รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 181 เป็นเมียท่านดนัยเหมือนกัน คนกันเองทั้งนั้น
พี่เลี้ยงที่อยู่ด้านข้างปุณิกาสีหน้าตกตะลึงทันที ซึ่งไม่คาดคิดว่าธิชาจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับรุนแรงขนาดนี้จนแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เธอเห็นเต็มสองตาธิชาเป็นคนแต่งตัวง่ายๆ ใบหน้าเท่าฝ่ามือไม่ได้แต่งเติมมอะไรเมื่อมองดูแล้วก็ไม่ใช่บุคลิกเย่อหยิ่งอะไร
การแซะผู้หญิงที่ดูอ่อนโยนคนนี้ จนสามารถเอาใจเจ้านายของตนเองได้ ถือว่าเป็นเรื่องแสนสบายและไม่ได้มีเรื่องอะไรเสียหายเลย
ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าธิชากลับตอกกลับทันควันอย่างไม่หลบเลี่ยงสักนิด จนทำให้พี่เลี้ยงไม่กล้าจะพูดอะไรมาก เกรงว่าจะเป็นการเอาพัดไปกระพือกองไฟเข้า ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีก
ปุณิกาที่แสดงสีหน้าตีหน้าซื่อเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ เธอเริ่มเชิดปลายคาง และแสดงแววตาอันแสนเย่อหยิ่งด้วยนิสัยความเคยชิน ริมฝีปากสีแดงสดเผยอปากเล็กน้อย และพูดด้วยวาจาถากถาง “พี่เลี้ยงของฉันก็แค่พูดหยอกล้อเล่นกับคุณแค่สองประโยคเท่านั้นเอง คุณธิชาถึงขั้นแสดงอาการตื่นเต้นยังกับเจ้าเข้าขนาดนี้เชียวเหรอ?”
มุมปากธิชาแสยะยิ้มออกมา “ปกติก็ไม่จำเป็นต้องวิพากษ์วิจารณ์กันแล้ว เนื่องจากตัวคุณเองและทุกคนเขาต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของฉันเป็นอย่างดี ฉะนั้นจึงเข้าใจความหมาย ‘โสเภณี’ ที่คุณป้าท่านนี้เอ่ยออกมาได้อย่างชัดเจนว่าหมายถึงอะไร ซึ่งไม่ใช่ว่าฉันใจแคบนะ มันช่างขัดหูขัดตาชะมัด ถ้าฉันใช้คำคำนี้มาพรรณนาถึงคุณปุณิกา เกรงว่าคุณปุณิกาก็คงไม่ยินดีเหมือนกันกระมัง”
ปุณิกาสีหน้าเปลี่ยนทันที แม้ว่าเธอจะแต่งหน้าได้สวยสดงดงาม บรัชออนปัดแก้มสีส้มจัดเกินงาม บวกกับอารมณ์โกรธเคืองที่เพิ่มมากขึ้นในเวลานี้ จนทำให้ใบหน้ายิ่งดูดุร้ายบูดเบี้ยวเพิ่มมากขึ้น จนปกปิดกลิ่นอายสาวน้อยพราวเสน่ห์ไปไม่น้อย
เธอลุกพรวดจากที่นั่ง พลันเดินกระทืบเท้าสองสามก้าวทั้งที่ใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ดและเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าธิชาทันที
เวลาธิชาออกจากบ้านมาเดินเที่ยวข้างนอกปกติก็ใส่รองเท้าส้นเตี้ยเพื่อความคล่องตัว เมื่อทั้งสองคนยืนประจันหน้ากับธิชาตัวเตี้ยกว่าเธอครึ่งฝ่ามือ มุมปากปุณิกาแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเล็กน้อย ยิ่งแสดงอาการหยิ่งผยองให้เห็นอย่างชัดเจน
แววตาของเธอจับจ้องอยู่บนใบหน้าเล็กๆ เกลี้ยงเกลาผุดผ่องของธิชา พร้อมทั้งพูดอย่างถมึงทึง “ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะยื้อแย่งกับคุณเลย ถึงอย่างไรก็เป็นคู่นอนของท่านดนัยเหมือนกัน คนกันเองทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องมาแบ่งแยกชนชั้นวรรณะใครสูงใครต่ำตม แต่ธิชา ฉันไว้หน้าให้แกอยู่บ้าง แกก็อย่ารังแกที่ฉันอายุน้อยกว่า ฉันเกิดมาในครอบครัวแบบไหน ขนาดท่านดนัยยังต้องให้ความเคารพพ่อบุญธรรมของฉันเป็นอย่างมาก ฉันเอ็นดูแก ก็เพราะว่าฉันเป็นคนจิตใจเมตตา ถ้าฉันไม่เอ็นดูแกขึ้นมา มันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล ธิชา ช่วงนี้ท่านดนัยหลงใคร ฉันก็ไม่หือไม่อืออยู่แล้ว ทว่าถ้าแกเป็นคนเริ่มยั่วยุก่อน จนฉันเกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยแกให้ลอยหน้าลอยตาต่อไป”
เพียงวรินทร์ที่ก้มหน้าก้มตานั่งจัดการเครื่องประดับอันแพรวพราวที่วางอยู่ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ราวกับไม่รู้สึกสนใจการต่อล้อต่อเถียงของพวกเธอเลยสักนิด
ทว่าเมื่อปุณิกาพูดประโยคข่มขู่เสร็จแล้ว เพียงวรินทร์พลางเอียงศีรษะหัวเราะร่าทันที
