รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 330 เจ็ดวัน ฉันคิดถึงเธอจนจะบ้าแล้ว
สีหน้าของนันทญาซึ่งซีดอยู่แล้วเพราะตกใจเปลี่ยนเป็นสีซีดกว่าเดิมในทันที
เธอตะลึงอยู่กับที่ มองสายตาของดนัยกฤต เต็มไปด้วยความเกรงกลัว
ธิชาซบอยู่ในอ้อมอกของดนัยกฤต ขณะนี้ก็มองเงียบๆ
ใบหน้าสวยงามของนันทญาสูญเสียชีวิตชีวา สีหน้าเหมือนเจอยมบาลตัวเป็นๆ
“ท่านดนัย ฉัน……ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉัน……”
แรกๆ ธิชาเห็นท่าทางที่กลัวจนสั่นของเธอแล้ว ในใจอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
แต่พอคิดอีกสองสามวินาที ก็รู้สึกน่าสงสัย
ผู้หญิงที่เมื่อกี้ยังฟันคมปากคล่อง ทำไมโดนดนัยกฤตว่าแค่สองประโยค ก็ตกใจขี้ขลาดขนาดนี้?
เท่าที่จำได้……เหมือนว่าอี๊ฟก็กลัวดนัยกฤตมากเหมือนกัน
ผู้หญิงเหล่านี้ของเขา ไม่มีใครที่ไม่กลัวเขาเลย
ธิชาคิดว่าตัวเองก็กลัวเขาไม่มากก็น้อย แต่รู้สึกต่างกับ……อี๊ฟและนันทญาเล็กน้อย
ส่วนไหนต่างกันเธอก็ไม่พูดไม่ถูก รู้สึกว่าเวลาส่วนใหญ่ดนัยกฤตก็มีความสุภาพบุรุษและอ่อนโยน น่าจะไม่ทำให้ผู้หญิงกลัวขนาดนี้
เว้นแต่……
พวกเธอเคยเจออีกด้านนึงของเขา
นั่นคือสิ่งที่ธิชา……ไม่เคยเจอมาก่อน
การคาดเดาแบบนี้ทำให้ในใจธิชาเกิดความกังวล แต่ไม่นานก็ถูกปกคลุมด้วยความสนใจใหม่
เพราะต่อมาดนัยกฤตก็มุ่งเป้าไปที่อี๊ฟ
ใบหน้านิ่งของเขา พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อี๊ฟ น้องสาวคนนี้ของเธออายุไม่น้อยแล้ว แม้แต่มารยาทพื้นฐานก็ไม่มีคนสอนเหรอ?!”
อี๊ฟถูกเรียกชื่อ สุดท้ายไม่สามารถนั่งมองเฉยๆ ได้
สีหน้าของเธอตึงเครียด ดูออกว่ากำลังพยายามอดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
แต่ท้ายที่สุดก็นึกถึงสถานการณ์โดยรวม
เธอลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า จับแขนของนันทญา ดึงเธอให้อยู่ด้านหลังของตัวเอง
พูดเสียงต่ำ “ฉันยุ่งกับธุรกิจการงานอาจจะละเลยเธอ ไม่ได้สั่งสอนให้ดีๆ ท่านดนัย หลังจากนี้ฉันจะดูแลสั่งสอนเธออย่างตั้งใจค่ะ”
ขณะนี้สีหน้าของนันทญาเต็มไปด้วยความน้อยใจ แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เนื่องจากความน่าเกรงขามของดนัยกฤต ไม่กล้าแม้แต่อ้าปาก
เดิมเธอคิดว่าอี๊ฟน่าจะช่วยเธอพูดไม่มากก็น้อย แต่อี๊ฟกลับใช้สายตาที่ดุเดือดกวาดมองเธอ เหมือนบังคับไม่ให้เธอพูดต่อแบบเงียบๆ
…………
ผู้ชายทำหน้าเคร่งขรึมอุ้มธิชาออกจากบ้านพักส่วนตัวของอี๊ฟ
จนถึงขึ้นรถแล้ว ต่างฝ่ายก็ยังไม่พูด
ตามความตั้งใจของธิชา อันที่จริงศึกที่ไม่มีควันดินปืนในวันนี้ เธอชนะอย่างขาดลอยและเหนือกว่าแล้ว
แต่ปัญหาคือ หลังจากที่เธอชนะ กลับหัวเราะไม่ค่อยออก
โดยเฉพาะที่เธอได้เห็นด้วยตาของตัวเองที่แววตาของอี๊ฟและนันทญาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่ท่าทางที่กลัวจะขัดใจดนัยกฤตจึงอดกลั้นไว้นั้น ในใจของเธอมีความรู้สึกเศร้าโศกเป็นทุกข์ร้อนกับชะตากรรมของพรรคพวกเดียวกัน
อี๊ฟอยู่กับเขามาแปดปี……
แม้ว่าปัจจุบันจะมีฐานะและตำแหน่ง คิดว่าเธอก็น่าจะมีอำนาจและเส้นสายของตัวเอง
แต่ผู้ชายที่เธอรักมาแปดปี ตอนนี้กลับมีลูกกับผู้หญิงอีกคน
ธิชาไม่กล้าเปลี่ยนมุมมองความคิด
เธอไม่กล้าแม้แต่คิด ถ้าตอนนี้เธอเป็นอี๊ฟ เธอจะเป็นอย่างไร
……
ตั้งแต่เล็กจนโต แม้นิสัยของธิชาจะดื้อรั้นบ้าง แต่โดยรวมก็มีเมตตาใจดีและอดทน
เธอไม่เคยมีนิสัยชอบเอาชนะ
ณิชานาฎสอนเธออย่างตรงไปตรงมาน้อยมาก แต่สอนด้วยคำพูดและการกระทำมากกว่า ก่อนที่ณิชานาฎจะป่วย เป็นผู้หญิงที่การต่อสู้ยอดเยี่ยมโดดเด่นมาตลอด
