รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 315 ธิชาอย่างฉันนี่เป็นคนเลวจริงๆ เลย
อี๊ฟใจสั่น ก่อนจะรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ
เหมือนจะร้องไห้ออกมา
ยังดีที่เธออดทนเอาไว้ได้ เพราะดนัยกฤตนั้นไม่ชอบเห็นผู้หญิงร้องไห้
เขาเคยบอก ว่าน้ำตาของผู้หญิงนั้นทำให้เขาหงุดหงิด เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ชอบร้องไห้เลย
อี๊ฟแทบจะไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าเขา ครั้งนี้ เธอเองก็พยายามกลั้นน้ำตาเหมือนกัน
เธอพยายามฝืนยิ้มออกมา ในใจของเธอนั้นก็ยินดีอยู่ในใจไม่เบา
เพราะเธอบรรลุเป้าหมายแล้ว ดนัยกฤตรักใครชอบใคร เธอนั้นคุมอะไรไม่ได้ แต่ขอเพียงแค่ในใจของเขามีเธอมาตลอด เพียงเท่านี้เธอก็สามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว
สิ่งที่เธอพูดไป ดนัยกฤตก็ปวดใจ ก่อนจะปลอบเธอ ก็หมายความว่าไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลย
อี๊ฟยิ้มพลางจับมือของเขา “ท่านดนัยพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็วางใจแล้วล่ะ ท่านอยากให้ฉันทำอะไร ฉันก็จะไปทำอย่างเต็มความสามารถ ทางคุณธิชานั้น……ฉันไม่มีทางไปทะเลาะอะไรกับเธอหรอก เธอไม่อยากเจอฉัน ฉันก็รู้ดี แล้วจะไม่ไปรบกวนอะไรเธอ ฉันจะพยายามคิดเผื่อท่านดนัย ไม่ให้เรื่องหลังบ้านมาทำให้ท่านลำบากใจ ขอเพียงแค่ในใจท่านดนัยมีฉัน ฉันก็พอใจแล้วค่ะ”
ดนัยกฤตตบหลังมือของเธอ “อือ ไปเถอะ อย่าคิดมากเลย ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรนั้น จากนี้ก็จะยังเป็นแบบนี้ต่อไป คุณไม่ใช่แค่ผู้หญิงของฉัน แต่เป็นผู้ช่วยที่ดีมาก ทุกสิ่งอย่างที่คุณมีนั้น ไม่อาจมีใครมาแทนที่ได้”
อี๊ฟพยักหน้า “ฉันจะไปจัดการแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ”
เธอหันหัวก่อนจะเดินจากไป อันที่จริงในใจนั้นก็จากไปอย่างเสียดาย
ช่วงนี้ท่านดนัยเหมือนจะถูกธิชาวนเวียนอยู่ตลอดเวลา โดยที่แยกกันออกมาไม่ได้เลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนันทญาที่ว่างเว้นมาครึ่งปี ตอนที่เธอกำลังจะหาประโยชน์จากความใกล้ชิด แต่ก็ยากที่จะเข้าหาเขาได้
มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะออกไปทำงานต่างเมืองในวันนี้ และเป็นสิ่งที่ธิชานั้นยุ่มย่ามไม่ได้
ตามแต่ไหนแต่ไรมา……ท่านดนัยจะให้เธอมาอยู่ด้วยตอนกลางคืนตลอด
แม้จะค้างแรมด้วยไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ทำรักกันสักหน่อยก่อนจะให้เธอกลับห้องไป
แต่คืนนี้ ท่านดนัยทั้งไม่ให้เธอรับใช้ และก็ไม่แตะตัวน้ำตาลที่เข้ามาหาเองเลยด้วย
แม้อี๊ฟจะเพิ่งได้รับการปลอบใจ แต่ก็กลับไปด้วยความไม่สบอารมณ์
