รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 331 สวมเขาให้กันและกัน ก็ถือว่าเป็นผลกรรม
ดนัยกฤตแนบใบหน้าของเธอแล้วหัวเราะในลำคอ “ยับยั้งชั่งใจ? สามเดือนกว่าแล้ว หมอยังบอกว่าไม่มีปัญหา เธอให้ฉันยับยั้งอะไร?”
ธิชากำลังจะตำหนิ ไม่รู้ว่าส่วนไหนของร่างกายถูกเขาหยิก เจ็บจนเธอร้องออกมาทันที
เสียงนี้เธอไม่ทันตั้งตัวแม้แต่นี้……ร้องอย่างแหลมและคลุมเครือ
เหมือนมองคนขับรถที่อยู่ด้านหน้าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต
ธิชารู้สึกอับอายขีดสุด แต่ยังไม่ทันพูด
ก็ได้ยินดนัยกฤตสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คนขับรถยกแผ่นกั้นขึ้น
ธิชากัดฟัน นิ่งเงียบฟังเสียงกลไกของแผ่นกั้นที่ค่อยๆ ยกสูงขึ้น อายจบแทบจะตายแล้ว
ดนัยกฤตนั่งชื่นชมท่าทางความละอายและขุ่นเคืองของเธอนิ่งๆ ไม่รีบร้อน ความโกรธที่อยู่ในใจก็ลดลงเล็กน้อย
เขาจูบเธออย่างอ่อนโยน ขณะเดียวกันก็เกลี้ยกล่อมด้วยเสียงแหบพร่า “แผ่นกั้นนี้เก็บเสียง อยากร้องยังไงก็ร้อง”
ธิชาทนไม่ไหวที่จะด่าเขาในใจ
เก็บเสียงบ้าอะไร พื้นที่แค่นี้ ถ้าคนขับรถไม่ได้ยิน เว้นแต่จะหูหนวกตั้งแต่เกิด
“ดนัยกฤต นายอย่าแกล้งฉันได้ไหม แม้จะผ่านสามเดือนแรกแล้ว……แต่นี่อยู่ในรถนะ นายจริงจังหน่อยได้หรือเปล่า ระวังลูกหน่อยได้ไหม?”
ตั้งแต่เธอตั้งครรภ์ ดนัยกฤตก็ถือว่ายับยั้งชั่งใจมาตลอด
ครั้งนี้เธอเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่
ถ้าเขาจะ……ในรถ เธอขัดขืนอย่างเด็ดเดี่ยว
ไม่รู้ว่าผีอะไรเข้าสิงผู้ชายคนนี้ แม้จะไม่ได้ทำอะไรในจริงๆ แต่ก็จูบเธอหนักๆ ไปหลายครั้ง เอาเปรียบตัวเธอทั้งหมดแล้วถึงจะยอม
…………
กลับถึงคฤหาสน์ตระกูลภัดิภูมิเมธี น้าปวีณาเห็นว่าธิชาพาเขากลับมาแล้ว ดีใจกับข่าวดีที่คาดไม่ถึงไปชั่วขณะ แม้แต่พูดก็เกือบพูดไม่เป็นแล้ว
ธิชาอดทนต่อความปรารถนาอันแรงกล้าของผู้ชายคนนี้ตลอดทาง เธอพยายามทำหน้านิ่งที่สุด พูดสั่ง “น้าปวีณาคะ อีกสักพักค่อยนำอาหารมาให้ฉันบนห้อง ฉันจะไปนอนพักสักครู่”
ปากของธิชาบอกจะพักสักครู่ แต่ขณะที่ขึ้นห้อง น้าปวีณาเห็นกับตาที่เธอกับท่านดนัยเข้าห้องพร้อมกัน
น้าปวีณาอดไม่ได้ที่จะแอบดีใจ และยังอดไม่ได้ที่จะชมคุณธิชาในที่สุดก็คิดออก มีความคิดในใจ ในเวลาเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะสั่งให้ทุกคนห้ามขึ้นไปรบกวน
ห่างกันไม่กี่วัน……กลับมาเจอกันอีกก็เหมือนเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ
……
หลังจากกลับเข้าห้อง ทั้งสองก็เดินไปทางห้องน้ำแบบเข้าใจซึ่งกันและกันโดยรู้ใจกัน
ธิชาตั้งครรภ์จึงไม่สะดวกที่จะนั่งอาบน้ำเป็นเวลานาน ดนัยกฤตจึงตามเธอเข้าไปในห้องอาบน้ำ
ตั้งแต่เกิดการพิพาทอันรุนแรงเมื่อครั้งก่อน ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว……รอยบนตัวธิชาก็จางหายไปอย่างธรรมชาติตั้งนานแล้ว
