รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 371 สามีของเธอ คู่หมั้นของคุณวรรจชนก
ธิชาค่อยๆ ขมวดคิ้ว จากนั้นบนใบหน้าก็มีความลังเลที่ยากจะปกปิด
เหมือนกับคำพูดของเขา มันทำให้เธอลำบากใจไม่น้อยเลย
ธเนษฐนั้นจ้องเธออย่างตั้งใจตั้งแต่แรกจนตอนนี้
เมื่อผ่านไปประมาณครึ่งนาที
เขากระแอมเบาๆ ก่อนจะเริ่มเปิดปากพูดขึ้นมา “ช่างมันเถอะ ฉันรู้คำตอบของคุณแล้วล่ะ”
ธิชาอ้าปาก เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดออกมาเสียอย่างนั้น
สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอน่าจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
แต่ในวันนี้ เธอกลับไม่ได้เกิดความชอบกับชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ควร
แต่มันเป็นเพียงความใจอ่อนเท่านั้น
ใช่ มันคือความอ่อนโยน
ใจของคนนั้น ก็เป็นเนื้อเหมือนกัน
เธอมองออกว่าความเป็นห่วงที่ธเนษฐมีให้เธอนั้นมันเป็นความจริงใจ
มันไม่ใช่การที่เห็นเธอก็อยากเข้ามาหยอกเข้ามาแกล้งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
บางทีเขาอาจจะชอบเธอขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
หรือบางที……เพราะเรื่องในคืนนั้น ทำให้เขาเกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
ธเนษฐไม่ได้คิดร้าย
ดังนั้นแม้จะปฏิเสธ
แต่เธอเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรที่ไม่น่าฟัง
แต่แม้ธิชาจะไม่พูดอะไร
ธเนษฐเองก็แต่สังเกตอารมณ์บนใบหน้าของเธอแล้วก็มองความในใจของเธอออก
จนถึงตอนนี้……เธอก็ยังไม่ยินดีตามเคย
เมื่อครู่เธอเงียบอยู่นาน เพราะกำลังรวบรวมคำเพื่อปฏิเสธอยู่
ความลังเลของเธอแบบนี้ ธเนษฐนั้นก็ยากที่จะบังคับอะไรเธอได้
ปกติที่เธอผ่านวันเวลาเหล่านี้ มันก็ยากพอควรแล้ว
ก่อนที่ธเนษฐจะไปก็ได้พูดกับเธอว่า “ฉันต้องไปงานเลี้ยงก่อนแล้ว คุณดูแลตัวเองให้ดี ไม่กี่วันก็ผอมจนเห็นได้ชัดแล้ว กินให้เยอะๆ หน่อย เพื่อลูกสาวคุณเอง”
…………
หลังจากที่ธเนษฐจากไป ในใจของธิชาก็มีความลังเล
เธอคิดถึงสิ่งที่ธเนษฐพูดวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบ
สิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย……สิ่งที่ดนัยกฤตทำกับเธอนั้น มันไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนแล้ว
เขาในวันนี้ มีเพียงใบหน้าเย็นชาเท่านั้น
ในใจของธิชานั้นยังต้องพึ่งพาเขา โดยเฉพาะตอนที่ร่างกายไม่อ่อนแอ
เธอรู้ดีว่าดนัยกฤตกลับมานอนที่บ้าน แต่ก็พักอยู่ในห้องที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
ในใจของเธอนั้นยังหวังว่าเขาจะมาเยี่ยมตัวเองบ้าง
แต่ว่ากลับไม่เคยอยากไปขอร้องเขาให้กลับมาดีกันเลย
ส่วนมากก็น่าจะเพราะกลัวด้วยส่วนหนึ่ง
เวลาดนัยกฤตโกรธขึ้นมานั้น……มันน่ากลัวจริงๆ
ถ้าไม่เคยได้พบเจอคงจะไม่รู้
แต่เมื่อได้พบเจอแล้ว ก็จำเอาไว้ในใจไม่ลืม แล้วก็ไม่มีทางลบไปจากใจได้เลย
……
ธิชาไม่รู้สึกง่วงแล้ว
เลยเลือกที่จะเปิดทีวีเพื่อดูข่าวไปพลาง
ช่วงนี้เธอว่างเป็นอย่างมาก แถมยังดูละครไปมากพอสมควรแล้วด้วย แม้จะมีสิบกว่าตอนให้เลือกดู แต่ก็ดูจนเอียนไปหมดแล้ว
เธอเปลี่ยนช่องไปมา จากนั้นก็เปลี่ยนไปจนถึงช่องข่าวของเมืองนี้
