รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 202 รู้ไหมคะว่าท่านดนัยชดเชยฉันยังไง
เธอยังจำได้ว่ามันเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัดสำหรับฤดูกาลนี้ ตอนนั้นเพียงวรินทร์ถืออยู่ในมือ ปุณิกาสั่งให้ผู้จัดการร้านเอารุ่นที่มีจำนวนจำกัดออกมาให้เธอลองใส่ ผู้จัดการลำบากใจแล้วรีบอธิบายว่ารุ่นที่มีจำนวนจำกัดมีเหลือแค่เส้นเดียว ต้องรอให้เพียงวรินทร์ลองเสร็จก่อนถึงจะได้
พอได้ยินแบบนี้ เพียงวรินทร์ก็สวมสร้อยคอไข่มุกสีชมพูลงที่ลำคอของธิชา
รุ่นนี้ดูพิเศษจริงๆ ไข่มุกสีชมพูและสีขาวดูคู่ควรกับผู้หญิงมากๆ และดีไซน์ก็มีเอกลักษณ์ เป็นเครื่องประดับที่จะสร้างความประทับใจได้ทันทีที่ได้เห็น
เพียงแต่ว่าธิชาไม่ได้ใส่ใจกับของพวกนี้ หลังจากวันที่เธอสวมมันกลับมา เธอก็เก็บสร้อยคอเส้นนั้น แล้วลืมมันไปไม่เคยสวมมันอีกเลย
พอปุณิกาเห็นว่าเธอไม่ตอบ แววตาของปุณิกาก็เปล่งประกายด้วยความเย่อหยิ่งอย่างไม่สามารถปกปิดได้ “พี่ธิชาจำได้ไหมคะ ตอนนั้นพนักงานขายในร้านบอก ว่ามันเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัดที่มีเพียงเส้นเดียว”
ธิชาขมวดคิ้ว แต่ก็ยังพูดอย่างเฉยเมย “อ๋อ ถ้าคุณไม่บอกฉันคงลืมมันไปนานแล้ว ก็แค่สร้อยคอเส้นเดียว ถ้าฉันรู้ว่าคุณชอบมันมากขนาดนี้ ฉันจะยอมปล่อยให้ คุณจะได้ไม่ต้องลำบาก และถึงขนาดไปสั่งทำสร้อยคอจำลองแบบเดียวกันออกมาแบบนี้”
ปุณิกาได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยการเสียดแทงของเธอ แต่กลับไม่ได้รู้สึกโมโหเลย
นิ้วเรียวบางของเธอยังคงลูบไล้ไข่มุกสีชมพูซ้ำๆ ราวกับว่าเธอชอบมันมาก มากจนถึงขั้นวางไม่ลง
เธอยิ้มบาง “ฉันจะทำใจให้พี่ยามปล่อยให้ได้ยังไงล่ะคะ ผู้หญิงทุกคนต่างก็ชอบเครื่องประดับที่สวยงาม ที่สำคัญ… ถ้าจะพูดจริงๆ ต้องขอบคุณพี่ธิชาด้วยซ้ำ ถ้าพี่ไม่ได้แย่งของที่ฉันรักไป คงไม่ทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกของท่านดนัยที่มีต่อฉัน”
ก่อนที่ธิชาจะเอ่ยตอบ เธอก็ยิ้มจนปากแทบจะฉีก
“เธอคงจะคิดใช่ไหม… ว่าวันนั้นเธอทำให้ฉันขายหน้า แล้วฉันจะไปฟ้องท่านดนัยลับหลัง ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ฟ้องอะไรเลย แต่พอเขารู้ว่าฉันโดนกลั่นแกล้ง เขาก็รีบติดต่อไปที่แหล่งผลิตของจิวเวลรี่สั่งทำให้ฉันใหม่อีกเส้น ไม่ถึงสองวันของก็ส่งมาถึง แล้วเขาก็ใส่ให้ฉันเองด้วย”
ธิชาไม่รู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายจริงหรือเท็จแค่ไหน แต่ใบหน้าของเธอก็แข็งทื่อไปแล้ว
ปุณิกาพูดยิ้มๆ “ท่านดนัยปลอบโยนฉัน และพูดเอาใจฉัน บอกฉันว่าอย่าถือสาเธอ ที่จริงแล้วท่านดนัยไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เขาไม่ได้ชอบเธอร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาชอบที่สุดคือผู้หญิงที่เชื่อฟัง ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่เชื่อฟังและน่ารัก แต่เพื่อเขาแล้ว ฉันเต็มใจที่จะแกล้งทำเป็นแบบนั้น และในใจฉันก็รู้ดี ไม่ว่าเธอจะแย่งอะไรจากฉันไป ท่านดนัยก็จะชดเชยให้ฉันมากกว่า”
ธิชาเม้มปาก และนิ่งเงียบไปสักพัก
หลังจากผ่านไปสักพัก เธอก็ยิ้มออกมา และถามกลับอย่างช้า ๆ “ท่านดนัยเอ็นดูคุณมากแค่ไหน คุณน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ คุณมีความสุขและพอใจก็คิดไป แต่คุณเอามาพูดกับฉันแบบนี้ คุณไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ?”
