รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 333 คุณธิชากำลังท้องลูกสาวตัวน้อย
แก้มของธิชาแดงจนจะระเบิดแล้ว
เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น บีบคำพูดออกมาจากริมฝีปาก “นายนั่นแหละไร้ยางอาย ดนัยกฤตนายนั่นแหละเป็นผู้ชายหลอกลวงที่ไร้ยางอาย!!!”
ผู้ชายโน้มตัวลง หอมแก้มเธอหลายๆ รอบอย่างใจร้อน
ธิชาให้มือออกแรงดันแผงอกของเขา “จะลงไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ? ฉันหิวแล้ว หิวจริงๆ กินข้าวก่อนเถอะ นายไม่กลัวลูกชายนายหิวเหรอ……”
เธอพึมพำ ในเวลาเดียวกันก็หายโอกาสหนี
ดนัยกฤตกลับตรึงเธอไว้แน่น ไม่ให้โอกาสเธอหนีแม้แต่นิด
เขาจับมือข้างหนึ่งของธิชา กดลงด้านล่างอย่างไม่รีบร้อน……
“ไม่หิวหรอก ตอนนี้ฉันก็สามารถป้อนของอร่อยให้เธอกิน……”
ฝ่ามือของธิชาถูกลวก ตกใจจนเกือบจะกรีดร้องออกมา
เดิมทีเธอปฏิเสธ
แต่ดันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
วันนี้เธอ……ก็ถือว่าเสียพลังไปมาก ขั้นแรกคือบีบบังคับพี่ธนูคนขับรถ ล่อลวงข้อมูลจากเขา ยากมากกว่าจะได้ที่อยู่ของอี๊ฟ
จากนั้นก็เป็นฝ่ายริเริ่มไปโวยวายถึงที่
สำหรับเธอ ถือว่าเป็นก้าวที่ใหญ่
เปลี่ยนเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน หากดนัยกฤตเมินเฉยเธอแบบนี้ ยังจงใจไปสิงอยู่กับทผู้หญิงคนอื่น เธอแค่จะขยะแขยง หลีกเลี่ยงมัน ไม่มีทางที่จะเข้าไปแย่งเขา
แต่ว่าวันนี้ เธอทำแบบนี้แล้ว
คนที่เธอให้เธอตื่น รวมถึงน้าปวีณาที่โน้มน้าวเธอหลายครั้ง และวันนี้คุณนายหลายท่านที่ศูนย์อบรมการตั้งครรภ์ที่ทำให้ใจเธอห่อเหี่ยวสุดๆ
ถ้าผู้หญิงเหล่านั้นไม่กระตุ้นเธอ เธออาจจะยังคิดได้ไม่ไกลขนาดนี้
พวกเธอพูดจาหยาบคาย ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยมจริงๆ และการซ้ำเติมนั้นก็เห็นได้ชัดสุดๆ
แต่อย่างน้อยทำให้เธอเข้าใจ ถ้าเธอตกกระป๋องจริงๆ สำหรับเด็กในท้องของเธอนั้น หมดหนทางแล้วจริงๆ
เธอไม่อาจทำลายชีวิตเด็ก…….ก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา
ธิชาเป็นลูกสาวของณิชานาฎ สภาพแวดล้อมที่เติบโตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่นั้นค่อนข้างซับซ้อน
แม้นิสัยอ่อนแอกลัวปัญหาของเธอจะเห็นได้ชัด แต่ก็เข้าใจเหตุผลมากๆ
ถ้าเธอยอมหลีกทางตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตจะต้องเผชิญหน้ากับจุดจบที่เลวร้ายมากมาย
จากที่ไม่อยากเดินตามเส้นทางของแม่ ตอนนี้พบว่ามีเพียงเส้นทางของแม่คือสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ
