รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 274 ท่านดนัยปล่อยให้เธอท้องได้ยังไงกัน
ธิชาพยักหน้า “ไม่เป็นไร พวกคุณทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้ค่ะ”
ที่จริงแล้วชนัดพลก็ไม่รู้วิธีดูแลหญิงมีครรภ์ และรู้สึกแค่ว่าให้ธิชานั่งรออยู่ที่นี่ตลอดเวลาดูไม่ค่อยดี
ในขณะที่กำลังลังเลใจ อี๊ฟก็เดินผ่านประตูผ่านมา พอเห็นว่าประตูห้องทำงานของท่านประธานเปิดอยู่ จึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย
เธอพยักหน้าทักทายธิชา แล้วถามชนัดพลว่าเกิดอะไรขึ้น
ชนัดพลบอกสถานการณ์ทั่วไป ไม่มีอะไรมากก็แค่ท่านดนัยจะไปหาหมอกับคุณธิชา แต่ในเวลานี้ ผู้ร่วมงานยังคงคุยงานไม่เสร็จ ยังออกไปตอนนี้ไม่ได้
อี๊ฟครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วพูดกับชนัดพลว่า “งานในมือของฉันเพิ่งเสร็จพอดี งานของท่านดนัยสำคัญมาก ให้ฉันไปเป็นเพื่อนคุณธิชาแทนเถอะ คราวที่แล้วก็เป็นฉันที่ไปกับคุณธิชานี่นา”
ถึงแม้ธิชากับอี๊ฟจะไม่นับว่าเป็นเพื่อนกัน แต่พวกเธอก็ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี นอกจากนี้ เธอก็คิดว่านี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นให้เธอนั่งรออยู่ที่นี่ก็น่าเบื่อมาก และทุกคนเอาแต่คอยดูแลเธออย่างระมัดระวัง เรื่องนี้มันดูโอเวอร์มาก และดูไม่จำเป็นเลย
ธิชาพูดกับชนัดพลว่า “ให้คุณอี๊ฟไปกับฉันก็ได้ค่ะ ในครั้งที่แล้วคุณอี๊ฟก็พาฉันไปหาหมอเหมือนกัน”
เดิมทีนี่เป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่ดูเหมือนว่าชนัดพลจะดูเคร่งเครียดเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าที่เขาเครียดไม่ใช่เพราะธิชา แต่เป็นลูกน้อยในท้องของธิชาต่างหาก
นี่ถ้าหากคลอดออกมา… จะกลายเป็นลูกชายคนโตของท่านดนัยเลยนะ
ชนัดพลพูดว่า “ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่วันนี้ท่านดนัยสั่งกำชับไว้แล้ว ให้คุณธิชารอเขาเสร็จงานแล้วไปหาคุณหมอพร้อมกัน ถ้าคุณอี๊ฟ… ฉันต้องไปถามท่านดนัยก่อนครับ”
อี๊ฟพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ไม่จำเป็นก็ได้ รอให้ท่านดนัยเสร็จงานนายค่อยบอกเขาก็ได้ ช่วงสองสามวันนี้เป็นช่วงที่ยุ่งที่สุดของภักดิภูมิเมธีกรุ๊ป ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการประชุม นายจะเอาเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไปรบกวนท่านดนัย แบบนั้นไม่เพียงแต่รบกวนการทำงานของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้คู่ค้ารายอื่นของบริษัทไม่พึงพอใจด้วย ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน ถ้ามีปัญหาฉันจะรับผิดชอบเอง”
ถึงแม้ชนัดพลจะลังเลเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ยืนกรานเหมือนเดิม
ธิชาสังเกตน้ำเสียงและท่าทางของคนสองคนอย่างละเอียด แล้วรู้สึกว่าคำพูดของอี๊ฟดูเหมือนจะมีน้ำหนักกว่าคำพูดของชนัดพลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะดนัยกฤตให้ความสำคัญกับเธอมากกว่า หรือว่าชนัดพลจะถ่อมตัว
ในตอนแรกธิชาไม่ได้รู้สึกเป็นศัตรูกับอี๊ฟแม้แต่น้อย แต่ตอนที่ไปดูไบกับพสิษฐ์ครั้งที่แล้ว อี๊ฟเล่าเรื่องของสิชาให้เธอฟัง ตอนที่เธอได้ยินจึงรู้สึกหวาดกลัวและโกรธมาก
ตอนแรกเธอโกรธเพราะสงสัยว่าดนัยกฤตจงใจสั่งให้อี๊ฟทำให้เธอหวาดกลัว
แต่เรื่องหลังจากนั้นถึงจะยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ดนัยกฤตแทบไม่อยากที่จะพูดถึงสิชาต่อหน้าเธอด้วยซ้ำ และอีกอย่าง… ที่เขาให้เธอเดินทางไปกับพสิษฐ์ไม่ใช่เพื่อใช้เธอเป็นของแลกเปลี่ยน
