รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 304 เรียกพี่ใหญ่ของฉันมาได้ยิ่งดีเลย
ธิชาอดกลั้นอารมณ์มาตลอด
เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าดนัยกฤตจะปกป้องน้องชายคนนี้ ดังนั้นเลยพยายามให้ตัวเองอดทนเอาไว้
ปัญหาของเธอกับธเนษฐนั้นถ้าระเบิดขึ้น การแย่งความรักประเภศไหนมันก็ไม่สามารถแทบได้
เธอกล้าที่จะท้ากับปุณิกา สิ่งที่จะท้าชนนั้นก็คือความเชื่อมั่นในตัวเอง
เธอกล้าทำร้ายอี๊ฟ สิ่งที่จะแลกก็คือความสนใจที่ดนัยกฤตจะมีต่อลูกในท้องของเธอ
แต่ชายโรคจิตน่าอันตรายตรงหน้านี้ เธอไม่กล้าจะท้าด้วย
อย่างน้อยในตอนนี้ เธอก็ไม่กล้าจริงๆ
สิ่งที่ธิชาขาดมากที่สุดก็คือความรักจากครอบครัว
ยิ่งเธอขาด เธอก็ยิ่งโหยหา
พ่อแม่ของดนัยกฤตเสียไปเร็ว ก็หมายความว่าเขากับธเนษฐนั้นช่วยเหลือกันมาตลอด ความสัมพันธ์นี้ อาจจะสนิทสนมกันมากกว่าครอบครัวทั่วไปด้วยซ้ำ
ธิชารู้ดีว่าตัวเองนั้นสู้กับธเนษฐไม่ได้เลย
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเธอจะทนต่อไปได้เรื่อยๆ
ธิชานั้นดึงมือตัวเองออกจากมือของดนัยกฤตที่กุมอยู่ ก่อนจะเอามือมาปิดปาก ท่าทีเหมือนจะอ้วก สีหน้าก็ดูไม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม
ดนัยกฤตตบหลังของเธอเบาๆ “จะอ้วกอีกแล้วเหรอ?”
ธิชากุมหน้าอก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัด “คลื่นไส้เหลือเกิน น่าจะเพราะกินเยอะไปหน่อย ขอโทษนะ ฉันคงต้องขอตัวออกไปสูดอากาศหน่อย พวกคุณสองพี่น้องคงจะไม่ได้เจอกันนาน กินไปคุยไปกันเถอะ”
ดนัยกฤตก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่กำชับให้น้าปวีณากับคนรับใช้ตามไปดูแลเธอ
เมื่อเงาของธิชาหายขึ้นไปจากทางบันไดแล้ว
ธเนษฐถึงหัวเราะพรวดออกมา “เก่งจริงๆ เลยนะ เหมือนจะแค้นสินะ พี่ใหญ่อย่าว่าฉันปากมากเลย คุณเอาหญิงที่ไม่เชื่องไว้ข้างกาย ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”
ดนัยกฤตสีหน้าสงบ ก่อนจะจิบไวน์เบาๆ พลางพูดออกมา “เรื่องนี้จะว่าเธอก็ไม่ได้ คุณเองก็รู้ว่าเธอเพิ่งจะอายุสิบเก้า แถมเป็นผู้หญิงอีก โชคดีแค่ไหนที่ไม่ได้ทำให้เธอตกใจจนหัวใจวาย เป็นใครใครก็ต้องแค้น”
ดนัยกฤตคิดว่าด้วยสมองของธิชานั้น ขอเพียงแค่จากนี้ธเนษฐปรากฏตัวมาบ่อยๆ อยากจะปิดบังเธอก็คงไม่ได้แล้วล่ะ
เขาพูดออกมาตรงๆ ก่อนจะเอาปัญหามาวางตรงหน้า ธิชาเองก็ไม่ได้เป็นคนสอนยากอะไรแบบนั้น แม้เธอจะไม่ได้พูดเรื่องนั้นออกมาตรงๆ ก็หมายความว่ายังพอมีหวังว่าจากนี้จะให้เธอกับธเนษฐอยู่ร่วมกันด้วยดี
ธเนษฐเลิกคิ้วขึ้น “ฉันมองคนออกอยู่นะ ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ ชื่อเสียงของผู้หญิงคนนี้ ก่อนฉันกลับมาก็ได้ยินอะไรมาไม่น้อยเลย โตมาจากตระกูลธนาภูวนัตถ์ตั้งแต่เด็ก คงจะถูกธาวินเปิดซิงตั้งแต่เล็กแล้ว ถูกคนในสายมืดดำเลี้ยงดูมาไม่มีทางเป็นหญิงจริตดีได้แน่ๆ มีแต่จะไปเป็นหญิงชั้นต่ำเท่านั้น พี่ใหญ่ชอบคนเชื่อฟังเรียบร้อยไม่ใช่เหรอ?เดี๋ยวนี้เปลี่ยนความชอบแล้วเหรอ?”