จิตใจที่ปฏิเสธของธิชา จู่ๆ ก็ถูกสติปัญญาล้างออกหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทำไมดนัยกฤตทะเลาะกับตัวเองแล้วก็ไปหาอี๊ฟ……
เหตุผลชัดเจนสุดๆ
ในความสัมพันธ์ของชายหญิงนั้น เดิมทีเรื่งบนเตียงก็เป็นจดที่สำคัญที่สุดแล้ว
นิสัยของเธอทำให้เธอปฏิเสธอย่างเคยชิน อาจเป็นเพราะเวลาในการหลอมรวมนั้นสั้นเกินไป ธิชาอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยเปิดกว้างมาตลอด
แต่ถ้าแม้แต่เรื่องแบบนี้เธอยังทำได้ไม่ดี อนาคตเธอจะรักษาตำแหน่งคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธีได้อย่างไร
ธิชาไม่อยากอยู่ในจุดจบที่ผู้คนต่างรู้สึกน่าเศร้า
ดังนั้นตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เธอต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง
……
ธิชาไม่หนี กลับยังจับของเขาแน่น ยกยิ้มมุมปาก
ท่าทางขี้เล่นและสวยงามของเธอทำให้ผู้ชายตกตะลึงไปชั่วขณะ
ธิชาเคลื่อนลงเตียงอย่างคล่องแคล่ว เธอผลักแผงอกของเขา ผลักเขาลงบนเตียง
ในสายตาของดนัยกฤตดูงงงวยเล็กน้อย
ธิชาพูดด้วยรอยยิ้ม “นายนั่งลงก่อน”
ดนัยกฤตนั่งอยู่ที่ขอบเตียง หรี่ตา มองเธออย่างไม่รีบไม่ร้อน
ร่างกายของธิชาอ่อนช้อย ค่อยๆ คุกเข่าลงข้างขาของเขา
ดนัยกฤตเบิกตา ตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดเสียงต่ำ “ธิชา……”
ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อยู่ยิ้มหวาน ทำมือชู่วที่ข้างปาก
ผู้ชายก็นิ่งเงียบ ไม่ส่งเสียงออกมา
ธิชายิ้มตาหยีแล้วพูด “อืม ฉันรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วจริงๆ ……”
…………
เมื่อจบลง ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายเผยสีหน้าความอิ่มที่บรรยายไม่ได้
แม้ธิชาจะเหนื่อย แต่เห็นท่าทางแบบนี้ของเขา ในใจก็รู้สึกโล่งอก
เมื่อก่อนเธอไม่ถนัดจริงๆ เคยทำให้เขาครั้งสองครั้ง แต่ดูเหมือนผลที่ได้รับนั้นแย่มาก
แม้ปากเขายังพูดปลอบเธออยู่ แต่ไม่ได้เผยท่าทางรังเกียจ
แต่หลังจากนั้น เขาก็ไม่ค่อยทำการร้องขอเช่นนี้อีก
แม้แต่หลังจากที่เธอตั้งครรภ์ ก็ไม่ค่อยได้ลองแล้ว
แต่วันนี้ ผ่านไปได้ดีจนธิชายังรู้สึกตะลึงพรึงเพริด
อาจจะเพราะจู่ๆ เธอก็ใจเปิดกว้าง หรืออาจจะเพราะ……วันนี้เธอปล่อยวาง สภาพการณ์ดี โชคก็ดี
ดนัยกฤตผ่อนคลายชั่วครู่ หลังจากที่ลมหายใจกลับสู่ปกติ หลังจากที่รู้ตัวก็ดึงเธอขึ้นมา
ยากมากที่ธิชาไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจ เพียงแค่พิงข้างอย่างน่าเอ็นดู ยิ้มตาหยีไม่พูดอะไร
คางของเธอ “วันนี้คุณธิชาถูกผีสิงเหรอ จู่ๆ ก็……ใส่ใจขนาดนี้?”
