รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 204 เปิดประตู ผมจะไม่ตามใจให้กับนิสัยเสียของคุณอีกแล้ว
- Home
- รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า
- บทที่ 204 เปิดประตู ผมจะไม่ตามใจให้กับนิสัยเสียของคุณอีกแล้ว
ปุณิกาเองก็คงเหนื่อยกับการแสดงแล้ว เธอไม่ใช่นักแสดง ทักษะของเธอก็ยังตื้นเขิน
หลายวันมานี้เธอต้องทำตัวอ่อนน้อมต่อหน้าธิชา สำหรับเธอแล้วมันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก
ตอนนี้ทะเลาะกันรุนแรงขนาดนี้ ก็ถือว่าแตกหักกันแล้ว
เธอมีความมั่นใจ เป็นธรรมดาที่จะไม่กลัวธิชา
ถึงแม้ธิชาจะฟ้องดนัยกฤตเรื่องนี้ เขาคงคิดว่าทั้งสองคนทะเลาะกันเพราะความหึงหวง ไม่มีทางแยกแยะออกว่าใครถูกใครผิด ส่วนใหญ่ดนัยกฤตถือว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย และเรื่องไร้สาระแบบนี้ ไม่มีทางจะโทษเธออย่างแน่นอน
……
ปุณิกาเดินลงไปข้างล่างด้วยท่าทีกราดเกรี้ยว และป้าส้มก็มองออกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในทันที
ป้าส้มนึกระวัง ด้านหนึ่ง เธอกังวลว่าคุณธิชาจะถูกผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเองอย่างปุณิกากลั่นแกล้ง ส่วนอีกด้านก็กังวลใจทั้งสองจะทะเลาะกันรุนแรง จนก่อให้เกิดปัญหามากมาย
ป้าส้มเดินเข้าไปหา “คุณปุณิกาเป็นอะไรไปคะ ทำไมวันนี้กลับเร็วแบบนี้”
ปุณิกาใบหน้าเย็นชา เธอพูดอย่างโมโหว่า “ฉันกลับก่อนล่ะ ป้าช่วยบอกเจ้านายของป้าด้วย ว่าพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่ ขอแค่ฉันว่าง ฉันก็จะมาทุกวัน ไม่ว่าจะฝนจะตกหรือแดดจะออก”
ป้าส้มไม่สามารถเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ แต่เธอฟังออกว่าคุณทั้งสองต้องทะเลาะกันแน่นอน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ผู้หญิงสองคน มาอยู่ด้วยกันทุกวัน ความปรองดองที่เห็นก็แค่การเสแสร้งทำขึ้นมาถึงแม้วันนี้จะไม่ทะเลาะจนแตกหักกัน ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องแตกหักกัน
ในใจเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เธอไปที่ห้องครัวเพื่อนำรังนกที่อุ่นไว้ออกมาหนึ่งถ้วย แล้วขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับเคาะประตูห้อง
ภายในห้องเงียบสนิท ไม่มีการตอบกลับอยู่นาน
แม่บ้านเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง แล้วเห็นธิชานั่งกอดเข่าอยู่ข้างหน้าต่าง ใบหน้าของเธอซีดเซียว
แม่บ้านเดินเข้าไปหา ก่อนจะยื่นรังนกให้ แล้วเปิดฝาให้กลิ่นหอมโชยออกมา
“คุณธิชาคะ ง่วงแล้วใช่ไหมคะ ดื่มรังนกก่อนแล้วค่อยนอนพักนะคะ มันช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น”
ธิชาหยิบถ้วยเซรามิกใบเล็กๆ ขึ้นมา เพิ่งจิบไปได้นิดเดียว
ก็ได้ยินแม่บ้านถามอย่างระมัดระวัง “ตอนที่คุณปุณิกาเดินลงไป ท่าทางเหมือนจะโมโหมาก คุณกับเธอ…”
มือของธิชาหยุดชะงักไป ก่อนจะพูดอย่างเย็นชาว่า “ฉันทนกับปุณิกาคนนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันใจแคบขี้อิจฉา แต่เธอโง่และปัญญาอ่อนเกินไป เอาแต่ทำให้ฉันอารมณ์เสีย”
“คือว่า… เมื่อตะกี้เธอยังพูดอีกด้วยค่ะ ว่า… ขอแค่เธอมีเวลาว่าง เธอก็จะมาหาคุณธิชาทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกค่ะ”
ธิชาสูดหายใจเข้าลึก แต่เธอไม่สามารถกลั้นอารมณ์ไว้ได้อีก เธอยกถ้วยใส่รังนกที่เธอถืออยู่ขึ้น แล้วโยนลงกับพื้นอย่างแรง
แม่บ้านสะดุ้งตกใจ เพราะคิดว่าเธอทำให้เจ้านายสาวไม่พอใจเสียแล้ว จึงอดที่จะกลัวจนตัวสั่นไม่ได้
ธิชาพูดอย่างใจเย็น “ป้าส้ม ฉันไม่ได้อารมณ์เสียใส่คุณนะคะ คุณกับฉันอยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้ว คุณน่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่อาละวาดอย่างไม่มีเหตุผล แต่ปุณิกา”
แม่บ้านถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะถามด้วยเสียงเบา “คุณปุณิกา… เธอทำอะไรคะ หรือเธอพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติกับคุณ?”
