รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 369 เห็นแก่หน้าของพสิษฐ์ เลยจะเก็บเธอเอาไว้ก่อน
ธเนษฐพูดจบก็รอ โดยที่ไม่พูดอะไรต่อไป
ตามจุดที่เขาอยู่นั้น สามารถโน้มน้าวพี่น้องได้เพียงไม่เยอะเท่าไหร่
ถ้าเกิดพูดมาก มันจะทำให้คนอื่นสงสัยได้
ดนัยกฤตยังมีใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนเดิม เลยทำให้คนไม่รู้ว่าตกลงกำลังรู้สึกอย่างไร
ขนาดธเนษฐเองยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร
ผ่านไปนาน ดนัยกฤตก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เรื่องระหว่างฉันกับธิชา แกไม่ต้องมายุ่มย่ามให้มาก ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ”
ตอนแรกธเนษฐจะมาเพื่อไปงานเลี้ยงพร้อมกับเขา
แต่ทั้งสองนั้นไปกับรถคนละกัน ไม่ได้นั่งคันเดียวกันไป
ธเนษฐลุกตามเขาไป แต่เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ เลยพูดขึ้น “พี่ พี่ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะเข้าห้องน้ำสักหน่อย เดี๋ยวค่อยออกเดินทาง”
ดนัยกฤตไม่มีอารมณ์อะไรมากมายบนใบหน้า ธเนษฐกลับคิดว่าเขาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เลยไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเขามาก
เขาตอบรับเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากทางเดิน
……
แม้ธิชาจะรู้ว่าธเนษฐมาในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเกี่ยวกับตัวเองเท่าไหร่
เธอนั้นได้ตกลงกับธเนษฐเองแล้ว ธเนษฐเองก็ไม่สามารถพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมาตามใจปากได้
อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น แม้ทุกคืนดนัยกฤตจะกลับมานอน แต่ก็ไม่ได้เข้าไปในห้องของเธอเลย
และยิ่งไม่ได้คุยอะไรกับเธอเลย
การขังธิชานั้นยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ที่พักนั้นมีคนคอยคุมอยู่ทุกทิศ ต่อให้เธอมีปีกก็ไม่สามารถบินไปไหนได้
แม้จะไม่เห็นหน้า แต่เธอรู้ว่าดนัยกฤตอยู่ที่นี่ทุกวัน ความสัมพันธ์นี้ เหมือนกับกำลังเตือนตัวเธอเอง ว่าตัวเธอเองยังเป็นหญิงที่มีสามี
อารมณ์ของธิชานั้นไม่ได้แย่มาก มันค่อยๆ กลับมาสงบลงเหมือนเดิม แผลตามเนื้อตัวก็ค่อยๆ ดีขึ้นทุกวัน
เธอในตอนนี้กำลังอยู่ที่ห้องรอง มันมีหนังสือเก่าๆ อยู่ เลยสามารถอ่านไปพลางได้
ธเนษฐเคาะประตูห้องเบาๆ ยังไม่รอให้คนด้านในตอบอะไร ก็รีบเปิดประตูเข้ามาแล้ว
ธิชาได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก่อนจะเห็นใบหน้าของธเนษฐ
เลยตกใจ แล้วก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
“ธเนษฐคุณ……”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ธเนษฐที่กล้าขนาดนี้ คงจะเข้ามาโดยไม่สนใจอะไรเลย
เธอคิดว่ามันก็เหมาะกับนิสัยของเขาดี
แต่ว่าตั้งแต่……เกิดเรื่องนั้นขึ้นมา
เธอคิดว่าถึงธเนษฐจะไม่สามารถเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
แต่อย่างน้อยก็รู้จักมีมารยาทอยู่บ้าง
โดยเฉพาะ……อยู่ที่คฤหาสน์ ภายใต้สายตาของดนัยกฤตนั้น เขาต้องมีความเกรงอยู่บ้างถึงจะถูก
เมื่อธเนษฐเห็นสีหน้าของเธอหนักใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เหมือนจะลุกขึ้นจากบนเตียง
เธอมีท้องใหญ่ขนาดนั้น ดูลำบากมากเลยทีเดียว
เขาขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะพยายามโน้มน้าว “คุณจะตื่นเต้นไปทำไม พี่ใหญ่ออกไปด้านนอกแล้ว คุณนอนต่อเถอะ เดี๋ยวไม่ดีต่อเด็ก”
ท่าทีของธิชานั้นแม้จะช้าแต่ก็ถือว่าขึ้นมานั่งได้อย่างมั่นคง
เธอได้ยินธเนษฐบอกว่าดนัยกฤตออกไปข้างนอกแล้ว เลยวางใจลงได้บ้าง แต่กลับรู้สึกไม่สบายใจสักเท่าไหร่
เธอพูดเสียงต่ำ “คุณมา……ทำไม?”