ดนัยกฤตมีสีหน้าเคร่งเครียด “คำพูดนี้แกมาพูดกับฉันเองก็พอแล้ว อยู่ต่อหน้าธิชาต้องระวังหน่อย อย่าหาเรื่องให้พี่ต้องวุ่นวายเลย เรื่องของเธอกับธาวินนั้นผ่านไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว”
ธเนษฐเป็นทหารระดับสูง มีกฎระเบียบเข้มงวด แต่ชีวิตส่วนตัวนั้นกลับชอบทำเรื่องบ้าบออย่างไร้กฎระเบียบใดๆ
เขาปฏิเสธคำของดนัยกฤตไม่ได้เลย ก่อนจะจุดบุหรี่มาคาบไว้ พลางพูดด้วยความคลุมเครือ “ไม่ค่อยได้เห็นพี่ใหญ่ปกป้องผู้หญิงขนาดนั้นเลย เหมือนก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินมามันเป็นเรื่องจริงแล้วสิ นังนี่……มีอะไรดีกว่าคนอื่นอะไรกันแน่?หอมหวานมากหรือเก่งเรื่องบนเตียงมากงั้นเหรอ?เป็นของมือสองที่ธาวินเคยใช้มาแล้ว แต่ทำให้พี่ชอบได้งั้นเหรอ?”
“แกระวังปากหน่อยนะ นี่ไม่ใช่ในค่ายทหารของแก ในค่ายมีแต่ผู้ชาย พวกคุณเลยคุยกันสนุกปากจนเป็นนิสัย วันนี้แกเป็นคนที่จะเข้าไปทำงานอยู่ภายในแล้ว อายุยังน้อยก็ต้องเจออะไรอีกมาก ปัญหาพวกนี้แก้ไม่ได้ จะรอให้ถูกคนที่มีเจตนาไม่ดีก่อเรื่องอีกเหรอ?ของมือหนึ่งมือสองอะไรกัน สมัยนี้แล้ว เคยมีอะไรกับใครก็ถือว่าเป็นของมือสองแล้วเหรอ?มีใครที่เป็นของมือหนึ่งบ้างล่ะ?หญิงที่คุณมีอะไรด้วยนั้นเป็นหญิงพรหมจรรย์หมดเลยเหรอไง?!”
ธเนษฐอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฉันไม่ได้ชอบแบบนั้นจริงๆ ฉันชอบสาวเซกซี่ ฉันไม่ว่าเธออีกก็แล้วกัน มองออกเลยว่าพี่ใหญ่นั้นชอบเธอเป็นอย่างมาก ฉันแค่ไม่อยากจะยั่วยุเธอเท่านั้น”
คำพูดของเขานั้นทำให้ดนัยกฤตเบาใจลงได้
แต่ดนัยกฤตนั้นไม่มีทางรู้
ในสมองของธเนษฐในตอนนี้ มีแต่ท่าทีที่ร้องอ้อนวอนของหญิงคนนั้น
แม้เขาจะไม่ได้ทำเธออย่างจริงจัง แต่ก็เคยเปลื้องผ้าของเธอ แล้วได้เล่นสนุกกับร่างกายของเธอสักพัก
แม้จะรู้ชัดว่าเคยมีคนใช้แล้ว และวันนี้มีลูกแล้ว แต่กลับดูสะอาดสะอ้านเป็นอย่างมาก และก็แน่นเป็นอย่างมากด้วย
สิ่งที่ทำให้เขาจำได้แม่นคือแก้มแดงๆ ของเธอโดยเฉพาะ ท่าทีเขินอายเป็นอย่างมาก
ความสนใจที่ธเนษฐมีต่อธิชานั้น มีมากขึ้นเร่อยๆ
…………
ดนัยกฤตรับสาย ก่อนจะประชุมทางวิดีโอ
ธเนษฐมีเรื่องที่ยังคุยกับเขาไม่จบ เลยได้แต่รอเขาอยู่ชั้นล่าง
เพียงแต่ตอนที่ธเนษฐกำลังเบื่อ ก็ขึ้นไปด้านบน แล้วเดินเล่นสักรอบ
อันที่จริงบ้านพักตระกูลภักดิภูมิเมธีนั้นมันใหญ่มาก แต่ธเนษฐเดินไปถึงระเบียบภายในสองนาที ก่อนจะได้เห็นร่างกายบอบบางของธิชาที่ยืนอยู่ไกลๆ พลางหันหลังให้ประตู ดูทุกข์และเหงาหงอยเป็นอย่างมาก
เขาเดินเข้าไปอย่างเบาเท้า ถึงขนาดที่ว่าตอนเขาพูดออกมานั้น ธิชาก็ตกใจจนเกือบจะร้องออกมา
น้ำเสียงของธเนษฐนั้นสบายอารมณ์เป็นอย่างมาก “การแพ้ท้องของคุณธิชาเหมือนจะดีขึ้นแล้ว ออกมาตากลมก็ไม่เลวเลยนะ”
ธิชาตกใจเพราะเขา ก่อนจะปรับอารมณ์ได้ก็ใช้เวลานาน แม้จะไม่รู้ว่าชายคนนี้อยากจะทำอะไร แต่ก็มีความอดทนมาก
“ฉันแค่มาตากลมเท่านั้น ขอบคุณท่านสองที่เป็นห่วง”
น้ำเสียงของเธอนั้นเย็นชาจนธเนษฐอยากจะหัวเราะออกมา
อันที่จริง เขาเองก็หัวเราะออกมาเสียงดังจริงๆ
เขายิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาพลางยื่นมือออกไปจับคางของธิชาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงก็มีความหยอกล้อ “คนสวย คุณคงจะไม่รู้ว่าหญิงที่กล้าไม่ไว้หน้าพี่ใหญ่ฉันเนี่ย คุณเป็นคนแรกเลยนะ”
สีหน้าของธิชาซีดเผือด ก่อนจะแดงขึ้นมา ดวงตามืดมน อารมณ์ก็รุนแรงขึ้นมาเป็นอย่างมาก
เหตุผลที่เธอไม่พูดเรื่องนั้นบนโต๊ะอาหาร เธอคิดว่าดนัยกฤตกับน้องชายโรคจิตคนนี้น่าจะเคยได้คุยกันเองก่อน เลยเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่เคยลักพาตัวเธอไป บวกกับธเนษฐที่ได้เจอเธอสองครั้งนั้นใส่หน้ากากทั้งนั้น
แต่ยังไม่ทันไร ชายคนนี้ก็แสดงนิสัยจริงๆ ออกมา
เสียงที่เขาพูดมันทู่เล็กน้อย ยิ่งเป็นเหมือนโรคจิตที่ใส่หน้ากากเลยล่ะ โดยเฉพาะประโยคที่เรียกเธอว่า “คนสวย” จนทำให้ไม่สบายตัว มันยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่
ธิชายื่นมือออกไปพยายามเอามือของเขาออก ก่อนจะด่าด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “คุณธเนษฐ รบกวนคุณให้ความเคารพกันหน่อย ฉันเห็นแก่หน้าของท่านดนัยเลยไม่อะไรกับสิ่งน่ารังเกียจที่คุณทำ หวังว่าคุณจะขายหน้าตัวเองนะ!”
