รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 305 ธิชา คุณเหมาะที่จะถูกฉันรักไหม?หืม
ดนัยกฤตกุมขมับ
เขาน่าจะจำไม่ได้แล้วว่าธิชาล็อกเขาไว้ด้านนอกแบบนี้ตั้งไม่รู้กี่รอบแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าควรจะทำหน้าอย่างไรดี
แต่เขาก็ยังเก็บอารมณ์ พลางพยายามเคาะประตูต่อไป
“ธิชา คุณเปิดประตูก่อนได้ไหม มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกันเถอะ คุณโกรธจนขังตัวเองไว้ในห้องก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ดนัยกฤตยืนโน้มน้าวอยู่หน้าประตูอยู่นาน เหมือนกับว่าพยายามพูดซ้ำไปมาอย่างอดทน
เหมือนจะไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย
ธิชากลับไม่ส่งเสียงอะไรออกมาเลย ไม่ยอมไว้หน้าเลย
น้าปวีณาได้ยินความเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากด้านล่าง เหมือนทนต่อไปไม่ได้
เลยเดินขึ้นไป ก่อนจะค่อยๆ เอากุญแจห้องของธิชาใส่ในมือของดนัยกฤตอย่างระวัง
ดนัยกฤตกับเธอมองตากันด้วยความรู้ใจออกมา
ตอนที่เตรียมจะเปิดประตู ในใจก็ลังเลเล็กน้อย
สาวน้อยที่กำลังน้อยใจอยู่ในห้องเหมือนกำลังจะโกรธไฟสุมหัว เขาเข้าไปตอนนี้ก็เหมือนเป็นการเอาน้ำมันไปราดไฟ
เขาอดทนรอ ก่อนจะยืนสูบบุหรี่สองมวนอยู่ด้านนอก จนเวลาผ่านไปราวยี่สิบนาที ถึงได้เอากุญแจมาไขห้อง
ธิชานั่งอยู่ในมุมมืดคนเดียว
กระโปรงนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยน เครื่องสำอางบนหน้าก็ไม่ได้ล้างออก เธอนั่งอยู่นิ่งๆ แบบนั้น เหมือนเป็นตุ๊กตาที่ไร้ลมหายใจ
ดนัยกฤตเดินเข้าไปอย่างเบาเท้า ก่อนจะนั่งลงข้างเธอ พลางยื่นมือมากุมมือเล็กๆ ของเธออย่างเบามือ
เสียงอบอุ่นอ่อนโยนนั้นมีความหยอกล้อและความโอบอ้อมด้วย “ได้ยินมานานแล้วว่าคนท้องจะอารมณ์ฉุนเฉียว ในวันนี้ถือว่าได้เจอแล้วจริงๆ สาวน้อยคนนี้ มาทะเลาะกับตัวเอง คุณเหนื่อยไหม ถ้าเกิดไม่เหนื่อยแต่เด็กในท้องก็คงจะเหนื่อย”
ธิชาดึงมือออกด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ขนตาขยับเล็กน้อย เบ้าตาก็มีน้ำตาซึมๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ดนัยกฤตหยอกล้อเธอเล็กน้อย แต่กลับเห็นว่าท่าทีของเธอนั้นมันจะรำคาญมากกว่าเดิม
เขายิ้มพลางพยายามจะโอบเธอเอาไว้ในอ้อมกอด “เอาล่ะๆ ฉันรู้ว่าคุณรับธเนษฐไม่ได้แน่ๆ ฉันเคยเตือนเขาแล้ว จากนั้นเขาจะไม่กล้ามาหาเรื่องคุณแล้ว ครั้งนี้คุณปล่อยเขาไปครั้งหนึ่งเถอะ เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับคุณ แค่อยากจะลองสอบถามสักหน่อย แต่น่าจะใช้วิธีผิดไป ฉันดุเขาไปแล้ว คุณใจเย็นหน่อยเถอะ ว่าจากนี้เขาจะไม่มีทางทำผิดแบบนั้นอีก”
ธิชาอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมากอยู่แล้ว
ตั้งแต่เมื่อคืนก็เริ่มโกรธเรื่องของอี๊ฟกับดนัยกฤต……
จนคืนนี้ก็ได้ร่วมกินอาหารอย่างไม่สบอารมณ์สุดขีด
เมื่อกี้ที่ถูกไอ้เลวธเนษฐมายั่วยุ จนถึงตอนนี้
รู้อยู่แล้วดนัยกฤตปกป้องเขา เธอโกรธจนไม่รู้จะระบายทางไหนดี
แต่ตอนนี้ ประโยคแรกที่เขาพูดขึ้นมาก็คือว่าเธอนั้นอารมณ์ไม่ดีเอง แล้วยังจะช่วยให้ธเนษฐหลุดพ้นจากข้อหาทำร้ายเธออีก
ในที่สุดเธอก็หมดความอดทน เลยลุกขึ้นมาทันที ก่อนจะยกมือขึ้นผลักไหล่เขา
“คุณพอได้แล้วล่ะ!ดนัยกฤตคุณคิดว่าฉันน่ากลั่นแกล้งเหรอ ไม่มีเจตนาร้ายงั้นเหรอ?เขาลักพาตัวฉันทำให้ฉันกลัว แถมยังขู่จะฆ่าฉัน นอกจากนี้ยังเอาฉันไปเข้าเครื่องจับเท็จ คุณจะมาบอกว่าไม่มีเจตนาร้ายงั้นเหรอ?!คุณเข้าใจน้องชายของตัวคุณเองไหมเนี่ย เขาทำอะไรคุณก็จะปกป้องเขา เพราะพวกคุณทั้งสองเป็นครอบครัวเดียวกัน!ส่วนฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่สำคัญอะไร เป็นเพียงเหมือนเสื้อผ้าเครื่องประดับของคุณใช่ไหม?!”
ดนัยกฤตเห็นเธอยังโกรธรุนแรงเหมือนเดิม เลยรู้ว่าธเนษฐนั้นยั่วยุเธอไม่เบา ตอนนี้คงจะไม่สามารถทำให้เย็นลงได้
เขาพยายามโน้มน้าวเธอ พลางปลอบ “ฉันนั้นไม่ได้จะปกป้อง แต่เพราะเข้าใจ เลยมาขอโทษคุณแทนเขา ธเนษฐนั้นเป็นคนพูดขวานผ่าซาก อยู่ในค่ายทหารมาหลายปี เขาเลยรับไม่ได้ที่ไม่เป็นไปตามคาด แล้วลักพาตัวคุณเพื่อสอบถาม ไม่ได้อคติกับคุณ แต่เพราะ……ธาวิน เขากับธาวินเคยมีปัญหากันมาก่อน เป็นศัตรูกันซึ่งๆ หน้าเลยล่ะ ถึงอย่างไรคุณก็เป็นน้องสาวของธาวิน เขาจะสงสัยอะไรก็ไม่แปลก ตอนนี้ฉันหาโอกาสให้พวกคุณได้เข้าหากัน ไม่ได้อยากให้คุณชอบอะไรเขามากมาย เพียงแค่สามารถอยู่อย่างไม่มีปัญหากันให้ได้ก็พอ ธิชา ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องคนเดียวของฉันน่ะ”
ดนัยกฤตนั้นพยายามโน้มน้าวเธอสุดใจ เหมือนกับกำลังให้เหตุผลกับรุ่นน้อง
แต่ธิชานั้นยืนอยู่ที่เดิม เบ้าตากลับยิ่งแดงเข้าไปใหญ่
ถ้าเธอมีเหตุผลและนิ่งเฉยตามปกติ คำพูดของดนัยกฤตนั้น เธอคงจะพอฟังได้อยู่บ้าง
คนหนึ่งคือน้องชายแท้ๆ อีกคนเป็นผู้หญิง ทั้งสองเกิดปัญหากัน เขาอยู่ตรงกลางเลยลำบากใจ
แต่ถ้าไม่ได้ร้องขออะไรมาก เพียงแค่รักษาความสันติต่อหน้า มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แต่เมื่อธิชาได้ฟังในตอนนี้ กลับรู้สึกน้อยใจจนอยากจะร้องไห้ออกมา
เธอเลยถอยหลังไปเงียบๆ
แววตานั้นมีความไม่พอใจและเฉียบขาดเป็นอย่างมาก
แววตาของเธอนั้นมันหนักหนามากจริงๆ จนทำให้ดนัยกฤตขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินตามไป “ธิชา คุณเป็นอะไรกันแน่?”
