รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 242 ผู้หญิงที่ไม่เชื่อฟัง ฉันเก็บไว้ไม่ได้
เทคนิคของธิชาแม้จะธรรมดาทั่วไป แต่อย่างไรก็มีต้นทุนตามธรรมชาติ ไม่มีผู้ชายปกติคนไหนต้านทานได้
ดนัยกฤตเพลิดเพลินกับการที่ธิชาเริ่มก่อนเพื่อเอาใจซึ่งหายากนัก……แต่สีหน้ากลับค่อยๆ หมองคล้ำลงทีละนิ้วๆ
น้ำตาในดวงตาของธิชาเอ่อล้น เธออยู่ข้างกายดนัยกฤต……นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอัปยศเจาะหัวใจแทงลึกถึงกระดูก
แต่ความดื้อรั้นที่ฝังกระดูกของเธอเช่นนี้ เมื่อตัดสินใจทำแล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนใจ
เธอแค่พยายามเอาใจเขา ทำให้เขารู้สึกผิด ให้เขาทำเพื่อตัวเอง โดยการปฏิเสธพสิษฐ์ที่อาจทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มากมาย
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ดนัยกฤตกลับจับไหล่ของเธอ ทำการผลักเธอออกไปอย่างแรงและมั่งคง
ธิชาถูกเขาทุ่มลงหมอนอย่างรังเกียจ
ขณะนี้ ธิชาเห็นความเบื่อหนายในสายตาเขา
ร่างกายเธอว่างเปล่ากะทันหัน แต่ความรู้สึกเจ็บปวดยังคงอยู่……
แต่สีหน้าอับอายไม่อาจกลบเกลื่อนได้
เธอน้ำตารินหลั่งไม่ขาดสาย ร้องไห้โดยไร้เสียง
ดนัยกฤตจัดเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อยแล้ว ลุกขึ้นยืนข้างเตียง สีหน้าจริงจัง
“ผมบอกว่าจะเอาคุณส่งให้คนอื่นเมื่อไรกัน ธิชา แค่ไปเที่ยวไม่กี่วัน หลังจากไม่กี่วันคุณก็จะกลับมา ไม่มีใครตั้งใจจะทำร้ายคุณ คุณต้องทำสมองให้มีสติหน่อย อย่าเอาแต่ใจเหมือนเด็กที่ยังไม่โตได้ไหม”
ธิชาโกรธและหงุดหงิดหนักขึ้น
เธอใช้วิธีที่ผู้หญิงใช้บ่อยที่สุดแต่ก็สิ้นหวังที่สุด……
สุดท้ายกลับยังล้มเหลว……
เธอเงยหน้าขึ้นพร่ามัวน้ำตา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ฉันควรถูกตำหนิว่าเอาแต่ใจจริงเหรอ ดนัยกฤต ฉันน่ะเพื่อจะได้เป็นคนที่ได้อยู่กับคุณ……ถึงได้เต็มใจปฏิบัติตามคุณ ถ้าคุณตั้งใจใช้ฉันให้เป็นโสเภณีตั้งแต่แรก เช่นนั้นคุณก็เลือกคนผิดตั้งแต่แรก ฉันจะไม่ทำแบบนั้นให้คุณ”
ถ้อยคำที่เธอพูดออกมามันตรงไปตรงมาและฟังดูน่ากลัว แน่นอนว่าสีหน้าดนัยกลฤตยิ่งบึ้งตึงเข้าไปใหญ่
เขาเม้มริมฝีปากบางแน่น น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง “ให้คุณไปเที่ยวไม่กี่วันก็ถือว่าให้คุณเป็นโสเภณีแล้วเหรอ ธิชา ผมปฏิบัติต่อคุณยังไง ใจคุณควรรู้ดี คุณมีอารมณ์ผมสามารถเข้าใจได้ แต่คุณมาพูดแบบนี้เพื่อให้ตัวเองอับอาย ผมก็ทำอะไรไม่ได้”
