รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 251 ธิชา เธอเป็นลูกสาวของฉัน
ภายในใจของธิชายุ่งเหยิงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรีบเอ่ยออกไปทันที “ธาวินเป็นลูกติดสามีใหม่ของแม่ เป็นพี่ชายของฉัน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ แต่ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันกับธาวินก็นับกันเป็นพี่น้องมาโดยตลอด เป็นพี่น้องที่โตมาด้วยกัน”
ธิชาแม้ว่าอารมณ์จะไม่สงบนัก แต่ก็ไม่ถึงกับทำอะไรโง่ ๆ ออกมา
ดนัยกฤตพยายามตีสนิทพสิษฐ์เพื่ออะไรน่ะเหรอแน่นอนว่าเพื่อความสัมพันธ์การร่วมมือระหว่างพันธมิตรอยู่แล้ว
เธอไม่อาจเอาความสัมพันธ์ของตัวเองกับธาวินในวันเวลาเก่า ๆ มาเปิดเผยให้กับพสิษฐ์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีปัญหาใหม่แทรกเข้ามาอีก
พสิษฐ์มีท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ธาวินปฏิบัติต่อเธอเหมือนกับน้องสาวแท้ ๆ ?”
ธิชาพยักหน้าออกไปเล็กน้อย “ธาวินดีกับฉันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่”
เธอพูดประโยคนี้ออกไปแต่มันก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นการหลอกลวงหรอก
ธาวินดีกับเธอจริง ๆ เพียงแต่ว่าหลังจากที่เธอบรรลุนิติภาวะไปแล้วก็ได้เปิดเผยเขี้ยวเล็บที่ชั่วร้ายออกมาก็เท่านั้น
พสิษฐ์เอ่ยออกมาว่า “ตอนธาวินสมัยหนุ่ม ๆ ฉันก็เคยเจอมาบ้าง เป็นเด็กหนุ่มที่โหดเหี้ยมมากเลยคนนึง หาได้ยากที่เขาจะยอมใจดีกับเธอ แต่ในเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับธาวินมันไม่เลวเลย ทำไมถึงได้มาอยู่กับดนัยได้กัน จากที่ฉันได้รู้มา ดนัยกับธาวินเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาโดยตลอด เธออยู่กับดนัย ธาวินคงไม่ได้ทำให้เธอต้องลำบากใจหรอกใช่มั้ย?”
ธิชาเกิดความสับสนไปชั่วขณะ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพสิษฐ์ถึงได้ถามเรื่องพวกนี้
แต่ในเมื่อเขาถามออกมาแล้ว เธอก็ไม่อาจเลี่ยงที่จะไม่ตอบออกไปได้
พสิษฐ์เธอเป็นคนที่ไม่อาจผิดใจด้วยได้ อีกอย่างเพื่อการเดินทางไปดูไบในช่วงหลายวันนี้เธอจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีสักหน่อย ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่อาจให้พสิษฐ์มีความเกลียดชังอะไรต่อเธอได้
ธิชาจึงพูดการทำธุรกิจของธาวินกับดนัยกฤตไปตามจริง โดยใช้น้ำเสียงจำพวกที่ฟังดูท้อใจและทั้งจนปัญญาพูดออกไป
พสิษฐ์หลังจากที่ได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วออกมา “ธาวินช่างเป็นคนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมาจริง ๆ เลย เพื่อตำแหน่งหัวหน้าใหญ่แล้ว ขนาดน้องสาวต่างแม่ของตัวเองก็ขายได้ แต่เรื่องมันก็ได้ผ่านไปนานแล้ว เธอเองก็อย่าเสียใจไปเลย ดนัยเป็นคนไม่เลวเลยคนหนึ่ง เธออยู่กับเขา เขาก็จะดีกับเธอ”