เธอหรี่ตาและมองปุณิกาหัวจรดเท้าครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงมองหน้าเธออย่างเฉยเมย และจงใจทำท่าทางตกอกตกใจพูดทันที “ฉันเป็นคนนอก เรื่องที่คุณพี่สาวทั้งสองทะเลาะหึงหวงกันมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันสักนิด แต่ในฐานะคนนอกนะ ฉันอดใจไม่ไหวจนต้องถามกลับประโยคหนึ่ง ไม่ทราบว่าคุณปุณิกาผู้สูงศักดิ์ท่านนี้.. ปีนี้อายุเท่าไหร่หรือคะ? ทำไมแป้งฝุ่นหนาเตอะบนหน้าถึงปกปิดรอยคล้ำใต้ตาและรอยเหี่ยวย่นไม่มิดสักที ซึ่งไม่สามารถเทียบหน้าเด็กของธิชาได้เลย คุณปุณิกาเป็นสาวน้อยจริงๆ เหรอคะ? ต้องขอโทษด้วยที่สายตาฉันฝ้าฟาง”
ปุณิกาถึงกลับสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ทันที
เธอจ้องมองเพียงวรินทร์ด้วยสายตาโหดเหี้ยม ราวกับต้องการใช้สายตาฉีกเธอให้เป็นชิ้นๆ
ผู้หญิงต่างก็กลัวการถูกคนพูดว่าดูมีอายุ กระทั่งผู้หญิงที่อายุยังน้อยก็ตาม จนเกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปุณิกาเพิ่งจะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง ปีนี้เพิ่งจะเรียนม.6 จะพูดยังไงก็ถือว่าอายุน้อยกว่าธิชาตั้งสองปี เธอภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือเรื่องอายุของตนเอง แล้วจะปล่อยให้คนอื่นมาพูดว่าตนเองแก่ได้ยังไงกัน
ธิชาตบไหล่เพียงวรินทร์ เพื่อส่งสัญญาณให้เธอเลือกเครื่องประดับต่อไปเลย และไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามการแก่งแย่งชิงดีอันไร้สาระนี้
เธอเหลือบมองใบหน้าปุณิกาที่กำลังระงับอารมณ์ระเบิดไม่อยู่ พลันหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย “การพูดการจาของน้องปุณิกาช่างเบ่งซะเต็มประดา ฉันก็แค่มาเดินเที่ยวกับเพื่อนเท่านั้นเอง ไม่ทราบว่าไปเริ่มหาเรื่องก่อนตอนไหนกันคะ มันคุ้มกันไหมที่คุณน้องปุณิกาวิ่งเสนอหน้าคาบข่าวไปฟ้องท่านดนัยได้ก่อน?”
ปุณิกาเห็นว่าน้ำเสียงเธอเริ่มอ่อนลง จนคิดว่าเธอคงหัวใจห่อเหี่ยวจนเกิดความวิตกขึ้นมา
เธอกลับยิ่งได้ใจหนักกว่าเดิม ถึงอย่างไรผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายดนัยกฤต เธอต่างทำการบ้านมาเพียงพอแล้ว จนรู้ลึกตื้นหนาบางคนที่อยู่เบื้องหลังคอยค้ำคอของพวกเธอเป็นอย่างดี
เดิมธิชาถูกธาวินเขี่ยทิ้งไปแล้ว วันนี้อยู่กับท่านดนัยโดยทิ้งเรื่องเก่าไว้ข้างหลังและเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเมื่อนับเวลาดูก็หลายเดือนพอประมาณ และไม่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับท่านดนัยหลายปี อายุจึงมากกว่าเธออยู่เล็กน้อย
เดิมทีปุณิกาก็ไม่นึกหวั่นเกรงสักนิด เมื่อเห็นว่าเธอยอมอ่อนข้อลงแล้ว จนตัวเองยิ่งหยิ่งผยองหนักกว่าเดิมขึ้นมาบ้าง
“หาเรื่องหรือเปล่าตัวคุณเองก็น่าจะเข้าใจเป็นอย่างดี ท่านดนัยไม่เคยพาตัวคุณมาแนะนำให้ฉันรู้จักอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง คุณก็น่าจะรู้ฐานะของตนเองดี ต่อไปเมื่อเจอหน้าฉัน ก็ควรจะเลี่ยงสักหน่อย อย่ามาขวางหูขวางตาฉันอีก”
ทว่าธิชากลับนั่งลงทันที พลันยิ้มและยกน้ำชาขึ้นมาจิบ “ฉันถูกตั้งข้อหาว่าไปหาเรื่องคุณปุณิกาอย่างไม่มีเหตุผล สู้ยืนยันมาตรงๆ เลยดีกว่า พ่อบุญธรรมอะไรนั่น ฉันไม่มี คุณปุณิกาปากพูดว่าพ่อบุญธรรมอย่างสนิทสนม มิน่าล่ะคุณป้าที่อยู่ข้างกายปากก็พูดเหน็บว่าโสเภณีเต็มปากเต็มคำ คำว่าโสเภณี มันช่างเหมาะสมกับคุณเหลือเกิน”
เพียงวรินทร์เห็นว่าได้เวลาแล้ว พลันกวักมือเรียกผู้จัดการร้านมาทันที “เครื่องประดับในร้านทุกชิ้นฉันเหมาหมดเลยค่ะ รบกวนช่วยใส่กล่องให้ฉันด้วย เร็วหน่อยนะคะ พวกเรารีบค่ะ”
“อ้อใช่สิ” เพียงวรินทร์พูดต่อ ยังไม่ลืมกวาดตามองปุณิกาที่อยู่ข้างหลังครั้งหนึ่ง “เครื่องประดับตั้งมากมายเมื่อเอามารวมกันราคาก็ไม่น้อยเลยนะ เพื่อความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ผู้จัดการคงต้องเรียกรปภ.มาเคลียร์คนออกไปแล้วล่ะค่ะ”