รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 240 ท่านดนัย อย่าส่งฉันไปได้ไหม
ธิชาสูญเสียการควบคุมไปแล้ว
เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอาการบ้าคลั่ง เกรงว่ามีแต่จะทำให้ผู้ชายคนนี้ยิ่งเบื่อหน่าย
แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น……
เธอไม่สามารถโน้มน้าวให้ตัวเองเดินทางไปดูไบสองสามวันเป็นเพื่อนพสิษฐ์ได้
แม้มันอาจเป็นอย่างที่ดนัยกฤตพูดจริงๆ ว่าแค่ไม่กี่วัน กลางวันกินเที่ยวกับเขา กลางคืนนอนด้วยแค่นั้น
พสิษฐ์เป็นชายวัยกลางคนที่มีนิสัยดี บางทีสำหรับผู้หญิงจำนวนมากจะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนทุกข์อะไร กลับกันบางทีอาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่า
แต่ธิชาโน้มน้าวตัวเองไม่ได้เลย
เธอไม่สามารถทำให้ตัวเองเป็นแค่ไก่ตัวหนึ่งได้
ถ้าเจียงเจือไม่ได้เคร่งขรึมจริงจังดังลักษณะที่ปรากฏ พอลับตาคนก็เป็นพวกโรคจิตขึ้นมาล่ะ
ยิ่งตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าจะมีความต้องการบางอย่างที่มากเกินไปโดยไร้ซึ่งมนุษยธรรมมากขึ้นเท่านั้น
ธิชาเป็นเพียงสาวน้อยวัยสิบเก้าปีคนหนึ่ง……
เธอไม่สามารถเรียนรู้ที่จะไปกับชายอื่นอย่างสงบได้อย่างที่ตกกลางคืนแผ่หลาให้ผู้ชายอื่นนอนด้วยในห้องพักโรงแรม
เธอจะรู้สึกขยะแขยงมาก
หากไม่ใช่คนสองคนที่รักใคร่ชอบพอกันแล้วมีความสัมพันธ์ทางกาย มันก็น่าขยะแขยง
แต่ขณะที่ธิชากำลังงอแง คิดไม่ถึงว่าในคฤหาสน์จะมีคนอื่น
เมื่อชนัดพลได้ยินเสียงภายนอก ตอนที่ลุกขึ้นเดินออกมา ก็เห็นเข้ากับภาพนี้
ธิชากำลังกอดชายหนุ่มจากด้านหลัง บ้าคลั่งร้องไห้โวยวายเสียงดัง
ไม่รู้ว่าชนัดพลงุนงงหรือตกใจ คำพูดมาจ่อริมฝีปากแล้วแต่ก็ลืมว่าจะพูดอะไร
สีหน้าของดนัยกฤตยิ่งมืดหม่นลงทีละนิดๆ
อาจเพราะถูกลูกน้องตัวเองเห็นเข้าโดยบังเอิญ เขาจึงยิ่งแสดงความไม่พอใจชัดเจนหนักขึ้น
เขาเบี่ยงตัวออกจากธิชา เหมือนการทิ้งสิ่งของ เหวี่ยงเธอออกไป
ใบหน้าหล่อของเขาดำคล้ำ พูดอย่างไร้ซึ่งการแสดงออกทางสีหน้า “ผมไม่มีอารมณ์มาวุ่นวายกับคุณ ธิชา คุณโตขนาดนี้แล้ว เจอเรื่องนิดหน่อยก็ใช้วิธีร้องไห้โวยวายแก้ไขปัญหาเหรอ ตอนนี้ผมจะตีคุณหรือด่าคุณสำหรับเรื่องไร้สาระแบบนี้ดีล่ะ!”