การได้ฟังข่าวสักหน่อยก็ไม่เลวเลยล่ะ
ตอนนี้เธอถูกขังเอาไว้ระยะยาว ออกไปไหนไม่ได้เลย เลยทำได้เพียงดูข่าวเพื่อติดตามข่าวสารของเมืองJว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ข่าวที่กำลังถ่ายทอดอยู่ในตอนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ในนั้นก็พูดถึงตระกูลธนาภูวนัตถ์ด้วย
ช่วงนี้ธนาภูวนัตถ์กรุปถูกกรมคดีพาณิชย์ตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาตลอด ตามข่าวบอกว่ามีทีมทำคดีนี้มากมายที่ถูกจัดให้ไปที่ตระกูลธนาภูวนัตถ์แล้วพาตัวของผู้บริหารระดับสูงไป
มองออกได้ทันทีเลยว่า วิกฤตของตระกูลธนาภูวนัตถ์ในครั้งนี้มันไม่เบาเลย ไม่ใช่แค่เกิดผลกระทบต่อสังคมทั้งกลุ่ม แต่ยังทำให้วงการด้านการเงินนั้นเกิดผลกระทบไปด้วย
ช่วงนี้หุ้นของธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปนั้นตกลงอย่างมาก หุ้นมากมายที่เกี่ยวข้องก็ตกลงตามไปด้วย แถมในนั้นก็ยังรวมไปถึงบริษัทของตระกูลมงคลวัชรกุลด้วย
ราคาหุ้นนั้นผันผวนเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่คนภายในบริษัทที่รู้สึกไม่สบายใจ แต่นักลงทุนมากมายก็เริ่มสืบเสาะการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับตระกูลธนาภูวนัตถ์อย่างถล่มทลาย
เนื้อหาที่มีนั้นก็ถูกนักวิชาการต่างๆ เจ้ามาวิเคราะห์และถกเถียงกันถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ธิชานั้นไม่ได้เข้าใจศัพท์เฉพาะทางด้านหุ้นสักเท่าไหร่ แต่ฟังๆ ดูแล้ว ก็พอจะฟังความคิดเห็นของนักวิชาการออก
พวกเขานั้นคิดว่าตระกูลธนาภูวนัตถ์ประมาณการในปีนี้ไม่ค่อยดี แถมยังบอกว่าถ้าเกิดผู้ลงทุนคนไหนที่สามารถถอนตัวออกมาได้ก็ให้รีบถอนตัวออกมา
ในสถานการณ์แบบนี้ แม่จะเป็นคนที่ไม่เคยรู้เรื่องหุ้นมาก่อนอย่างธิชา ก็เข้าใจได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันร้ายแรงขนาดไหน
สถานการณ์ของทางตระกูลธนาภูวนัตถ์นั้นคงจะแย่ขึ้นเรื่อยๆ
หุ้นที่แข็งแกร่งและน่าจับตามองแบบนี้ หลายสิบปีที่ผ่านมานั้นราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างสวยงาม ตอนนี้มันเกิดปัญหาขึ้นมา แถมยังทำให้นักวิชาการในวงการการเงินเริ่มพูดถึงอนาคตของตระกูลธนาภูวนัตถ์ว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลง เหล่านักลงทุนที่ฝากชีวิตไว้กับหุ้นตัวนี้ต่างร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก จนพากันรีบขายหุ้นทิ้งอย่างบ้าคลั่ง
ราคาของตระกูลธนาภูวนัตถ์นั้นมันต่ำลงเรื่อยๆ ต่ำจนไม่อาจจะหยุดยั้งเอาไว้ได้
ธิชากังวลใจเป็นอย่างมาก จนกระทั่งข่าวของตระกูลธนาภูวนัตถ์จบลง ก็มีข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมืองแทน ธิชาก็ยังตกอยู่ในภวังค์ความเป็นห่วงนั้นไม่หาย
เธอกำโทรศัพท์ของตัวเองแน่น พลางอยากจะโทรไปถามสถานการณ์กับธาวินตามสัญชาตญาณ
แต่ว่าก็ไม่กล้าพอ
แค่ปกป้องตัวเธอเองยังลำบาก แล้วจะเอาอะไรไปช่วยธาวิน
ปัญหาที่ธาวินเจอนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้
ไม่มีใครช่วยธาวินได้
เธอเองก็ไม่อยากจะมองตระกูลธนาภูวนัตถ์พังลงต่อหน้าต่อตา……
แต่ถ้าเกิด วันหนึ่งมันไปถึงจุดนั้นจริงๆ
เธอจะสามารถทำอะไรได้?
ทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ก็คือการหลับตาลงเท่านั้นเอง
……
เพราะเป็นห่วงตระกูลธนาภูวนัตถ์ อารมณ์ของธิชาเลยขมขื่นมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากที่เธอคิดไปคิดมาแล้ว ก็คิดว่าตัวเองจะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้
สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้ ไม่ใช่การโทรไปหาธาวินเพื่อความเป็นห่วง
แต่สามารถแอบช่วยเขาอยู่เงียบๆ ได้
เธอมีเส้นสายมากมายในมือ เธอยังไม่ลืมว่าตัวเองนั้นเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพสิษฐ์
ตั้งแต่ได้กลับมาเจอกัน เธอไม่เคยขอให้พสิษฐ์ช่วยอะไรเธอเลย
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่เคยพูดถึงมาก่อน
ธิชานั้นได้คิดถึงศักดิ์ศรีแล้ว พลางคิดว่าไม่ได้อยากจะต้องการอะไรจากพสิษฐ์แอบแฝง
แต่ถ้า……ธาวินต้องมาล่มสลายไปจริงๆ
เธอจะยังสามารถทำเป็นไม่เห็นเพียงเพราะเห็นแก่ตัวเองได้เหรอ?
สิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ คือการเข้าไปขอให้พสิษฐ์ช่วย
ถ้าเขาช่วย มันจะต้องดีแน่นอน
ถึงแม้จะไม่ช่วย แต่อย่างน้อยเธอก็ทำเต็มความสามารถแล้ว
นี่ไม่ใช่การช่วยธาวินเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำเพื่อตระกูลธนาภูวนัตถ์อีกด้วย ตระกูลธนาภูวนัตถ์มาถึงจุดนี้ได้ ก็เป็นเพราะการลงมือลงแรงของชรัณเป็นส่วนใหญ่เลยล่ะ
ชรัณเลี้ยงเธอมา เมื่อต้องตอบแทน เธอก็ควรจะทำเรื่องที่ควรเสียบ้าง
…………
ขณะที่ธิชากำลังลังเลว่าจะโทรหาพสิษฐ์ดีไหม
ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจก็จบลง
ต่อด้วยข่าวซุบซิบเม้ามอยของเมืองJ
ธิชาเห็นวรรจชนกในข่าวด้วยความบังเอิญ
วรรจชนกนั้นน่าจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ว่าเพราะดูแลตัวเองและแต่งตัวดี เวลาอยู่หน้ากล้องของนักข่าว เธอเลยดูสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก
เหมือนกับว่าวรรจชนกนั้นถูกถ่ายภาพว่ามี “มหาเศรษฐีลึกลับ” เข้าไปร่วมทานข้าวเย็นที่คอนโดของเธอ นักข่าวเลยเข้าไปถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองว่าคบหาดูใจกันอยู่หรือเปล่า
รูปที่ถูกถ่ายไว้ได้นั้น ได้เบลอหน้าของ “มหาเศรษฐีลึกลับ” คนนั้นเอาไว้ทั้งหมด แต่ดูจากรูปร่างและเสื้อผ้า ธิชาก็ดูออกได้ง่ายๆ เลยว่าเป็นใคร
เธอมีสีหน้าซีดไป มือทั้งสองก็เหมือนไม่มีแรง ก่อนจะเริ่มชาขึ้นมา
ดูเหมือนสิ่งที่ธเนษฐเคยพูด โดยเฉพาะดนัยกฤตที่หงุดหงิดในช่วงนี้ และไม่มีอารมณ์ไปกินข้าวกับสาวคนไหน มันน่าจะไม่ใช่เรื่องจริงแล้ว
วรรจชนกนั้นดูช่ำชองเป็นอย่างมาก แม้จะถูกนักข่าวรุมถามขนาดนั้น แต่ก็ยังตอบอย่างทีเล่นทีจริง
ตอนแรกเธอพูดแค่ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้นก็อยากจะให้ไม่ต้องจับตามองมาก เรื่องของความสัมพันธ์นั้น ก็อยากจะปิดเอาไว้ก่อน
จากนั้นเมื่อถูกถามมากเสียหน่อย ใบหน้าของวรรจชนกก็เริ่มมีรอยยิ้มเขินอายออกมา
เธอเลยยิ้มแล้วพูดว่า “อันที่จริง……ก็ไม่อยากจะปิดบังทุกคน ฉันมีคู่หมั้นแล้วล่ะ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่อยากเปิดตัว ถ้าในอนาคตมีข่าวดีอะไร จะมาบอกทุกคนทันที เลย ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวทุกคนที่เป็นห่วง”
คำตอบของวรรจชนกนั้น มันทำให้พวกคนเหล่านั้นพอใจเป็นอย่างมาก เลยรีบถามคำถามที่ส่วนตัวกว่านั้นขึ้นมา
เล็บของธิชา มันจิกเข้าไปในเนื้อ โดยไร้เสียงใดๆ
ชายลึกลับในภาพนั้น มันเป็นดนัยกฤตแน่ๆ
แถมวรรจชนกยังบอกว่านั่นคือ……คู่หมั้นของเธออีก