รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 343 เอกสารลับที่ตรวจสอบตระกูลธนาภูวนัตถ์
ธิชากำหมัดแน่น พยายามทนต่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรงตรงไหล่ของเธอ
เธอจ้องมองไปที่ดวงตาสีแดงก่ำของธเนษฐ เธอรู้สึกแค่ว่าวันนี้เธอยั่วโมโหปีศาจร้ายจริงๆ
ความกลัวในใจรุนแรงขึ้น แต่สีหน้าของเธอกลับซีดเผือดและแข็งทื่อเท่านั้น
เธอเอ่ยพูดด้วยเสียงสั่น “ธเนษฐ ยังไงฉันก็เป็นคนของพี่ชายคุณ ถึงแม้คุณจะดูถูกฉัน แต่อย่างน้อยคุณก็ควรไว้หน้าให้พี่ชายของคุณ เพื่อผู้หญิงคนเดียว กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกคุณ คุณไม่คิดว่ามันไม่คุ้มกับการสูญเสียหรือไง?”
ตอนนี้อารมณ์ของธเนษฐคงจะโกรธมาก
ใบหน้าที่โหดร้ายของเขา ไม่เพียงแต่ธิชาที่มองด้วยสายตาหวาดกลัว แต่นันทญาที่อยู่ข้างๆ เธอก็เริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ
เดิมทีเธอต้องการจะพูดใส่ไฟต่อ แต่พอมองไปที่สีหน้าของท่านสอง เธอก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ถึงแม้เธอจะอยากเห็นธิชาทุกข์ทรมาน แต่ก็กลัวถ้าอีกฝ่ายเสียชีวิต เธอจะถูกโยงว่าผิดไปด้วย
ธเนษฐมือข้างหนึ่งบีบไหล่ของธิชาไว้ และมืออีกข้างคลายเนกไทออก
ธิชาไม่รู้ว่าชะตากรรมของเธอจะเป็นยังไงต่อไป เธอได้ยินเพียงเขาพูดกับนันทญาอย่างเย็นชา “คุณออกไปก่อน แล้วปิดประตูด้วย”
พอได้ยินแบบนั้นดวงตาของธิชาก็เบิกกว้าง เธอพยายามดิ้นหนี เพราะเธอไม่สามารถหลุดหนีไปได้ เธอจึงพึ่งความหวังสุดท้ายรีบเรียกนันทญาไว้ “นันทญา! เธออย่าออกไปนะ นันทญา…”
นันทญาเองก็เดาไม่ถูกว่าท่านสองจะจัดการกับเธอยังไง รู้สึกเพียงสะใจกังวล อีกครึ่งหนึ่งกังวลใจ
เธอไม่กล้าขัดคำสั่งของธเนษฐ เธอจึงรีบเดินออกไป
ในห้องเหลือเพียงชายหนุ่มหน้าบูดบึ้ง และธิชาที่หวาดกลัวจนตัวสั่น
เธอกัดริมฝีปากและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านสอง ฉันหุนหันพลันแล่นไปค่ะ ฉันขอโทษ โปรดยกโทษให้ฉันด้วย”
ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ของธเนษฐ จึงยกยิัมมุมปากขึ้นมาทันที
ธิชาไม่รู้ว่าเขาโมโหจนบ้าไปแล้ว หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ไม่รู้ว่าธเนษฐปล่อยไหล่ของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มย่องว่า “คุณนี่ไม่กลัวตายจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าพี่ชายผมไม่อยู่ คุณไม่มีความสามารถแม้แต่จะปกป้องตัวเองด้วยซ้ำ กล้าดียังไงมายั่วโมโหผมแบบนี้?”