นังจิ้งจอกร้ายอย่างธิชานั้น เก็บไว้ไม่ได้เลยจริงๆ
ไม่น่าท่านสองนั้นอยากจะกำจัดเธอจนใจจะขาด ผู้หญิงแบบนี้ การมาอยู่ข้างท่านดนัยนั้นเป็นความหายนะจริงๆ
……
อี๊ฟหลับไปที่ห้อง จากนั้นก็ให้เหล่าบอดี้การ์ดออกไป สั่งพวกเขาไปตรวจสอบคนในโรงแรม แล้วก็ตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยของโรงแรมทั้งหมด เพื่อจะได้รับรองความปลอดภัยของท่านดนัย
น้ำตาลถูกมัดแขนมัดขา ก่อนจะกำชายกระโปรงของเธอเอาไว้อย่างสั่นเทา
“พี่อี๊ฟ ท่านดนัยจะฆ่าฉันไหม?ฉันไม่อยากตายนะ พี่อี๊ฟต้องช่วยฉันนะ……”
อี๊ฟขมวดคิ้วแน่น ด้วยใบหน้าไม่แยแส
เธอนั้นอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เมื่อได้มาเห็นใบหน้าของน้ำตาลในตอนนี้ ดูเหมือนเห็นใบหน้าของนังธิชานั่นเลย
เธอมองน้ำตาล ในใจก็เหมือนมีไฟสุม
บวกกับเธอทำเรื่องได้อย่างไม่ราบรื่น เลยยากที่จะส่งต่อให้ธเนษฐได้
อี๊ฟนั่นบนโซฟา ก่อนจะจิบไวน์แดง
เธอค่อยๆ พูดออกมา “น้ำตาล อย่าหาว่าฉันไม่ช่วยคุณเลย ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะ แต่ชีวิตของคุณเนี่ย เก็บไว้ก็มีแต่ปัญหา คุณบอกมาสิ ว่าคุณไร้ค่ามากเลยใช่ไหม ท่านสองทุ่มเทสั่งสอนคุณทั้งกายใจมาไม่น้อยเลย เพื่อให้คุณทดแทนธิชาก็เท่านั้น ใบหน้าของคุณกับเสียงนั้นไม่มีปัญหาเลย ส่วนตรงไหนที่ทำพลาดไปนั้น มีเพียงคุณเองเท่านั้นที่รู้”
น้ำตาลร้องขอชีวิตไม่หยุด ร้องไห้ไปส่ายหัวไป “ฉันมันไม่ดี ฉันรู้ว่าฉันนั้นไร้ประโยชน์ แต่ท่านสองลงทุนลงแรงไปมากบนตัวฉัน ยังใช้ได้กับเรื่องอื่นอีก แม้ครั้งนี้ฉันจะทำได้ไม่ดี……แต่ครั้งหน้าฉันจะต้องพยายามเต็มที่ พี่อี๊ฟช่วยพูดให้ฉันหน่อยเถอะ ฉันยังเด็ก ยังไม่อยากตายจริงๆ ฉันไม่อยากตายนะคะพี่อี๊ฟ”
ความเป็นความตายของผู้หญิงคนนี้ อันที่จริงมันขึ้นอยู่กับธเนษฐ อี๊ฟเลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่
แต่ในตอนนี้ เธอมองหญิงร่างผอมน่าสงสาร เหมือนกับหมาที่หมอบอยู่ที่พื้น จนเกือบจะเอาหัวโขกให้กับเธอแล้ว แล้วขอร้องให้เธอช่วยพูดเพื่อไว้ชีวิตของเธอ
เธมีใบหน้าอย่างธิชา การหมอบลงที่เท้าเพื่อขอร้องเธอ มันเป็นเหมือน……ภาพที่สะใจดีจริงๆ เลย
อี๊ฟเปิดไวน์นอกขวดนึงออก ก่อนจะดื่มอยู่หลายแก้ว จากนั้นก็ดื่มจนเริ่มเมา
เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณใสซื่อจริง ฉันเองก็อยากช่วยคุณ เพียงแต่……การเก็บคุณเอาไว้ มันอาจจะทำให้ท่านสองรำคาญใจได้ ฉันตัดสินใจแทนเขาไม่ได้ แต่วันนี้ฉันอารมณ์แย่มาก ถ้าคุณสามารถปลอบฉันได้ บางที……ฉันอาจจะช่วยพูดอะไรให้คุณได้บ้าง คุณเองก็มองออก ว่าท่านสองนั้นยังถือว่าฟังฉันอยู่บ้าง”
ในตอนนี้น้ำตาลก็สนใจเรื่องอื่นๆ ไม่ได้แล้ว เลยได้แต่ร้องขอชีวิต
