รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 243 คุณมองคุณธิชาด้วยสายตาอ่อนโยนมาก
ชนัดพลมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เรื่องในบ้านของพี่ดนัย เขาไม่ควรออกความเห็นตามใจชอบ
แต่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชม บางเรื่องเห็นได้ชัดเจนกว่าดนัยกฤต
เขากระแอมไอเบาๆ “พี่ดนัย คุณเป็นคนที่ผมเคารพมากที่สุด ปกติแล้วคุณตัดสินใจทำอะไร ผมจะไม่คัดค้าน แต่ครั้งนี้ผมต้องพูดมากหน่อย ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของคุณเอง ผมกลัวว่าคุณบีบบังคับคุณธิชาแบบนี้ วันข้างหน้าจะเสียใจภายหลัง……”
ดนัยกฤตหรี่ตา บรรยากาศรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นค่อนข้างอันตราย
“อยู่ดีๆ ทำไมฉันต้องเสียใจภายหลัง”
ชนัดพลพูด “คุณปฏิบัติต่อคุณธิชา……แตกต่าง ผมติดตามคุณมาหลายปี ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน ผมไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องความรักมากนัก จึงไม่สามารถบอกได้ว่าเธอพิเศษตรงไหน ความจริงแล้วคุณธิชาไม่ได้มีอะไรที่พิเศษในสายตาของผม ผู้หญิงของคุณ…..ในสายตาของผมนั้นแทบจะเหมือนกันหมด แต่ความแตกต่างคือ คุณปฏิบัติต่อเธอแตกต่าง แม้แต่สายตาที่คุณมองเธอก็ยังแตกต่าง……”
ใบหน้าตรงทื่อของดนัยกฤตทั้งอารมณ์เสียทั้งขบขัน
“นายบอกสิว่าสายตาฉันแตกต่างตรงไหน”
ชนัดพลกลืนน้ำลาย “ก็……อ่อนโยนครับ สายตาที่คุณมองคุณธิชา ดูอ่อนโยน……เหมือนกับ”
ชนัดพลค่อนข้างตะกุกตะกัก ลังเล พูดไม่ชัดเจน
ที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจตะกุกตะกัก แต่เพราะเขาค่อนข้างไม่เข้าใจ
จะพูดอย่างไรดี พี่ดนัยมองตาของธิชา มีแววตาผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังเจือความรักอยู่ในนั้นด้วย
เหมือนการมองภรรยาของตัวเอง……และก็เหมือนการมองลูกสาวที่รักของตัวเอง
สรุปคือสิบกว่าปีมานี้ ชนัดพลไม่เคยเห็นเขาใช้สายตาที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้มองคนอื่น
ดนัยกฤตหลุดขำพรืด ส่งเสียงเยาะ “ฉันเอ็นดูเธอมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันสามารถปล่อยให้เธอเอาแต่ใจได้ ธิชามีประโยชน์มากต่อฉัน ถ้าแม้แต่เรื่องเล็กน้อยเธอก็ยังปฏิเสธที่จะทำ ในอนาคตยังจะหวังให้เธอทำอะไรได้อีก”
ชนัดพลไอแห้งสักพัก “ถึงยังไง……คุณธิชาก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความคิดซับซ้อน สิ่งที่คุณกำลังวางแผน ถ้าไม่พูดให้เข้าใจ ไหนเลยคุณธิชาจะรู้ได้ และบางทีเธออาจจะชอบคุณจริง……ถึงได้ไม่เต็มใจ……”
ดนัยกฤตสีหน้าบึ้งตึง “ช่างเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้ พูดแล้วฉันปวดหัว พรุ่งนี้ฉันจะให้อี๊ฟเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอ”
“ก็ดีครับ อี๊ฟเข้ากันได้ดีกับคุณธิชา คุณธิชาคงจะเห็นแก่หน้าเธอบ้าง”
……
วันรุ่งขึ้น ธิชาหลับจนถึงเที่ยง แม้แต่อาหารมื้อกลางวันก็ไม่มีความอยาก
แม่บ้านเคาะประตูเธอก็ไม่สนใจ แค่อยากขังตัวเองไว้ในห้องเพื่อสงบสติอารมณ์
