รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 364 จะขังเธอเอาไว้ จนกว่าจะคลอด
ธิชาไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว
เธอค่อยๆคุกเข่าลง จากนั้นก็พยายามจะขอร้องต่อหน้าเขา
แต่เพียงคุกเข่าลงได้เพียงครึ่งเดียว
ดนัยกฤตยื่นมือมาจับแขนทั้งสองของเธอ ก่อนจะดึงเธอขึ้นมาทันที
เขาพูดแดกดันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ยกลูกสาวให้คุณ?ธิชา คุณฝันอยู่หรือเปล่า?คุณคิดว่าขอร้องเสียงอ่อยกับฉันแล้ว ฉันจะยอมยกลูกสาวให้คุณงั้นเหรอ?คุณส่องกระจกดูตัวเองหน่อยนะ หญิงที่อ้าขาให้ผู้ชายแบบนั้น คุณมีสิทธิ์อะไรจะมาเลี้ยงลูกสาวตัวเอง หลังจากที่คุณจากไป จะเอาอะไรมาเลี้ยงเธอ?เตรียมจะอุ้มลูกสาวไปหาเศรษฐีใหม่เหรอ หรืออยากจะอ้าขาหาเงินล่ะ จะใช้เงินที่คุณขายตัวมาเลี้ยงลูกเหรอไง?!”
ธิชาเบิกตาโพลง พลางส่ายหัวไปมา
เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนจะหูแว่วไป
ดนัยกฤตใช้คำพูดแบบนี้มาดูถูกเธอได้อย่างไร……
เขาไม่เคยพูดคำที่ทำร้ายจิตใจคนแบบนี้
หรือบางที……ความรักและความอบอุ่นก่อนหน้านี้ มันเป็นเพียงความหลอกลวงที่มีเมื่อหลงใหล
ตอนที่โกรธที่สุดยากที่จะไม่ได้คำพูดร้ายๆพ่นออกมาจากปาก
แต่คำที่ไม่น่าฟังนั้น กลับอาจจะไม่ใช่คำพูดจริงที่ออกมาจากจิตใจก็ได้
ธิชาใจเย็นเฉียบอยู่นาน และก็รู้ว่าครั้งนี้ตัวเองไปแตะถึงจุดต่ำสุดของชายคนนี้แล้ว เกรงว่าเธอจะอ้อนวอนชายคนนี้ขนาดไหน ก็เปล่าประโยชน์
เธอยกมุมปากขึ้น “ในใจของคุณ ฉันเป็นผู้หญิงที่ไร้ค่ามาตลอดใช่ไหม?ในเมื่อฉันไม่มีประโยชน์ขนาดนี้ ทำไมคุณยังต้องการฉัน……ถ้าไม่ใช่ว่าคุณข่มขู่หลอกลวง ฉันก็จะไม่มีทางยอมกดดันมาเป็นคุณนายของตระกูลภักดิภูมิเมธี แล้วก็ไม่มีทางจะมีลูกด้วย ฉันก็จะมีชีวิตอย่างสดใสในรั้วมหาวิทยาลัย……คุณเป็นคนเปลี่ยนทุกอย่างของฉัน อันที่จริงคุณไม่เคยคิดอะไรจากมุมของฉันเลย คุณคิดแต่ว่าฉันเป็นคนที่สามารถหลอกใช้ได้เท่านั้น ใช่ไหม?”
ดนัยกฤตสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เหมือนจะรู้แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปนั้นมันร้ายแรงเกินไปสำหรับผู้หญิงคนนี้
เขาหน้าดำคร่ำเครียด และไม่พูดอะไรอีก
ธิชาถูกเขาทิ้ง ก่อนจะมองเขาเดินออกจากประตูไปตาปริบๆ
เธอไม่มีอะไรจะพูดเพื่อรั้งไว้
และก็เข้าใจในวันนี้ด้วย
ความสัมพันธ์ของเธอกับดนัยกฤต เกรงว่ามันจะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เธอขาอ่อนจนยืนไม่ไหว เลยได้แต่นอนลงบนเตียงพลางหลับไป
ถ้าเกิดตื่นมาแล้วพบว่าทั้งหมดมันเป็นแค่ฝันร้ายของตัวเอง……
จะดีขนาดไหน
……
ดนัยกฤตเปิดประตู ก่อนจะยืนอยู่ตรงนั้นพลางหันหลังให้เธอ
ก่อนจะค่อยๆพูดออกมีทีละคำๆ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณอยู่ที่นี่เพื่อเลี้ยงลูกให้ดี จนกว่าจะคลอดออกมาเท่านั้นพอ”
ธิชาเพิ่งจะนั่งขึ้นบนข้างเตียง เมื่อได้ยินคำพูดที่มืดหม่นของเขา ในใจก็ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
เธอพูดเสียงสั่น “คุณ……หมายความว่าอย่างไร?”
เสียงของชายคนนั้นดูราวกับเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคย และไม่มีความอบอุ่นแบบที่สามีมีต่อภรรยาอีก
“ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนกว่าจะคลอด แล้วคุณก็ห้ามออกจากบ้านอีก ช่วงนี้จะมีคนคอยคุ้มกัน พนักงานด้านการแพทย์ก็ไม่ขาด ต้องการอะไรก็บอกได้เลย ฉันจะบอกคุณให้นะ ว่าอย่าทำเรื่องอะไรโง่ๆเลย มันไม่ดีต่อคุณเองหรอก”
เขาบอกฉันคำสุดท้ายก่อนจะเดินจากไป จนหายลับไปจากสายตาของธิชา
เธอไร้เรี่ยวแรง จากนั้นก็ค่อยๆนอนลงบนเตียง
ดนัยกฤตหมายความว่า ให้อยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด
เขาจะขังเธอเอาไว้ที่นี่
ไม่ยอมให้เธอออกไปไหน เพื่อไม่ให้เธอเอาลูกหนีไปได้
มีหมอคอยรักษาไม่ห่าง
เขาเตือนเธอ ว่าอย่าก่อเรื่องอะไร แล้วก็อย่าคิดจะหนีด้วย
ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีทางไว้หน้าเธอ และจะไม่ออมมือกับเธอด้วย
ธิชาไร้เรี่ยวแรงไปทั้งตัว
ก่อนที่เธอจะกลับมาเธอได้คิดแล้วว่าบางทีเขาอาจจะไม่มีวันยกโทษให้เลยก็ได้
แต่เธอเองก็เคยคิด ว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะเห็นแก่ลูกสาว แล้วน่าจะเข้าใจเธอบ้าง
ถึงอย่างไรสำหรับงานแต่งงานนั้น ความผิดทั้งหมดที่เธอทำนั้น มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เธอไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ได้ปันใจให้ชายอื่นเลยด้วย
แต่จนสุดท้ายเธอก็ยังอ่อนต่อโลกเกินไป
ดนัยกฤตนั้นสูงส่งกว่ามาตลอด
เขาแต่งงานกับเธอ ก็ถือว่าลดตัวมาหาเธอมากแล้ว
ดังนั้นเขาเลยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่อายอะไรเลย
เขาไม่มีทางเห็นมันเป็นปัญหาอะไรหรอก
แต่ถ้าเป็นเธอที่มีชู้ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานล่ะก็
มันเหมือนเป็นโทษประหารเลยล่ะ
เขาถึงกับไม่อยากจะปรายตามองเธออีก
……
ธิชาถูกขังตัวมาถึงวันที่สาม
อันที่จริงในใจของเธอนั้นมันสงบลงมากแล้ว
และรับได้แล้วว่าดนัยกฤตไม่มีทางให้โอกาสเธอได้อธิบายอะไรอีก
จนกว่าเธอจะคลอดเธอนั้น ดนัยกฤตไม่กลับมาที่บ้านอีกเลย