เธอโขกหัวให้กับอี๊ฟ “พี่อี๊ฟอยากจะให้ฉันทำอะไร เพียงแค่บอกมา ฉันก็จะฟังพี่ทั้งหมดเลยค่ะ”
อี๊ฟหรี่ตาลง ก่อนจะลุกขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเธอ จากนั้นก็แกะเชือกที่มัดมือทั้งสองข้างของเธอ ก่อนจะเอานิ้วมาปาดหน้าของเธอ พลางค่อยๆ พูดออกมา “สาวน้อยอย่างคุณ ถือว่าเชื่อฟังอย่างดีเลย แต่น่าเสียดายที่ใบหน้าของคุณ……มันทำให้ฉันรำคาญใจ คุณน่าจะรู้ว่าฉันกับธิชาเป็นอย่างไรกัน ระหว่างผู้หญิงเนี่ย มันก็เป็นเพราะเรื่องนั้นทั้งนั้น ฉันนั้นอยากจะเธอตายเร็วๆ แต่กลับทำอะไรเธอไม่ได้ ถ้าสามารถเห็นเธอได้รับทุกข์ต่อหน้าฉันได้……ท่าทีที่ไม่สามารถร้องขอชีวิตและจะขอให้ตายก็ไม่ได้นั้น……ฉันว่าฉันจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ เลย”
น้ำตาลนั้นแอบเข้าใจความหมายของเธอ แต่ยังไม่รู้ว่าเธออยากจะให้ตัวเองทำอะไรกันแน่
เธอถามเสียงสั่น “ถ้าฉันสร้างความสุขแล้วสามารถทำให้พี่อี๊ฟอารมณ์ดีได้ พี่จะให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอม ขอแค่ให้ฉันมีชีวิตต่อไปได้……”
อี๊ฟนั้นรู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้ถูกธเนษฐฝึกมาอย่างดี เพียงแค่ไม่ทำอะไรที่มากเกินไป คงจะไม่ตายอย่างแน่นอน
เธอคิดสักพัก จากนั้นก็บีบคางของน้ำตาลพลางพูด “น้ำตาล คุณต้องจำไว้นะ ว่าจากนี้ ชีวิตไร้ค่าของคุณ ฉันจะเก็บเอาไว้ คุณเป็นคนของฉัน การแลกเปลี่ยนระหว่างพวกเรานั้น เป็นความลับนะ คุณจะต้องเก็บเอาไว้ให้มิด อย่าให้ท่านสองรู้เข้าล่ะ”
น้ำตาลพยักหน้าอย่างจริงจัง
อี๊ฟยิ้มอย่างมีเสน่ห์
เธอเรียกใช้บริการผู้ชายจากใกล้ๆโรงแรม เพื่อให้มาที่ห้อง ก่อนจะมองพวกเขาจับน้ำตาลมัดเอาไว้ แล้วกดเธอลงบนพรม ก่อนจะเริ่มสลับกันทำร้าย
ชายเหล่านั้นมาเพื่อทำแบบนั้นโดยเฉพาะ และเล่นอะไรได้อย่างช่ำชองอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรก็จ่ายเงินแล้ว ลูกค้าผู้หญิงมีความต้องการมากมายตลอด
ดังนั้นไม่ว่าลูกค้าจะต้องการอย่างไร พวกเขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้แน่นอน
…………
อี๊ฟที่กินไวน์นอกนั้นเหมือนจะเริ่มเมาแล้ว
มือของเธอนั้นเล่นเครื่องช็อตไฟฟ้า ก่อนจะเดินมาอยู่ด้านหน้าหญิงคนนั้นที่ร้องจนคอแหบแห้งแล้ว
เธอนั่งยองลง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางถามออกมา “ธิชา ฉันทำแบบนี้กับคุณ คุณเกลียดฉันไหม?”
น้ำตาลนั้นถูกทรมานจนแทบไม่ไหว เธอเองก็ไม่มีเวลามาสนใจแล้วว่าตกลงอี๊ฟเมา หรือเป็นคนชอบกลั่นแกล้งคนอื่น
เธอร้องไห้ ก่อนจะพูดเพียงสิ่งที่เธออยากฟัง “พี่อี๊ฟ ก่อนหน้านี้ฉันมันไม่ดีเอง ฉันผิดไปแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันเป็นนังสารเลว น่าสมเพชจริงๆ คุณทำแบบนี้กับฉัน เพราะฉันหาเรื่องเอง……