ธิชายิ้มเยาะเย้ยในใจ
มันไม่ใช่แค่ไม่ให้เกียรติน่ะสิ
ปุณิกาถึงกับพูดออกมาแล้ว ภายในสามเดือน จะไล่เธอออกจากที่นี่เลยนะ
ถ้าเธอยังฝืนทนไม่พูดอะไร สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงนั่งรอถูกไล่ออกไป
ธิชาเงยหน้าขึ้นมา แล้วมองหน้าแม่บ้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
แม่บ้านถูกเธอมองจนทำตัวไม่ถูก
“ป้าส้ม คุณเป็นคนของฉัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะอยู่ข้างฉัน ใช่ไหมคะ”
แม่บ้านพยักหน้า “แน่นอนค่ะ”
“คุณจะฟังฉันทุกอย่างใช่ไหม”
แม่บ้านยังคงพยักหน้าตามเดิม
ธิชาเอ่ยสั่งอย่างใจเย็น “ตบฉันทีค่ะ”
แม่บ้านเบิกตาโต “อะไรนะคะ จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันคะ…”
ธิชาเอ่ยพูด “ถ้าคุณยืนอยู่ข้างฉันจริงๆ และไม่อยากให้ฉันถูกรังแกอยู่ตลอด ก็ทำตามที่ฉันบอกค่ะ”
ป้าส้มเป็นคนฉลาด จึงสามารถเดาได้อย่างรวดเร็วว่าธิชาต้องการจะทำอะไร
แต่เธอก็ยังลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยกมือขึ้นมา
ธิชาเรียกเธอไว้ก่อน “ป้าส้ม ถ้าคุณสงสารฉัน ก็ใช้แรงตบหน่อย ถ้าไม่เห็นรอยตบ มันก็จะเปล่าประโยชน์”
…………
ตอนที่ดนัยกฤตกลับมาในช่วงเย็น ก็เป็นเวลาอาหารเย็นเหมือนทุกวัน
ป้าส้มยืนต้อนรับอยู่ตรงทางเข้า แต่สีหน้าของเธอดูแย่มาก
ชายหนุ่มสังเกตเห็นความผิดปกติขึ้นมาทันที จึงถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เกิดอะไรขึ้น”
ป้าส้มถอนหายใจ ในแววตาเหมือนจะกังวลมาก “คุณธิชา คุณธิชาเธอ…”
พอได้ยินแบบนี้ ชายหนุ่มก็เร่งฝีเท้าเดินทันที และในขณะที่เขาเดินขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับตำหนิไปด้วยว่า “ไม่ต้องชักช้า เกิดอะไรขึ้นกับธิชากันแน่”
“หลังจากคุณปุณิกาจากไปเมื่อบ่ายวันนี้ คุณธิชาก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง นี่ก็หลายชั่วโมงแล้ว ไม่ว่าดิฉันจะเคาะประตูเรียกยังไงเธอก็ไม่ตอบกลับมา แต่ดิฉันได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาค่ะ…”
ดนัยกฤตหรี่ตาลง “ปุณิกาทะเลาะกับเธอเหรอ?”
ป้าส้มเอ่ยตอบ “ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น คุณธิชาเป็นคนจิตใจอ่อนโยน ที่จริงแล้วเธอไม่ชอบให้คุณปุณิกามารบกวนเธอบ่อยๆ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร ทุกครั้งที่คุณปุณิกาจากไป เธอดูไม่มีความสุขเลย ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น…”
ดนัยกฤตสีหน้าเคร่งเครียด ยื่นมือไปบิดกลอนประตู แล้วเคาะประตูอย่างร้อนใจ
“ธิชา คุณเป็นอะไรไป รีบเปิดประตูก่อน ฟังที่พูดนะ”
เขาเคาะไปสักพัก แต่ทั้งห้องก็ยังเงียบสนิท
เขาเองก็คงจะร้อนใจ จึงสั่งให้ป้าส้มไปเอากุญแจสำรอง
ป้าส้มพูดอย่างรู้สึกผิด “ดิฉันลองหาดูแล้วค่ะ คุณธิชาไม่เคยล็อกประตูมาก่อน ดิฉันกังวลใจ ดิฉันก็เลยไปลองหาดู แต่ก็หาไม่เจอค่ะ…”
สีหน้าของดนัยกฤตบึ้งตึงมาก เขารีบเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเข้มงวดและไม่ยอมให้ใครขัดใจ “ธิชา เปิดประตู ผมจะไม่ตามใจให้กับนิสัยเสียของคุณอีกแล้ว!”