ธเนษฐไม่ได้ลงมือ แต่กลับก้มหน้าลง พลางเอาใบหน้าเข้าใกล้เธอ จนแทบจะเข้าใกล้ปลายจมูกของเธอ “คนสวยกล้างอแงต่อหน้าพี่ใหญ่เหรอ?แปลกจริงๆ เหมือนกับว่าพี่ฉันจะไม่ชอบหญิงโหดร้ายนะ”
นี่มันถือว่าเป็นการเกี้ยวพาราสีอย่างซึ่งหน้าหรือเปล่า?
ธิชาโกรธเป็นอย่างมาก ก่อนจะพูดเสียงสั่น “คุณทำแบบนี้กับฉัน ไม่กลัวว่าฉันจะไปฟ้องพี่ใหญ่คุณเหรอ?!”
ธเนษฐยิ้มอย่างได้ใจ เขาใช้มือจับที่สะโพกธิชา ก่อนจะดันให้เธอเข้าหาตัวเองเต็มแรง แถมยังลงแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย อีกมือก็จับท้ายทอยของเธอ ทำให้เธอขยับได้ยาก
ธิชานั้นโกรธจนเลือดเดือดพล่าน เธอไม่มีเวลาจะมาสนใจหน้าตาตัวเองแล้ว ก่อนจะยกขาเตะเขาไปเต็มๆ
ธเนษฐที่เป็นทหารนั้นกำยำเหมือนกำแพงตรงหน้าเธอ เลยไม่ได้ขยับอะไรเลยแม้แต่น้อย
อารมณ์ของธิชานั้นยิ่งจะเป็นบ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
เธอทั้งอายโกรธและปวดหัว ถึงดนัยกฤตจะไม่ใช่คนจริงจัง แต่ก็ดีที่ยังเป็นปกติ เขาจะไปมีน้องชายที่เกเรเท่าอย่างธเนษฐได้อย่างไร นี่มันเหมือนไม่ใช่ญาติกัน!
สิ่งที่น่าโกรธมากกว่าเดิมคือ น้องชายแบบนี้ ดนัยกฤตยังจะหวังว่าจากนี้จะให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวเดียวกันงั้นเหรอ?!
ธเนษฐมองใบหน้าแดงๆ ของเธอ ก่อนจะพูดอย่างร้ายกาจ “ทำไมคุณต้องมาฟ้องลับหลังด้วยล่ะ ถ้าเกิดเก่งนักก็พูดออกมาดังๆ เลยไม่ได้หรือไง?เรียกพี่ใหญ่มาเลย จะให้ดีก็ให้คนใช้มาดูด้วย ให้มาดูนังแพศยามากราคะอย่างคุณ ว่าทำไมยังอยากจะมาได้น้องชายของแฟนตัวเองอีก?!”
ธิชานั้นเหมือนจะโกรธจนกระอักเลือด เธออดไม่ได้ที่จะด่าออกมา “สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า?คุณคิดว่ามาใส่ร้ายฉันแบบนี้แล้วดนัยกฤตจะเชื่อเหรอ?ฉัน อยากได้คุณงั้นเหรอ?คุณดีกว่าดนัยกฤตตรงไหนฉันถึงต้องอยากได้คุณด้วย?!”
ธเนษฐหัวเราะอย่างมีเลศนัย ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ “ฉันรู้จักพี่ใหญ่ดีกว่าคุณอีก อยากจะลองท้าทายกับฉันไหม?คุณตะโกนออกมาเลยก็ได้ เดี๋ยวพอพี่ใหญ่มา แล้วฟ้องเขา ว่าหญิงร่านอย่างคุณเนี่ย……ไม่เพียงแค่ถูกฉันลูบไล้ แต่ด้านล่างเองก็ถูกฉัน……”
ธิชาโกรธเป็นอย่างมาก เลยยื่นมือไปตบเขา
“ไอ้โรคจิต แกไปตายไป!”
ธเนษฐหลบแรงตบของเธอไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ไปโดนตบที่คอแทน
ธิชาตบไปอย่างเต็มแรง เลยชาไปทั้งมือ เธอนั้นไม่กล้าอยู่กับชายคนนี้สองต่อสองจริงๆ
ตอนที่ธเนษฐหลบก็ก้าวถอยไปครึ่งก้าว ก่อนจะยื่นมือออกไปจับคอของตัวเอง แววตานั้นเย็นชาอย่างอันตราย
ธิชาใช้สถานการณ์ที่นิ่งเฉยแบบนี้วิ่งหนีออกจากระเบียงไป
เธอปรี่ออกจากระเบียงไป ก่อนจะวิ่งหลับตาปี๋ออกไป
ก่อนจะรีบเข้าไปในห้องหนังสือเพื่ออยู่ในอ้อมกอดของดนัยกฤต
เธอชนจนมึนหัว จนทำให้ดนัยกฤตตกใจ
“นี่เป็นอะไรกัน?คุณวิ่งอะไร รู้ว่าตัวเองท้องอยู่ไม่ควรวิ่งแท้ๆ ยังวิ่งเต้นเหมือนเด็กอีก”
ดนัยกฤตนั้นดุเธอด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงนั้นไม่หนักเท่าไหร่ แต่กลับเห็นเธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วตาแดง
เขายังไม่ทันจะถาม ก็เห็นว่าธเนษฐนั้นค่อยๆ เดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน
ธเนษฐยิ้มพลางพูด “ขอโทษนะ พี่ใหญ่ ตอนแรกฉันอยากจะขอโทษคุณธิชา ฉันมันโผงผาง พูดอะไรไม่เข้าท่า เธอเลยโกรธ”
ธิชานั้นทุกข์ใจจนพูดไม่ออก เพราะรู้ว่าแม้จะพูดขึ้นมา ธเนษฐเองก็ยังจะหาโอกาสใส่ร้ายเธออยู่ดี
เธอไม่อยากพูดพร่ำอะไรกับคนแบบนี้ ก่อนจะมีใบหน้าเย็นชา พลางตะโกนด้วยความโกรธเกินทน “ฉันไม่อยากเจอเขาอีก ไม่อยากเจออีกเลย!”
ธเนษฐมีใบหน้าสบายอารมณ์ ก่อนจะปัดมืออย่างใสซื่อ
ธิชาผลักดนัยกฤตออกก่อนจะเดินลงไป
ดนัยกฤตขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเกิดความสงสัยในใจ “บอกว่าอย่าไปหาเธอแล้วไม่ใช่เหรอ?นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีก?”
ธเนษฐพูดอย่างสีหน้านิ่งเฉย “ฉันเพิ่งได้มาที่บ้านพี่ครั้งแรก อยู่ข้างล่างมันน่าเบื่อ เลยเดินเล่นไปทั่ว แล้วพอมาถึงระเบียงก็ได้เจอธิชายืนตากลม ไหล่สั่นๆ ฉันเลยคิดว่าเธอร้องไห้ เลยจะเข้าไปปลอบสักหน่อย ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ก็สงสัยว่าเธอเป็นสายลับของธาวิน แล้วลักพาตัวเธอแถมยังทำให้เธอกลัวอีก มันมากเกินไป คิดไม่ถึงว่าสาวน้อยคนนี้จะรุนแรงเหลือเกิน อ้าปากด่าฉันออกมาไม่หยุด แถมยังเตะฉันแล้ววิ่งออกมาด้วย”
ดนัยกฤตกลับไม่ได้มีความสงสัยบนใบหน้าเท่าไหร่ เพียงแต่ขมวดคิ้วแน่น “เอาล่ะ จากนี้ก็เจอเธอให้น้อยๆ หน่อย ถ้าเจอก็หลบหน้าบ้าง ธิชาเป็นคนเจ็บแล้วจำจริงๆ ฉันไม่อยากให้พวกคุณทั้งสองเข้าหน้ากันไม่ติด แล้วมาทำให้ฉันวุ่นวายไปด้วยก็พอ”
………
หลังจากที่ส่งธเนษฐไปแล้ว ดนัยกฤตก็ไปเคาะห้องของธิชา
ธิชากลับล็อกเขาไว้ด้านนอกอีกครั้ง