แม้แต่วิธีประจบเอาใจเขาธิชาก็ล้มเหลว……
เธอรู้สึกว่าตัวเองแพ้เกมทั้งหมดแล้ว และไม่มีแรงใจอีกแล้วแต่กลับยังไตร่ตรองอะไรไปอย่างใจเย็น
ใจเธอเหลือแต่ความคับแค้น
เธอผิดจริงเหรอ
หรือว่าตั้งแต่ธาวินส่งเธอออกมา เธออยู่กับดนัยกฤตอย่างสบายใจ มันแสดงว่าเธอเลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเองใช่หรือไม่
สุดท้ายเป็นเธอเองที่เลือกผิด……
หรือตั้งแต่เริ่ม เธอก็เข้าใจดนัยกฤตผิดไป
เขาปฏิบัติกับเธออย่างพิเศษ ก็เพียงแค่ลมปากเท่านั้น
อันที่จริงสถานะของเธอยังดีไม่เท่าอี๊ฟด้วยซ้ำ……
อี๊ฟเป็นมือขวาของเขา เป็นแขนซ้ายแขนขวา
ดังนั้นเรื่องของการเอาตัวเข้าแลก เขาจะไม่มีทางให้อี๊ฟไปทำ
และเธอ……พราะไม่สามารถทำเรื่องใหญ่ๆ ได้ ถูกเขาเลี้ยงไว้ข้างกายคือคุณค่าอย่างเดียว หรือนี่คือการใช้เป็นเครื่องมือที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา
ธิชายื่นมือไปคว้าผ้าห่ม เอาผ้าห่มผืนบางห่อร่างกายตัวเอง
ดวงตาเธอมีแววดุร้าย พูดอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “คุณเหยียบย่ำฉันชัดๆ สุดท้ายทั้งหมดกลับไม่เป็นของฉัน……สรุปแล้ว ยังขอได้โปรดท่านดนัยเลิกล้มความคิดนี้ ฉันจะไม่ช่วยคุณยั่วยวนผู้นำพสิษฐ์ ถึงคุณบังคับให้ฉันไป นิสัยของฉันคุณก็รู้……ฉันไปด้วยความไม่เต็มใจ ไม่เพียงแต่ช่วยคุณไม่ได้ ยังทำผิดต่อผู้นำพสิษฐ์ด้วย ถ้าท่านดนัยทนรับฉันไม่ได้ในเรื่องนี้ งั้นก็ไล่ฉันไปแล้วกัน”
ธิชาหน้าตาเลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำตา
แต่เธอเชิดหน้าคอตั้งอย่างดื้อรั้น มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดอารมณ์เสีย
ดนัยกฤตกำหมัดและนวดคิ้ว “ธิชา ผมต้องการคุณ จะไม่โอนคุณเปลี่ยนมือไปให้คนอื่นง่ายๆ เหมือนธาวิน แต่ถ้าคุณดื้อและไม่เชื่อฟัง……เอาแต่ใจแบบนี้ ผมก็จะหมดความอดทนแล้ว”
ธิชาหัวเราะเย็นชา “ฉันบอกแล้ว ถ้าท่านดนัยทนรับฉันไม่ได้ ก็ไล่ฉันไปเสียแต่เนิ่นๆ ก็พอ ยังไงผู้หญิงข้างกายคุณก็ไม่มีขาดอยู่แล้ว ผู้หญิงที่ปรนนิบัติคุณจะมากหรือน้อย ก็สามารถให้คุณใช้ประโยชน์ได้ยามเมื่อจำเป็น ตราบใดที่คุณคัดเลือกคนมีความสามารถ ยังกลัวขาดสาวงามที่ถูกใจอีกเหรอ ถ้าไม่อย่างนั้น……ก็ยังมีอี๊ฟนะ แต่อี๊ฟเป็นแขนซ้ายแขนขวาของท่านดนัย เทียบไม่ได้กับโสเภณีราคาถูกอย่างฉันแน่นอน