ถึงอย่างไรสำหรับเขา ตั้งแต่ที่ผู้หญิงไม่ซื่อสัตย์ต่อเขา ทะเบียนสมรสของพวกเขาก็เป็นเพียงสัญญาไร้ค่าฉบับหนึ่ง
แม้เธอนั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
ธิชารับได้แล้วว่าตัวเองจะไม่ได้รับการยกโทษ
แล้วก็เตรียมตัวเอาไว้แล้วว่าหลังจากนี้สามเดือนจะต้องถูกขับไล่ออกไป
สิ่งเดียวที่เธอรับไม่ได้ ก็คือดนัยกฤตจะเอาลูกสาวไว้เอง
เขาจะไม่ให้เธอได้อะไรไปเลย นอกจากตัวของเธอที่ต้องหายไปเท่านั้น
ในใจของธิชา ลูกสาวถึงจะเป็นคนที่ขาดกับตัวเองไม่ได้เลย
ตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจที่จะคลอดเด็กคนนี้ ก็คิดแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่แยกแม่ลูกคู่นี้ออกจากกัน
ธิชาเคยคิดวิธีที่จะแก้ไขมัน
เดี๋ยวผ่านไปอีกสักหน่อย เดี๋ยวรอให้สุดท้ายมั่นใจแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับดนัยกฤตนั้นไม่มีทางกู้คืนแล้วจริงๆ
เธอถึงได้หาโอกาสไปร้องขอธาวิน
ธาวินน่าจะช่วยเธอ
เขาพอจะเข้าใจได้ว่าสำหรับเธอแล้วลูกสาวมีความหมายแค่ไหน
ถ้าจะต้องแยกจากลูกสาวจริงๆ เธอกลัวว่าจะอยู่ไม่ได้
แม้ธาวินจะไม่อยากช่วย เธอก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งมาให้ได้
ตามที่เธอเข้าใจธาวิน ด้วยความสัมพันธ์พี่น้อง 10 กว่าปี
ถ้าเธอบอกว่านี่เป็นคำขอสุดท้ายของชีวิต เขาน่าจะปฏิเสธไม่ลง
เพียงแค่ธาวินเต็มใจจะยื่นมือมาช่วย ให้เธอกับลูกสาวหนีไปยังที่ที่ดนัยกฤตหาไม่เจอ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ในสถานการณ์แบบนี้เป็นแค่ลูกสาว ดนัยกฤตคงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่ากับผู้สืบทอดตระกูล
……
จากนั้นสามวัน ธิชาก็ได้รับสายจากธเนษฐ
เขาใช้เบอร์แปลกโทรมา ธิชาไม่ได้คิดอะไรเลยกดรับไป
ธเนษฐบอกเธอ ว่าจากนี้จะใช้เบอร์นี้เพื่อติดต่อกับเธอ เพื่อไม่ให้น่าสงสัย
ธิชาคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น “ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร ก็ไม่ต้องมาติดต่อกันหรอก แม้อีกไม่นานฉันจะไม่ใช่ภรรยาของดนัยกฤตแล้ว แต่อย่างไร……มันก็ทำตัวไม่ถูกอยู่ดี ไม่ติดต่อกันจะดีกว่า”
น้ำเสียงของธเนษฐนั้นกลับดูสบายอารมณ์ “บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นน่ะ ความลับที่มีเพียงฉันกับคุณที่รู้ จะไปกลัวอะไร?ยิ่งถ้าฉันโทรหาคุณในตอนนี้ มันก็เหมือนเพื่อนปกติเท่านั้น ไม่ต้องอ่อนไหวให้มันมากได้ไหม”
ธิชาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบเขาอย่างไร
ถึงอย่างไรในวันนี้เธอถูกขังไว้ในบ้าน ธเนษฐเลยแตะต้องอะไรเธอไม่ได้ เลยคิดว่าไม่ใข่เรื่องใหญ่อะไร
ในสถานการณ์แบบนี้นอกจากเพียงวรินทร์ ก็ไม่มีใครมาพูดคุยกับเธอเลย มีบ้างที่โทรมา แต่ก็ไม่มีอะไรมากมาย
ธเนษฐพูดต่อ “ฉันดูท่าทีของพี่ใหญ่แล้วล่ะ เขาโกรธมากจริงๆ สามวันมานี้ ขนาดเวลาทำงานของเขายังน้อยลงเลย ประชุมสำคัญกับงานเลี้ยงก็ถูกเขาเลื่อนออกไปอย่างไม่มีเหตุผล แถม เขายังไม่ได้ไปหาอี๊ฟ แล้วก็ยิ่งไม่มีอารมณ์ไปเจอวรรจชนกด้วย”
ธิชาได้ยินดังนั้น กลับรู้สึกแปลกใจไป
ถึงอย่างไรสงครามประสาทก่อนหน้านี้ ดนัยกฤตนั้นมักจะชอบไปหาสาวอื่น เพราะถึงอย่างไรผู้ชายก็ชอบหาหญิงไม่ซ้ำหน้ามาทำให้อารมณ์ดีอยู่แล้ว
เธออดไม่ได้ที่จะถามต่อ “แล้วเขา……ไปไหนล่ะ?”