ปุณิกาเล่นโทรศัพท์มือถือของเธอสักพัก ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเหยียดหยาม “ฉันพูดแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อทำให้พี่ไม่พอใจ ฉันแค่ไม่ชอบพูดโกหกเท่านั้นเอง พี่ธิชา หลายปีที่ผ่านมา ผู้หญิงทุกคนรอบตัวของท่านดนัย รวมถึงผู้หญิงที่ตอนนี้ก็ยังไม่จากไป ฉันทำความเข้าใจมาจนหมดแล้ว ดูไปแล้วเหมือนพี่จะเป็นที่โปรดปรานที่สุด แต่ที่จริงแล้ว พี่ไร้ประโยชน์ที่สุด พี่ไม่มีความสามารถอะไร ไม่สามารถช่วยเหลือท่านดนัยได้นิสัยก็ไม่น่ารัก คนแบบพี่ ต่อให้มาอีกกี่สิบคน ฉันก็ไม่เอามาใส่ใจหรอก”
บนใบหน้าที่มีเสน่ห์มีรอยยิ้มที่ดูจอมปลอมปรากฏขึ้นมา “แต่ฉันจะยังจะญาติดีกับพี่ ตราบใดที่ท่านดนัยยังตามใจพี่ ฉันก็จะเกรงใจพี่ ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น เพียงเพื่อที่จะให้ท่านดนัยสบายใจ ฉันจะทำให้เขามีความสุข และไม่สร้างความรำคาญใจให้เขา”
ธิชาเอ่ยพูดเสียงเรียบนิ่ง “ทักษะการแสดงของคุณปุณิกา ถ้าไม่ได้เป็นผู้หญิงของข้าราชการระดับสูงคงเสียดายจริงๆ”
“เธอคิดว่าการได้เป็นผู้หญิงของท่านดนัยมันง่ายเหมือนเป็นเมียน้อยของพวกข้าราชการระดับสูงพวกนั้นหรือไงกัน เธอคิดง่ายเกินไปแล้ว ข้างกายของท่านดนัยไม่มีทางที่จะเก็บผู้หญิงไร้ค่าไว้ ธิชา ที่จริงแล้วฉันไม่ได้รังเกียจอะไรเธอมากมาย สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันอิจฉา ก็คือเธอได้มาอาศัยอยู่ในบ้านที่ท่านดนัยพักอยู่ ฉันยอมรับว่าอิจฉาเธอมาก แต่ว่า… ภายในสามเดือน เธอจะต้องย้ายออกไปจากที่นี่อย่างแน่นอน”
ธิชารู้สึกผิดหวังในใจ
เธอรู้ว่าปุณิกาคงไม่สามารถเสแสร้งแกล้งทำดีได้นาน และในที่สุดเธอก็เปิดเผยความทะเยอทะยานของเธอออกมา
แบบนี้ก็ดี เธอจะได้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสองชั่วโมงต่อวันมาจัดการกับผู้หญิงคนนี้
ธิชาเกือบจะกลั้นความโกรธที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าของเธอไม่ได้ “การที่ผู้หญิงเรามีความมั่นใจในตัวเองก็เป็นเรื่องดี ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอให้คุณสมปรารถนา ได้เหมือนฉัน … ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในที่ที่ท่านดนัยกำลังอยู่เร็วๆ นะ”
แผนเดิมที่ปุณิกาวางไว้คือการทำลายศัตรูลงช้าๆ โดยเริ่มจากการตีสนิทศัตรูก่อน แล้วค่อยๆ ทรมานความรู้สึกของธิชาทีละน้อย
ธิชานิสัยแย่ขนาดนี้ แม้แต่ท่านดนัยยังต้องยอมตามใจเธอ ตนเองจึงต้องค่อยๆ ยั่วโมโหเธอ ทำให้เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเธอได้ แล้วสร้างปัญหาขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
ถึงตอนนั้นเธออาจไม่ต้องอะไรมากนัก ผู้หญิงที่เอาแต่หึงหวงและอาละวาด เธอไม่ต้องทำอะไร ท่านดนัยก็ไม่มีทางเก็บผู้หญิงแบบนี้ไว้ใกล้ตัวแน่นอน
แต่ในเวลานี้ธิชาปกปิดอารมณ์ของเธอไว้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ปุณิกาไม่รู้สึกถึงความยินดีที่ทำสำเร็จเลย
เธอเตรียมจะใช้ไม้ตาย จึงแสร้งทำเป็นกระซิบข้างหูธิชาด้วยท่าทีลึกลับ “ช่วงนี้เธอเอาแต่รบกวนท่านดนัย เวลาที่อยู่บนเตียง… เธอรู้ไหมว่าท่านดนัยชดเชยให้ฉันยังไง”