รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 156 ณิชานาฎเป็นคนขายฉันแล้ว ใช่ไหม
เธอพูดขึ้นว่า “แม่ หนูจะไปอยู่อเมริกากับแม่ด้วย”
ลำโพงทางด้านณิชานาฎเข้าสู่ความเงียบอยู่ตลอด
ธิชาไม่ได้รับคำตอบจากเธอตั้งนาน ก็อดไม่ได้ที่จะถามกลับขึ้นว่า “แม่คะ สัญญาณของแม่ไม่ดีเหรอคะ?”
น้ำเสียงของณิชานาฎพยายามปกปิดความตื่นเต้นอย่างทำอะไรไม่ถูกเอาไว้
เธอถามขึ้นอย่างเป็นห่วงและตื่นเต้นขึ้นว่า “ทำไมล่ะ ฉันได้ยินมาว่า……เธออยู่กับดนัย เขาทำให้เธอไม่พอใจเหรอ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงตัดสินใจจะไปกับแม่ได้ล่ะ?”
ธิชายิ้มอย่างไม่มีสุ้มเสียง “เมืองJสำหรับหนูแล้วไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกแล้ว สำหรับลุงรัณ……ทุกอย่างของท่านก็มีธาวินเป็นคนควบคุมอยู่ ถึงหนูจะอยากช่วยท่าน ก็ไม่มีความสามารถอยู่ดี หนูอยู่ที่เมืองJต่อก็ไม่ต่างอะไรกับคนไร้ค่าคนหนึ่ง สำหรับดนัยกฤต……หนูก็เป็นแค่ของขวัญที่ธาวินเอาไปติดสินบนเขาในการเลือกตั้งชิ้นหนึ่ง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขามีต่อหนูมันจะอยู่ได้นานแค่ไหนเชียว?”
“ครึ่งปี หนึ่งปี? หรืออย่างมากก็สามปีมั้ง พอสามปีให้หลังหนูจบมหาลัยแล้ว อายุก็ยี่สิบสองแล้ว ก็เทียบไม่ได้กับเด็กสาวอายุสิบแปดที่อ่อนวัยสดชื่นแล้ว พอถึงตอนนั้น…….บางทีดนัยกฤตก็อาจจะเปลี่ยนคนโปรดใหม่ไปเป็นสิบกว่าคนแล้ว แล้วตัวหนูยังจะไปถือว่าเป็นตัวอะไร”
น้ำเสียงของธิชาแฝงไว้ด้วยความท้อแท้และความหมดหวังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แล้วณิชานาฎก็ไม่ออกเสียงไปอีกครู่หนึ่ง
ธิชาน้ำเสียงขมขื่น “แม่คะ แม่กลัวว่าหนูจะทำให้แม่ซวยไปด้วย ไม่อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับหนูใช่ไหมคะ?”
ณิชานาฎรีบปฏิเสธขึ้นว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่อยู่แล้ว! ลูกรัก แม่ก็แค่อยู่ ๆ ได้ยินหนูพูดเรื่องพวกนี้……ในใจก็เลยวุ่นวายนิดหน่อย เอาอย่างนี้ละกัน หนูค่อย ๆ มาละกัน ไม่ต้องรีบร้อน แม่รอหนูอยู่ที่อเมริกา หนูสามารถมาช้าหน่อยก็ได้ ยังไงก็ต้องระวังความปลอดภัย ตอนนี้หนูสภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้ จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนะ”
ในใจของธิชารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่า ถึงณิชานาฎจะไม่ใช่แม่ที่ทำหน้าที่ได้ดี
แต่สุดท้ายแล้ว……สายสัมพันธ์แม่ลูก เลือดก็ต้องข้นกว่าน้ำ
เธอยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “วางใจเถอะค่ะ หนูจะระวังตัวค่ะ”
แล้วณิชานาฎก็พูดขึ้นอีกว่า “อยู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง หนูจำน้าฟ้าใสได้ไหม? ตอนที่หนูยังเป็นเด็กน้าฟ้าใสรักหนูมากเลย ยังซื้อขนมกับของเล่นให้หนูบ่อย ๆ น้าฟ้าใสเป็นคนพาฉันเข้ามาสู่สายงานนี้ ตอนหลังได้ยินมาว่าหล่อนป่วย แต่ว่าฉันโดนธาวินกักตัวอยู่ จึงไม่มีโอกาสไปเยี่ยมหล่อน ในเมื่อเราสองคนแม่ลูกต่างก็จะไปจากที่นี่แล้ว บางทีอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้ว หรือไม่หนูช่วยแม่ซื้อของไปเยี่ยมหล่อนสักหน่อย แสดงความมีน้ำใจสักหน่อย ในเมื่อหล่อนมีบุญคุณต่อฉัน หลังจากที่ฉันตายไปแล้วจะได้ไม่มีเรื่องค้างคาใจตลอดไป”
……
ธิชาตอบตกลง แล้วก็ซื้อของเยี่ยมละแวกใกล้ ๆ กับบ้านพักคนชรา
แล้วไปตามที่อยู่โรงพยาบาลที่ณิชานาฎให้มา แล้วไปตามหาน้าฟ้าใสที่โรงพยาบาล
เธอจดจำน้าฟ้าใสได้จริง ๆ ก่อนที่ณิชานาฎจะแต่งงานกับชรัณนั้น สภาพชีวิตล้วนไม่ค่อยมั่นคงทั้งนั้น
