รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 180 คุณปุณิกาทำไมต้องลดตัวไปรู้จักกับพวกโสเภณีด้วย
ครั้งนี้ธิชาสายตาดี แค่เห็นแว๊บเดียวก็จำปุณิกาได้แล้ว
ถึงแม้ว่าปุณิกาแต่ยังดูเด็กมาก แต่ว่าเธอก็เกิดมาพร้อมกับใบหน้าที่สูงส่ง แถมใบหน้าของเธอทั้งมีเสน่ห์และสวยงาม
ธิชาไม่อยากจะมีเรื่องกับเธอ อยากแค่จะหลีกเลี่ยงไปทางอื่น
ปุณิกามีใบหน้าที่เย็นชา แล้วก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินตามอยู่ข้างหลังเธอ ช่วยปุณิกาถือถุงช้อปปิ้งมากมาย ดูท่าทางน่าจะไม่ใช่เพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่ น่าจะเป็นแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงอะไรประมาณนั้นมากกว่า
สายตาของเธอเหลือบมองมาที่ธิชาอย่างเย็นชาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็หันไปมองเพียงวรินทร์ด้วย
ธิชานั้นไม่ได้ถือสาอะไรหรอก แต่ว่าเพียงวรินทร์นั้นรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากจากการที่ถูกปุณิกามองด้วยสายตาที่เหยียดหยามและดูถูกอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้เพียงวรินทร์จะมีชีวิตที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ว่าเธอจะขี้ขลาดแค่ต่อหน้าชัยกรเท่านั้น นิสัยที่แท้ของเธอไม่ได้เป็นคนขี้ขลาด
ตอนนั้นเพียงวรินทร์ก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐี ออกไปไหนก็มีแต่คนล้อมรอบ นอกจากธิชาแล้วก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนต่ออารมณ์ที่เหมือนกับเจ้าหญิงของเธอได้
ธิชาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่ว่าเพียงวรินทร์กลับรับไม่ได้กับสายตาแบบนั้น
เธอดึงธิชาให้นั่งลง แล้วก็เลือกเครื่องประดับต่อ
ถึงแม้ว่าชัยกรจะเป็นบ้ามาก แต่ว่าเขาก็ใจดีกับเธอมาก มอบบัตรเครดิตและเช็คเงินสดให้กับเธอเพื่อเอาไว้ใช้ ให้เธอมั่นใจได้ว่าเธอจะสามารถซื้อร้านเครื่องประดับของถนนทั้งสายนี้ได้ตามต้องการ
ธิชานั้นไวต่อความรู้สึกมาก หลังจากที่นั่งลงแล้วถึงแม้ว่าจะหันหลังให้ปุณิกา แต่เธอก็รู้สึกเหมือนมีหนามติดอยู่ด้านหลัง รู้สึกว่าเจตนาที่เป็นศัตรูที่ปุณิกามีแต่เธอนั้นมันชัดเจนมาก
ถ้าเกิดว่ายังอยู่ที่นี่ต่อไป……ร้านเครื่องประดับนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่สามารถหลบเลี่ยงเหตุทะเลาะวิวาทได้
เธอพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ของเธอ แล้วก็ยื่นให้เพียงวรินทร์อ่าน
แต่ว่าสายตาของเพียงวรินทร์กลับเย็นชาลงไปเยอะ
เธอเข้าใจสถานการณ์ของธิชาในตอนนี้ดี
ธิชาเพิ่งจะออกจากตระกูลธนาภูวนัตถ์อย่างเป็นทางการ แล้วอีกอย่างธาวินก็แต่งงานไปแล้ว เธอไม่สามารถกลับไปที่ตระกูลธนาภูวนัตถ์ได้อีก
ตอนนี้หนทางเดียวของธิชา ก็คือกอดขาของดนัยกฤตเอาไว้ให้แน่น
เพียงวรินทร์เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเธอ และก็มองผู้ชายอย่างละเอียดและลึกซึ้งมากกว่าเธอ
ถึงแม้ว่าดนัยกฤตกับชัยกรจะเป็นเพื่อนกัน เป็นพวกเดียวกัน
แต่ว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่เป็นบ้า และไม่มีงานอดิเรกแปลกๆ เธอมองออกว่าดนัยกฤตนั้นใส่ใจธิชามาก และธิชาก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ชอบเขา
ธิชาอกหักจากธาวิน ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องการรักษา
ความรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบและเป็นการรักษาที่เร็วที่สุด ไม่ว่าจะคิดจากจุดไหน เพียงวรินทร์ก็อยากจะให้ธิชากอดดนัยกฤตเอาไว้ให้แน่น
ก็แค่ปุณิกาเพียงคนเดียว มีอะไรน่ากลัวที่ไหนกัน?