ดนัยกฤตเหมือนถูกผีอำ ตั้งใจขัดผิวบริเวณหน้าอกและกระดูกไหปลาร้าของเธอ
ธิชารู้ว่าเวลานี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วที่แก้ตัวให้ตัวเอง
ก่อนหน้านี้เธอได้ชำแหละสภาพจิตใจของเธออย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
เธอไม่เคยเพ้อฝันถึงธาวิน ดังนั้นความคิดที่ไม่ควรมี ใจของเธอตัดขาดมาตั้งนานแล้ว
ส่วนอุบัติเหตุในวันนั้น……ธาวินเป็นคนบังคับจริงๆ
เรื่องที่ไม่ได้คลี่คลายนี้ก็ไม่ควรพูดถึง
แต่ดนัยกฤตจ้องร่างกายของเธอ แววตาดุร้ายเล็กน้อย เหมือนในใจเป็นทุกข์
ธิชาไม่ต้องการให้เขามีแผลในใจ ดูเหมือนเธอนอกใจเขาไปหาธาวินจริงๆ
เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ผิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควรพูด แต่กลับพูดขึ้นมาเอง “ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้พูดแบบนี้แล้วายจะเชื่อหรือไม่ หรือเชื่อฉันแค่ไหน แต่ฉันก็ต้องพูด ธาวินส่งฉันให้นาย และหลังจากที่ฉันรู้ความจริง ก็ไม่เคยเพ้อฝันถึงเขาแม้แต่นิด ระยะห่างวันนี้กับตอนนั้น……ก็ผ่านมาครึ่งปีกว่าแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่มีลูก ฉันตัดสินใจจะคลอดออกมา ก็ยิ่งไม่มีทางที่จะอะไรกับเขาอีก เรื่องครั้งที่แล้ว……ฉันมีความผิดจริงๆ ฉันก็ขอโทษนายแล้ว แม้นายจะไม่สามารถให้อภัยฉันได้ แต่อย่างน้อย……ฉันหวังว่านายอย่าเข้าใจฉันผิด ฉันไม่ได้นอกใจนาย ถึงแม้นายจะมีผู้หญิงคนอื่น ฉันก็ไม่เคยคิดจะไปหาผู้ชายคนอื่น”
แม้ว่าคำพูดของธิชาจะค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่เหมือนยืนอยู่บนที่สูงศีลธรรมและวิพากษ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงนั้นของเขาวุ่นวายมากกว่า
เขายื่นมือไปบีบแก้มของธิชา พูดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ฉันจะไม่ทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องนี้อีก ถึงแม้ฉันจะโกรธ แต่ก็ไม่ได้โกรธถึงขั้นจะทิ้งพวกเธอสองแม่ลูก เรื่องนี้ สามารถจบและไม่พูดถึง แต่ว่าธิชา เธออย่าคาดหวังให้ฉันทำเหมือนไม่รู้อะไรเลย เธอหวังให้ฉันไม่ตำหนิเรื่องความผิดในอดีต ฉันเกรงว่าคงจะไม่มีทางทำได้”
ธิชาคิดไม่ถึงว่าผ่านมาหลายวันแล้ว ท่าทีของเขายังคงเย็นชาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
เหมือนกับว่าหลังจากที่เธออยู่กับเขา เพิ่งเคยเห็นเขาเย็นชาใจแข็งแบบนี้เป็นครั้งแรก ไม่ว่าเธอจะง้อยังไง เขาก็ไม่มีท่าทีที่จะใจอ่อน
ในใจของเธอจนปัญญา ปลายจมูกก็แสบ
เธอยืนเปลือยกายอยู่ใต้น้ำ สูดจมูก “เพราะเรื่องนี้นายใจร้ายกับฉันมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ฉันเกือบคิดว่านายไม่ต้องการฉันแล้ว การลงโทษเจ็ดวันนี้พอไหมดนัยกฤต นายไม่รู้สึกว่าตัวเองใจแคบไปหน่อยเหรอ?”