ธิชาเหงื่อเย็นไหลทั่วตัว เธอตกใจมาก ริมฝีปากสั่นอยู่ตลอดเวลา “ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณพูดให้ฉันต้องอับอายขายหน้ามากขนาดนั้น ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้…”
ธเนษฐหรี่ตามอง มือใหญ่ของเขาวางลงบนเนินอกของเธอ แล้วบีบอย่างแรง “อับอายขายหน้า คุณรู้ไหมว่าความอับอายขายหน้าคืออะไร”
หลังจากที่ธิชาตั้งท้อง ร่างกายของเธอก็อ่อนไหวมากขึ้น ดนัยกฤตก็สัมผัสเธออย่างระมัดระวัง เธอเคยได้รับความอัปยศอดสูแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เธอรู้สึกเจ็บมาก ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา
เดิมทีในสมองของธเนษฐมีร้อยพันวิธีที่จะทรมานเธอจนเธอจะร้องไห้ก็ยังไม่ได้
แต่มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
ในดวงตาของเขาเห็นเพียงดวงตาสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความน้อยใจของธิชา
หน้าท้องของเธอนูนออกมาเล็กน้อย ดวงตาที่ระมัดระวังของเธอเหมือนสัตว์ตัวเมียที่กำลังปกป้องลูกในท้อง
ริมฝีปากของเธอยื่นออกมาเล็กน้อย มันดูอิ่มเอิบมาก ดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อคลอ
ในเวลานี้เอง ธเนษฐรู้ได้ทันทีว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงทะนุถนอมเธอแบบนี้
เอ็นดูมากเป็นพิเศษ จนถึงขั้นรักเธอเพียงคนเดียว
ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุจริงๆ …
สีหน้าของธเนษฐกลับมาเย็นชาตามเดิม
เขาปล่อยมือลง แล้วพูดว่าด้วยสีหน้าเย็นชา “ออกไปเดี๋ยวนี้”
ธิชาสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย แล้วจ้องมองไปที่เขาอย่างตกตะลึง
หลังจากที่เธอลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายเธอก็ได้สติกลับมาและรีบออกไปจากที่นี่ทันที
ถึงแม้เธอจะคาดเดาไม่ถูก… ไม่ว่าธเนษฐจะเกิดสงสารเธอขึ้นมากะทันหัน หรือว่าเขาจะวางแผนที่ร้ายแรงกว่าก็ได้
ตอนที่เห็นธิชารีบออกไปจากห้อง นันทญาที่เล่นโทรศัพท์ไม่ได้เพราะที่นี่ถูกตัดสัญญาณจึงรู้สึกเบื่อมาก เธอพิงราวบันไดตรงทางเดินรอ
พอเห็นธิชาวิ่งออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือด เธออดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้
แน่นอนว่านันทญาไม่กล้าก้าวไปขวางหน้าเธอ จึงทำแค่มองตามไป
เธอตั้งตารอดูท่านสองจัดการธิชาให้หนัก แต่เธอมองไปมองมาก็ไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น
รอจนนันทญากลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ก็เห็นธเนษฐกำลังเปลี่ยนเสื้อที่ถูกชานมกระเซ็นใส่
เธอกะพริบตาปริบ แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านสองสบายใจขึ้นหรือยังคะ?”
ธเนษฐเหลือบมองมาที่เธอ ใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงบูดบึ้ง
นันทญาเดาเรื่องราวได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ จึงแสร้งทำเป็นเสียดาย “ท่านสองคงจะปล่อยเธอไปสินะคะ ฉันรู้อยู่แล้ว… ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์มาก ขอแค่เป็นผู้ชาย ก็มักจะถูกเธอยั่วยวนจนหลงเสน่ห์เสมอ”
ดวงตาของธเนษฐเต็มไปด้วยอาการหมดความอดทน
นันทญาเบะปากของเธอ “นี่เป็นคำพูดที่พี่อี๊ฟเคยพูดเลยนะคะ พี่อี๊ฟยังพูดอีกว่า ให้ฉันเตือนท่านสองด้วย ธิชาถึงแม้จะดูไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วเธอมีวิธีจัดการกับผู้ชาย กลัวว่าท่านสองอยู่กับเธอนานๆ ก็อาจจะหวั่นไหวกับเธอขึ้นมาไม่ได้ ฉันแค่รับหน้าที่ส่งข้อความจากพี่อี๊ฟเท่านั้นเองค่ะ ถ้าฉันพูดอะไรผิดไป … ท่านสองอย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
สีหน้าของธเนษฐบึ้งตึง
ปกติเขาถือว่าเอ็นดูนันทญาผู้หญิงคนนี้อยู่บ้าง
แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอได้ยินเธอพูดก็รู้สึกหงุดหงิดมาก
สีหน้าของเขาเย็นชา ก่อนจะสั่งให้นันทญาออกไปก่อน
กระโปรงของนันทญาเลอะไปด้วยชานม เธอจึงไม่อยากทนอยู่ที่นี่ต่อ
…………
อาหารเย็นถูกสาวใช้ยกขึ้นมาชั้นบนให้เธอ
ธิชาขาดการติดต่อกับโลกภายนอกมาหลายชั่วโมงแล้ว และยังไม่มั่นใจว่าวันแบบนี้จะเป็นอีกนานแค่ไหน
ในใจเธออดที่จะอารมณ์เสียไม่ได้