ถ้าฉันเดาไม่ผิด……เรื่องที่เป็นเพื่อนเที่ยวแบบนี้ ท่านดนัยคงไม่เต็มใจส่งอี๊ฟไปหรอก ต้องโทษที่ฉันโง่เกินไป ฉันยังคิดว่าที่ท่านดนัยเลี้ยงดูฉัน แค่เพราะชอบฉันอย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าฉันสู้ไม่ได้แม้แต่อี๊ฟ……แม้แต่ปุณิกา ก็มีคนใหญ่โตหนุนหลัง เรื่องแบบนี้แน่นอนว่าก็เป็นปุณิกาไม่ได้ มีแค่ฉัน……มีแค่ฉันผู้หญิงตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งพิง ถึงสามารถเป็นคมมีดให้ท่านดนัยได้ใช้ประโยชน์ใช่ไหม”
ของเหลวในดวงตาของเธอดูเหมือนจะแข็งตัว เหลือเพียงการตัดสินใจแน่วแน่ “แต่การคำนวณของท่านดนัยก็ยังนับว่าผิด ซึ่งนิสัยที่น่ารังเกียจของฉันเป็นแบบนี้ ถ้าคุณบังคับฉัน ก็รังแต่จะสูญเสียความมั่งคั่งและผู้คน……เรื่องที่ฉันไม่เต็มใจทำ ถึงคุณเอามีดมาจ่อคอฉัน ฉันก็จะไม่ยอม”
……
ตอนที่ดนัยกฤตกระแทกประตูปิดเดินออกไป ชนัดพลยังคงเฝ้าอยู่ชั้นล่างไม่ได้กลับ
เขาเห็นดนัยกฤตสีหน้าแย่มาก จึงฝืนพูดว่า “คุณธิชาอารมณ์เสีย……ก็สมเหตุสมผล เพราะเธอยังเด็กอยู่ ไม่ได้ถูกแปดเปื้อนด้วยวงจรอันซับซ้อน สุดท้ายก็ยังมีอารมณ์ที่ค่อนข้างเด็ก แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านดนัยชื่นชมเธอหรอกเหรอครับ”
ดนัยกฤตเทชาหนึ่งถ้วย น้ำชาเย็นหมดแล้ว แต่เขาไม่สนใจ กรอกเข้าปากไปเลย
ชนัดพลติดตามเขามาหลายปี อาจกล่าวได้ว่าเป็นคนที่คาดเดาความคิดของดนัยกฤตได้เก่งที่สุดบนโลกใบนี้
เขาเห็นสีหน้าท่าทางดนัยกฤตเป็นแบบนี้ ก็รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิด ค่อนข้างอาลัยอาวรณ์ธิชา
ชนัดพลยังคงลองพูดหยั่งเชิง “พี่ดนัย ผมขอบังอาจให้ข้อเสนอแนะแก่คุณสักสองข้อ ข้อแรกคือเปลี่ยนคนไป คุณธิชาไม่เต็มใจ เรื่องนี้ก็ต้องปิดจบไป ต่อไปอย่าพูดถึงอีก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้อสอง ถึงอย่างไรคุณก็รู้ ว่าเรื่องคุณพสิษฐ์……เก้าในสิบ มันแทบจะตรงกับที่เราคาดไว้ ทำไมคุณไม่พูดความจริงกับคุณธิชาไปเลย ไม่แน่เธออาจจะเข้าใจความตั้งใจของคุณ……”
การพูดของชนัดพลยังนับความมีความระมัดระวัง ไม่พูดอะไรที่ไม่ควรพูด
แต่เมื่อมองสีหน้าของเจ้านายตัวเองที่กลับมืดมนและน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ชนัดพลก็ตื่นตระหนกจนไม่กล้าพูดต่อ
เขากระสับกระส่าย ได้ยินดนัยกฤตพูดด้วยหน้าตาไร้อารมณ์ว่า “ชนัดพล กฎที่ฉันมีสำหรับผู้หญิงนายรู้ดี ผู้หญิงที่ไม่เชื่อฟัง ฉันเก็บไว้ไม่ได้”