไม่เหมือนกับเวลาปกติเท่าไหร่
เขาเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับตัวเองงั้นเหรอ?
มือที่ถือถ้วยน้ำของเธอก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทา
เธอคิดถึงข่าวเมื่อวานที่ตัวเองได้ยิน……
วรรจชนกนั้นบอกกับนักข่าวว่าเธอกับคู่หมั้นนั้นดีต่อกันมาก ถ้าเกิดมีข่าวดีเมื่อไหร่ จะรีบมาบอกทันที
แม้จะดูเหมือนพูดส่งๆ ไป
แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว……
บวกกับท่าทีที่ดนัยกฤตทำให้ในตอนนี้แล้ว
เขานั้นเตรียมจะพูดความในใจ แล้วจะหย่ากับตัวเองงั้นเหรอ?
ธิชานั้นรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงในจิตใจ
การหย่า
สำหรับเธอแล้วทั้งสองคำนี้
มันเหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรี
แต่ถึงอย่างไรนั่นมันก็เป็นการคิดถึงเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว
มันคงจะต้องเกิดขึ้นสักวัน
แต่ว่า……จะเอาอย่างไรกับลูกสาวของเธอดี
หรือว่าจะต้องให้ธาวินช่วยเธอหนีออกไปงั้นเหรอ?
เธอต้องพาลูกสาวไปแอบคลอดในที่ที่ไม่มีใครรู้จักงั้นเหรอ?
สมองของธิชานั้นวุ่นวายจนเกือบจะระเบิดอยู่แล้ว
เธอมีสีหน้าที่ค่อยๆ ขาวเผือกขึ้นมาเรื่อยๆ
ก่อนจะพูดเสียงสั่น “คุณมีอะไร……จะพูดกับฉันงั้นเหรอ?”
ดนัยกฤตเหมือนจะยื่นมือออกมา แล้วใช้หลังมือพยายามจะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของเธอ
จากนั้นก็พูดเสียงต่ำ “อือ มีเรื่องนิดหน่อย ที่อยากจะคุยน่ะ”