ธิชานึกถึงความเฉยเมยและความเหงาของวันนี้ ในใจก็เศร้าโศกสุดๆ
โดยเฉพาะตอนนี้เธอตั้งครรภ์อยู่
ก่อนตั้งครรภ์พวกเขาทะเลาะกัน ธิชาโกรธและมีความคิดลบที่จะออกไปจากที่นี่โดยไม่สนใจอะไร
อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีอะไรต้องดูแล แม้ว่าเลิกกันแล้วจะเสียใจสักพัก แต่เธอก็มีความมั่นใจในการชีวิตในอนาคตด้วยตัวเอง
แต่ตอนนี้มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เธอไม่สามารถประชดแล้วก็ออกไปโดยไม่คิดอะไรได้อีกแล้ว
และดนัยกฤตกำลังเมินเฉยต่อเธอ เด็ดขาดถึงขั้นไม่คิดจะโทรศัพท์หาเธอแม้แต่หนึ่งสาย
ธิชาก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง
ระหว่างเธอกับดนัยกฤต คนที่กุมอำนาจริเริ่ม กุมอำนาจการพูด หรือคนที่กุมอำนาจทุกอย่าง เป็นเขาเสมอ
เพียงแค่เขาพูดว่าไม่เอาแล้ว เธอก็ไม่เหลืออะไรแล้ว
อาจเมื่อผู้หญิงเลือกที่จะยึดติดกับการมีอยู่ของผู้ชายเหมือนกาฝาก ก็ต้องยอมรับผลลัพธ์นี้
ความสัมพันธ์แบบนี้ ไม่มีทางสมดุลได้ตลอดไป
ก็ไม่แปลกเลยที่อี๊ฟจะกลัวเขาขนาดนั้น
ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนบุกเข้าไป แย่งดนัยกฤตมาอย่างเปิดเผย อี๊ฟคงโกรธมากจนแทบฟันคนด้วยมีด
แต่เธอก็ยังต้องรักษาศักดิ์ศรีผิวเผิน และยังต้องเรับผิดชอบกับความใจร้อนของนันทญา
ก็เพราะอี๊ฟอยู่ในจุดที่อ่อนแอเสมอ เธอต้องห่วงตลอดเวลาตัวเองจะถูกละทิ้ง
นิ้วเนียวยาวของดนัยกฤตจับแก้มของเธอ เหมือนว่าจับเล่นแล้วชอบมากจนวางไม่ลง
เขาขยับริมฝีปากบางเล็กน้อย ยอมรับโดยไม่ลังเล “ใช่ ฉันใจแคบ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตามกฎหมายธาวินไม่มีทางสวมเขาให้ฉัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าฉันโดนสวมเขา ฉันยอมรับว่าฉันใจแคบ แต่วันนี้ไม่ว่าเปลี่ยนเป็นผู้ชายคนอื่น ก็จะใจแคบเหมือนฉัน”
ธิชารู้สึกไม่ม่สามารถเถียงเขาได้ ทำได้เพียงประชดและพึมพำ “งั้นนายหวนคิดดูสิ ตอนนั้นนายก็สวมเขาลับหลังธาวินเงียบๆ ไปตั้งกี่ครั้ง ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นผลกรรม”
ผู้ชายฟังแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาโกรธจนเขียว
เขาน่าจะคาดไม่ถึงว่าธิชาจะกล้าพูดแบบนี้
อาบพอแล้ว เขาปิดฝักบัว เปิดประตูกระจก ดึงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ห่อตัวเธอ
ธิชาโดนเขาอุ้มขึ้น ก้าวขาออกจากห้องอาบน้ำ ถูกโยนลงเตียงนุ่ม
ธิชานั่งตัวตรง เห็นไฟที่ปิดไม่มิดในแววตาของเขา
