รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 182 คนไปถึงก่อนเสนอคงหน้าฟ้องทันที เขาค่อยจัดการตนเองทีหลัง
- Home
- รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า
- บทที่ 182 คนไปถึงก่อนเสนอคงหน้าฟ้องทันที เขาค่อยจัดการตนเองทีหลัง
ปุณิกาได้ยินแล้ว โกรธจนหน้าดำหน้าแดงทันที
เธอโกรธจนสิ้นสติถึงขั้นชี้หน้าธิชาทันที “แกพูดว่าอะไรนะ กล้าก็พูดซ้ำอีกรอบสิ ทุกคนต่างรู้ดีว่าฉันเป็นลูกสาวบุญธรรมของพ่อบุญธรรม มีความสัมพันธ์กันเป็นพ่อลูกอย่างขาวสะอาด ธิชาแก … แกคิดว่าคนอื่นเขาเป็นเหมือนแกหรือยังไง ที่ตัวเองถูกพี่ชายต่างมารดาจับขังไว้ในบ้านแล้วกลายเป็นของเล่นให้สาสมใจงั้นเหรอ?”
ทว่าธิชาแขวะเธอกลับ เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายต้องใช้ธาวินมาตอกกลับเธอแน่
ทว่าเธอกลับยิ้มให้เล็กน้อย “คุณปุณิกาคงขาดจรรยาบรรณทางครอบครัวและสามัญสำนึกอยู่บ้าง คุณครูมัธยมปลายเขาไม่สอนมาเหรอ? คุณรู้อยู่เต็มอกว่าธาวินเขาเป็นพี่ชายต่างมารดาของฉัน แล้วเอามาเชื่อมโยงกันเป็นวรรคเป็นเวร เขาเป็นลูกชายของพ่อเลี้ยงของฉัน พ่อเลี้ยงเป็นสามีของแม่ฉัน เรื่องนี้ฉันเลือกได้ไหมล่ะ? พี่ชายน้องสาวที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ทำไม จะยังไงพวกเขาก็ยังขาวบริสุทธิ์กว่าพ่อบุญธรรมและลูกสาวบุญธรรมมั้ง?”
ปุณิกาหดมือลงอย่างแรง พลันพูดด้วยหน้าตาเขียวปั๊ด “ดีนี่ธิชา แกรอดูฉันนะ”
ธิชายิ้มให้ก่อนพูดว่า “วางใจเลย รอคุณอยู่เนี่ย ทุกคำพูดที่ฉันพูดไปก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวสักนิด ถ้าไม่วางใจ งั้นฉันพูดซ้ำอีกรอบก็ได้นะ เพื่อสะดวกให้คุณอัดเสียงไว้เลย”
…………
เรื่องบาดหมางอย่างหุนหันพลันแล่นในครั้งนี้สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่ปุณิกากับพี่เลี้ยงของเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและเดินหนีออกไปถือเป็นการบอกลา
ธิชาไม่มีอารมณ์จะเดินเที่ยวต่อ เธอดึงเพียงวรินทร์เพราะอยากจะไปแล้ว “ฉันเหนื่อยแล้ว เราไปนั่งจิบกาแฟยามบ่ายกันไหม?”
ทว่าเพียงวรินทร์กำลังใจจดใจจ่อกับการเฝ้าสังเกตการณ์ผู้จัดการร้านและพนักงานร้านเครื่องประดับกำลังบรรจุเครื่องประดับอย่างจริงจัง
เธอกำลังเอาสร้อยคอเส้นลิมิเต็ด อิดิชั่นประจำเดือนที่ธิชาเคยลองอยู่เมื่อครู่เส้นนั้นใส่บนคอธิชาอีกครั้ง
“ไข่มุกเส้นนี้สีชมพูระเรื่อ เหมาะกับแกจริงๆ แถมยังเข้าชุดกับเสื้อผ้าที่แกใส่มาวันนี้ด้วย เอางี้ไม่ต้องถอดแล้วนะ ใส่กลับไปแบบนี้แหละ”
ธิชาขมวดคิ้วทันที พร้อมทั้งพูดอย่างหมดความอดทน “แกซื้อมากขนาดนี้จริงๆ เหรอเนี่ย คอก็มีอยู่อันเดียวมือก็มีสองข้าง และต้องรอถึงตอนไหนถึงจะใส่ครบทุกชิ้น ไม่งั้นก็ยกเลิกไปเถอะ ซื้อตั้งเยอะแยะขนาดนี้มันสิ้นเปลือง”
เพียงวรินทร์หรี่ตายิ้มให้ ยิ้มเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยที่แสนฉลาดเฉลียว แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
……
ช่วงเวลานั่งดื่มชากันธิชาก็เริ่มทำตัวเหนื่อยหน่าย พูดน้อยลง
เพียงวรินทร์เห็นสภาพเธอตอนนี้จนเกิดความรู้สึกไม่วางใจเล็กน้อย จึงหาเรื่องมาคุยกับเธอก่อน “นี่แกกำลังคิดเรื่องนังเด็กน้อยปุณิกาคนนั้นอยู่ใช่ไหม ความจริงแล้วก็แค่พูดแขวะนิดแขวะหน่อยไปไม่กี่คำเท่านั้นเอง แถมไม่ได้ลงมือตบตีอะไร ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรหรอกน่า”
ทว่าธิชากลับยิ้มมุมปากเล่นอย่างทีเล่นทีจริง “ฉันกำลังคิดอยู่ว่า เมื่อกี้นี้ฉันทำเรื่องหุนหันพลันแล่นเกินควรไปหรือเปล่า ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดนัยกฤตกับเธอมีความสัมพันธ์กันแบบไหน คนที่คอยหนุนหลังให้ปุณิกาคือท่านอวัช ไม่แน่ดนัยกฤตมีธุรกิจตั้งมากมายอาจจะให้ท่านอวัชคอยช่วยเหลือก็ได้ ฉันเผลอหลุดปากพูดไปสองสามคำจนรู้สึกผิดใจกับเธอเสียนี่…”