ความรู้สึกตอนนี้จริงๆ ของธิชาคืออยากจะพุ่งไปที่ห้องน้ำมากๆ อยากแปรงฟันสักสามรอบ
แต่ว่าเธอทนไว้ ใบหน้านิ่งๆ น้ำเสียงก็น่าเอ็นดู “ถ้าท่านดนัยชอบ ฉันจะลองทำหลายครั้ง”
ดนัยกฤตรู้สึกประหลาดใจจริงๆ
ความสัมพันธ์ด้านนี้ของเขาและธิชา ได้กลายเป็นว่าเขาเป็นคนทุ่มเท ธิชานั่งเก็บเกี่ยวความสำเร็จ
ก่อนเรื่องเมื่อกี้เขาแค่หยอกล้อเธอเล่น คิดไม่ถึงว่าเธอยอมจริงๆ
และยังทำได้……ไม่เลว
โดยเฉพาะเธอเชื่อฟังร่าเริง ในใจของเขากลับอยู่ไม่สุข รู้สึกเหมือนทำให้เธอไม่ได้รับความเป็นธรรม
แถมยังแอบประชดในใจว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ต่ำทราม
บนโลกนี้ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงมากขนาดไหนที่กระตือรือร้นที่จะทำให้เขาพอใจและรับใช้เขา
เขาไม่เคยสนใจเลยจริงๆ
ยกเว้นธิชา……
เธอทำหน้าเฉยชาต่อเขาบ่อยมากแล้ว เพียงใส่ใจเป็นบางครั้ง เขากลับอยู่ไม่สุขไปทั้งตัว มักจะรู้สึกว่าเธอได้รับความไม่เป็นธรรม
……
ผู้ชายจูบปลายจมูกของเธอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าจิตใจของตัวเองทรามมาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูด “จริงๆ แล้วเธอไม่จำเป็นต้องรังแกตัวเอง เรื่องที่เธอไม่ชอบ ฉันก็ไม่อยากบังคับเธอ เธออยู่กับฉันมานานขนาดนี้แล้ว น่าจะรู้ว่าฉันเอาชนะเธอไม่ได้ ไม่เคยมีความคิดที่จะทำให้เธอลำบากใจ”
ธิชาได้ยินเขาพูดแบบนี้ ในใจก็รู้แล้วว่าเขาสุขกายสบายใจมากๆ
แบบนี้……เธอรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยนิดหน่อยก็ถือว่าไม่เสียหาย
เห็นได้ชัดว่าเขาสุขกายสบายใจแบบนี้ ในใจของเธอดีใจแทบไม่ทัน
ใบหน้าของเธอแนบกับแผงอกเขาดนัยกฤต พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฉันชอบนาย กับผู้ชายที่ตัวเองชอบ ทำอะไรก็เต็มอกเต็มใจ คนรอบข้างบังคับฉัน ฉันก็ไม่ยอมหรอก ดนัยกฤต ฉันทำแบบนี้……แค่อยากบอกนาย เรื่องที่ผู้หญิงคนอื่นทำเพื่อนายได้ ฉันก็ทำได้ ฉันไม่กล้าหวังให้นายไล่พวกเธอออกเพื่อฉัน อย่างน้อย ฉันหวังว่าความสำคัญของตัวเอง……ความสำคัญที่อยู่ในใจของนาย จะมากที่สุดตลอดไป แม้จะมากกว่าของพวกเธอเพียงแค่นิดเดียวก็ยังดี”
ธิชาพูดประโยคนี้ออกมา ในใจเศร้าโศกเป็นธรรมดา
แต่ตอนนี้เธอกำลังจะเป็นแม่คน
ไม่มีทางที่จะเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสามีชีวิตในจินตนาการได้ตลอดไปแล้ว
โลกของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ หรือชีวิตแต่งงาน
ในความสัมพันธ์ที่มั่นคง ความต้องการพื้นฐานที่สุดคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน ทุกคนเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ความสัมพันธ์ที่ใช้ความรู้สึกรักษาไว้นั้นเปราะบางมาก
