รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 207 ผมไล่ปุณิกาไปแล้ว คุณพอใจหรือยัง
ฝ่ามือที่หยาบกระด้างเล็กน้อยของชายหนุ่มวางอยู่บนหลังของธิชา แล้วใช้แรงตบเพื่อปลอบโยน
ธิชาโกหกไม่เก่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจิ้งจอกจิ้งจอกร้ายอย่างดนัยกฤต
เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นจะทำให้เขาสงสัยหรือเปล่า และสิ่งที่เธอกำลังเดิมพันอยู่ ก็คือความห่วงใยที่ดนัยกฤตมีต่อเธอมีมากน้อยแค่ไหน
เธอไม่พูดอะไรอีก จึงได้แต่นั่งรอคำตอบของชายหนุ่มเงียบๆ
ดนัยกฤตค่อยๆ ลูบหลังเธออย่างปลอบโยนช้าๆ และหลังจากนั้นสักพัก เขาก็พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ใจเย็นก่อน”
ท่าทีของชายหนุ่มทำให้ธิชาไม่แน่ใจอยู่สักพัก
เธอนิ่งเงียบ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก แล้วพูดเสียงเบาว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะปุณิกาทำเกินไป ฉันก็ไม่อยากทะเลาะกับเธอรุนแรงแบบนี้… ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้ สำหรับคุณแล้ว นายกท่านอวัชกับปุณิกายังมีความสำคัญมาก …”
พอได้ยินแบบนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นยิ่งขึ้น “คุณได้ยินอะไรมาอีกใช่ไหม?”
น้ำเสียงของธิชาต่ำลงเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความหนักอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
ดนัยกฤตกับเธออยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเธอหดหู่ท้อแท้แบบนี้มาก่อน
เหมือนถูกโจมตีอย่างแรง และแก้ไขอะไรไม่ได้เลย
เขาลูบหลังปลอบใจเธอ และพูดปลอบอย่างอ่อนโยน “ต่อหน้าผมคุณไม่จำเป็นต้องปิดบัง อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาได้ ผมไม่โทษคุณเลย”
ธิชาถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ “ปุณิกาบอกฉันว่า คุณกับท่านอวัชมีความร่วมมือกัน เดือนหน้าคุณมีกาสิโนขนาดใหญ่ที่จะเปิดกิจการ และคุณต้องขอให้ท่านอวัชดำเนินเรื่องให้ ปุณิกาบอกว่า ถึงแม้ฉันกับเธอจะมีปัญหาจนแตกหักกัน คุณก็จะปกป้องเธอ ไม่ใช่ปกป้องฉัน”
ดนัยกฤตบีบคางของเธอด้วยรอยยิ้มแข็งเกร็ง “ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไรคุณก็เชื่อไปหมด นอกจากคำพูดของผมที่คุณไม่เชื่อ ใช่ไหม”
ธิชาใช้แรงแขนผลักเขาเบาๆ จากนั้นเธอก็หันหน้าหนี และสีหน้าบูดบึ้ง ไม่ยอมพูดอะไรอีก
ดนัยกฤตรู้สึกว่าสีหน้าบูดบึ้งของเธอก็ดูน่ารักมากเช่นกัน
เขาจูงมือของธิชาเดินไปที่ห้องอาหาร
อุตส่าห์เกลี้ยกล่อมให้เธอกินข้าวเย็นได้ตามเดิม
เพราะธิชาอารมณ์ไม่ดี ตอนกินข้าวก็เคี้ยวอาหารอย่างแรง
แม่บ้านที่ยืนรออยู่ด้านข้าง ดูประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย
บางทีอาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอร่วมมือกับคนอื่นเพื่อหลอกลวงท่านดนัย…
ธิชาอาจจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง เพราะยังไงท่านดนัยก็ไม่ตำหนิเธอในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้
แต่ป้าส้มเป็นแค่คนรับใช้ พอเห็นว่าท่านดนัยดูไม่โกรธอะไรแล้ว เธอจึงอดที่จะเดาว่ามีตรงไหนเกิดความผิดพลาด และหลอกเขาไม่ได้
ป้าส้มพยายามหาโอกาสที่จะถามธิชาเพื่อถามให้แน่ใจอยู่หลายครั้ง แต่หาเวลาเหมาะสมที่จะถามไม่ได้
หลังจากยืดเยื้อเวลาออกไป จนยืดเวลามาถึงหลังกินอาหารเย็นเสร็จ
ดนัยกฤตไปทำงานในห้องทำงาน
ธิชารู้ว่าป้าส้มเก็บคำถามของเธออยากจะถามออกมานานแล้ว ดังนั้นเธอจึงเดินผ่านเธอไปอย่างสบายอารมณ์ และพูดว่า “ยาของฉันต้มเสร็จแล้วใช่ไหม ตอนยกขึ้นมาอย่าลืมเอาผลไม้ที่หวานขึ้นมาด้วยนะคะ”
ยาบำรุงของธิชาเธอต้องกินวันละสองครั้ง ครั้งแรกเป็นตอนเที่ยง และอีกครั้งในตอนกลางคืนก่อนเข้านอน
พอเธอพูดแบบนี้ ป้าส้มก็นำยาสมุนไพรขึ้นมาให้ก่อนเวลา
ทันทีที่ปิดประตู ป้าส้มก็เอ่ยถามอย่างประหม่า “คุณธิชาคะ ท่านดนัยได้พูดอะไรไหมคะ”
ธิชาขยับนิ้วมือของตัวเองเล่น “ไม่ได้พูดอะไรค่ะ แค่บอกว่าลำบากฉันแล้ว อะไรประมาณนั้น”
ป้าส้มมีอาการปวดหัวเล็กน้อย “คุณคิดว่า ท่านดนัยจะไม่เชื่อไหมคะ เพราะว่า เพราะว่าคุณปุณิกาเธอ…”
เดิมทีป้าส้มกำลังจะพูดว่าปุณิกาไม่ได้ทำอะไร ถ้าทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ทางฝั่งปุณิกาอาจมีข้ออ้างที่เราไม่สามารถโต้แย้งได้
ธิชาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เพราะว่าปุณิกาไม่ได้ตบฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ หรือว่าท่าทางที่เอาแต่ใจตัวเองและโง่เขลาของปุณิกา ดูไม่เหมือนว่าจะทำร้ายฉันได้?”
ป้าส้มกลัวจะทำให้เธอไม่พอใจ จึงรีบโบกมือปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า “ไม่ใช่ค่ะ ท่าทางของปุณิกา จะใส่ร้ายเธอว่าเธอทำจริงๆ ก็ไม่แปลกใจเลย”
ธิชาถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ขอบโต๊ะเครื่องแป้งกะทันหัน ก่อนจะเปิดลิ้นชัก แล้วหยิบกล่องเครื่องประดับหนังสีแดงออกมา พร้อมกับซองจดหมายสีแดงฉบับหนึ่ง แล้วนำสองสิ่งนี้ วางไว้ในมือของแม่บ้าน
“ป้าส้ม ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม แต่คุณก็พยายามช่วยฉันอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนผลลัพธ์ที่จะเกิดหลังจากนี้ ก็อยู่ที่ความสามารถของฉันเองแล้ว คุณไม่ต้องกังวลมากเกินไป คุณช่วยงานฉัน ฉันก็ต้องปกป้องคุณเป็นธรรมดา ไม่มีทางโยนความผิดไปให้คุณแน่นอน ตอนนี้คุณลงไปก่อนเถอะ คุณดนัยกฤตจะได้ไม่สงสัย”
แม่บ้านถือรางวัลของเธอ แล้วลังเลอยู่สักพัก
เดิมทีเธอไม่กล้ารับ แต่เธอรู้สึกว่าถ้าเธอไม่ยอมรับ ธิชาคงจะคิดว่าตนเองไม่ยอมเป็นคนของเธอ