น้าปวีณาพูดเกลี้ยกล่อมเธอ “คุณธิชาอดทนอีกนิดนะคะ ท่านดนัยพูดก่อนออกไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ถ้างานดำเนินไปอย่างราบรื่น บางทีเขาอาจจะกลับมาก่อนเวลา ถ้าถึงเวลานั้นคุณค่อยฟ้องก็ได้ ตอนนี้การดูแลร่างกายของคุณสำคัญที่สุดนะคะ”
ธิชาไม่สามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้ เธอจึงทำได้เพียงดูทีวี ก่อนจะเริ่มเบื่อหน่าย และง่วงนอนในไม่ช้า
ในขณะที่เธอกำลังจะเอนตัวนอนลงบนเตียง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เธออารมณ์เสียมาก แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นไปเปิดประตู
สาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม และก้มหน้าลงเอ่ยพูด “คุณธิชาคะ ท่านสองมีเรื่องจะคุยกับคุณ เชิญคุณไปพบค่ะ”
สีหน้าของธิชาบูดบึ้ง น้ำเสียงของเธอก็ดังขึ้นเล็กน้อย “เธอทำงานยังไงกัน นี่มันดึกมากแล้ว เธอไม่รู้หรือไงว่าฉันต้องพักผ่อน กลับไปบอกท่านสอง ถ้ามีธุระอะไรรอพรุ่งนี้ฉันตื่นนอนแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ฉันง่วงมาก”
เธอกำลังจะปิดประตูลง
แต่สาวใช้เอื้อมมือไปผลักประตูไว้
เธอแรงเยอะมาก แต่ใบหน้าของเธอก็ยังยิ้มอย่างสุภาพ ราวกับว่าเธอเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว
“คุณธิชาคะ ท่านสองให้น้าบอกคุณว่า เขาเรียกคุณไปพบ เพราะเขามีเรื่องสำคัญที่จะพูดด้วยค่ะ รอช้าไม่ได้ ถ้าคุณไม่ยอมไป คุณจะเสียใจทีหลังอย่างแน่นอน”
ธิชาโกรธมากจนอยากจะด่าคน แต่เธอก็รู้ว่าสาวใช้เป็นเพียงคนมาส่งข่าว ไม่มีความผิดอะไร
สาเหตุหลักคือความผิดของธเนษฐที่ประสาท
เธอปิดประตู แล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอถอดชุดนอนออก และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนจะออกจากห้อง แล้วเดินไปที่ห้องรับแขกที่ธเนษฐพักอยู่
ประตูห้องถูกเปิดแง้มไว้ พอเธอเคาะประตู ประตูก็เปิดออกทันที
ธิชามองเข้าไปข้างใน แล้วเห็นธเนษฐที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วสวมชุดนอนสีเทา กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
เธอยืนอยู่ที่หน้าประตู และพูดอย่างโมโห “คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ”
ธเนษฐเหมือนกำลังยุ่งกับเอกสารในมือ สักพักเขาถึงเงยหน้าขึ้นแล้วเหลือบมองมาที่เธอ
“เข้ามา มีอะไรดีๆ อยากให้คุณดู”
ธิชาผลักประตูออก และจงใจเปิดประตูทิ้งไว้ ราวกับว่าเธอกลัวว่าธเนษฐจะทำอะไรไม่ดีกับเธอถ้าเธอปิดประตูลง
เธอเดินไปที่โต๊ะด้วยสีหน้าที่เฉยชา และพูดด้วยอย่างตรงไปตรงมา “มีอะไร ?”
ดวงตาของชายหนุ่มเรียบนิ่ง เขาโยนเอกสารกองหนึ่งลงตรงหน้าเธอ ไม่มีท่าทางว่าจะทำอะไรไม่ดีกับเธอ
ธิชาก้มลงมอง จึงเห็นว่าเป็นเอกสารของกรมสอบสวนคดีอาชญากรรมเชิงพาณิชย์
เธอสงสัยอยู่สักพักจึงพลิกอ่านเล็กน้อย
ในตอนแรกเธอแค่พลิกดูเล็กน้อย แต่หลังจากอ่านเนื้อหาไปติดต่อกันทีละหน้า สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
รอจนเธอหยุดพลิกเอกสาร ดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอไม่มีเวลาสนใจฐานะของตัวเอง รีบเอ่ยพูดอย่างมึนงง “ธเนษฐ นี่… นี่คือเอกสารของกรมสอบสวนของตระกูลธนาภูวนัตถ์ ทำไมถึงมาอยู่ในมือของคุณได้ งานของคุณ ไม่น่าจะรวมถึงการสืบสวนคดีอาชญากรรมทางการค้าไม่ใช่เหรอ”
สีหน้าของธเนษฐยังคงไร้ความรู้สึก ก่อนที่ริมฝีปากบางของเขาจะเริ่มพูดช้าๆ ว่า “เรื่องไร้สาระแบบนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่งานของผมหรอก แต่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นที่มีความสัมพันธ์ค่อนข้างสนิทกับผม เขารู้อยู่แล้วว่าผมกับธาวินมีปัญหากัน ครั้งนี้เขาได้จึงขอให้ผมช่วยเขา เอกสารที่คุณเพิ่งพลิกอ่านเมื่อตะกี้ ไม่มีหลักฐานที่จะมัดตัวธาวินได้ แต่ในมือของผม มีหลักฐานความผิดทางอาชญากรรมทั้งสามอย่างของธาวิน ทั้งการฟอกเงิน การลักลอบขนอาวุธ และการค้ายาเสพติด ผมได้ข่าวว่าคุณศึกษาด้านกฎหมายมา คุณช่วยบอกผมที ว่าถ้าคดีถูกฟ้องขึ้นมา ธาวินจะรับมือได้นานแค่ไหน?”
ฝ่ามือของธิชาเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เธอจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่ร้อนใจ และพูดออกมาทีละคำ “คุณคิดจะทำอะไรกันแน่”