ธิชาค่อย ๆ ฟังออกถึงบางอย่างที่มันผิดแปลกไปบ้างจากในน้ำเสียงของชายหนุ่มมาทีละนิด ๆ
คิดไม่ถึงว่าพสิษฐ์จะพูดสิ่งดี ๆ ให้กับดนัยกฤตต่อหน้าเธอ
ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนี้ หลังจากที่การเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง เธอมาจากไหนก็ให้กลับไปทางนั้น พสิษฐ์นั้นหมายความว่ายังต้องส่งเธอกลับไปอยู่ข้างกายดนัยกฤตแน่ ๆ
เธอไม่เข้าใจเลยว่านี่เป็นคำพูดตามมารยาทที่ใช้พูดออกมาระหว่างผู้ชาย หรือว่ามันจะมีสาเหตุอื่นอีก
……
พสิษฐ์มาถึงดูไบก็เอางานเป็นหลัก ตอนกลางวันของสองวันที่ผ่านมาก็เอาแต่อยู่ที่ทำงานตลอด ธิชาจึงต้องอยู่ที่ในโรงแรมไปคนเดียว
พสิษฐ์ให้เงินสดเธอมาไม่น้อยเลย ให้เธอพาการ์ดออกไปเดินช็อปปิ้งเอง
ความรู้สึกของธิชาตั้งแต่มาถึงดูไบวันที่สองก็เริ่มเปลี่ยนไปบ้าง
คืนแรก ทันทีที่เพิ่งจะมาถึงโรงแรมสุริยา ธิชาก็ได้ถูกแยกมาอยู่ที่ห้องสวีทห้องเดี่ยวห้องหนึ่ง ห้องที่หรูหราที่สุด มีเพียงแค่เธออาศัยอยู่คนเดียว
พสิษฐ์อยู่อีกห้องนึง เลขชั้นที่สูงกว่า ถึงขนาดที่ไม่ได้อยู่ติดกับห้องเธอเลย
ธิชาตอนแรกก็เข้าใจว่าเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย
เพราะถึงยังไงสถานะที่พิเศษอย่างนี้ของพสิษฐ์ ก็คงออกไปแล้วก็จะมีสายตาจ้องมองมา ถึงแม้ว่าเขาจะเล่นผู้หญิงก็ไม่อาจเล่นได้อย่างโจ่งแจ้งได้นัก ชื่อเสียงที่จะถ่ายทอดออกไปไม่ดีอาจจะส่งผลต่อเส้นทางการทำงานราชการได้
แต่ว่าตลอดมาจนถึงในคืนวันที่สอง พสิษฐ์เพียงแค่ติดต่อกับเธอผ่านทางผู้ช่วยกับแม่บ้านที่ดูแลห้องเท่านั้น ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ไม่เคยได้เหยียบเข้าห้องเธอมาก่อน
ธิชาไม่ว่าจะโง่แค่ไหน ก็ค่อย ๆ เริ่มเข้าใจแจ่มแจ้งได้ถึงแผนการของพสิษฐ์ขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเกิดมาจากสาเหตุอะไร แต่พสิษฐ์ตั้งแต่ต้นกลับไม่คิดจะแตะต้องเธอเลย
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าความรู้สึกหลังจากที่ได้ติดต่อพูดคุยกับเธอแล้วก็ได้ทำให้เขาหมดความสนใจไป
และบางทีก็อาจจะ…เป็นเพราะสาเหตุอะไรอื่น
อีกสองวันต่อจากนั้นงานของพสิษฐ์ก็ได้เสร็จสิ้นลง จึงตั้งใจเจียดเวลาเดินช็อปปิ้งเป็นเพื่อนธิชาไปทั่วทุกหนแห่ง แล้วยังตั้งใจจองห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์เอาไว้เป็นพิเศษอีกด้วย
พสิษฐ์ซื้อของขวัญราคาแพงให้เธอไม่น้อยเลย ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้สำหรับเขาแล้วมันจะไม่นับว่ามากมายอะไร แต่ธิชาก็ยังรู้สึกประหลาดใจเนื่องจากการได้รับความโปรดปรานอย่างไม่นึกไม่ฝันมาก่อนจากเขามา
ก็คงจะเป็นเพราะว่าผู้ชายที่เธอได้คบค้าสมาคมมาก่อนมันน้อยเกินไป
ไม่ค่อยได้รู้เท่าไหร่นักว่าบนโลกใบนี้มันยังมีคนอย่างพสิษฐ์อยู่ด้วย
ชอบซื้อของขวัญมาจีบหญิง แต่กลับไม่มีความสนใจจะนอนกับเธอ???