เมื่ออี๊ฟมาถึง แม่บ้านได้รู้เจตนาของเธอ จึงได้แต่อธิบายอย่างลำบากใจ “วันนี้คุณธิชาอารมณ์ไม่ดี ตอนนี้ยังไม่ลุกจากเตียงเลยค่ะ หรือไม่คุณอี๊ฟค่อยมาใหม่พรุ่งนี้”
ความหมายของแม่บ้านก็คือ ธิชาอารมณ์ไม่ค่อยดี อี๊ฟไม่ควรเดินเข้าทางปืน
แต่อี๊ฟกลับยิ้มนุ่มนวล “งั้นฉันคงต้องรอ ท่านดนัยมอบหมายงานให้ฉัน ถ้าฉันทำงานไม่สำเร็จก็กลับไป เกรงว่าจะทำให้ท่านดนัยไม่พอใจ”
โดยธรรมชาติแล้วแม่บ้านไม่กล้าไล่เธอไป
อี๊ฟรออยู่ข้างล่างเป็นเวลาสองชั่วโมง ธิชาก็ยังไม่ส่งเสียง
แม่บ้านไม่มีทางเลือก จำต้องขึ้นชั้นบนไปเคาะประตู
แต่ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการตอบสนอง
อี๊ฟเห็นดังนั้น จึงมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย “เฮ้อ นี่ก็บ่ายสามแล้ว ตั้งนานแล้วไม่ทานไม่ดื่ม คงไม่มีทางเลือก น้าปวีณา ไม่สู้ให้ฉันเข้าไปเกลี้ยกล่อมดีกว่า”
ความจริงน้าปวีณาค่อนข้างกลัว เกรงว่ายามที่ธิชากำลังอารมณ์ไม่ดี อี๊ฟจะไปทำให้เธอรำคาญใจ
อารมณ์โกรธของธิชานั้นรุนแรงมาก ขนาดท่านดนัยยังขยาด
“เอ่อ……”
อี๊ฟยิ้ม “น้าปวีณาคะคุณไม่ต้องกังวลมากไป คุณธิชากับฉันนับว่าเป็นเพื่อนกัน ฉันแค่ไปเกลี้ยกล่อมไม่กี่คำเท่านั้น จะไม่มีการกวนโมโหเธอหรอกค่ะ”
อี๊ฟสุภาพมากพอ และก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
น้าปวีณาจึงนำเธอขึ้นไปชั้นบน
อี๊ฟยืนหน้าประตูห้องของธิชา ยกมือขึ้นเคาะประตู “ธิชา คุณตื่นแล้วใช่ไหม ฉันเข้าไปได้ไหม”
ในห้องมีแต่ความเงียบเชียบ อี๊ฟยื่นมือไปบิดลูกบิดประตู พบว่าประตูไม่ได้ล็อค
เธอเปิดประตูแล้วตรงเข้าไปข้างใน
น้าปวีณายืนอยู่ข้างๆ อย่างค่อนข้างกังวล แต่เมื่อคิดทบทวน อี๊ฟติดตามท่านดนัยมาหลายปีแล้ว ก็นับว่ามีคุณสมบัติพอ ไม่ว่าธิชาจะกล้าหาญแค่ไหน ก็คงไม่กล้าโวยวายกับเธอ
อี๊ฟเดินไปข้างเตียง เห็นธิชานอนตะเคียง สีหน้าค่อนข้างซีด
ธิชาจดจำว่าอี๊ฟเคยช่วยเธอ จึงค่อนข้างสุภาพอ่อนน้อม “พี่อี๊ฟ ฉันไม่ค่อยสบาย คุณมีเรื่องอะไรสำคัญไหม”
ธิชาเพียงแค่นั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเตียงใหญ่ “คือท่านดนัยบอกให้ฉันมาเกลี้ยกล่อมคุณ สถานะของพสิษฐ์ คุณคงจะเข้าใจ เขามีอำนาจทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ และธเนษฐน้องชายของท่านดนัย อีกไม่นานจะต้องย้ายกลับประเทศพอดี ถ้ามีพสิษฐ์ช่วยพูด ด้วยผลงานทางทหารในอดีตของธเนษฐ ก็มีความหวังจะเข้าคณะรัฐมนตรีได้”
ธิชาฟังแล้วค่อนข้างเข้าใจโดยทันที
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้
ดนัยกฤตนั้นเพื่อช่วยน้องชายตัวเอง สามารถเข้าคณะรัฐมนตรีได้ก็เป็นผลสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดเขาจึงให้ความสำคัญกับพสิษฐ์นัก
ธิชาลุกขึ้นนั่งตัวตรงบนเตียง ฉีกมุมปากยิ้มออกอย่างค่อนข้างเศร้าหมอง “พี่อี๊ฟ เรื่องนี้ฉันทำไม่ได้ ฉันปฏิเสธท่านดนัยไปแล้ว”
อี๊ฟสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย “ด้วยความเคารพ เรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าคุณธิชาจะสามารถเอาแต่ใจได้”