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเธอ ยังไม่มากพอที่จะขอให้ดนัยกฤตละทิ้งโลกภายนอกเพื่อเธอ
แต่สักวันหนึ่ง เธอเชื่อว่าตัวเองสามารถขึ้นไปยังตำแหน่งนั้นได้ทีละขั้น
เพียงแต่ตอนนี้ ทำได้เพียงอดทนไม่พูด
อย่างน้อยเธอมีลูกกับดนัยกฤต เด็กคนนี้จะเป็นตัวต่อรองที่ใหญ่ที่สุดของเธอในอนาคต
ถ้าเป็นผู้ชาย อัตราต่อรองของเธอสูงขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์
ดังนั้น เธออ้อนวอนขอความเมตตาจากพระเจ้า เด็กคนนี้ต้องเป็นผู้ชายถึงจะดี
ครั้งนี้ดนัยกฤตกลับไม่ได้พูดจาหวานแววเจ้าเล่ห์
เขาหอมหน้าผากและแก้มของเธอ พูดเสียงทุ้มต่ำ “คำบอกรักที่คล้ายกัน ฉันไม่ได้พูดแค่หนึ่งครั้ง ความสำคัญของเธอที่อยู่ในใจฉัน มากกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน แค่ในใจของเธอเชื่อก็พอ คำพูดเกินจริงอื่นๆ พูดเยอะขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์”
ดนัยกฤตอุ้มเธอไปชำระล้าง
เขารู้ว่าธิชารักสะอาดจนเหมือนดัดจริตเล็กน้อย เธอรักสะอาดมาก ก็ต้องล้างให้สะอาดหมดจดถึงจะสบาย
แม้แต่มือของธิชาเขายังล้างให้เอง เช็ดทุกนิ้วอย่างสะอาด
หลังจากที่ล้างเสร็จ ธิชาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เธอใช้นิ้วที่เปียกจิ้มคิ้วของผู้ชาย
“นายเว่อร์มาก สกปรกขนาดนั้นเชียวเหรอ? ล้างมาสามรอบแล้ว”
เขาฮึเบาๆ “นี่เพราะกลัวคุณธิชาจะรังเกียจฉันไม่ใช่เหรอ?”
ธิชากำลังจะหัวเราะ
สายตาของผู้ชายไปหยุดอยู่บนหัวเข่าของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อกี้เขาอุ้มเธอเข้าห้องน้ำ
วางธิชาบนเคาน์เตอร์
เธอนั่งตรงข้ามเขา แกว่งขาเล็กเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดนัยกฤตมัวแต่ช่วยเธอล้างหน้าล้างมือ ไม่ได้สังเกตขาเธอแม้แต่นิด
ตอนนี้เห็นหัวเข่าของเธอแดงจนเเกินจริง เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยจากการคุกเข่าบนพรมเมื่อกี้
หัวเข่าทั้งสองข้างแดงมากๆ แค่เห็นก็เจ็บแล้ว
สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังมาก รีบบิดผ้าขนหนูแล้วประคบ
ปากอดไม่ได้ที่จะพูด “บวมขนาดนี้แล้วทำไมไม่พูด !”
ธิชาทำสีหน้าไม่รู้เรื่อง “ฉันไม่รู้นี่นา ฉันไม่ได้สนใจ”
เขาขมวดคิ้ว คิ้วที่ขมวดแน่นเหมือนกำลังเป็นห่วงลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง
ธิชารู้สึกขำ “ไม่เป็นอะไรเลย นายตื่นเต้นขนาดนั้น”
ผ้าขนหนูใกล้จะเย็นแล้ว เขารีบเปลี่ยนผืนใหม่และประคบร้อน
ขมวดคิ้วแน่นเหมือนเกิดเรื่องใหญ่ สักพักถึงจะพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เรื่องแบบนี้ จากนี้ห้ามทำแล้ว เธอดูเธอ เวลาก็ไม่นาน ทำไมขาบวมขนาดนี้ เจ็บหรือเปล่า?”
ธิชาส่ายหน้าแล้วยิ้ม ตั้งใจยักคิ้ว “ท่านดนัย……แน่ใจแล้วเหรอว่าวันหลังจะไม่เอาแล้ว?”