ตอนมื้อเย็น พสิษฐ์ดื่มไวน์ไปนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาขึ้นมานิด ๆ ด้วยหรือเปล่า
เขายื่นมือไปลูบหน้าของธิชา เอ่ยออกมาด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “ฉันมีชีวิตจนถึงวัยเกือบจะห้าสิบปี มีเพียงลูกชายที่ไม่เอาอ่าวแค่คนเดียว ถ้ามีลูกสาวก็ดี สมัยหนุ่ม ๆ ฉันหวังอยากมีลูกสาวมาโดยตลอด ถ้ามีลูกสาว คงจะสวยน่าเอ็นดูเหมือนกับเธอล่ะมั้ง”
ธิชาถูกเขาลูบคลำจนใบหน้าด้านขวาร้อนไปหมด แผ่นหลังเย็นเฉียบขึ้นมา
เธอกึ่งตกใจและกึ่งหวาดกลัว
ตกใจเนื่องจากพสิษฐ์พูดถึงอายุของเขาออกมากับปากตัวเอง นึกไม่ถึงว่ามันจะห้าสิบไปแล้ว
ถ้าไม่เพราะว่ารู้ยศของเขาอยู่แล้ว เพียงแค่มองจากภายนอกแล้วล่ะก็ ธิชาก็จะคิดว่าเขาคงอายุไม่เกินสามสิบเจ็ดสามสิบแปดเท่านั้น
หวาดกลัวนั้นเนื่องจากว่า…
เธอกลัวจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้จะทำอะไรเกินเลยเพราะฤทธิ์เหล้า ยอมรับเธอมาเป็นลูกสาวบุญธรรม แล้วฉวยโอกาสกินเธอไปด้วยอีกที
…………
ดีที่ทั้งหมดนี้มันเพียงเป็นแค่ความคิดเพ้อเจ้อไปเองของธิชาเท่านั้น
พสิษฐ์หลังจากที่ส่งเธอกลับห้องไปแล้ว วันต่อมาก็เดินทางกลับ
ระหว่างทางธิชานอนหลับไปงีบนึง ตอนที่สะลึมสะลืออยู่นั้นเอง ก็ได้ยินพสิษฐ์กำลังเรียกชื่อเธออยู่
ชายชราเอาหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งยัดเข้ามาในกระเป๋าของธิชา “ธิชา เธอไปเที่ยวเป็นเพื่อนฉันมาหลายวัน ฉันมีความสุขมาก และก็ไม่มีของขวัญที่เหมาะสมอะไรที่จะมอบให้เธอ ก็ขอให้หนังสือเล่มนึงแล้วกัน หนังสือเล่มนี้ไม่เลวเลย สนใจก็ลองอ่านดูได้เลย”
ธิชาขยี้ตาเล็กน้อย พยายามฝืนให้ตื่นขึ้นมา
“ขอบ…ขอบคุณคุณพสิษฐ์นะคะ อันที่จริงคุณก็ซื้อของให้ฉันมาเยอะมาก ทำให้คุณสิ้นเปลืองเงินแล้ว”
ธิชาเปิดดูปกด้านในหน้าหนังสือ แต่กลับมีกระดาษสีขาวพับเข้าหากันสองทบแผ่นหนึ่งร่วงออกมา
เธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจ บนกระดาษแผ่นนั้นมีหนังสือรับรองความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่เป็นภาษาอังกฤษเด่นหราออกมา
“นี่คือ…”
ชายชราเอ่ยพูดด้วยใบหน้าที่จริงจังออกมา “ฉันกับณิชานาฎเลิกกัน เมื่อตอนนั้นเธออายุสิบหก เธอคลอดลูกตอนอายุสิบเจ็ด ช่วงเวลามันประจวบเหมาะกันมาก และฉันก็มีความสงสัยต่อเรื่องสายเลือดของเธอมาก่อนแล้ว ถือโอกาสช่วงหลายวันนี้ ให้แม่บ้านของโรงแรมสุริยาเอาแปรงสีฟันที่เธอใช้ไปแล้ว ทำการตรวจดีเอ็นเอมา ธิชา เธอเป็นลูกสาวของฉัน”
สีหน้าของธิชาซีดเผือดออกมา เธอมองรายงานรับรองทางสายเลือดที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งใบนั้นไปอย่างตกตะลึง
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษออกทุกตัว แต่ความหมายที่สอดคล้องกัน แล้วก็ตัวเลขชุดนั้นที่อยู่ตรงสุดท้ายนั้นด้วย
เธอนักศึกษาคนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องเข้าใจอยู่แล้ว
เธอมองพสิษฐ์ ยังคงมีท่าทางไม่อยากที่จะเชื่ออยู่ ที่ปากก็ได้พูดพึมพำออกมา “ดนัยกฤต…ดนัยกฤตรู้มานานแล้วเหรอ?”
สิ่งที่ทำให้ธิชาตกใจที่สุดเลยมันไม่ใช่หนังสือรายงานชุดนี้
พสิษฐ์เป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอ
นี่มันทำให้ไม่กล้าที่จะเชื่อเลยจริง ๆ
เธอเคยจินตนาการไปว่าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองมีรูปลักษณ์แบบไหนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยจินตนาการให้เขาเป็นคนใหญ่คนโตคนหนึ่งมาก่อนเลย และยิ่งไม่เคยคิดว่าจะเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีเลยด้วย
เพราะว่าจากที่เธอรู้จักณิชานาฎมา เมื่อตอนนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองท้องลูกของคนใหญ่คนโตแล้ว โอกาสดีที่จะได้เลื่อนขั้นไปอยู่ชนชั้นสูง ๆ ที่มันดีขนาดนี้ เธอจะไม่คว้าเอาไว้ได้ยังไง