แววตาเพียงวรินทร์เย็นชาลงเล็กน้อย
แม้ว่าตอนนี้เธอรูปร่างผอมโซเช่นเดิม แต่ในฤดูหนาวก็ยังใส่เสื้อผ้าหนาๆ เมื่อไม่พิจารณามองก็จะไม่รู้สึกว่าไม่แข็งแรง ในทางกลับกันกลับรู้สึกว่าสวยบอบบาง
เธอสบตาธิชา พร้อมทั้งพูดเตือนเธอตามปกติ “แม้ปุณิกาจะมีคนคอยหนุนอยู่ก็ตาม ก็แค่หมากตัวเล็กที่ไม่ได้เรื่องได้ราวเท่านั้นเอง ถ้าแกต้องการจะอยู่เคียงข้างกับดนัยกฤตไปตลอด ถ้าแค่ปุณิกาที่มีอำนาจเท่าขี้เล็บแกยังเอาไว้ไม่อยู่ งั้นแกก็ยอมแพ้แล้วหนีไปให้ไกลตั้งแต่ตอนนี้เลยเถอะ”
ธิชาไม่ได้สวนกลับ เอาแต่เงียบเชียบอยู่คนเดียว
หลักการของเพียงวรินทร์ก็ไม่ใช่เรื่องเสแสร้งแต่อย่างใด
เด็กสาวอย่างปุณิกา แม้ว่าจะมีชั้นเชิงอยู่บ้าง หลักการยังทิ้งห่างกับจิ้งจอกเฒ่าอันแสนน้ำนิ่งไหลลึกนั่นอีกเยอะ
อารมณ์ยินดียินร้ายของเธอต่างเผยให้เห็นทางใบหน้า นอกจากการอาศัยพ่อบุญธรรมแล้ว น่าจะไม่มีปัญญาทำอะไรเป็นเลย
ดนัยกฤตยังไม่ได้แต่งงาน ผู้หญิงข้างกายของเขาทุกคนต่างมีความเป็นไปได้ในตำแหน่งนั้น เรื่องภาพเหตุการณ์การหึงหวงเช่นนี้ ต่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วและพบเห็นได้บ่อยครั้งนัก
สำหรับผู้ชายที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ผู้หญิงที่อยู่ใต้อาณัติต่างไร้แสงสว่าง ไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหน ยังมีภรรยาหลวงคอยค้ำคออยู่ ยังไงก็ไม่สามารถสร้างคลื่นกระทบได้สักเท่าไหร่
เนื่องด้วยสถานะของดนัยกฤต ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายของเขาถือว่าไม่เยอะมากนัก ธิชาได้ยินมาตั้งแต่เล็ก มีบุคคลกลุ่มชนชั้นสูงที่มีอำนาจมีบ้านเล็กบ้านน้อยเป็นโขยงก็ถือว่าไม่น้อย
ธิชาอารมณ์ไม่ดี
ไม่ใช่แค่มัวกังวลกับเรื่องของปุณิกา แต่เป็นเพราะว่าเรื่องที่ตนเองมารู้ตัวทีหลังว่าหลงกลเดินตามรอยของณิชานาฎอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวต่างหาก
ตอนแรกณิชานาฎ…ก็ทำเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ?
เพียงวรินทร์เรียกเธอตั้งสองครั้ง แต่เธอกลับไม่ได้ยิน
เธอบีบมือของธิชา “แกไม่ต้องกังวลเรื่องที่เด็กไร้สาระนั่นจะขึ้นตำแหน่ง ฉันรู้สึกว่าแกจะคิดมากเกินไปแล้ว เธอเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง แม้ว่าดนัยกฤตจะขอเมียแต่งงาน ก็คงไม่เลือกของจำพวกนั้นหรอก เธอบ้าบอดีเดือด ยังสู้คุณสมบัติของแกไม่ได้อยู่หน่อย ถึงแม้จะเป็นเมียน้อยก็ต้องเชื่อฟัง รอวันที่เธอมีปัญญาเป็นเมียหลวงแล้วค่อยว่ากัน”
ธิชากลับปวดเศียรเวียนเกล้าทันทีเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่เธอไม่อยากให้ขัดแย้งกับความรู้สึกของเพียงวรินทร์ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย ช่วงเย็นถึงแยกย้ายกันกลับบ้าน
……
เมื่อธิชากลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลภักดิภูมิเมธี ทุกอย่างต่างเงียบสงบปกติดี ราวกับเรื่องที่เธอกับปุณิกาทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียงกันไม่ได้แพร่ขยายออกไป
เธอรู้สึกสงสัยอยู่ใน ตอนที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นบนกลับไปอาบน้ำที่ห้องนั้น
พี่เลี้ยงกลับเดินมาหาและกระซิบพูดทันที “เมื่อครู่ท่านดนัยเพิ่งต่อสายมา พูดว่าคืนนี้จะกลับมาเร็ว ตอนนี้กำลังเดินทางมา คุณธิชารอสักประเดี๋ยวดีไหมคะ”
ธิชาหนักใจทันที ฟ้ายังไม่ทันมืด เขาจะกลับมาแล้วเหรอ?
เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน…
เกินครึ่งปุณิกาคงเสนอหน้าไปฟ้องก่อนแล้ว เขาถึงได้มาจัดการตัวเองทีหลัง?