หลังจากที่เธอแต่งงานเข้ามาในตระกูลธนาภูวนัตถ์ ทนดูชรัณมองผู้หญิงคนอื่นไม่ได้
ถึงแม้ในบ้านตระกูลธนาภูวนัตถ์มีแม่บ้านสาวใช้ที่สวยเล็กน้อย ก็จะถูกณิชานาฎไล่ออกไปเอง เหลือเพียงคนที่ดูซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบไว้รับใช้ที่บ้าน
และยังมีอีกหลายด้าน ณิชานาฎแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะพิชิตของเธอ
ตอนนั้นธิชายังเด็ก จริงๆ แล้วไม่ได้คิดวิเคราะห์มาก เพียงแค่ซึมซับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมและมองว่าสิ่งที่ณิชานาฎทำนั้นตรงกันข้ามกับมาตรฐานทางศีลธรรมโดยไม่รู้ตัว
จิตใต้สำนึกของเธอคิดว่าการที่จะแย่งชิงสิ่งของของคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
ปัจจุบันเธอถือว่าถูกบีบบังคับให้รู้ตัว รู้ว่าหากไม่แข็งแกร่งขึ้นมาต่อสู้กับอี๊ฟ สุดท้ายตัวเองต้องมีจุดจบที่ไม่ดีแน่นอน
เธอไม่ได้อยากสู้ แต่สถานการณ์บีบบังคับ ไม่สู้ไม่ได้
…………
หลังจากขึ้นรถ ธิชานั่งนิ่งๆ จ้องมองนอกหน้าต่างเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ท่าทางน่ารักไร้เดียงสาเมื่อกี้หายไป
ดนัยกฤตมองเธอ มองท่าทางปากบึนหน้าไม่พอใจของเธอ ในใจอดไม่ได้จะที่หัวเราะอย่างเยือกเย็น
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างเขา จะมองความคิดของธิชาไม่ออกได้อย่างไร
เธอเป็นนังจิ้งจอกน้อยที่ยังไม่โต ข้อมือยังอ่อน
เห็นได้ชัดว่าวันนี้เธอทนไม่ไหวก็เลยมาโวยวายถึงที่ จุดประสงค์ก็เพื่อบังคับตัวเองให้กลับไปกับเธอ
ตอนนี้เธอบรรลุเป้าหมายแล้ว บนตัวก็สูญเสียท่าทางเอาแต่ใจเหมือนตอนที่อยู่บ้านของอี๊ฟเมื่อกี้แล้ว
ดนัยกฤตบีบคางของด้วยใบหน้ายิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าดีใจหรือโกรธ “ตอนนี้ไม่โวยวายแล้ว โวยวายพอแล้ว หรือว่าหึงเงียบ? จะหึงไปถึงเมื่อไร”
เมื่อกี้ธิชาหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง เธออยากเคลียร์การกระทำของตัวเองว่าตอนนี้สิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกหรือผิด
แต่ผลจากการไตร่ตรองอยู่สักพักกลับรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างกำลังคลุมเครือในเวลานี้
ในโลกของผู้ใหญ่ ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างถูกและผิด
คนส่วนใหญ่ก็เพื่อให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้น เหมือนกับว่าด้านหลังมีมือที่มองไม่เห็น ดันตัวเองไปข้างหน้า
ตอนนี้เธอเพิ่งถูกเขารบกวนสมาธิ ความคิดก็ยังไม่ชัดเจน
เธอกระตุกมุมปาก พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเล็กน้อย “ฉันมีอะไรต้องหึง อี๊ฟเคยกระตุ้นฉันครั้งหนึ่ง ตอนนี้ไม่อยากให้มีครั้งที่สองแล้ว เรื่องเดิมๆ หึงไปหึงมาก็ไม่มีความหมายอะไร ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ยังมีคุณนันทญาเพิ่มมาอีกคน ฉันรู้สึกว่านี้แหละเป็นชีวิตของฉัน ฉันมีสิทธิ์อะไรน้อยใจ”
ดนัยกฤตอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
จริงๆ แล้วเทียบกับท่าทางอู้อี้ไม่พูดของเธอ เขาสบายใจกับวิธีออดอ้อนเอาแต่ใจของเธอมากกว่า
แต่เขาก็ขี้เกียจพูดตรงๆ เพียงแค่พูดด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง “เธอยังถือว่ารู้ข้อบกพร่องของตัวเอง รู้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองวุ่นวายจัดการไม่ได้ ตอนนี้ก็ไม่มีหน้ามาโกรธฉันแล้ว หืม?”