ธเนษฐบอก “ช่วงนี้พี่ใหญ่ชอบไปอยู่ในที่ของธุรกิจตัวเอง ไม่มีอารมณ์จะไปกินข้าวกับใคร น่าจะเพราะโกรธคุณจนใจเย็นไม่ลง แต่ตามจากที่ฉันมองนะ ฉันคิดว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปมันต้องไม่ดีแน่ๆ ถ้าพี่ใหญ่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณแล้ว มันก็ต้องตัดขาดไปจนหมดแน่นอน แต่เมื่อมากลุ้มใจแบบนี้ ก็เพราะไม่ยินดีที่จะปล่อยมือไปจริงๆคุณรอหน่อยเถอะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วัน พี่ใหญ่จะต้องกลับมาหาคุณอย่างอดไม่ได้แน่นอน”
ธิชาไม่รู้ว่าคำพูดของเขานั้นจะจริงจังได้มากแค่ไหน เลยถอนหายใจออก “ช่างมันเถอะ ฉันกับเขา น่าจะมาถึงทางตันแล้วล่ะ”
ครั้งนี้ธเนษฐกลับมีสติมากเป็นพิเศษ “สำหรับคุณงานแต่งงานครั้งนี้มันได้ตัดใจยากนักหนาไม่ใช่เหรอ?ในเมื่อเห็นว่ามันสำคัญ แล้วทำไมถึงได้เย็นชาใส่ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ฉันพอจะเข้าใจพี่ใหญ่ของฉันดีนะ ธิชา คุณยังพอมีโอกาส”
ธเนษฐไม่ได้พูดอะไรกับเธอมากมาย แต่ก็เตือนสติเธอได้หลายคำ
ธิชาเก็บงำอารมณ์ ก่อนจะเหลือเพียงความลังเลในใจ
เธอนั้นสงบลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เจ็บปวด
ถ้าเกิดต้องเสียดนัยกฤตไป เธอสามารถยอมรับได้ แต่คงจะต้องทุกข์ไปอีกนาน
……
จากนั้นผ่านไปสองวัน
การคาดเดาของธเนษฐก็เกิดขึ้น
ดนัยกฤตกลับไปที่บ้านหลังเที่ยง แม่บ้านกับคนใช้ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ เลยรีบเข้ามาปรนนิบัติ
ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ ดูอารมณ์ไม่ออกเลย
เขานั่งลงบนโซฟาที่โถงใหญ่ แม่บ้านถามว่าเขากินข้าวเที่ยงมาหรือยังอย่างเคารพ ว่าอยากจะกินตอนนี้เลยหรือเปล่า
ดนัยกฤตกลับกำชับให้แม่บ้านเรียกน้าปวีณามา
น้าปวีณารีบตามเข้ามา ในใจก็ตึงเครียดเป็นอย่างมาก
ได้ยินเพียงชายคนนี้ถามอย่างเย็นชา “ได้ยินนักโภชนาการพูดว่าช่วงนี้คุณนายกินอาหารไม่ค่อยลงเหรอ?