พอคิดได้แบบนี้ ดนัยกฤตไม่จำเป็นต้องสั่งให้อี๊ฟพูดแบบนั้นเลย
แต่สิ่งที่อี๊ฟพูดในวันนั้น ส่วนใหญ่เป็นเธอที่พูดออกมาเอง
ตั้งแต่นั้นมาธิชาจึงเริ่มระวังอี๊ฟมากขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้เธอจะไม่เคยแสดงมันออกมาทางสีหน้าของเธอ แต่เธอก็อดที่จะรู้สึกหนักใจไม่ได้ พอเห็นคำพูดของเธอมีอำนาจกว่าชนัดพล
แล้วเห็นว่าชนัดพลทำตามที่อีกฝ่ายสั่ง จึงรู้สึกเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
…………
พอออกจากภักดิภูมิเมธีกรุ๊ป อี๊ฟกับธิชาก็ขึ้นลิฟต์ลงไปชั้นล่างด้วยกัน แต่อี๊ฟดันไปอีกชั้นที่อยู่ตรงกลาง เธออธิบายให้ธิชาฟังอย่างสุภาพ “คุณธิชาคะ ฉันต้องไปสั่งงานอีกเล็กน้อย ใช้เวลาไม่นาน คุณช่วยรอสักครู่ได้ไหมคะ”
ในห้องทำงานของอี๊ฟอยู่ค่อนข้างต่ำ คงจะเป็นแค่หัวหน้างานทั่วไป
หลังจากเดินออกจากลิฟต์ ธิชาก็พบว่าการตกแต่งบนชั้นนี้มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากชั้นที่เธอเคยขึ้นไปอย่างสิ้นเชิง
เธอรู้สึกแปลกใหม่อยู่สักพัก แล้วหันกลับมามอง
พอเห็นแบบนี้ อี๊ฟจึงพูดขึ้นว่า “ฉันออกแบบการตกแต่งของชั้นนี้เองค่ะ คุณธิชาคิดว่าเป็นยังไงบ้างคะ”
ธิชาเอ่ยพูด “สวยมากค่ะ รูปแบบการออกแบบก็พิเศษมาก ฉันไม่ค่อยเห็นการตกแต่งแบบนี้ในอาคารสำนักงานมาก่อน”
อี๊ฟยกยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนเรียนฉันเรียนการออกแบบตกแต่งภายในมาด้วยค่ะ ฉันก็เลยคันไม้คันมืออยากลองออกแบบดู คุณธิชาอย่าถือสาเลยนะคะ ถ้าคุณสนใจก็เดินเล่นดูก่อนก็ได้ค่ะ ฉันขอเวลาประมาณสิบนาที”
ธิชาพยักหน้า “คุณไปทำงานของคุณเถอะค่ะ”
บนชั้นนี้มีสำนักงานหลายแห่ง แต่ดูเหมือนว่าจะว่างเปล่ามาก ไม่มีใครเดินไปมาตามทางเดินเลย ธิชาจึงไม่รู้สึกถูกจำกัด จึงเดินไปรอบๆ
หลังจากที่เธอเดินวนไปได้ครึ่งทาง เธอรู้สึกเหมือนจะหลงทาง เธอจำไม่ได้ว่าเธอมาจากทางไหน อาจเป็นเพราะว่าพื้นที่นี้กว้างขวางมาก และรูปแบบการออกแบบก็คดเคี้ยวเล็กน้อย และดูเหมือนทุกมุมจะเหมือนกันไปหมด
ธิชาเวียนหัวอยู่สักพัก เธอก็เริ่มเดินต่อไป หลังจากเดินไปได้ไม่ไกล เธอก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดในห้องทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกล
“เอาล่ะ ตอนนี้ฉันต้องพาเธอไปหาหมอแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”
นี่คือเสียงของอี๊ฟ ธิชาคุ้นเคยมาก แต่ตอนนี้เสียงของเธอไม่มีความอ่อนโยนเลยและดูเย็นชามากด้วย
เสียงของผู้หญิงอีกคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “มันน่าโมโหจริงๆ ท่านดนัยไม่ได้มาหาฉันหลายเดือนแล้ว ในตอนแรกแค่ปุณิกาก็น่ารำคาญมากพอแล้ว แต่ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีธิชาโผล่มาอีก แล้วตอนนี้เธอยังท้องอีก พี่อี๊ฟคะ พี่รู้ไหม ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยตอนที่ได้ยินว่าเธอท้อง!ท่านดนัยปล่อยให้เธอท้องได้ยังไงกัน”
เสียงพูดเริ่มใกล้เข้ามา และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ธิชาเริ่มสงสัยว่าใครกำลังพูดถึงเธออยู่ ดังนั้นเธอจึงยืนไม่ไกลจากห้องทำงานและยืนฟังอย่างเงียบๆ
ประตูห้องทำงานปิดอยู่ แต่มีบานประตูหน้าต่างที่เปิดอยู่ และดูเหมือนคนข้างในจะไม่สนใจ
อีกทั้งชั้นนี้ก็ว่างเปล่ามาก และเพราะไม่มีผู้คน ผู้หญิงภายในห้องจึงพูดคุยกันแบบสบายๆ
เสียงของอี๊ฟดูสง่ากว่า “ความคิดของท่านดนัย ไม่ใช่เรื่องที่เธอกับฉันจะคาดเดาได้ และไม่จำเป็นต้องคาดเดาด้วย มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะยุ่งด้วยได้”