ธิชาถอนหายใจเงียบๆ อีกครั้ง
สำหรับปัญหาของธาวิน……หลายวันนี้มานี้เธอก็คิดทบทวน
เธอจะมองธาวินเป็นคนทั่วไปหรือไม่เจอกันตลอดไปนั้นยากมาก
หนึ่งคือ ทุกคนก็ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองJ สังคมก็เดียวกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะเลี่ยงการเจอกัน
สองคือ สำหรับเธอแล้ว ธาวินยังถือว่าเป็นญาติพี่น้องของตัวเอง
โดยเฉพาะตอนนี้เจอกันและขัดแย้งกันน้อยลง ความโกรธที่เธอมีต่อธาวินก็จางลงแล้ว เช่นนี้ ก็เหมือนญาติพี่น้องที่เคยสำคัญที่สุด
แต่สำหรับดนัยกฤต เขาน่าจะทนไม่ได้
แต่ว่านอกจากเธอรับประกันได้ว่าตัวเองไม่มีทางทำเรื่องที่ทรยศต่อดนัยกฤตแล้ว เรื่องอื่น รับประกันยากจริงๆ
ดนัยกฤตมีอี๊ฟ ถึงขั้นยังมีผู้หญิงอื่นที่ยังติดต่อกัน ธิชาคิดว่าตัวเองสามารถทำเป็นมองไม่เห็นได้ชั่วคราว
เพียงแค่ไม่กระทบต่อลูกของเธอและตำแหน่งที่เธอควรได้รับ เธอสามารถทำเหมือนตัวเองเป็นคนตาบอดได้
เธอคิดแบบนี้แล้ว ก็จะพูดกับดนัยกฤต
ดนัยกฤตฟังความคิดคร่าวๆ ของเธอ ในใจกลับยิ่งโมโห
ธิชาที่ใจแคบและขี้หึง ตอนนี้กลับพูดกับเขาว่าไม่คิดหยุมหยิมแล้ว
เธอไม่คิดจะตัดขาดกับธาวินจริงๆ
แต่เขาไม่ได้แสดงความโกรธบนใบหน้า สีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบ
ธิชามองว่าเขายอมรับโดยปริยายแล้ว
อย่างไรก็ตามรถวิ่งได้อย่างราบรื่นสักพัก ผู้ชายกลับรั้งเอวของเธออย่างกะทันหัน แรงที่แข็งแกร่งผิดปกตินั้นกดตัวเธอลงไป
ธิชาตกใจกับท่าทางร้อนแรงผิดปกติของเขา
เธอดิ้นรนเล็กน้อย พูดห้ามเสียงเบา “นายทำอะไรเนี่ย บ้าไปแล้วเหรอ……”
ดนัยกฤตกัดหูของเธอโดยไม่อธิบายอะไร ดูดดึงเป็นเวลานาน พูดโหดๆ “ไม่เจอเจ็ดวัน เธอรู้ไหม……ฉันอยากเอาเธอจะตายแล้ว!”
ร่างกายของธิชาแข็งทื่อ แก้มแดงทันที
เธอไม่รู้ผู้ชายคนนี้ทำไมจู่ๆ ก็พูดคำนี้ออกมาโดยไม่ใช้สมอง
และเหมือนว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขายังสูงกว่าปกติ ร้อนจนเธอรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว
ธิชาหน้าร้อน ตำหนิเสียงเบา “อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไหม ฉันท้องอยู่ รบกวนนายยับยั้งชั่งใจหน่อย”
จริงๆ แล้วในใจของเธอยังอยากพูดประชดมากกว่านี้
เช่นอี๊ฟกับนันทญาสองพี่น้องรับใช้เจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว ยังทำให้เขาพอใจไม่ได้เหรอ?
แต่ติดที่คนขับรถยังอยู่ด้านหน้า เธอพูดประโยคหน้าด้านแบบนั้นไม่ออก