ดนัยกฤตกำลังเดินตามเธอ ส่วนเธอก็เดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสะดุดล้ม
เธอส่ายหัวพลางร้องไห้ออกมา “อี๊ฟรู้อยู่ว่าการตั้งท้องของฉันนั้นมันยังไม่มั่นคงเท่าไหร่ เลยมาปั่นหัวฉัน……คุณบอกว่าเธอไม่ได้คิดร้าย ธเนษฐลักพาตัวฉันแถมยังทำให้ฉันอับอาย……คุณก็บอกว่าเขาไม่ได้คิดร้ายอะไร พวกเขาคนหนึ่งก็เป็นหญิงรู้ใจที่อยู่กับคุณมาแปดปี อีกคนก็เป็นน้องชายแท้ๆ ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ส่วนฉัน……ไม่มีอะไรเลย ดนัยกฤต ฉันเริ่มเสียใจกับการที่บอกว่าจะมีลูกให้คุณแล้วนะ ฉันรู้สึกได้ ว่าเมื่อคลอดเด็กคนนี้ออกมา จะไม่มีทางมีชีวิตดีๆ ได้……ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือฉันก็ตาม……”
ดนัยกฤตเดินตามไปพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะคว้าแขนของธิชา พลางพยายามกอดเธอเอาไว้ในอ้อมกอด
แรงของธิชามันน้อยมาก เลยดิ้นไม่หลุด
เขาตบหลังของเธอเพื่อให้เธอหายใจสะดวก จากนั้นก็พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าเป็นแบบนี้เลย เด็กดี คุณอย่าขุดเรื่องเก่าๆ ได้ไหม มันเป็นเรื่องเล็กๆ เท่านั้นเอง เดี๋ยวผ่านไปคุณก็อารมณ์ดีขึ้นเอง ก็ไม่มีทางคิดว่าปล่อยผ่านไปไม่ได้หรอก จากนี้ฉันจะไม่ยอมให้พวกเขามาก่อกวนคุณอีก คุณดูแลลูกให้สบายใจเถอะ”
ธิชาดิ้นในอ้อมกอดของเขาจนเหนื่อย
เธอคิดว่าตัวเองในตอนนี้เหมือนกับปลาที่ขาดน้ำ
ถ้าปลาไม่มีน้ำ ก็ไม่มีทางหายใจได้
มันเป็นความไร้ความหวังจริงๆ
ชายคนนี้กอดเธอแน่น
อกของเขานั้นแข็งมาก ในอ้อมกอดก็อบอุ่นเป็นอย่างเคย
แต่ธิชานั้นยังรู้สึกขมขื่นจนไม่รู้จะทำอย่างไรไม่หาย
เธอรู้สึกได้ว่าดนัยกฤตนั้นปลอบเธอ เพื่อให้เธอเก็บเด็กคนนี้ไว้
เขานั้นพยายามปรับตัวเองให้ดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว
แต่สำหรับเธอ มันกลับยังไม่พอ
สิ่งที่เธอต้องการที่สุดนั้น ดนัยกฤตยังไม่สามารถให้เธอได้
เธอยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย
หญิงใสซื่อ ขอเพียงแค่ฟังคำรักษาสัญญาของชายคนนี้ ก็คงจะมีความสุขมาก คิดว่าชีวิตนี้ของตัวเองคงเหมือนกับใช้ชีวิตอยู่ในสวนดอกไม้หอมหวานตลอดเวลา
แต่ว่าธิชานั้นล้มเหลวไปครั้งหนึ่งแล้ว
เธอรู้ว่าตัวเองแพ้ไม่ได้แต่ก็ท้าชนอะไรไม่ได้เหมือนกัน
……
เธอมองเขาด้วยแววตาน้อยอกน้อยใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายเป็นอย่างมาก “มันดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ว่าคุณไม่รู้ว่านี่มันมีความหมายต่อฉันอย่างไรบ้าง อี๊ฟกับธเนษฐ แล้วก็คนมากมายที่มีปัญหากับฉันในช่วงนี้ พวกเขาทุกคน ต่างมีความสำคัญกับคุณมาก แล้วฉันล่ะ……ฉันไม่รู้ฉันเป็นใครในสายตาคุณ ฉันคิดว่าตัวเองนั้นสามารถไร้ค่าไปเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันต้องคิดถึงตัวเอง และยิ่งต้องคิดเพื่อลูกของฉันด้วย”
ธิชายิ่งพูดก็ยิ่งไม่มั่นใจ “ฉันคิดว่าคุณไม่รักฉัน ดนัยกฤต คุณเอาฉันไว้ข้างกาย ก็เพราะเด็กคนนี้เท่านั้น ใช่ไหม?”
บางทีเซนส์ของผู้หญิงนั้นก็น่ากลัวจริงๆ
คนนั้นต่างถูกขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนกันทั้งนั้น
แต่ด้านความรู้สึกนั้น กลับไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ
หลังจากที่ธิชาตั้งท้องแล้ว ก็ยิ่งคิดมากไปจนติดเป็นนิสัย
เธอยิ่งยากที่จะคิดได้ว่าดนัยกฤตจะสนใจเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น
ตัวตนของเขากับตำแหน่งสังคมนั้น การจะเลือกทางเดินแต่ละก้าวนั้นต้องคิดเป็นอย่างมาก
……
ข้างกายเขายังมีหญิงสาวสวยแบบนั้นอีกมากมาย
รวมไปถึงคนที่อยู่กับเขามาหลายปีอย่างอี๊ฟด้วย
ขนาดอี๊ฟยังไม่มีสิทธิ์จะตั้งท้องลูกของเขาเลย……
ธิชายิ่งรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเล่นบทที่น่าเศร้าเหลือเกิน
……
ชายที่อยู่ด้านหน้าคนนี้ กลับมีสีหน้านิ่งมืดลงๆ
เขาหน้าตึง บรรยากาศรอบๆ ก็ดูไม่สุขใจขึ้นมา
เขาปล่อยเธอ ก่อนจะยืนตัวตรง พลางมองเธอจากด้านบน จากนั้นจึงถามด้วยเสียงเข้มงวด “คุณชอบรังควานตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?”