ดนัยกฤตไม่ลืมว่าเมื่อกี้เธอรับใช้นั้นสบายแค่ไหน
เริ่มตั้งแต่ก้นกบของเขา กระตุกทีหนึ่งรู้สึกดีจนขึ้นสวรรค์ได้จริงๆ
แต่ใครจะรู้ว่าผิวของยัยนี้จะอ่อนขนาดนี้
คุกเข่าบนพรมหนาๆ ยังเป็นแบบนี้ จากนี้จะกล้าให้เธอรับใช้ตัวเองอีกได้อย่างไร
น้ำเสียงของเขาจริงจัง สีหน้าจริงจัง “แน่ใจจริงๆ จากนี้ฉันจะไม่ตามใจให้ก่อกวนเธอแล้ว”
ธิชาเบะปาก “เมื่อกี้ยังมีความสุขอยู่เลย ตอนนี้ก็ว่าฉันก่อกวน หน้าของท่านดนัย เปลี่ยนเร็วกว่าอากาศเปลี่ยนแปลงจริงๆ”
…………
หลังจากที่คู่รักทะเลาะกันและคืนดีกัน ความสัมพันธ์ดูเหมือนจะก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว
ดนัยกฤตและธิชาก็ไม่ต่างกัน
หลังจากนั้นครึ่งเดือน ทั้งสองใช้ชีวิตกันอย่างสนิทสนมหวานแหวว ไม่ทะเลาะกันอีก
ธิชาให้ความสำคัญกับการตั้งครรภ์ครั้งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
รอเมื่อครบสี่เดือนก็ไปอัลตราซาวด์ดูเพศ
ในที่สุดก็สี่เดือนแล้ว
ธิชาใจร้อน เพิ่งครบสี่เดือนก็พาท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยไปตรวจที่โรงพยาบาล
ผลกระทบจากเธอ ดนัยกฤตก็ใจร้อนตาม
แม้เขาจะชอบลูกสาว แต่ก็อยากมีลูกชายที่สามารถปลูกฝังเลี้ยงดูด้วยตัวเอง
แม้ลูกชายจะสามารถมีเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้ามีตอนที่ยังหนุ่ม อายุที่ต่างกันระหว่างลูกชายกับเขาจะต่างกันไม่มาก ก็จะไม่มีช่องว่างระหว่างวันมาก สามารถดูแลด้วยตัวเองได้
ระหว่างพ่อลูกวัยหนุ่มและพ่อลูกวัยกลางคนยังคงมีความแตกต่างกันมากในการเข้ากันได้
เพียงแต่เรื่องไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเท่านั้นเอง
หมอตั้งใจจ้องผลอัลตราซาวน์ พูดยินดี “ยินดีด้วยนะคะคุณดนัยกฤตและคุณธิชา ได้ลูกสาวตัวน้อยค่ะ”
เมื่อธิชาได้ยินคำว่าลูกสาว แววตาหยุดนิ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที
เธอทำเป็นดีใจไม่ออกจริงๆ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบลูกสาว ยิ่งไม่ใช่เพราะเธอให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
เธอเองก็เป็นผู้หญิง จะไม่ชอบลูกสาวได้อย่างไร
อันที่จริง ……
เธอรู้ดีว่าช่องว่างระหว่างลูกสาวกับลูกชายขนั้นต่างกันมากแค่ไหน
ลูกชายคนโตของดนัยกฤต มันสามารถช่วยให้เธอตั้งหลักอยู่ในตระกูลภัดิภูมิดมธี
แต่ว่าลูกสาวจะ……ต่างกันมาก
ความเสียใจบนหน้าเธอปิดไม่มิด
เธอลืมสังเกตสีหน้าของดนัยกฤตไปชั่วขณะ
เพียงแต่ผ่านไปสักพัก ถึงจะได้ยินเขาพูดด้วยรอยยิ้ม “เด็กดี ฉันชนะแล้ว ฉันมีลูกสาว เคยบอกเธอตั้งนานแล้ว ฉันอยากได้ลูกสาวที่สวย”
เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากของเธอ
มือของธิชากลับเย็น
เธอหวาดหวั่นไปชั่วขณะ
คาดหวังมากเกินไป
ล้มเหลวไปชั่วขณะ
เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจริงๆ