รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 323 เธอไม่มีเรื่องอะไรจะสารภาพกับฉัน?
น้ำเสียงของธาวินยิ่งอยู่ยิ่งต่ำ
และสีหน้าของธิชาก็ค่อยๆ เปลี่ยน
แม้เธอจะชินกับความไม่แน่นอนของธาวิน แต่ก็น้อยมากที่ได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและลึกซึ้งเช่นนี้
มือของธิชาที่อยู่บนลูกบิดประตูค่อยๆ ปล่อยลง
เธอดซสายตาจ้องเขา
ริมฝีปากเปิดออกเล็กน้อย ค่อยๆ พูด “ฉันไม่เข้าใจว่านายจะสื่อถึงอะไร”
ธาวินหรี่ตา สีหน้าดูหมิ่นบนใบหน้าหล่อเหลาเหมือนได้ยินเรื่องตลก
ธิชารู้สึกว่าสีหน้าแบบนี้ของเขาเหมือนดูหมิ่นคำตอบที่เธอตอบ
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เธอมีความดื้อรั้นอยู่ในใจ
เธอจ้องเขาเขม็ง “ธาวิน ลูกของฉันเกี่ยวอะไรกับนาย ความปลอดภัยของเขา ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันนายนะ
ธาวินถอนหายใจเบาๆ สีหน้าดูเยือกเย็นเล็กน้อย
“ใช่ ลูกของเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉันอยู่แล้ว ถ้าทำได้ ฉันแค้นจนอยากเอามันออก แต่ว่าธิชา อย่างน้อยฉันก็รักเธอมาสิบปี แม้จะส่งเธอออกไป ก็หวังอยากให้เธอมีชีวิตดีๆ ไม่ใช่เหลวไหลทั้งชีวิต เธอสืบทอดความสวยงามจากณิชานาฎ ไม่ใช่ว่าไม่มีต้นทุนชีวิต ความคิดของเธอตอนนี้ ได้คิดดีกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย ความคิดแบบนี้ไม่ผิด ในเมื่อตัดสินใจจะคลอดลูกออกมา งั้นลูกคนนี้ จะเป็นอาวุธที่ดีที่สุดของเธอในระยะสั้นนี้ เธออธิษฐานให้ตัวเองคลอดลูกชายจะดีที่สุด ดนัยกฤตอายุไม่น้อยแล้ว เขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกทายาทคนต่อไป”
ท่าทางแบบนี้ของเขา ทำให้ธิชารู้สึกตลกไม่น้อย
ผู้ชายที่ทิ้งเธอเองกับมือ ยังเป็นห่วงชีวิตของเธอ
ทั้งๆ ที่ธิชารู้ว่าคำพูดเมื่อกี้ของเขามีเหตุผล
แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเผชิญหน้ากับเขาด้วยจิตใจที่สงบ
สีหน้าของเธอยิ่งอยู่ยิ่งขาวซีด ค่อยๆหลุบสายตาลง “คุณชายธาวิน นายจัดการเรื่องของตัวเองก่อน ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีเถอะ เส้นทางในอนาคตของฉัน ฉันเดินด้วยตัวเองได้”
…………
เมื่อธอชาเปิดประตูอีกครั้ง เธอดูลุกลี้ลุกลนมาก เธอหนีออกจากห้องน้ำด้วยความรีบร้อน
อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ เพราะกลัวว่าฉากที่ธาวินกับเธอเข้าห้องน้ำพร้อมกันเมื่อกี้จะเข้าตาคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
เธอเดินหน้าตลอดทาง ฝีเท้ารีบร้อน มีความรู้สึกเหมือนหนีหัวซุกหัวซุน
เดินนานมากถึงจะดูเวลา พบว่าผ่านมานานเกินไปแล้ว กลับไปเข้าเรียนเวลานี้ ครูและคุณแม่ตั้งครรภ์คนอื่นๆ ที่ในชั้นเรียนคงจะรู้สึกว่าเธอแปลกมาก
วันนี้ธาวินพาญาณินมาที่ศูนย์อบรมการตั้งครรภ์นี้ ข่าวต้องแพร่จนทุกคนต้องรู้แน่นอน และบรรดาสตรีมีครรภ์ที่เข้าเรียนกับธิชา ก็เป็นภรรยาของคนรวยที่มีชื่อเสียงสุดท้ายก็เป็นคนในก๊วนแก๊งเดียวกัน ธิชากลับไปเวลานี้ กลัวว่าพวกเธอจะสังเกตเห็นความผิดปกติ
บวกกับหลายคนรู้เรื่องอดีตของเธอกับธาวิน ถ้าถูกคนนำไปจินตนาการและนินทา ส่วนมากจะมีคำพูดที่ไม่ดีออกมา
ธิชาตัดสินใจไม่กลับไปแล้ว และบอกให้คนขับรถมารับเธอเลย ยังไงอีกไม่นานก็เลิกเรียนอยู่ดี
เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ กำลังจะโทรศัพท์หาคนขับรถ
เงยหน้ากลับจู่ๆ ก็เห็นดนัยกฤตเดินมา
ธิชาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนตกใจ อ้าปากค้างเล็กน้อย
ดนัยกฤตเดินหน้ามาเหมือนไม่มีเรื่องอะไร ยื่นมือไปลูบผมของเธอ น้ำเสียงอ่อนโยน “เป็นอะไร เห็นฉันเหมือนเห็นผีตัวเป็นๆ ฉันทำให้เธอตกใจเหรอ?”
ธิชากลืนน้ำลาย
เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกลัวอะไร……
เพียงแค่นึกถึงว่าตอนนี้ธาวินและญาณินยังอยู่ในศูนย์อบรมการตั้งครรภ์ที่มีพื้นที่จำกัดนี้ ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเจอกันได้ตลอดเวลา
เธอห่วงว่าดนัยกฤตเจอกับธาวิน ในใจก็กังวล
“เปล่า ไม่ได้ตกใจ……เพียงแต่ว่าฉันจะไปแล้ว นายมีธุระไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ก็มา?”
ดนัยกฤตโอบไหล่เธอ “ทำไมวันนี้ไปเร็วจัง ยังไม่เลิกไม่ใช่เหรอ?”
น้ำเสียงของผู้ชายมีความผ่อนคลายและอารมณ์ขันเล็กน้อย “ฉันเพิ่งทำธุระเสร็จ อยากมาเรียนรู้กับเธอ เธอบอกกับฉันไม่ใช่เหรอว่าในศูนย์อบรมการตั้งครรภ์มีคู่ สามีภรรยามาเรียนรู้ด้วยกันไม่น้อย? ฉันกลัวเธอจะคิดว่าฉันไม่กระตือรือร้น วันนี้ว่างก็รีบมาเลย”
ตอนนี้ธิชาห่วงแต่ว่าถ้าเขายังอยู่ที่นี่อีก ต้องเจอธาวินแน่ๆ
เธอไม่อธิบายและจับแขนของเขาเดินออกไป “ไม่เรียนแล้ว วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ก็เลยเตรียมจะกลับก่อน ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร อีกสองสามวันค่อยไป”
ดนัยกฤตรีบก้มหน้า สังเกตสีหน้าของเธอ พบว่าสีหน้าของเธอขาวซีดจริงๆ ริมฝีปากกลับแดงมาก
เขาขมวดคิ้ว น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ไม่สบายตรงไหน ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?”
ธิชาจับแขนเขาแน่นและเร่งฝีเท้า
“ไม่มีอะไร ก็แค่ไม่มีแรง ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ในเมื่อนายไม่มีธุระ ก็กลับบ้านกับฉันเถอะ”
ธิชาดึงๆ ลากๆ เขาขึ้นรถ
เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของดนัยกฤตเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เธอก็สนใจอะไรมากไม่ได้แล้ว เพียงแต่สั่งให้ คนขับรถออกรถทันที
บรรยากาศในรถก็แปลกเล็กน้อย
สีหน้าของดนัยกฤตไม่รู้ว่ามีความสุขหรือโกรธ เพียงแค่เอื้อมมือไปลูบหัวของเธอ แน่ใจอีกครั้งว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก
ธิชาเข้าใจอารมณ์ในดวงตาของเขาว่ากังวล จึงกุมมือของเขาแล้วพูดเสียงเบา “ไม่เป็นไรจริงๆ ฉันแค่เหนื่อย หมอบอกว่า เมื่อลูกในครรภ์โตขึ้น ภาระของแม่ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ช่วงนี้ฉันมักจะรู้สึกเหนื่อยง่าย เมื่อกี้เรียนก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว กลับไปนอนก็ดีขึ้น”
ดนัยกฤตพูดด้วยรอยยิ้มแต่ก็เหมือนไม่ยิ้ม “ร่างกายของเธออ่อนแอเกินไปหรือเปล่า เพิ่งจะสามเดือน ยังดูไม่ค่อยออกเลยว่าท้อง เธอก็เหนื่อยขนาดนี้แล้ว รอห้าหกเดือนท้องยิ่งอยู่ยิ่งใหญ่ เธอต้องทำยังไง?”
สีหน้าของธิชายังคงแข็งทื่อ กลับยิ้มหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตอนนี้ก็ว่าฉันอ่อนแอแล้ว? สายไปหน่อยแล้ว รอท้องใหญ่ขึ้น มากสุดก็นอนอยู่บนเตียง”
ดนัยกฤตลูบใบหน้าของเธอ ไม่พูดอะไรต่อ
สายตาของเขามองออกไปที่นอกหน้าต่างรถ อารมณ์ของธิชายังหยุดอยู่ที่คำพูดที่ธาวินเตือน ไม่มีอารมณ์มาสนใจสีหน้าของดนัยกฤต
เธอไม่เคยรู้ว่าอุณหภูมิในรูม่านตาขอดนัยกฤต ยิ่งเย็นลงไปเรื่อยๆ
…………
ธิชาออกไปก่อน และยังกลับมาพร้อมกับดนัยกฤต น้าปวีณาประหลาดใจเล็กน้อย
“ทำไมวันนี้คุณธิชากลับมาเร็วจัง?”
ธิชาพูด “รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ ก็เลยกลับมาก่อน”
น้าปวีณาก็ดูแลตามปกติ ให้ธิชาขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อ พักสักครู่ จากนั้นก็ทานอาหารว่าง
ธิชาจิตใจสับสนวุ่นวายเหมือนเส้นด้ายที่พันกัน
ขณะที่น้าปวีณาเคาะประตูมาส่งอาหารว่างให้เธอ ธิชากำลังเหม่อ
สักพักถึงจะตอบกลับเธอ
น้าปวีณายกอาหารว่างเข้าไป ธิชาไม่มองเธอเลย แต่พูดเสียงต่ำ “น้าปวีณา คุณวางอาหารว่างแล้วก็ออกไปเลยนะคะ ฉันง่วงมาก คุณอย่าเพิ่งเข้ามารบกวนฉันตอนนี้”
น้าปวีณาวางของลงแล้วรีบออกไปแล้วปิดประตู
เพิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าว เห็นดนัยกฤตกำลังเดินมาทางนี้
น้าปวีณาจึงพูดเสียงเบา “ท่านดนัย ฉันเพิ่งเสิร์ฟอาหารว่างให้คุณธิชา เธอบอกว่าง่วงมาก ไม่ให้ฉันรบกวนเธอค่ะ”
นี่หมายความว่าให้ดนัยกฤตอย่าเพิ่งเข้าไปรบกวนเธอ อย่างไรน้าปวีณาก็คำนึงถึงการหลับตื้นของหญิงตั้งครรภ์ ถูกรบกวนนิดหน่อยก็จะนอนไม่หลับ
ดนัยกฤตไม่พูดอะไร แค่หยุดฝีเท้า หมุนตัวเดินขึ้นไปห้องหนังสือ
ธิชาไม่ได้ผล็อยหลับไป ถึงขั้นไม่ง่วงเลยแม้แต่นิด
คำพูดของธาวินสะท้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของเธอ
ความห่วงใยของธาวินดูเหมือนจะไม่เสแสร้งขึ้นมา
ท้ายที่สุดก็เป็นคนที่อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปี
แววตาที่ดุดัน ความกังวลที่ซับซ้อนและหนักอึ้งนั้น ไม่สามารถแสดงออกมาได้
ยิ่งกว่านั้น เขามีการแต่งงานและชีวิตของเขาเอง ไม่จำเป็นต้องแสดงละครต่อหน้าคนที่ไม่สำคัญ
แต่ในเมื่อตอนที่ขับไล่เธอออกไป……ไม่มีแม้แต่ความคิดถึงและความทุกข์ใจใดๆ
ตอนนี้ก็ปล่อยวางไม่ได้ ทำไมล่ะ
ธิชาก็นึกถึงรายละเอียดมากมายของตอนนั้น
เธอไม่รู้ว่าธาวินเสียใจทีหลัง
หรือว่า……ตั้งแต่แรกที่เขาส่งเธอให้คนอื่น เขามีบางอย่างยากที่จะพูกและซ่อนอยู่
การเดาแบบนี้ ทำให้อารมณ์ของเธอยิ่งอยู่ยิ่งตึงเครียด
ประตูถูกเปิดออก ธิชาไม่ได้สนใจ
ถึงขั้นดนัยกฤตนั่งอยู่บนขอบเตียงและจ้องมองเธอเป็นเวลานาน
เธอก้ไม่รู้ตัวแม้แต่นิด
เธอแค่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง ไม่สนใจทุกสิ่งรอบตัว
จนกระทั่งจู่ๆ ผู้ชายก็เอื้อมมือมาลูบหน้าเธอ ในที่สุดธิชาก็ตกตะลึงและตัวสั่น พูดอย่างใจร้อน “นายทำให้ฉันตกใจ ทำไมเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย?”
ดนัยกฤตมองไปเธอด้วยสายตาคลุมเครือ กระตุกมุมปาก “ฉันเข้ามานานแล้ว เธอไม่สนใจฉันมากกว่า”
ธิชาแอบรู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาแปลกเล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากพูดตรงๆ
เธอลุกขึ้นนั่ง ยกน้ำมาดื่มหนึ่งคำ
ดนัยกฤตถามเสียงต่ำ “วันนี้เธอ ไม่มีอะไรจะสารภาพกับฉัน?”