มีบางครั้งที่ผู้ชายชื่นชอบเธอ ก็จะซื้อรถซื้อของแบรนด์แมนให้เธอ แต่พอโดนทิ้ง ณิชานาฎก็จะไม่มีแม้แต่เงินเก็บ พวกเธอแม่ลูกก็จะไม่มีแม้แต่ที่อยู่อาศัย
ในตอนนั้นเธอกับณิชานาฎเคยยืมพักอาศัยอยู่ที่บ้านน้าฟ้าใส
คิด ๆ ดูก็ไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปีแล้ว
พอไปถึงโรงพยาบาลแล้วถึงรู้ว่า น้าฟ้าใสได้ออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อนแล้ว
ธิชาทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาทันที แล้วก็ไม่อยากจะเสียเวลามาก
ถ้าเกิดเธอไม่ไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถจากไปได้อย่างราบรื่นหรือเปล่า
ธาวินเอาเธอมาเป็นของขวัญแลกเปลี่ยนมอบให้กับดนัยกฤตไป
ดนัยกฤตถึงจะมีท่าทีที่ดีแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี
ความอดทนของผู้ชายที่มีต่อผู้หญิงยังไงก็ต้องมีขีดจำกัด
เพื่อเธอแล้ว แม้แต่ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่เขาก็ยังยินดีที่จะมอบออกไป……
ไม่มีทางที่จะยอมปล่อยเธอไป ทั้งที่ยังไม่ได้มาตกอยู่ในมือหรอก
วันนี้อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอแล้ว
ในตอนที่ธิชาโทรหาณิชานาฎนั้น โทรศัพท์ของณิชานาฎก็ได้ปิดเครื่องไปแล้ว คิดว่าน่าจะขึ้นเครื่องไปแล้ว
เธอไม่มีทางออกแล้ว จึงได้แต่หาเบอร์โทรเก่า ๆ แล้วติดต่อเพื่อนเก่าของณิชานาฎไป
พอสอบถามไปหลายรอบ ในที่สุดก็เบาะแสที่อยู่ของน้าฟ้าใสในตอนนี้
น้าฟ้าใสล่องลอยมาสิบกว่าปี ถึงแม้ว่าจะหายป่วยจากการป่วยหนักก็ยังกลับไปทำงานสายเก่าของเธอ
ได้ยินมาว่ารับช่วงไนต์คลับแห่งหนึ่งต่อ แล้วก็กลับไปเป็นมาม่าซังของเธอต่อ
ที่พักของน้าฟ้าใสอยู่ใกล้ ๆ กับละแวกไนต์คลับ
ธิชาไม่ค่อยอยากจะไปในที่ซับซ้อนแบบนี้ซะเท่าไหร่ แต่ก็ได้รับปากกับณิชานาฎไปแล้ว ก่อนไปอยากจะทำตามความตั้งใจของเธอให้เรียบร้อย
ธิชาถอนเงินสดออกมานิดหน่อย เตรียมจะเอาไปให้น้าฟ้าใส
พอหาที่อยู่ของเธอเจอ ก็ได้ยินแม่บ้านรายวันในบ้านพูดว่า ช่วงเวลาตอนค่ำน้าฟ้าใสได้ออกไปทำงานแล้ว
ธิชาไม่อยากจะรอเธอกลับมา
ถึงจะมีเที่ยวบินในตอนรุ่งสาง แต่ว่ารอไนต์คลับเลิกงานก็คงจะฟ้าสว่างแล้ว
แม้แต่แม่บ้านก็ยังไม่แน่ใจว่าน้าฟ้าใสจะเลิกงานกี่โมง
เธอจึงต้องฝืนไปที่ไนต์คลับเลย
พอน้าฟ้าใสเห็นเธอ ก็สนิทสนมเป็นอย่างมาก ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปช่วงหนึ่ง ก็เอาแต่ชื่นชมเธอว่าโตขึ้นมาแล้วสวยงามขนาดนี้
น้าฟ้าใสเห็นเธอแล้วรำลึกถึงอดีต ก็คุยกันไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดว่าวันนี้มีแขกคนสำคัญจะต้องไปต้อนรับ รบกวนเธอให้รออยู่สักครู่
ตอนแรกธิชาอยากจะไปสนามบินให้เร็วที่สุด แต่ก็ทนไม่ไหวกับการต้อนรับของน้าฟ้าใส สุดท้ายก็โดนเธอจัดแจงให้ไปพักผ่อนรอในห้องส่วนตัวที่สะอาดห้องหนึ่งก่อน
สภาพแวดล้อมของห้องนี้ก็ยังถือได้ว่าไม่เลว และค่อนข้างสะอาดอยู่
เพียงแต่แค่เปิดไฟสีชมพูสว่างอยู่……ดูคลุมเครือจนแสบตา
ธิชารอแล้วรออีก ในตอนที่เริ่มนั่งไม่ติดนั้น
อยู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก……
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคร่งขรึมของดนัยกฤตปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ
ในสมองของเธอดังติ๊งขึ้นมาทีหนึ่ง อยู่ ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองโดนหลอกแล้ว
น้าฟ้าใสอะไร ที่แท้ก็ถ่วงเวลาเธออยู่ชัด ๆ
แม้แต่ณิชานาฎ……
เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ก้าวยาว ๆ มาที่เธอ อยู่ ๆ ก็ยิ้มขมขื่นและน้ำตาร่วง
“คือณิชานาฎใช่ไหม? ณิชานาฎเป็นคนหักหลังฉัน……ดนัยกฤต คุณให้อะไรกับณิชานาฎ ถึงทำให้เธอยอมขายลูกสาวให้กับคุณได้?”