เพียงวรินทร์ไม่ได้สนใจเธอ ได้แต่เลือกและลองเครื่องประดับต่อไป บางทีก็ปรึกษากับธิชาด้วย
“ธิชา สร้อยเส้นนี้เป็นยังไงบ้าง ถ้าใส่แล้วมันจะหนักไหม? ”
ธิชาพยายามกัดฟันแล้วพูดว่า “ก็ได้นะ เธอชอบก็ซื้อสิ”
เดิมทีปุณิกาก็ไม่อยากจะทะเลาะกับธิชาเหมือนกัน
ตอนนี้ข่าวลือในแวดวงเกี่ยวกับธิชานั่นเป็นกระแสมาก หลายคนบอกว่าท่านดนัยให้ความสำคัญต่อเธอมาก ถึงขั้นพากลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยกัน แล้วก็ไม่สนใจความสัมพันธ์พี่น้องที่ผิดศีลธรรมของเธอกลับธาวินเลยด้วย
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ปุณิการู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
สามารถพูดได้ว่าดนัยกฤตมีอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีผู้หญิงคนไหนถูกเขาพากลับไปอยู่บ้านเดียวกับตัวเอง
ถึงแม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะไม่ใช่บ้านใหม่ของเขา แต่ว่ามันเป็นที่ที่เขาอาศัยอยู่ตั้งแต่กลับมาประเทศจีน
พอมองจากจุดนี้แล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าธิชานั้นไม่เหมือนกับคนอื่น
ถึงแม้ว่าปุณิกาจะเป็นคนใช้อำนาจบาตรใหญ่ แต่ว่าเธอไม่อยากจะเป็นคนอวดดีมากเกินไปต่อหน้าดนัยกฤต
เดิมทีเธออยากจะเพิกเฉย แต่ว่าผู้หญิง 2 คนนั้นจงใจพูดอะไรบางอย่าง เห็นได้ชัดว่ากำลังยั่วยุเธออยู่!
ปุณิการู้สึกโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยพูดเสียงดังกับผู้จัดการร้านว่า “เอาเส้นที่เป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นของเดือนนี้มาให้ฉันหน่อย”
เจ้าของร้านมีท่าทีกระอักกระอ่วน แล้วก็กระซิบอธิบายว่า “ขอโทษด้วยนะคะ คุณปุณิกา รุ่น ลิมิเต็ดมีแค่เส้นเดียวเท่านั้น คุณผู้หญิงเท่านั้นกำลังลองอยู่ หรือว่าคุณรอสักครู่หนึ่ง……ลองเส้นอื่นไปก่อนดีไหมคะ?”
ในขณะเดียวกัน เครื่องประดับรุ่นลิมิเต็ดนั้นกำลังอยู่บนคอของเพียงวรินทร์
เพียงวรินทร์ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแบบไม่มีเสียง เธอสร้อยคอออก แล้วก็เทียบมันที่รอบคอของธิชา
เธอยิ้มตาหยีและอุทานออกมาว่า “สร้อยไข่มุกเส้นนี้ฉันใส่แล้วดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ว่ามันเข้ากับสีผิวของเธอมากเลยนะ”
ไม่ทันรอให้ธิชาปฏิเสธ เธอก็ยิ้มและพูดกับเจ้าของร้านว่า “รบกวนห่อให้เพื่อนฉันด้วยค่ะ”
จนถึงตอนนี้ ปุณิกาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
เธอกระแทกโทรศัพท์ลงกับตู้อย่างรุนแรง
แม่บ้านเข้าใจสถานการณ์ดี รีบพูดด้วยโทนเสียงที่ธรรมดา “คุณปุณิกา ช่างมันเถอะค่ะ สถานะของคุณ ทำไมต้องลดตัวไปรู้จักพวกโสเภณีที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย ก็แค่สร้อยคอเส้นเดียว ถือว่าเป็นการทำบุญไปเถอะค่ะ”
ตอนนี้กลับไม่ใช่เพียงวรินทร์ที่โมโหแล้ว แต่กลับเป็นธิชาที่ลุกขึ้นยืนจะโซฟาในทันที
แววตาของเธอเย็นชา ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว “ขอโทษนะคะ คุณพูดว่าใครคือโสเภณีงั้นเหรอ? ”