ธิชาหน้าซีดไป ก่อนจะปากกระตุกเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่ากำลังรังควาน แต่รู้อยู่แก่ใจดี ความรู้สึกของคุณนั้นมันไม่มีที่มาที่ไป พัฒนาไปเร็วมาก เพียงครึ่งปีเท่านั้น ก็มีลูกแล้ว……คุณให้ฉันอยู่ข้างกายคุณเหมือนกับคนโง่ คุณรู้ไหมว่าฉันยิ่งกลัวว่าจะถูกคุณทิ้งเข้าไปใหญ่?โดยเฉพาะตอนที่คนรอบข้างคุณจะดูถูกฉันอย่างไรก็ได้……ฉันพบว่าตัวเองนั้นไร้หนทางเป็นอย่างมาก”
“ชายคนนี้มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีหญิงคนไหนจะรับได้หรอก ธาวินกับฉันเองก็รักกันมาหลายปี แต่ว่าสุดท้ายฉันได้อะไรล่ะ……ฉันไม่มีอะไรเลย ดนัยกฤต ขอโทษนะ คุณถือว่าฉันอ่อนแอและเห็นแก่ตัวเกินใช่ไหม ฉันรับความเจ็บปวดระดับนี้ไม่ได้อีกแล้ว ฉันจะตาย ฉันจะตายจริงๆ”
ธิชาค่อยๆ ถอยหลังไป
เธอนั้นเหมือนติดคุกที่มองไม่เห็น
ในสถานการณ์ที่เธอไม่มีสตินั้น มันก็ทำให้เธอโดนกักขังไปแล้ว
เธอไม่ได้เตรียมใจเลยด้วยซ้ำ ก็ถูกดนัยกฤตทำให้ท้องแบบนี้แล้ว
เธอเริ่มกลัวขึ้นมา
ถ้ายอมรับทุกอย่างของเขา ก็หมายความว่ายอมรับแล้วว่าไม่สามารถมีเขาเพียงคนเดียวได้
ธิชาคิดจริงๆ ว่าตัวเองนั้นสู้อี๊ฟไม่ได้ และสู้วันเวลาที่พวกเขาผ่านมาไม่ได้
เธอนั้นไม่มีทางให้ถอยต่อไปแล้ว เลยยืนตัวติดกำแพง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลง
เธอกอดเข่าของตัวเอง และมีแว็บหนึ่งที่หวังว่าตัวเองจะไม่ต้องมาตั้งท้องเด็กคนนี้
ถ้าไม่มีลูก เธอก็ยังมีโอกาสในการถอยหนี
……
ตอนที่ธิชาไร้หนทางนั้น
ดนัยกฤตก็เดินก้าวเข้ามา ก่อนจะโน้มตัวดึงแขนเธอขึ้นมา
ธิชานั้นไม่ได้ถูกเขากระทำรุนแรงแบบนี้ด้วยนานแล้ว เลยมองเขาพลางขมวดคิ้วแน่น
เธอนั้นมองสีหน้านิ่งเฉยของดนัยกฤตด้วยแววตาไร้หนทาง
เขามีแววตาลุกโชนเป็นประกาย
“คุณคิดว่าฉันไม่รักคุณใช่ไหม?”
เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะพูดอย่างโหดร้าย ธิชาเลยทำอะไรไม่ถูก
ดนัยกฤตดึงเธอไปด้วยใบหน้าคร่ำเครียด ก่อนจะผลักเธอลงไปบนเตียง
ธิชาล้มลงนั่งลงบนเตียง ก่อนจะห่อไหล่เข้ามา “คุณ คุณจะทำอะไรน่ะ……”
ดนัยกฤตใช้สองนิ้วตบหน้าของเธอ “คุณคิดว่าท่าทีน่าสมเพชของตัวเองเนี่ย มันเหมาะเหรอ?คุณเหมาะที่จะถูกฉันรักเหรอ?”
หัวสมองของธิชานั้นมีเสียงดังขึ้น เลือดก็พลุ่งพล่าน
เขามีสีหน้าเย็นชา เย็นจนเธอรู้สึกไม่คุ้นชิน
ขณะที่เธอยังไม่ทันเตรียมใจ ชายคนนี้ก็ล้วงเข้าไปในกระโปรงของเธอ ก่อนจะไปวางบนต้นขาของเธอ แล้วก็กดลึกเข้าไปเรื่อยๆ
ธิชาตัวสั่นขึ้นมา เธอกลัวจนร้องออกมา “คุณจะทำอะไร คุณบ้าไปแล้วเหรอ ดนัยกฤตคุณเป็นบ้าอะไร?!”
เขามีใบหน้านิ่งเฉยเป็นอย่างมาก พลางทำกับเธอ แล้วถามไปด้วยว่า “คุณคิดว่าฉันไม่รักคุณ ความสัมพันธ์แบบนี้คืออะไร ผสมพันธุ์เฉยๆ งั้นเหรอ?”