ขาอ่อนอย่างห้ามไม่ได้ เธอห่อไหล่ อดไม่ได้ที่จะเตือนเขา “นี่ เตือนนายก่อน ทุกครั้งที่หมอตรวจจะเตือนตลอด แม้จะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ที่ปลอดภัยที่สุด ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ให้มากที่สุด แม้จะมีก็ต้องควบคุม ผลของการรุนแรง……นายรู้อยู่แก่ใจ”
ไม่โทษที่เธอขี้ขลาด
เพราะเคยเจอท่าทางที่ดุร้ายของดนัยกฤตหลายครั้งจริงๆ
เดิมความสามารถด้านนี้ของเขาก็ทำให้คนทาบไม่ติด
ถ้ามีอารมณ์ไม่ดี อดกลั้นเจตนาร้ายไว้ด้านใน นั่นจะเอาชีวิตเธอไปจริงๆ ……
ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ในท้องของเธอยังมีลูกอยู่
ดนัยกฤตกระตุกมุมปาก หว่างคิ้วเผยท่าทางดูเหมือนรังเกียจ
เขาใช้ผ้าเช็ดตัวค่อยๆ เช็ดน้ำบนตัวของธิชาให้แห้ง
ขณะที่เธอกำลังงุนงง ข้างหูได้ยินเสียงกัดฟันกรอดๆ และข่มขู่สาปแช่งของเขา “ยัยคนไม่รู้จักอาย คำเตือนที่เหมือนกันฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว เรื่องครั้งที่แล้วฉันจะหยุดและไม่เอาเรื่องอีก ถ้ายังมีครั้งหน้า! ฉันหมายถึง……ถ้าเธอกล้าให้ธาวินแตะต้องเธออีก……ไม่ใช่แค่ธาวิน เธอกล้าให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องเธอ……”
เขายังพูดไม่จบ ธิชากลับอยากหัวเราะ
ไม่รู้ทำไม เธอยังรู้สึกว่าท่าทางที่ประชดหึงหวงขี้เหนียวแบบนี้น่ารัก
เธอกัดริมฝีปาก ตั้งใจกะพริบตาปริบๆ ถามเขา “นายจะทำอย่างไร?”
ดนัยกฤตโดนเธอแย่งพูด สีหน้ายิ่งเคร่งขรึมกว่าเดิม
จริงๆ แล้วธิชาสงสัยจริงๆ ว่าเขาจะข่มขู่เธอยังไง
คำพูดที่คล้ายคลึง เมื่อก่อนเธอได้ยินธาวินพูดหลายครั้ง
ธาวินคือจะแสดงความเหี้ยของตัวเองไว้บนใบหน้า คำพูดที่พูดออกมาก็เต็มไปด้วยเจตนาร้าย ไม่เพราะเอามากๆ
ธาวินมักจะพูดว่า ถ้าเธอถูกผู้ชายคนอื่นทำให้แปดเปื้อน เขาก็จะเอาเธอไปขายในซ่องโสเภณีที่สกปรกที่สุด
คำขู่ที่โหดร้ายอำมหิตแบบนี้ แม้จะผ่านไปนาน ตอนนี้เมื่อนึกถึงเธอก็ยังคงรู้สึกหนาวสั่น
นิสัยใจคอของดนัยกฤตและธาวินแตกต่างกันมากๆ
ธิชาสงสัยเล็กน้อย เขาจะพูดยังไง
แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่ดนัยกฤตโดนปากดีของเธอแย่งพูดก็ทำหน้าขรึม เหมือนลืมว่าประโยคต่อไปของตัวเองคืออะไร
ธิชากลั้นขำ ยื่นมือไปจิ้มหน้าอกของเขา ตั้งใจถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ทำไมนายไม่พูดต่อ? ฉันอยากรู้จริงๆ ถ้าถึงจุดนั้นจริงๆ ท่านดนัยจะทำอย่างไรกับฉัน? ส่งฉันให้คนอื่น หรือตีฉันเพื่อระบายอารมณ์แล้วไล่ฉันออกไป? เมื่อก่อนธาวินมักจะพูดว่า ถ้าฉันสวมเขาให้เขา เขาก็เอาฉันไปขายที่ซ่องโสเภณีและรับลูกค้า…