ธิชาถูกเขาตำหนิจนหน้าซีดเผือด เธอตกใจนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เดิมทีชนัดพลมีเรื่องงานที่ต้องรายงาน แต่เห็นสถานการณ์แบบนี้ ชั่วขณะหนึ่งแม้แต่เสียงก็ไม่กล้าให้หลุดรอดออกมา
ดนัยกฤตเดินก้าวกว้างเข้าทางเข้าบ้าน ชนัดพลก็หันไปเห็นว่าธิชากับดนัยกฤตทะเลาะกัน
และดูเหมือนจะทะเลาะกันรุนแรงมาก
เขาลังเลครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรแกล้งทำเป็นไม่เห็นเหตุการณ์นี้ หรือควรจะสุภาพและพูดคำพูดดีๆ สักสองสามคำเพื่อเกลี้ยกล่อมคุณธิชาให้เข้าไปในบ้านก่อน
ธิชาก้มหน้าอยู่กับที่อยู่เป็นนานสองนาน
น้ำเสียงทั้งต่ำทั้งโกรธของดนัยกฤตดังมา “ชนัดพล นายตามฉันไปห้องหนังสือ”
ชนัดพลเก้อเขินไปครู่หนึ่ง และยากที่จะเอ่ยทักทายธิชา แค่หันหลังรีบตามไป ตามหลังดนัยกฤตขึ้นไปข้างบน
แต่ก่อนที่ชายสองคนจะก้าวเข้าห้องหนังสือ
ร่างเล็กบางและงดงามของธิชาก็ปราดเข้ามาจากด้านหลังกะทันหัน
เธอยังสวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อน เป็นสีที่ทำให้เธอดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์อย่างมาก
แต่เธอร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ดวงตาที่แต่งไว้เลอะเทอะจากการรร้องไห้ไปแล้ว
เครื่องสำอางบนใบหน้าแต่ละจุดก็ดูไม่ได้เลย
เมื่อมองต่ำลง……เธอถึงขนาดเท้าเปล่า
ไม่รู้ว่าเพราะรองเท้าส้นสูงมันไม่ดีที่จะใส่เดินในบ้าน หรือด้วยเหตุผลอื่น ธิชาถึงได้วิ่งเท้าเปล่าขึ้นมาชั้นบน
เธอยืนอยู่ตรงหน้าชายทั้งสอง ทันใดนั้นก็ใช้น้ำเสียงทั้งต่ำทั้งบางพูดขึ้น “ชนัดพล รบกวนคุณออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะพูดกับเขา”
ชนัดพลสีหน้าลำบากใจ เขามีธุระสำคัญที่ต้องคุยกับพี่ดนัย ไม่อย่างนั้นคงไม่มาที่นี่กลางดึก และอยู่รอในห้องนั่งเล่นเป็นเวลานาน
ชนัดพลมองธิชาที่สภาพดูไม่ได้ ก็ไม่อยากขัดใจเธอ เขาอดกลั้นอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะมองดนัยกฤตอย่างลำบากใจ “พี่ดนัย คุณธิชาเธอ……เอ่อ หรือจะให้ผมกลับก่อน”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ดนัยกฤตกลับสั่งด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ธิชา คุณกลับห้องไปก่อน ผมเสร็จงานแล้วจะไปหาคุณ”
หัวใจของธิชาเย็นลงอีกครั้งและอีกครั้ง
ชั่วขณะหนึ่งที่เธอจะขาดใจตายเสียให้ได้
ดนัยกฤตปากก็พูดว่าไม่ได้บังคับเธอ
แต่ที่จริงแล้ว เธอรู้อย่างชัดเจนว่าไม่สามารถล้มเลิกความคิดนี้ได้
ดนัยกฤตมีร้อยวิธีที่จะส่งเธอขึ้นเตียงพสิษฐ์
ในเวลานี้ การร้องไห้โวยวายที่จริงแล้วมันแสนจะไร้ประโยชน์
ไม่ว่าผู้หญิงจะออดอ้อนหรืองอแง จะมีผลก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ผู้ชายเต็มใจจะกินเท่านั้น
ตอนนี้เวลานี้ ดนัยกฤตแสดงออกชัดว่าไม่กิน
เช่นเดียวกับเรื่องปุณิกา……
ดนัยกฤตแทบไม่มีความลังเลที่จะทิ้งปุณิกาทันที
ไม่ว่าปุณิกาจะร้องไห้อย่างไรโวยวายอย่างไร เรื่องราวก็ไม่มีช่องว่างให้เปลี่ยนแปลง
แม้ว่าความจริงแล้วปุณิกาไม่ได้ทำร้ายเธอแต่อย่างใด
มันก็ไม่สำคัญสำหรับชายหนุ่ม
ทันทีที่ปุณิกาวอแวพัวพัน สุดท้ายก็ได้สิ่งแลกเปลี่ยนไปเพียงการตบหน้า
ธิชาในเวลานี้ จู่ๆ ก็เข้าใจการกระทำที่ไร้ประโยชน์ของปุณิกาในเวลานั้น
คลื่นลมหมุนเวียนสับเปลี่ยน ใช้เวลาแค่ไม่นานเลย
ถึงคราวที่เธอต้องทุกข์ทรมานบ้างแล้วเหรอ
ธิชาวิ่งเข้าไปด้วยเท้าเปล่า โอบเอวดนัยกฤตอย่างไม่มีเหตุผล
“ท่านดนัย ฉันรอไม่ได้แล้ว ฉันมีถ้อยคำจะตอบคุณตอนนี้ ส่วนเรื่องงาน พวกคุณค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้ได้ไหม”
ธิชาทั้งออดอ้อนทั้งดื้อรั้น
ดนัยกฤตสีหน้าไม่ค่อยดี ขมวดคิ้วแน่น แต่ในที่สุดก็โบกมือให้ชนัดพลถอยไปก่อน
ชนัดพลไม่กล้าอยู่ต่อ ได้รับคำสั่งจึงรีบลงไปชั้นล่าง
ธิชายังตาแดงเล็กน้อย แต่ไม่ร้องไห้แล้ว
เธอเห็นชนัดพลไปแล้ว ทันใดนั้นก็เขย่งปลายเท้า สองแขนอ่อนนุ่มก่ายขึ้นไปบนลำคอของชายหนึ่ง
จากนั้นจึงยืมแรงกระโดดขึ้นฉับพลัน ห้อยอยู่ที่ลำคอของเขาทั้งตัว สองขาพันรอบเอวของเขา
แม้ธิชาร่างเล็กบาง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นน้ำหนักของคนที่โตแล้ว
ดนัยกฤตกลัวเธอจะตก จึงยื่นมือไปรองใต้ก้นเธออย่างไม่เต็มใจ
เขาขมวดคิ้ว พูดเสียงแข็งเล็กน้อย “บอกให้คุณใจเย็นก่อนแล้วค่อยคุยกับผมไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณไม่เชื่อฟังเลย”
สองเขาของธิชาโอบรอบคอของเขาแน่น ขาทั้งสองข้างก็ยิ่งกอดแน่นเช่นกัน
น้ำเสียงเธออ่อนนุ่ม เจือร่องรอยแห่งความคับข้องใจ พูดชิดใบหูเขา “ท่านดนัย คุณอุ้มฉันกลับไปห้องก่อน……แล้วเราค่อยคุยกันนะ”
แม้ดนัยกฤตจะค่อนข้างรำคาญ แต่ในใจก็ยังเอ็นดูเธอ ตามใจเธอ อุ้มเธอกลับไปที่ห้อง
เพิ่งเดินเข้าห้อง ดนัยกฤตก็ทิ้งเธอลงบนเตียง
ตัวธิชาเพิ่งตกลงบนเตียง ก็เด้งตัวขึ้นจับเขา แล้วดึงชายหนุ่มลงเตียงทันที
ธิชาคว้าคอชายหนุ่ม มือและเท้าคร่อมระหว่างเป้าของเขา
สองมือดึงรั้งยุ่งเหยิงเป็นพัลวัน แต่ไม่สามารถฉีกชุดเดรสที่ดีไซน์ยุ่งยากออกได้
เธอจึงแค่ถอดกางเกงในของตัวเองออก จากนั้นก็ดึงเข็มขัดและรูดซิปของเขาออกอย่างรวดเร็ว……
ธิชาแค่ใช้มือกระตุ้นเบาๆ เขาก็มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาแล้ว
เธอแทบไม่มีการเตรียมตัวเลย ยกก้นขึ้นเล็กน้อยแล้วนั่งลง
“ท่านดนัย อย่าเอาฉันส่งให้คนอื่นได้ไหม……”