ป้าส้มจึงรับมา แล้วเดินออกไปอย่างซาบซึ้งใจ
……
ธิชาดื่มยาจีนสมุนไพรจนหมด ปากของเธอยังรู้สึกขมจนทนไม่ได้ ยาสมุนไพรนี้มีรสขมและขมมากด้วย หากเธอไม่ดื่มน้ำหรือกินของรสหวานตาม รสขมคงติดอยู่ในปากของเธอไม่หายไป
อารมณ์ของเธอหนักอึ้งมาก
ถ้าหากเธอทำถึงขนาดนี้แล้ว ดนัยกฤตยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง นั่นก็หมายความว่า…
คำพูดที่ดนัยกฤตพูดเอาใจเธอ ก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง
เธอก็เหมือนกับปุณิกาเป็นแค่ของเล่นบนเตียงของผู้ชาย
ถ้าต้องบอกถึงความแตกต่าง คงเป็นเพราะเธอได้รับเลือกจากดนัยกฤตเอง แต่ปุณิกานั้นเพราะผลประโยชน์บางอย่าง ทำให้เขาจำเป็นต้องเลือก
ความแตกต่างนี้ ทำให้ดนัยกฤตชอบเธอมากกว่า
แต่นอกเหนือไปจากนั้น ปุณิกามีคุณค่ามากกว่า อย่างที่ปุณิกาเคยพูดไว้
ตราบใดที่ท่านอวัช พ่อบุญธรรมของปุณิกายังอยู่ในตำแหน่ง ดนัยกฤตก็จะไม่ทำอะไรเธอ
ยิ่งไม่ทำอะไรเธอเพราะผู้หญิงคนหนึ่งแน่นอน
ธิลาทนความขมในปากของเธอไม่ไหว ดังนั้นเธอจึงดื่มน้ำเข้าไปสองอึกใหญ่ แล้วแกะส้มออกมากิน
ในตอนที่เคี้ยว แก้มซ้ายของเธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เดิมทีป้าส้มก็ทำงานหนักมาตลอด แรงมือของเธอจึงหนักเป็นธรรมดา
ส้มลูกนี้เปรี้ยวมาก ไม่หวานเลยสักนิด ธิชาไม่รู้ว่าเธอโกรธใคร ขอบตาของเธอจึงเริ่มน้ำตาคลอ
ถึงแม้จะเปรี้ยวแค่ไหน เธอก็ทนได้
แต่สิ่งที่เธอทนไม่ได้ก็คือ ผู้ชายของเธอไม่ทำอะไรเลย แล้วยังยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมารังแกเธอ
ธิชาไม่มั่นใจเลยสักนิด แต่เธอก็ยังอยากเดิมพัน
ถ้าแม้แต่ปุณิกาเธอยังสู้ไม่ได้ ดูท่าเวลาที่ได้อยู่เคียงข้างดนัยกฤต คงจะไม่นานแล้ว
…………
ดนัยกฤตออกจากห้องทำงานตอนประมาณสี่ทุ่ม และเดินเข้าไปในห้องของธิชา
ธิชานอนหันข้างอยู่บนเตียง โคมไฟข้างเตียงยังเปิดสว่างเล็กน้อย แก้มข้างที่โดนตบบวมอย่างเห็นได้ชัดเจน
เขาดึงผ้าห่มออก แล้วพยุงร่างของเธอขึ้นมา แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “ยังเจ็บอยู่ไหม ให้ทายาลดบวมหรือเปล่า?”
ธิชาหน้าบูดบึ้ง และนิ่งเงียบอยู่สักพัก
ครึ่งนาทีต่อมา เธอก็เอื้อมมือออกจากผ้าห่ม แล้วผลักเขาออกไปสุดแรง ดึงร่างของเธอออกห่างเล็กน้อย
ดวงตาของเธอซึมเศร้า “เจ็บแค่ไหนฉันก็ต้องทนค่ะ ในอนาคตความเจ็บแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทนกับความเจ็บปวดแบบนี้อีกกี่ครั้ง จะให้ไม่ต้องทน เว้นแต่ท่านดนัยจะยอมปล่อยฉันไป”
ใบหน้าของชายหนุ่มบึ้งตึงทันที “ทำไมคุณถึงเริ่มโกรธผมอีกแล้วล่ะ ผมไล่ปุณิกาไปแล้ว และสองวันนี้ผมจะหาเวลาไปคุยกับท่านอวัชเรื่องนี้ จากนี้ไปคุณจะไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้อีก คุณพอใจหรือยัง? ”