ธเนษฐคิดๆ ดูแล้วเหมือนจะไม่ได้เจอเธอมาครึ่งเดือนแล้ว ในใจก็คิดถึงมาตลอด
เขารู้ว่าเรื่องแบบนั้นมันคงจะปิดพี่ใหญ่ไม่อยู่ แล้วก็รู้ว่าพี่ชายนั้นมักจะไม่พอใจธิชาอยู่บ่อยๆ
แต่นั่นทำให้เขากล้าปล่อยธิชากลับไป……
ในใจนั้นมีความมั่นใจอยู่มาก
เขารู้ ว่าพี่ใหญ่นั้นแม้จะโกรธ แต่ก็ไม่ถึงขนาดอยากจะเอาชีวิตเธอ
ด้านหนึ่ง ธิชาท้องใหญ่ เธอจะทำผิดมากแต่ไหน แต่เด็กในท้องก็เป็นเลือดเนื้อของพี่ใหญ่
ด้านที่สอง ธิชานั้นเป็นที่สุดของหัวใจเขา จะหงุดหงิดอะไรเท่าไหร่ ความสำคัญของเธอคงจะลดลงไปทันทีก็เป็นไปได้ยาก
ด้านที่สาม ตามที่เขาเข้าใจพี่ชายตัวเองมาตลอดยี่สิบปี ดนัยกฤตไม่ใช่คนคิดมากกับผู้หญิง ถ้ามีหญิงคนไหนที่รั้งไม่ได้ ส่วนมากเขาก็จะปล่อยไป โดยที่ไม่มีทางบังคับให้อยู่ แม้จะไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่กลับไม่ทรมานใคร ในเมื่ออยากจะไป ก็ให้ไปเลย หลายปีมานี้ ยังไม่เคยได้ยินว่าพี่ชายลงมือกับหญิงคนไหนเลย
ธเนษฐนั้นไม่ได้คิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อันที่จริงสำหรับจุดจบที่แย่ที่สุดของธิชานั้น มันก็แค่การหย่าเท่านั้นเอง
ถ้าพวกเขาหย่ากันได้จริงๆ อันที่จริงธเนษฐก็แอบดีใจไม่เบา
เพียงแค่สำหรับธิชานั้น……ผลแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
แต่ว่า ตามสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พี่ใหญ่กับพสิษฐ์ที่ร่วมมือกันกำลังอยู่ในช่วงต้น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไว้หน้าพสิษฐ์ด้วย ในฐานะที่ธิชาเป็นลูกสาวของพสิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ต้องปกป้องชื่อเสียงของเธอเอาไว้ด้วย
ดังนั้นตอนนี้ธิชา เลยยังไม่ถึงขนาดจะต้องหย่า
ธเนษฐแอบวิเคราะห์ทุกอย่างอย่างเงียบๆ พลางคิดว่าธิชานั้นไม่ได้มีชีวิตที่ย่ำแย่มาก
แต่ในตอนนี้ เขาเห็นว่าสีหน้าของธิชาที่เขาเห็นนั้นไม่ได้ดีเท่าไหร่ แล้วก็ยังดูผอมลงด้วย
ท้องมาได้หกเดือนแล้ว น่าจะเป็นตอนที่สมบูรณ์มากที่สุด เพราะทุกวันก็จะอ้วนขึ้นเรื่อยๆ แต่ธิชากลับดูผอมลงเสียอย่างนั้น
เขานั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่สบายใจ
ธเนษฐโน้มตัวเล็กน้อย ก่อนจะเอาฝ่ามือมาอังที่แก้มของเธอ
ธิชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนอยากจะหลบ
ท่าทีของเขาจับแก้มของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดออกมาด้วยความอ่อนโยนเกินคาด “หลายวันมานี้ คุณเจอเรื่องเลวร้ายมากมายแค่ไหนกัน ถึงได้ผอมลงขนาดนี้ ฉันไม่เคยเจอหญิงท้องที่ผอมขนาดนี้เลย”
ธิชายังหดตัวตามเดิม ก่อนจะหลบมือของเขา
เธอพูดเสียงเบา “น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้กินอะไรไม่ค่อยลง แต่ก็ไม่ถึงกับผอมลงไปเลย แค่ไม่ได้อ้วนขึ้นก็เท่านั้น หมอมาตรวจอยู่ทุกวัน ถ้าเกิดเด็กไม่เป็นไรก็โอเคแล้วล่ะ”
ชายคนนี้มองเธอ ก่อนจะเงียบอยู่นาน
ในใจของธิชานั้นยังไม่สบายใจ และรู้สึกไม่ปลอดภัย